-
มะเขือต่างๆ
ที่นำมารับประทานกับน้ำพริกก็มีมากมายหลายพันธุ์ ที่นิยมและ
รู้จักกันแพร่หลายได้แก่ มะเขือเหลือง มะเขือไข่เต่า มะเขือเสวย
มะเขือม่วง มะเขือเปราะ ซึ่งแต่ละพันธุ์ก็มีสีสันที่แตกต่างกันไป
เมื่อนำมาจัดรวมกันก็จะได้สีที่มีความหลากหลายในถาดน้ำพริก
ต้องเลือกมะเขือที่แก่
จัด ขั้วสีเขียวสด ผิว
เปลือกไม่เหี่ยว ไม่มี
รอยช้าหรือแมลงกัด
มะเขือเมื่อถูกอากาศจะทำให้ดำ จึงต้องนำมะเขือที่สลักเสร็จแล้ว
แช่ในน้ำที่ผสมน้ำมะนาวสักครู่ เอาขึ้นจากน้ำ ใส่กล่องจัดเก็บใน
ตู้เย็นช่องธรรมดา เนื้อมะเขือจะยังขาวและน่ารับประทาน
สลักมะเขือเพื่อรับประทาน นิยมสลักจัดในถาดน้ำพริกนานาชนิด เช่น น้ำพริกกะปิ น้ำพริกมะขาม
น้ำพริกอ่อง หลน เป็นต้น หรือหั่นเป็นชิ้นสลักด้วยลายง่ายๆ สลักด้านข้างให้เหมือนใบไม้ ใส่ในแกงต่างๆ หรือ
ผัด เพื่อเพิ่มความสวยงาม การสลักมะเขือทั้งลูกเป็นดอกไม้ต่างๆ เช่น ดอกดาวกระจาย ให้ใช้มะเขือเสวยมา
สลัก ดอกประดิษฐ์สีเหลืองใช้มะเขือเหลืองมาสลัก และเพื่อสะดวกในการรับประทาน ยังนำมะเขือเหลืองมา
สลักเป็นใบไม้ลายฉลุ ตกแต่งในจานน้ำพริกด้วย
สลักมะเขือเพื่อตกแต่ง และให้รับประทานได้ด้วยจะสลักเป็นใบไม้ง่ายๆ แบบต่างๆ ทั้งลายฉลุ ลายใบ
ไม่ละเอียดนัก ถ้าจัดหัวจานเพียงอย่างเดียว เช่นอาหารจานเดียวและกับข้าว จะเลือกใช้มะเขือม่วง และมะเขือ
เหลือง เพราะมีขนาดใหญ่กว่ามะเขือชนิดอื่น
แรดิช
เป็นรากสะสมอาหารอยู่ใต้ดินเรียกว่าหัว หัวมีขนาดเล็ก มี
ลักษณะกลม รูปไข่ หรือยาวเรียวเนื้อในขาว กรอบชุ่ม
น้ำ สลักเป็นดอกไม้แต่งจานอาหารให้เลือกหัวกลม
ขนาดตามต้องการ ผิวสีสดสม่ำเสมอไม่มีรอยช้ำ ขั้วสด
เนื้อแน่น เมื่อสลักได้ชิ้นงานแล้ว ให้แช่น้ำในกล่อง
นำเข้าตู้เย็นก่อนนำออกมาใช้งาน แต่ถ้าต้องแช่นานให้
เอาขึ้นจากน้ำห่อกระดาษทิชชูสีขาวเก็บใส่กล่องไว้ใน
ตู้เย็น จะทำให้กลีบดอกแข็งสดและอิ่มตัว