ノートテキスト
ページ1:
9) เคมีในสิ่งมีชีวิต 228 2 (1) เคมีที่เป็นพื้นฐาน พันธะเคมี : แรงที่ใช้ในการยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอมของธาตุไว้ด้วยกัน แบ่งเป็น 2 แบบหลักๆ แรงบิดเหนี่ยวภายในโมเดล พันธะโคเวเลนต์ (Covalent bond) : ให้อิเล็กตรอนวงนอกสุดร่วมกัน มีขั้ว (Polar covalent bond) : มีค่า EN (ธาตุที่มีค่า EN 43 F, O, N ) - ไม่มีขั้ว (nonpolar Covalent bond) : ธาตุเดียวกัน - มีความสามารถรับ 6 เท่ากัน Ex. H, I 0, พันธะไอออนิค (Ionic bond) : แรงดึงดูดทางไฟฟ้าสถิต ระหว่าง ประจุบวก และประจุลบ ในชีวะ : เป็นแรงที่ค่อนข้างอ่อน แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล พันธะไฮโดรเจน (hydrogen bond) : แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอมของ H กับธาตุอื่นที่มีค่า EN สูง [os] Ex. 1.0 - 1.0 สร้างพันธะใด้สูงสุด 4 พันธะ เล่ม แรงแวนเดอร์วาลส์ (Van der Waals interaction) : 2 ในโมเลกุลมีการกระจายทั่วไม่เท่ากัน เกิดขั้วชั่วคราวขึ้น แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลอ่อนสุด - มีเยอะจะทรงพลัง พบใน hon - polar molecule แรงไฮโดรโฟบิค (hydrophobic) : การเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมของ non - 1 - polar molecule ที่แยกตัวออกจากน้ำ (polar molecule) Ex. น้ำ - น้ำมัน - hydrophilic (polar) hydrophobic (non polar) outside -phospholipid bilayer - มีการเรียงตัวเป็น 2 ชั้น ส่วนหัวจะเข้าหาน้ำ และทางจะเข้านาขึ้น wules membrane ceux cell) พบไม Note!! โคเวเลนต์ โฮโดรเจนไอออนิค > แวนเดอร์วาลส์
ページ2:
(1) บทนำเกี่ยวกับชีววิทยา 1 ลักษณะของสิ่งมีชีวิต 1) ประกอบขึ้นจาก Cell prokaryotic cell” (ไม่มีความซับซ้อนของโครงสร้างภายใน ไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส ออร์แกเนลล์ไม่มีเยื่อหุ้ม Ex. แบกทีเรีย - eukaryotic cell” (ภายในมีนิวเคลียส ออร์แกเนลล์มีเยื่อหุ้ม มีความซับซ้อน มีขนาดใหญ่ Ex. โมรส ฟังใจ พืช สัตว์ 2) มีการจัดระบบในร่างกาย (biological organization / biological hierarchy) ← telope โมเลกุล 3) มีความต้องการพลังงาน สารชีวโมเลกุล ออร์แกเนลล์ เซลล์ 4) มีกลไกรักษาสภาพแวดล้อมในร่างกาย ( การปรับสมดุลร่างกาย ) 5) มีการตอบสนองต่อสิ่งเร็ว 6) มีการสืบพันธุ์ 7) มีการเติบโต และการเจริญ 2) มีการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม มีวิวัฒนาการ (2) กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ป การส่งเก 2) การตั้งคำถาม 3) การทบทวนเอกสาร (ตรวจสอบว่ามีคนทำไปแล้วหรือยัง) 4) การตั้งสมมติฐาน 5) การตรวจสอบสมมติฐาน (ทดลอง) 6) การสรุปผล เนียเชือ อวัยวะ ระบบอวัยวะ ล่งมีชีวิ ในการทดลองต้องมีการกำหนดตัวแปร ตัวแปรตัน : สิ่งที่สนใจจะศึกษา ตัวแปรตาม • ผลจากตัวแปรต้น (ผลจากการทดลอง) - ตัวแปรควบคุม : ตัวแปรที่ทำให้การทดลองคงที่ เพื่อเทียบความ แตกต่าง คะ ย ม
ページ3:
สารอินทรีย์ * สารที่มี C, H เป็นองค์ประกอบหลัก ยกเว้น Co, low cos | Aco, ไม่ใช้สารอินทรีย์ หมู่ฟังก์ชัน - อะตอม กลุ่มอะยายม ที่จับกับสารอินทรีย์ แล้วทำให้คุณสมบัติทางเคมีของสารอินทรีย์เปลี่ยนไป - ช่วยละลายน้ำได้ / R-OH - - -hydroxyl group /alcohol ex. Carbohydate glycerol R-C-OH - •Carboxyl group / Carboxylic acid. แตกเป็นกรด กรดอินทรีย มักเป็นเบา แตกตัวเป็นประจุบวก ex. Amino acid | fatty acid (ไม่แตกตัว honpolar) R-NH₂ amino group lamine ex. amino acid R-C-H aldehyde ex. monosaccharide (Aldose) Carbonyl group R-C-R ketone ex. monosaccharide (ketose) Sulfhydryl group R-SH - R – Po phosphate group ex Amino acid (Cysteine) เกิดการสร้างพันธะโดดไฟล์ ในโปรตีน ex. ☐ DNA RNA / ATP มีคุณสมบัติเป็นกรด มีประจุลบ 99 * สาวชั่วโมเลกุล - สารอินทรีย์ขนาดใหญ่ที่พบใน ซึ่งมีชีวิต ประกอบด้วยสารเคมี 4 กลุ่ม คือ Carbohydate / Protein / lipid / nucleic acid. * สารชีวโมเลกุลทุกชนิดเป็น polymer ยกเว้น การสังเคราะห์ polymer จะสังเคราะห์ผ่านปฏิกิริยา ควบแน่น / ปฏิกิริยาทั้งน้ำออก (dehydration. reaction) ส่วนการสลายโมเลกุล polymer จะใช้ปฏิกิริยาการสลายด้วยน้ำ (hydrolysis reaction) การสร้าง polymer : - HO + 0 Hel ไอน้ำ เรียกว่า Dehydration (moon) maamu polymer : +H₂O - เพิ่มน้ำเข้าปลาย เรียกว่า + +H2O hydrolysis reaction
ページ4:
คาร์โบไฮเดรส) (Carbohydrate) ธาตุหลัก … C |H|o เป็นสารอินทรีย์ที่พบมากที่สุดในธรรมชาติ เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของสิ่งมีชีวิต ให้ความแข็งแรงกับร่างกายและเซลล์ องค์ประกอบสารพัน กรรม 1) Monosaccharide (น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว) สูตรทั่วไป C, Hero) มีจำนวนอะตอมคาร์บอนตั้งแต่ 3 - 1 โมเลกุล แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม 1) aldose - มีหมู่คาร์บอนิจอยู่ปลายสาย (หมู่ Aldehyde ) 2) Ketose ribose ex. glucose, ribose - มีหมู่คาร์บอนิจอยู่ในสายโมเลกุล (หมู่ Ketone) ex. ฟรักโทส deoxyribose H-C-OH H-C-H CH_OH OH H-C-OH H H H-C-OH -OH H-C-OH H H CH₂OH OH OH ฟรักโทส CH, OH C=0 HO-C-H CH₂OH H-C-OH 0 H-C-OH CH₂OH OHC OH CH₂OH CH₂OH OH H CH₂OH OH H กาแลกโทส กลูโคส H-C-OH HO-C-H α-glucose CH₂OH H B-glucose CH.OH £55 H-C-OH H-C-OH CH,OH OH H OH H H OH OH OH H OH OH H H H OH H-C-OH HO-C-H CH₂OH HO-C-H H OH H H-C-OH OH CH₂OH H OH 2) Oligosaccharide มอลโทล์ ซูโคส • กลูโคส + กลูโคส - ประกอบจาก monosaccharide ตั้งแต่ 1-10 โมเลกุล โดยมีการสังเคราะห์ผ่านปฏิกิริยา dehydration พันธะโคเวเลนต์ที่เชื่อมน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว เรียกว่า พันธะไกลโคซิติก ส่วนการสกายจะเกิดผ่านปฏิกิริยา hydrolysis พบมากใน ข้าวมอลต์ และเมล็ดพืชที่พึ่งเริ่มงอก เป็นแหล่งพลังงานในต้นอ่อนของพืช พบในพืช เป็นน้ำตาลที่ลำเลียงไปยังส่วนต่างๆ ผ่านโฟลเอ็ม พบมากใน อ้อย มะพร้าว พบมากใน น้ำนมสัตว์ + ฟรักโทส : กลูโคส แลกโทส : กลูโคส กาแลกโทส + wealna : B-1, 4-glycosidic bond CH, OH OH H OH CH₂OH แลกโทส : 8 - 14 - glycosidic bond CH₂OH CH₂OH ซูโคส : 4.8 - 1.2 glycasidic bond CH.OH OH H OH H H A H OH H OH H OH H OH H OH H H H OH OH H OH H OH H OH CH₂OH OH OH -0- H CH₂OH
ページ5:
การทดสอบน้ำตาล Benedict's Solution ที่ม, ตะกอนสีแดงอิฐ มาก รีดิวซ์ (reducing Sugar) : ตะกอน non reducing Sugar *ซูโคส : ไม่ตกตะกอน - /ดำ Polysaccharide พอลิแซคคาร์ โนแลน : พบมากที่สุดใน มชาติ แบ่งเป็น 2 กลุ่มอามหน้าที่ พอลิแซคคาไรด์สะสม แป้ง : สะสมในพืช เก็บในคลอโรพลาสต์ อะไมโลพลาส หน่วยย่อย คือ a-glucose - amylose : ไม่มีกิ่งก้าน - anglopectin : เป็นกิ่งก้าน - ไกลโคเจน : สะสมในสัตว์ พบมากใน เซลล์งามและเซลล์กล้ามเนื้อโครงร่าง หน่วยย่อย) คือ - - glucose มีการต่อเป็นสายแตกแขนง ( ถี่กว่า dirtylopectin) พอ เชคคาไร โครงสร้าง เซลลูโลส : / - สารอินทรีย์ / คาร์โบไฮเดรต ที่พบมากที่สุดในโลก หน่วยย่อย คือ 8-glucose - องค์ประกอบสำคัญของ ผนังเซลล์พืช สัตว์ไม่สามารถย่อยได้ ไม่มี Cellulase เรียงต่อกันเป็นเส้น ไม่มีกิ่ง | รวมเป็นมัดที่เชื่อมด้วยพันธะไฮโดรเจน Cellulose microfibril - ไอดิน : นังเซลล์ตั้งใจ และเปลี่ยนเพ็ง ภายนอกของสัตว์กลุ่ม Orthropod / ให้ความแข็งแรง / ไม่มีกิ่ง พบมากรองมาจากเซลลูโลส มีหน่วยย่อยเป็นอนุพันธ์ของกลูโคส คือ N-acetylglucosamine (NAS) - หมู่ OH เพป โดไกลแคน : ฟังเซลล์แบคทีเรีย ช่วยรักษารูปร่างของเซลล์แบคทีเรีย เรียงตัวสลับกันไปเรื่อย หน่วยย่อยเป็นอนุพันธ์น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว 2 ชนิด N-acetylglucosamine (NAS) และ N-acetylunamic acid (NA) กรดอะมิโนและโปรตีน , C -Co0H ) กรดอะมิโน เป็นหน่วยย่อยของ โปรตีน ประกอบด้วยหมู่ฟังก์ชั้น 2 หมู่หลัก คือ Carboxylic acid และหมู่ amino group (-NH2) กรดอะมิโนมี 20 ชนิดในร่างกาย นักโภชนาการแบ่งกรดอะมิโนเป็น 4 ชนิด 2 1) กรดอะมิโนจำเป็น (essential amino acid ) : ร่างกายสังเคราะห์เองไม่ได้ จำเป็นต้องได้รับจากอาหารภายนอก ได้แก่ Valine, isoleucine, Lysine, tryptophan, phenylalanine threonine, methionine, leucine, his tidine -- จำเป็นในเร็วเท่านั้น 2) กรดอะมิโนไม่จำเป็น (non-essential amino acid ) ร่างกายสังเคราะห์เองได้ 1
ページ6:
การสูญเสียสภาพของโปรตีน (protein denaturation) : เป็นการสูญเสียสภาพ 30 ของโปรตีน ทำให้ protein ทำงานได้ไม่ปกติ และเป็นการทำลายโครงสร้างทุกระดับ ยกเว้น ปฐมภูมิ เพราะการเสียสภาพไม่มีผลต่อ พันธะเพปไทด์ ซึ่งจัยที่มีผลต่อการเสียสภาพของโปรตีน ความร้อน การทดสอบโปรตีน ค่า p สารเคมีบางชนิด + - สารละลายใบเรา ถ้ามีโปรตีนตั้งแต่ 4 พันธะขึ้นไป จะทำให้เป็น สีม่วง ลิขิต (Lipid ) : สารชีวโมเลกุลที่ไม่เป็น polymer ละลายน้ำ ไม่ละลายเลย แบ่งกลุ่มได้ 2 ชนิด 1) ไตรกลีเซates (triglyceride) : พบมากที่สุด แหล่งพลังงานที่สำคัญ : เกิดจาก glycerol 1 (1969 กับ fatty acid 3 โมเลกุล เชื่อมกันด้วย พันธะเอสเทอร์ - กรดไขมัน ( fatty acid ) : ประกอบด้วย C ตั้งแต่ 11 ขึ้นไป แบ่งได้ 2 ชนิด 1) กรดไขมันอิ่มตัว - พบเฉพาะพันธะเดี่ยว ไม่ว่องไวต่อปฏิกิริยา พบมากในไขมันสัตว์ (fat) - 2) กรดไปมันไม่อิ่มตัว พบพันธะคู่อย่างน้อย 1 ตำแหน่ง ว่องไวต่อปฏิกิริยา พบมากในน้ำมันที่ น้ำมันมะพร้าว ปาล์ม น้ำมัน นิ้ว (Polar) - ฟอสเฟต 2) ฟอสเฟต (Phospholipid ) : องค์ประกอบสำคัญของ membrane ในเซลล์ โครงสร้างมี 2 ส่วน 4 หาง (non Polar) - fatty acid ฟอสโฟลิฟ้อทั่วไปจะเรียงตัวเป็น 2 ชั้น เรียกว่า phospholipid Bilayer -> outside tnside 3) สเตอรอยด์ (Steroid) : พบเฉพาะในเซลล์ยูคาริโอตเท่านั้น ! โครงสร้างพื้นฐานประกอบด้วย วงแหวน 4 23 พบมากที่สุดในเนื้อเยื่อสัตว์ - คอเลสเตอรอล และลงมาเทรดใน โครงสร้าง membrane ทำหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุม membrane fluidity ฯลฯ → กรดนิวคลีอิก ( Nucleic Acid ) : เป็นสารพันธุกรรม (genetic meterial ) - ควบคุมการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากรุ่นสู่รุ่น ( Acid) : เกิดจากหน่วยย่อย คือ นิวคลีโอไทด์ (nucleotide) 1) deoxyribonucleic acid (DNA) -2) ribonucleic acid (RNA) d นิวคลีโอโต แต่จะหน่วยย่อยมีองค์ประกอบ 3 ส่วน 1) น้ำตาลคาร์บอน 5 อะตอม (pentose) - RNA : ribose เป็นองค์ประกอบ - DNA : Deoxyribose เป็นองค์ประกอบ 2) เบสไนโตเจน (nitrogenous base) 1) เมอคิวรีน (purine) : 6933 สร้าง 2 วงแหวน Ladenine (A) / guanine (G) -2) เมล์อฟริกัน (pyrimidine) โครงสร้าง 1 วงเวบวน - Cytosine (C) / thymine (7)/ uracil (U)
ページ7:
3) 33 หมู่ 4 (Phosphate group) : นิวคลีโอไทด์ตั้งแต่ 9 โมเลกุลมาต่อกัน ผ่านปฏิกิริยา โฮเดรชั่น จะเกิดพันธะโควาเลนต์ที่เชื่อมหัวคลีโอไทด์ เรียกว่า พันธะฟอส ไอเอสเทอร์ (phosphodiester bond) เกิดง่ายที่เรียกว่า polynucleotide ส่วนปลายที่มีหมู่ฟอสเฟตอิสระอยู่ เรียกว่า 50 อีกปลายที่มีหมู่ 01 เหลืออยู่ เรียกว่า 3 04 polynucleotide 2 สายพันกันเกิดเป็น DNA ATP (adenosine triphosphate) : เป็นตัวกลางสำคัญในการสะสม และการปล่อยพลังงานในกระบวนการเมแทบอลิซึม : เป็นตัวรับและปล่อย 2 ในกระบวนการหายใจระดับเซลล์ NAD+/FAD
ページ8:
ถ้ากรดอะมิโน 2 โมเลกุลมาเชื่อมต่อกันจะเกิด ปฏิกิริยา dehydration, reaction ทำให้เกิดน้ำ 1 โมเลกุล และ สารที่เกิดใหม่ เรียกว่า “ไดเพปไทด์” พันธะเพปไทด์ เชื่อมระหว่างกรดอะมิโน ถ้านำมาต่อกันจำนวนมาก จะเรียกว่า “พอเพปไทย” และถ้ามีขนาดใหญ่มากขึ้นจะกลายเป็น โปรตีน สมพอลิเพปไทด์ จะมีทิศทาง โดยปลายสายข้างหนึ่งมีหมู่อะมิโนอิสระอยู่ เรียกปลายด้านที่ว่า N-terminus ส่วนปลายสาย กบ้าง มีหมู่คาร์บอกซีดเหลืออยู่ เรียกว่า C-terminus H-N-C H ° R₁ OH + HEN H₂O Peptide bond H H H H 0 H 0 -C -OH N C-C -N+C- -C -OH R₁₂ N-terminus R H R, C-terminus นิยมเขียนจาก N - C เสมอ โปรตีน (protein) มาจากทางเรา คำว่า protoss แปลว่า ความสำคัญอันดับหนึ่ง มีบทบาทและหน้าที่ดังนี้ 1) เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเคมีในร่างกาย (Catalyst) - ให้ความแข็งแรง ป้องกันอันตราย 3) ใช้ในการลำเลียงสารและแก๊สต่างๆ 4096ตัวได้ สำหรับการเคลื่อนไหวของสัตว์ 5) ควบคุมการทำงานของร่างกาย 6) สะสมสารอาหาร 1) ป้องกันและกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย 8) เป็นสารพิเ โครงสร้างโปรตีน แบ่งได้เป็น 4 ระดับ 1) ปฐมภูมิ (primary stucture) * เกิดจากพอลิเพปไทด์สายเดียว ที่เชื่อมกันด้วย พันธะเพปไทด์ (peptide bord) -2) noivatal (secondary stucture) d : เกิดจากพอลิเพปไทด์สายเดียว มีแรงยึดเหนียว งยึดเหนี่ยวเป็นพันธะไฮโดรเจน ระหว่างพันธะเพปไทด์ อาจมีรูปร่างเป็นเกลียว (ณ - helix ) / อาจคล้ายแผ่นจีน (B- pleated Sheet) ก็ได้ -3) monesjal (tertiary stucture) พันะโอซัลไฟด์ : เกิดจากพอเพปไทด์สายเดียว ที่มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างหมู่โซ่ช้าง เช่น พันธะไฮโดรเจน ในฮะโอออนิก, แสงแวนเดอร์วาลส์ 4) จตุรภูมิ (quaternary stucture) • เกิดจากพอลิเพปไทด์มากกว่า 1 สาย 9
ผลการค้นหาอื่น ๆ
คำถามที่เกี่ยวข้องกับโน้ตสรุปนี้
มัธยมปลาย
ชีววิทยา
อยากติดสอวน ชีวะแต่เวลาเหลือสามเดือนทำไงให้เก็บหมดดีคะ
มัธยมปลาย
ชีววิทยา
หาเพื่อน dek70 เมคเฟรนด์อ่านหนังสือคั้บบ
มัธยมปลาย
ชีววิทยา
สอบถามหน่อยค่ะตอนนี้เราอยู่ม.3ช่วงปิดเทอมเราอยากจะเก็บเนื้อหาม.4ควรเริ่มต้นยังไงคะและเราอยากลองสอบสอวนชีวะควรเริ่มต้นอ่านหนังสือยังไงดีคะ
มัธยมปลาย
ชีววิทยา
หาเพื่อนที่ชอบชีวะคะ พอดีอยากทำแฟลชการด์เนื้อหาชีวะ แล้วเราทำกับเพื่อน1คนอยากหาคนทำด้วยกันคะจะได้ประหยัดเวลาสามารถแบ่งเนื้อหาที่ทำและแชร์เนื้อหาที่ทำเป็นแฟลชการด์ด้วยกัน #เหตุผลที่จะทำแฟลชการด์เพราะว่าท่องแล้วมันมันส์มือมากพออ่านแล้วก็พลิกสามารถใช้เวลาท่องทำวันแทนโทรศัพท์ได้เลย😂
มัธยมปลาย
ชีววิทยา
Tgat คณะแพทย์ขั้นต่ำ 78 -76 ใช่มั้ยคะ มช. มข. จุฬา อยากได้แนวทางเตรียมตัวกับติวพร้อมอยากถามพี่ๆที่เคยผ่านรอบสัมภาษณ์ด้วยค่ะ ว่าคำถามยากรึป่าว
มัธยมปลาย
ชีววิทยา
ขอเฉลยหน่อยได้มั้ยคะ ทำไม่เป็น🥹
มัธยมปลาย
ชีววิทยา
ช่วด้วยค่ะะ
มัธยมปลาย
ชีววิทยา
ใครมีสรุปชีวะ ม4 เทอม1-2บางค้าบบบบบบ
มัธยมปลาย
ชีววิทยา
ข้อ 5 และ ข้อ6 ช่วยหน่อยค่ะ
มัธยมปลาย
ชีววิทยา
ช่วยตอบหน่อยได้ไหมคะที่พี่สรุปEvolution สมช. ย่อมาจากอะไรคะ
News
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น