ノートテキスト
ページ1:
LAW3104 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ขอบเขตสอบไล่ ภาคพิเศษ 1. ม.15ตอนตน อาญา17,25(3) (5) วรรคสอง เทียบเคียง 19วรรคสอง 2. ม.17 25(4), เทียบเคียง 19วรรคหนึ่ง คดีมีหรือไม่มีทุนทรัพย์ 3. ม.28,29,30,31 ถอดคำบรรยายอาจารย์พัชรดา ศาลเล็ก คดีเล็ก คดีแพ่งมี ทุนทรัพย์ไม่เกิน3แสน คดีอาญา จําคุกไม่เกิน3ปี หรือปรับไม่เกิน6หมื่นบาท ศาลใหญ่ คดีใหญ่ - คดีแพ่งมี ทุนทรัพย์เกิน3แสน หรือคดีไม่มีทุนทรัพย์ คดีอาญา จำคุกเกิน3ปี หรือปรับเกิน6หมื่นบาท หมวดที่สอง เขตอำนาจศาล มาตรา15 ตอนต้นห้ามศาลยุติธรรมรับคดีซ้ำซ้อน หลัก ห้ามศาลยุติธรมห้ามรับคดีที่ศาลยุติธรรมอื่นรับประทับฟ้องไว้โดยชอบมาพิจารณา เป็นการห้ามศาลรับเอาคดีเดียวกันเข้ามาพิจารณาพิพากษาในหลายศาล มีสองประเด็น 1. การรับพิจารณาพิพากษาให้ดูวันประทับรับฟ้อง นับวันประทับรับฟ้อง ไม่ใช่วันยื่นฟ้อง ในคดีอาญา ถ้าความผิดเกิด คดีอาญาจะ แยกเป็นสองโซน คือ 1) อัยการฟ้อง ผ่านพนักงานสอบสวนจึงมาหาพนักงานอัยการ แล้วค่อยไป ศาลสามารถนัดสืบพยานได้เลย แปลว่าผ่านการตรวจสอบสองรอบแล้ว ไม่ พระธรรมนูญศาลยุติธรรม IG: STUDYGRAM_PUU
ページ2:
มีมาไต่สวนมูลฟ้องแล้ว แปลว่าศาลรับฟ้องเสมอ เว้นแต่สนใจที่จะไต่สวน มูลฟ้องก่อน ซึ่งน้อยมาก ๆ 2) ราษฎรฟ้อง โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยมาที่ศาล ซึ่งอาจทำผ่านทนายความ ไปที่ศาล แสดงว่ายังไม่ถูกกรอง ศาลคือด่านที่หนึ่ง ผลคือในคดีที่ราษฎร เป็นโจทก์ฟ้อง ศาลต้องทําการสอบสวนหามูลคดีก่อนว่าความผิดที่เกิดขึ้น ทางอาญามีหรือเกิดขึ้นไหม ศาลจะสั่งให้มีการนัดไต่สวนมูลฟ้อง ถ้าคดีมี มูล ศาลจะสั่งประทับรับฟ้อง คดีจึงจะเข้าสู่ระบบแปลว่ารับฟ้องแล้ว แต่ ถ้าไม่มีมูล ศาลจะพิพากษายกฟ้อง เท่ากับว่าคดีจะจบไปจากศาลแล้วเอา มาฟ้องใหม่ไม่ได้ เป็นฟ้อง ทันที ส่วนในคดีแพ่ง โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยไปที่ศาล ศาลสั่งรับประทับฟ้อง ให้โจทก์ นำส่งหมายนัดแปลว่ารับฟ้องแล้ว เช่น วันที่หนึ่ง โจทก์นำคดีแพ่งทุนทรัพย์ห้าล้านบาท คดีใหญ่) ไปยื่นที่ศาล แพ่งรัชดาเพราะเหตุเกิดที่เขตรัชดา ศาลให้รอคำสั่ง วันที่สอง โจทก์น่าคดีเดียวกัน ไปยื่นที่ศาลจังหวัดนนทบุรีเพราะจําเลยมี ภูมิลําเนาทีนั่น ศาลจังหวัดนนทบุรีสั่งรับประทับฟ้องให้โจทก์นำส่งหมายนัด วันที่สาม ศาลแพ่งสั่งประทับฟ้องให้โจทก์น่าส่งหมายนัดเช่นกัน คำถาม ศาลแพ่งมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีหรือไม่ คำตอบ ไม่ได้ เนื่องจากศาลแพ่งยังไม่ได้สั่งว่ารับหรือไม่รับเพราะให้รอคำสั่ง เมื่อศาลจังหวัดนนทบุรีมีคำสั่งประทับรับฟ้องก่อน ศาลยุติธรรมอื่นจึงไม่มีสิทธิ รับเอาคดีเดียวกันไปพิจารณาพิพากษาได้อีกเพราะถูกต้องห้ามตามมาตรา15 ตอนต้น ถึงแม้ว่าศาลแพ่งจะรับประทับฟ้องภายหลังแล้วก็ตาม 2. การประทับรับฟ้องต้องกระทำาโดยชอบด้วยกฎหมาย (วิแพ่ง วิอาญา พระ ธรรมนูญ อำนาจศาล องค์คณะ ต้องครบ) พระธรรมนูญศาลยุติธรรม IG: STUDYGRAM_PUU
ページ3:
+ รับฟอง + รับโดยชอบด้วยกฎหมาย = คดีเข้าสู่ระบบ สามารถที่จะพิจารณา พิพากษาได้ = รับฟอง + รับโดยมิชอบด้วยกฎหมาย = ไม่รับ คดียังไม่เข้าสู่ระบบ ศาลอื่นยังคง รับเอาคดีไปพิจารณาไปพิพากษาได้ ไม่ถูกห้ามตามมาตรา15ตอนต้น เช่น วันที่หนึ่งโจทก์นำเอาคดีอาญาอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป(คดีใหญ่) ไป ยื่นฟ้องที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง 15 ตุลา แต่เนื่องด้วย คดีเกิดหลายสถานที่และเกี่ยวเนื่องกัน โจทย์จึงนำเอาคดีเดียวกันไปยื่นฟ้องที่ศาล อาญาพระโขนง ศาลอาญาพระโขนงนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 20 ตุลา ใน15 ตุลา ศาลจังหวัดสมุทรปราการให้นายเอกผู้พิพากษาประจําศาล ขึ้นไต่สวน มูลฟ้องคนเดียว นายเอกเห็นว่าคดีมีมูลจึงสั่งประทับรับฟ้อง ใน20 ตุลา ศาลอาญาพระโขนงให้นายโทผู้พิพากษาอาวุโส ขึ้นไต่สวนมูลฟ้องคน เดียว เห็นว่าคดีมีมูลจึงสั่งประทับรับฟ้อง คำถาม ศาลใดมีอำนาจในการพิจารณาพิพากษาคดี ตอบ ในคดีอาญาเมื่อราษฎรฟ้องต้องมีการไต่สวนมูลก่อนเสมอ ประเด็นแรก นายเอกผู้พิพากษาประจำศาลคนเดียวไม่มีอำนาจตามมาตรา 25(3) และวรรคสอง การไต่สวนมูลฟ้องจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ยังไม่มีศาลใดรับฟ้อง ประเด็นที่สอง นายโทผู้พิพากษาอาวุโสคนเดียว มีอำนาจตามมาตรา25(3) เนื่องจากไม่ได้มีการห้าม การไต่สวนมูลฟ้องชอบด้วยกฎหมาย ศาลอาญาพระ โขนงจึงมีอำนาจในการพิจารณาพิพากษาคดีได้ไม่ขัดต่อมาตรา15ตอนต้น พระธรรมนูญศาลยุติธรรม IG: STUDYGRAM_PUU
ページ4:
เขตอำนาจศาลแขวง องค์คณะหนึ่งคนทำอะไรได้บ้าง มาตรา17 24 252.1 มาตรา17 ศาลแขวง ผู้พิพากษาเพียงหนึ่งคนเป็นองค์คณะได้แล้ว สามารถไต่สวน สั่ง พิจารณาคดี พิพากษา คดี ได้ภายใต้บทบัญญัติมาตรา24และ252.1 1. ไต่สวน คือ การสอบสวนหามูลความจริงหรือเหตุผลที่กล่าวอ่างของผูรองขอหรือ ผู้ฟ้องคดี โดยศาลเป็นคนทํางานนี้ บน 2. สั่ง คือ การออกคำสั่งโดยตนเองหรือมีผู้ร้องขอเข้ามาให้ออกคำสั่งตามคำร้อง 3. พิจารณาคดี คือ ขั้นตอนของการสืบพยานในคดีหรือไต่สวนหาข้อเท็จจริงในคดี ของศาลเพื่อนำไปวินิจฉัยคดีต่อไป 4. พิพากษา คือ การตัดสินคดีหลังจากพิจารณาตัวพยานหลักฐานที่สืบพยานกันมา มาตรา17+25 ศาลแขวงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาไต่สวน สั่ง เกี่ยวกับคดี ม.25 ผู้พิพากษาหนึ่งคนเฉพาะศาลชั้นต้น ศาลจังหวัด ศาลแพ่งต่าง ๆ ศาลอาญาต่าง ๆ มีอำนาจพิจารณา พิพากษา ไต่สวน สั่ง มาตรา17+25(3) ศาลแขวงสามารถไต่สวนมูลฟ้องในคดีอาญา ม.25 (3) ผู้พิพากษาหนึ่งคนในศาลจังหวัดหรือศาลอาญาต่าง ๆ สามารถที่จะไต่สวน มูลฟ้องและสั่งในคดีอาญาได้ การที่มีศาลแขวงหรือผู้พิพากษาหนึ่งคนทำการไต่สวน มูลฟ้องคดีอาญา คือ การสอบสวนหาความจริงในคดีว่ามีมูลเกิดเหตุนั้นขึ้นหรือไม่ ถ้ามีมูลศาลจะสั่งประทับรับฟ้อง = คดีเข้าสู่ระบบ พิจารณาพิพากษาคดี = = ถ้าไม่มีมูลศาลจะพิพากษายกฟ้อง = คดีจบไปจากศาลแล้ว เพราะตัดสินแล้ว ม.17+25(3) ศาลแขวง คดีอาญาอัตราโทษไม่เกิน3ปี หกหมื่น เป็นคดีเล็ก ผู้ พิพากษาหนึ่งคนหรือศาลแขวงสามารถไต่สวนมูลฟ้องและสั่งในคดีอาญาได้ จะสั่ง ประทับรับฟ้องก็ได้หรือจะสั่งยกฟ้องก็ได้ พระธรรมนูญศาลยุติธรรม IG: STUDYGRAM_PUU
ページ5:
กลับกันถ้าเป็นกรณีศาลใหญ่ เช่น ศาลจังหวัด ศาลอาญาต่าง ๆ อัตราโทษเกิน3ปี 6 หมื่น ผู้พิพากษาหนึ่งคนสามารถไต่สวนมูลฟ้องและสั่งรับฟ้องได้ แต่จะสั่งยกฟ้อง ไม่ได้ตามมาตรา31(1) เหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ ต้องใช้ทางแก้ตามมาตรา 29(3) ม.17+25(4) อำนาจศาลแขวงในการพิจารณาพิพากษาคดีแพ่ง ม.25(4) ผู้พิพากษาหนึ่งคนในศาลจังหวัดหรือศาลแพ่งต่าง ๆ มีอำนาจพิจารณา พิพากษาคดีแพ่ง = คดีแพ่ง = คดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน3แสนบาท ศาลแขวงดูแล ในทางกลับกันถ้าเป็นคดีไม่ มีทุนทรัพย์หรือทุนทรัพย์เกิน3แสนบาท ศาลแขวงดูแลไม่ได้ ต้องไปศาลใหญ่คือศาล จังหวัด หรือศาลแพงต่าง ๆ ประเภทคดีแพง = 1. คดีมีทุนทรัพย์ (มีทุนทรัพย์และไม่เกินสามแสน อำานาจศาลแขวงดูแลได้) - คดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณราคาเป็นเงินได้ จะเป็นคดีที่มีการ เรียกร้องเอากรรมสิทธิ์หรือทรัพย์สินให้กลับมาเป็นของตนเองหรือของกองมรดก ขณะเรียกร้อง ผู้เรียกร้องยังมิได้เป็นเจ้าของ กรรมสิทธิ์ ถึงได้เรียกร้องมาเป็นของ ตนเอง เช่น เรียกร้องเอาที่ดิน ฟ้องเงินกู้ เรียกเงินต้นและดอกเบี้ยคืน ฟ้องเรียก ค่าเสียหายฐานผิดสัญญา ละเมิด เงินที่เสียภาษีไปแล้ว เป็นของแผ่นดินแล้ว) เช่น ฟ้องเรียกทรัพย์มรดกกลับสู่กองมรดกเพราะมีผู้ละเมิดนำออกไปใช้ หรือ ฟ้องเรียกเงินต้นและดอกเบี้ยเงินกู้คืน(ยืมใช้สิ้นเปลือง กรรมสิทธิ์โอนแล้ว กรรมสิทธิ์จึงอยู่กับผู้กู เมื่อไปเรียกคืนเงินจึงเป็นของผู้กู้ เรียกเงินนั้นกลับมาเป็น ของเรา) ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนฐานละเมิด ฟ้องเรียกค่าเหมาก่อสร้างที่ค้าง ชำระ 2. คดีไม่มีทุนทรัพย์ คดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันมิอาจคำนวณราคาเป็นเงินได้ (ตัดศาลแขวงออกไปได้เลย) พระธรรมนูญศาลยุติธรรม IG: STUDYGRAM_PUU
ページ6:
1) คดีที่ไม่มีการเรียกร้องเอากรรมสิทธิ์หรือทรัพย์สินให้กลับมาเป็นของตนเอง หรือกองมรดก (ผู้เรียกร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์) บ เช่น ฟ้องขับไล่แม้จะเรียกค่าเช่าหรือค่าเสียหายมาด้วยก็ตาม ฟ้องให้ ปฏิบัติตามสัญญา รองจัดตั้งผู้จัดการมรดก รองบุคคลสาบสูญ รอง ครอบครองปรปักษ์(มีสิทธิเป็นเจ้าของแล้ว) ร้องให้ศาลสั่งเป็นผู้ได้ ความสามารถหรือผู้เสมือนไร้ความสามารถ ตั้งผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ พ่อง ขอสิทธิได้รับบ้านาญ 2) คดีที่มีการเรียกร้องเอากรรมสิทธิ์หรือทรัพย์สินให้กับบุคคลอื่น ไม่ใช่ผู้ เรียกร้อง เช่น โจทก์ฟ้องจำเลยเรียกคืนเงินกู้หนึ่งล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละสิบ ห้า ขณะฟ้อง จำเลยโอนที่ดินให้กับนายเฮงเพราะเหลือทรัพย์สินแค่ที่ดิน แปลงเดียว(กลัวถูกบังคับคดี) โจทก์จึงฟ้องอีกคดีเป็นการฟ้องเพิกถอนนิติ กรรมที่ทําให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ (เพิกถอนการให้ที่ดิน) เมื่อเพิกถอน ที่ดิน กลับมาเป็นของจำเลย กรณีนี้จึงเป็นการเรียกร้องกรรมสิทธิ์ให้จำเลยมิใช่ ตัวโจทก์ เช่น นายก.โจทก์ฟ้องขับไล่ผู้เช่าที่ไม่ยอมจ่ายค่าเช่า(คำขอหลัก) และเรียกค่าเช่าที่ค้าง สองแสนบาท(คำขอรอง) หรือ นายข.โจทก์ฟ้องเรียกค่าเช่าที่ค้างสองแสนบาท คำถาม ศาลแขวงพระนครเหนือมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเหล่านี้หรือไม่ ตอบ ประเด็นที่หนึ่ง ฟ้องขับไล่ ขณะเรียกร้องผู้ฟ้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ในขณะเวลา ฟ้องคดี จะดูคำขอหลักไม่ดูคำขอรอง เมื่อคำขอหลักเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ศาลแขวงจึง ดูแลคดีนี้ไม่ได้ ประเด็นที่สอง ฟ้องเรียกค่าเช่าที่ค้าง ในขณะเรียกร้องเงินสองแสนยังมิได้เป็นกรรมสิทธิ์ ของโจทก์ คดีนี้จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน3แสน ศาลแขวงจึงดูแลคดีนี้ได้ พระธรรมนูญศาลยุติธรรม IG: STUDYGRAM_PUU
ページ7:
ข้อสังเกต วิเคราะห์ว่าคดีว่ามีหรือไม่มีทุนทรัพย์ 1. ดูจากคำขอท้ายฟ้อง เช็คคำขอหลัก คำขอรอง เช่นฟ้องขับไล่เรียกค่าเช่าหนึ่งล้าน ให้ดูแค่คำขอหลักคือฟ้องขับไล่ หรือฟ้องให้รื้อรั้ว (กระทำการเรียกค่าเสียหายหนึ่ง หมื่น 2. ดูทั้งคำฟ้องและคำให้การ ถ้าฟ้องมาแบบคดีไม่มีทุนทรัพย์ประเมินค่าไม่ได้ แล้วจําเลยให้ค่าให้การสู้แย่ง กรรมสิทธิ์ จากไม่มีทุนทรัพย์จะกลายเป็นคดีมีทุนทรัพย์ทันที และให้เช็คราคาทุน ทรพยตอ ขอสอบเกา โจทก์ฟ้องขอให้ศาลขับไล่จำเลยออกจากที่ดินราคาสองแสนเจ็ดหมื่นบาทต่อศาลจังหวัด ราชบุรี ต่อมาจำเลยให้การโต้แย้งในเรื่องกรรมสิทธิ์ ว่าที่ดินเป็นของจำเลยโดยการ ครอบครองปรปักษ์ ตอบ เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ แต่เมื่อจำเลยโต้แย้งจึงกลายเป็นคดีมีทุนทรัพย์ โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินราคาประเมินสามแสนบาทต่อศาลจังหวัด จำเลยยื่น คำให้การว่ามีสิทธิอาศัยในที่ดินพิพาทจึงสามารถอาศัยอยู่ในที่ดินได้ ตอบ เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ขึ้นศาลแขวงไม่ได้ และผู้พิพากษาคนเดียวยกฟ้องไม่ได้ พระธรรมนูญศาลยุติธรรม IG: STUDYGRAM_PUU
ページ8:
นาย าต้องการยื่นคําร้องขอจัดตั้งผู้จัดการมรดกของนางดอกไม้มารดาแบบไม่มี พินัยกรรมซึ่งมีที่ดินมูลค่าสามล้านบาทหนึ่งแปลง มีเงินฝากธนาคารสามแสนบาทที่ศาล จังหวัดตลิ่งชัน แต่นายขาวน้องชายร้องคัดค้านว่านายดำร้องคำขอผู้จัดการมรดกของ นางดอกไม้ผิดเพราะต้องทำการแยกยื่นโดยหากต้องการจะร้องขอจัดตั้งผู้จัดการมรดก เกี่ยวกับที่ดิน สามารถร้องขอที่ศาลจังหวัดตลิ่งชันได้ แต่หากเป็นเงินจะต้องร้องขอที่ศาล แขวงตลิ่งชัน ข้อคัดค้านทั้งสองกรณีฟังขึ้นหรือไม่ ตอบ คำร้องขอจัดตั้งผู้จัดการมรดกเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ขึ้นศาลแขวงไม่ได้ นายอำานวยฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดว่านายพิทักษ์บุกรุกที่ดินของตนซึ่งมีราคาประเมินสาม แสนบาท ขอให้ศาลพิพากษาขับไล่นายพิทักษ์ออกจากที่ดิน นายพิทักษ์ยื่นคำให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณะ ไม่ใช่ที่ของนายอำนวย นายพิทักษ์จึงไม่ต้องออกจากที่ดิน ขอให้ศาลยกฟ้อง นายบำรุงผู้พิพากษาจังหวัดมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้คนเดียว หรือไม่ ตอบ คดีขับไล่เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ แต่เมื่อจำเลยให้การต่อสู้ว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ สาธารณะ ไม่ใช่การต่อสู้กรรมสิทธิ์จึงไม่ทำให้กลายเป็นคดีมีทุนทรัพย์ คดีนี้จึงไม่อยู่ใน อำนาจของผู้พิพากษาคนเดียว นายทองฟ้องว่านายแม้นทำสัญญาเช่ารถยนต์กับนายทอง(รถยนต์ราคาสามแสนบาท) ตกลงค่าเช่าสามเดือน เดือนละหนึ่งแสนบาท เมื่อถึงกำหนดคืนรถยนต์นายแม้นไม่ยอม ส่งมอบคืนรถยนต์ให้กับนายทอง ขอให้ศาลพิพากษาให้นายแม้นส่งมอบรถยนต์คืน ต่อมานายแมนยื่นคําให้การว่ารถยนต์เป็นของนายแม้นโดยได้ชื่อรถยนต์จากนายทอง แล้ว นายแม้นจึงไม่คืน ขอให้ศาลพิพากษายกฟ้อง ผู้พิพากษาคนเดียวมีอำนาจพิจารณา คดีนี้หรือไม่ พระธรรมนูญศาลยุติธรรม IG: STUDYGRAM_PUU
ページ9:
ตอบ คําฟ้องคดีนี้เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ แต่จำเลยให้การต่อสู้กรรมสิทธิ์ ทําให้คดีนี้ กลายเป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามราคาทรัพย์สินที่พิพาท เมื่อทุนทรัพย์ไม่เกินสามแสนบาทจึง อยู่ในอำนาจของผู้พิพากษาคนเดียวในศาลชั้นต้นที่จะพิจารณาพิพากษาคดีนี้ได้ตามพระ ธรรมนูญศาลยุติธรรมมาตรา25(4) นายเศรษฐีให้นายจนเช่าบ้านอยู่อาศัย จ่าค่าเช่าบ้านเดือนละสามแสนบาท นายจติดค้าง ค่าเช่าบ้านสิบเดือน นายเศรษฐีขอร้องให้นายจนจ่ายค่าเช่า ายค่าเช่าบ้าน แต่นายจนไม่มาจ่าย นายเศรษฐีจึงฟ้องขับไล่นายจนและเรียกเงินค่าเช่าที่ค้างชำระสิบเดือนด้วย นายเศรษฐี จะฟ้องที่ศาลใดและองค์คณะในการพิจารณาพิพากษามีอย่างไร ตอบ คำขอหลักคือฟ้องขับไล่เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ แม้คำขอรองคือฟ้องเรียกค่าเช่าจะ เป็นคดีมีทุนทรัพย์ แต่ให้ดูที่คำขอหลักไม่ดูคำขอรอง เมื่อเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ต้องไป ฟ้องศาลจังหวัด องค์คณะต้องมีตั้งแต่สองคนขึ้นไป นายสมเกียรติออกเช็คสั่งจ่ายเงินสี่แสนมอบให้นางสาวจารุณีถือไว้เป็นประกันเงินกู้ จํานวนสามแสน ต่อมาได้ชำระหนี้ให้นางสาวจารุณีครบถ้วนแล้ว แต่นางสาวจารุณีไม่ ยอมคืนเช็ค ต้องการฟ้องขอให้ศาลบังคับนางสาวจารุณีส่งคืนเช็ค ศาลแขวงหรือศาล จังหวัดมีอำนาจพิจารณาคดีนี้ ตอบ ไม่มีมูลหนี้เหลืออยู่แล้ว เช็คจึงเป็นของตนอยู่แล้ว ไม่ได้มีการเรียกร้องเอา กรรมสิทธิ์ จึงเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ศาลจังหวัดมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ พระธรรมนูญศาลยุติธรรม IG: STUDYGRAM_PUU
ページ10:
เช็คราคาทุนทรัพย์ คือ การหาที่มาของตัวเลขทุนทรัพย์เพื่อเรียกร้องจากจำเลยในคดี ให้ คำนวณถึงวันฟ้อง ถ้าเป็นคดีขึ้นสู่ศาลแขวงศาลเล็ก ต้องไม่เกินสามแสน ถ้าเป็นศาลจังหวัดหรือศาลแพ่ง ต่าง ๆ (ศาลใหญ่)เกินสามแสน หลักเกณฑ์ในการคำนวณราคาทุนทรัพย์ 15ข้อ 1. โจทก์คนเดียว ฟ้องจำเลยคนเดียว เรียกเอาทรัพย์เดียว = รวมทุนทรัพย์ 2. โจทก์คนเดียว ฟ้องจำเลยคนเดียว เรียกเอาทรัพย์หลายสิ่ง = ดูว่ามูลหนี้เป็นหนี้ รวมกันหรือไม่ = 1) ถ้าร่วมกันให้รวมทุนทรัพย์ เช่นโจทก์ฟ้องจำเลยรับผิดฐานขับรถชนโจทก์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสขาดงานนานกว่าสองเดือน มีค่ารักษาพยาบาลและค่า ขาดการงาน ค่าทำขวัญรวมแปดแสนบาท ค่าสินไหมทดแทนพวกนี้เกิด จากหนี้เดียวกัน 2) ถ้าแยกก็ให้แยก เช่นโจทก์ฟ้องจําเลยให้ร้บบผิดกรณีรับเหมาก่อสร้างบ้าน และสระว่ายนํ้า บ้านหลังคารั่ว สระว่ายน้ำเครนมีปัญหา ถังเก็บน้ำไม่ตรงส เป๊ก หลังคาบ้านสี่แสนและสระว่ายน้ำแปดแสนรวมกันได้ แต่ถังเก็บน้ำห้า หมื่นรวมไม่ได้ 3. โจทก์คนเดียว ฟ้องจำเลยคนเดียว เรียกเงินตามสัญญากู้หลายฉบับ = รวมทุก ฉบับ = 4. โจทก์คนเดียว ฟ้องจำเลยคนเดียว เรียกเงินตามเช็คหลายฉบับ = รวมทุกฉบับ 5. โจทก์คนเดียว ฟ้องจำเลยคนเดียว รับผิดตามสัญญาแยกต่างรายรับผิด คือ แยกสัญญาดูทีละราย เช่นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ค้ำประกันการให้ทุนเรียนต่อกับ นายก. นายข.คนละสองแสน แต่ทั้งสองไม่คืนทุน การรับผิดต้องดูทีละราย จำเลย รับผิดเรื่องของก.สองแ องแสน เรื่องของข.สองแสน กรณี กรณีนี้ยื่นฟ้องศาลแขวง เพราะ ตางรายรับผิด พระธรรมนูญศาลยุติธรรม IG: STUDYGRAM_PUU บ
ページ11:
ข้อยกเว้น ถ้าเป็นเรื่องของสถาบันการเงินที่ทำการฟ้องลูกค้าตัวเองที่ทำธุรกรรม หลายอย่าง โดยส่วนใหญ่เป็นการขอสินเชื่อ ให้รวมทุกฉบับแล้วฟ้องได้ (ฎีกา ประชุมใหญ่ 4039/2543) 6. โจทก์คนเดียว ฟ้องจำเลยคนเดียว ตามสัญญาเล่นแชร์หลายสัญญา(หลายวง) ให้ แยกตามเลนแชร์แต่ละสัญญา เช่นโจทก์ฟ้องจําเลยในแชร์สามวง วงที่หนึ่งสอง แสน วงที่สองสองแสน วงที่สามสองแสน แล้วโจทก์หนีไป 7. โจทก์คนเดียว ฟ้องจำเลยหลายคน ต้องดูว่าจำเลยหลายคนต้องรับผิดร่วมกัน หรือแยกกัน 1) ถ้าร่วมกันให้รวมทุนทรัพย์เข้าด้วยกัน เช่น โจทก์ฟ้องจำเลยที่หนึ่งขับรถชน โจทก์ขณะส่งน้ำแข็งให้กับโรงงานจำเลยที่สอง เรียกค่าสินไหมห้าแสน นายจ้างและลูกจ้างต้องร่วมกันรับผิดฐานละเมิด คดีนี้ขึ้นศาลจังหวัด 2) ถ้าหนี้แยกกันให้แยกทุนทรัพย์ เช่นที่ดินผืนหนึ่งโจทก์เป็นเจ้าของ จำเลยที่ หนึ่งบุกรุกเข้ามาปลูกข้าวโพด จำเลยที่สองตักหน้าดินไปขาย โจทก์เรียก ค่าเสียหายคนละสามแสนบาท คดีนี้ฟ้องศาลแขวง 8. โจทก์คนเดียว ฟ้องจำเลยหลายคน แต่หลายสำนวน(แยกสำนวน) ให้ดูทุนทรัพย์ แยก แม้ศาลจะสั่งรวมพิจารณาก็ตาม แต่ทุนทรัพย์แยกกัน 9. โจทก์หลายคน ฟ้องจำเลยคนเดียว ให้ดูว่าโจทก์ใช้สิทธิเฉพาะตัวหรือไม่ 1) ใช้สิทธิเฉพาะตัว แยกทุนทรัพย์ เช่น โจทก์หนึ่งสองฟ้องเรียกร้องให้จำเลย รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนคนละสามแสน เนื่องจากจำเลยขับแล้วหลับ ใน ทําให้ทั้งสองได้รับบาดเจ็บ ฟ้องศาลแขวง 2) ไม่ใช้สิทธิเฉพาะตัว รวมทุนทรัพย์ได้ เช่นโจทก์หนึ่งสองเป็นเจ้าของ กรรมสิทธิ์ในที่ดิน โดยจำเลยเข้ามาบุกรุกทำสนามฟุตบอลบนที่ดิน จึง เรียกร้องค่าเสียหายหกแสนบาท ฟ้องศาลจังหวัด 10. คดีมรดก โจทก์หลายคนฟ้องจำเลยละเมิดเอาทรัพย์มรดกไปใช้ ไม่แบ่งมรดก คดีมรดกต้องรวมทุนทรัพย์เข้าด้วยกัน พระธรรมนูญศาลยุติธรรม IG: STUDYGRAM_PUU
ページ12:
11. โจทก์หลายคนจำเลยหลายคน ดูโจทก์ว่าใช้สิทธิ์เฉพาะตัวหรือไม่ และจำเลยเป็น หนี้ร่วมไหม เช่นโจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลยที่หนึ่งนายจ้างและจำเลยที่สองลูกจ้าง จำเลยที่สองขับรถชนโจทก์ทั้งสองขณะข้ามถนน เรียกค่าเสียหายคนละสามแสน บาท โจทก์หลายคนใช้สิทธิเฉพาะตัว จำเลยทั้งสองเป็นหนี้รวม จำเลยทั้งสอง ร่วมกันจ่ายให้โจทก์ทีหนึ่งสามแสน และร่วมจ่ายให้โจทก์ที่สองสามแสน เช่นเดียวกัน ฟ้องศาลแขวง 12. การร้องสอด เป็นคู่ความฝ่ายที่สามต้องเช็คการเรียกร้องของฝ่ายที่สามว่ามีทุน ทรัพย์เท่าใด 13. การฟ้องแย้ง ดูการเรียกร้องของจำเลยที่ฟ้องแย้งกลับว่าสามารถฟ้องที่ศาลเดิม ได้หรือไม่ ถ้าฟ้องสามแสนแต่ไปฟ้องแย้งสี่แสน ถ้าเกินอำานาจศาลเดิมทำไม่ได้ ต้องตั้งฟ้องใหม่ 14. การร้องขัดทรัพย์ ไปศาลเดิมที่คดีเคยพิพากษา 15. คดีแพ่งเกี่ยวกับคดีอาญา(อาญาสินไหม) ไม่ว่าอัยการหรือราษฎรฟ้องให้ยึดอัตรา โทษคดีอาญาเป็นหลัก ไม่ดูค่าเสียหายทางแพ่งว่าเรียกเท่าไหร่ เช่น ฟ้องไม่เกิน สามปีหกหมื่น แต่ค่าเสียหายหนึ่งล้าน ฟ้องศาลแขวง บ ขอสอบเกา นายหนึ่งทำสัญญาค้ำประกันเงินกู้ของนายไก่และนายไข่ฉบับละสองแสน ต่อนายสอง เมื่อหนี้ถึงกำาหนดชาระนายไก่นายไข่ไม่ชำระหนี้ นายสองให้นายหนึ่งชำระหนี้ นายหนึ่ง ไม่ชำาระ นายสองจะฟ้องให้นายหนึ่งชำระหนี้ที่ศาลแขวงได้หรือไม่ ตอบ สัญญาต่างรายรับผิด ฟ้องศาลแขวงได้ พระธรรมนูญศาลยุติธรรม IG: STUDYGRAM_PUU
ページ13:
นายอุดมต้องการฟ้องเรียกคืนตามสัญญาเล่นแชร์สามสัญญากับนางชม้อย ฉบับละสาม แสน แต่นางชม้อยไม่ยอมคืน หรือศาลแขวง หากจะฟ้องทั้งสามสัญญาในคดีเดียวต้องฟ้องที่ศาลจังหวัด ตอบ ต้องแยกแชรที่ละวง ที่ละวง ยื่นฟ้องที่ศาลแขวง นายกองทัพกู้ยืมเงินนายศักดิ์สี่ครั้ง ครั้งละหนึ่งแสนบาท นายกองทัพไม่ชำระหนี้ นาย ศักดิ์ไปยื่นฟ้องที่ศาลจังหวัดได้หรือไม่ ตอบ ให้รวมสัญญากู้ทุกฉบับ เกินสามแสนฟ้องศาลจังหวัดได้ นายธงต้องการฟ้องนางสาวขวัญตามสัญญากู้เงินสามฉบับ ฉบับละสามแสนบาท ต้อง ฟ้องศาลใด หากคดีนี้อยู่ในเขตอำนาจศาลแพ่งและศาลแขวง ตอบ ให้รวมสัญญากู้ทุกฉบับ เกินสามแสนฟ้องศาลแพ่งได้ นายไชยสั่งจ่ายเช็คให้นางสาวสุดสวยห้าฉบับ ฉบับละหนึ่งแสนบาท นางสาวสุดสวยนำ เช็คไปขึ้นธนาคาร แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายทั้งห้าฉบับ ฟ้องที่ศาลใด ตอบ ให้รวมเช็คทุกฉบับ เกินสามแสนไปฟ้องที่ศาลจังหวัด โจทก์ที่หนึ่งถึงห้า ฟังจำเลยที่หนึ่งคนขับรถตู้ของบริษัทจำเลยที่สอง ให้รับผิดที่ขับรถชน เสาไฟฟ้าทำให้จำเลยทั้งห้าได้รับบาดเจ็บ เรียกค่าสินไหมทดแทนคนละหนึ่งแสนบาท โจทก์ทั้งห้าต้องนำคดีไปฟ้องที่ศาลจังหวัดหรือศาลแขวง และนายศักดิ์ผู้พิพากษาประจำ ศาลแขวงขึ้นพิจารณาพิพากษาคดีคนเดียวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ตอบ โจทก์ใช้สิทธิเฉพาะตัวและจำเลยเป็นหนี้ร่วมกัน ฟ้องที่ศาลแขวง ผู้พิพากษาประจำ ศาลแขวงขึ้นพิจารณาพิพากษาคดีคนเดียวไม่ชอบด้วยกฎหมาย พระธรรมนูญศาลยุติธรรม IG: STUDYGRAM_PUU
ページ14:
มาตรา17+25(5) ศาลแขวงพิจารณาพิพากษาคดีอาญา ม.25(5) ผู้พิพากษาหนึ่งคนในศาลจังหวัดหรือศาลอาญา มีอำนาจพิจารณาพิพากษา คดีอาญา - พิจารณาอัตราโทษไม่เกิน3ปี 6หมื่น ศาลแขวงหรือผู้พิพากษาหนึ่งคนดูแล ส่งคดีนี้ไปให้ศาลใหญ่คือ ศาลจังหวัดหรือศาลอาญาต่าง ๆ - พิพากษาได้แค่อัตราโทษไม่เกิน6เดือน 1หมื่น ศาลแขวงหรือผู้พิพากษาหนึ่งคน ดูแล ถ้าเกินเป้นปัญหามาตรา31 (2) เป็นเหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ มีทาง แกมาตรา29(3) วิธีการคำนวณอัตราโทษ พิจารณา 3ปี 6หมื่น > ศาลแขวงหรือผู้พิพากษาหนึ่งคนทำได้ 1. ฟ้องผิดกฎหมายหลายบท ให้ดูบทหนักสุด (กรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท) 2. ฟ้องผิดหลายกรรม หลายกระทง ให้แยกกรรมแยกกระทง เช่น ยักยอกทรัพย์สามกรรม กรรมละ 3ปี 6หมื่น 3. ฟ้องฐานพยายาม รับโทษสองในสามของโทษเต็ม 4. เด็กอายุไม่เกินสิบสองปีทําผิดอาญา ผิดแต่ไม่ต้องรับโทษ 5. เด็กอายุสิบสองปีขึ้นไปแต่ไม่เกินสิบห้าปีทําผิดอาญา ผิดแต่ไม่ต้องรับโทษ 6. เด็กอายุสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีทำผิดอาญา รับโทษกึ่งหนึ่งของโทษเต็ม 7. เด็กกว่าสิบแปดปีแต่ไม่เกินยี่สิบปีทำผิดอาญา รับโทษกึ่งหนึ่งหรือสองในสาม 8. ฟองผู้ใชใหผู้อื่นกระทําผิด รับโทษหนึ่งในสาม บ บ บบ 9. ฟ้องผู้โฆษณาหรือประกาศให้ผู้อื่นทำผิดอาญา รับโทษกึ่งหนึ่ง 10. ฟ้องผู้สนับสนุน รับโทษสองในสาม 11. ฟ้องที่ศาลแขวง ต่อมามีการแก้ฟ้องทำให้โทษเกิน 3ปี 6หมื่น ศาลแขวงทำต่อ ไม่ได้ให้จําหน่ายคดี เอาคดีออกจากสารบบทั้งหมดเสมือนไม่เคยเกิดเรื่องนั้นมา กอน พระธรรมนูญศาลยุติธรรม IG: STUDYGRAM_PUU
ページ15:
12. การขอเพิ่มโทษมาท้ายฟ้อง ไม่ว่าจะทำที่ศาลแขวง ศาลอาญา ศาลจังหวัด ทำได้ หมด 13. ฟ้องตามบทฉกรรจ์ ยึดโทษตามบทฉกรรจ์ พิพากษา 6เดือน 1หมื่น > ศาลแขวงหรือผู้พิพากษาหนึ่งคนทำได้ ถ้าเกินทำไม่ได้ 1. ความผิดหลายกรรม หลายกระทง ลงโทษทุกกรรมหรือทุกกระทง ให้ดูทีละกรรม หรือทีละกระทง แยกต่างหากจากกัน แม้รวมแล้วเกินก็ได้ เช่น ยักยอกจริงสอง กระทง กระทงละหกเดือน รวมสิบสองเดือน หนึ่งกระทงห้ามเกิน 6เดือน 1หมื่น 2. พิพากษารอการลงโทษ ศาลตัดสินแล้วว่าผิด กำหนดโทษให้แล้ว และมีโทษจำคุก อยู่ด้วย แต่โทษจำคุกให้รอเอาไว้ก่อนโดยจะกำหนดระยะเวลา เพื่อดูความ ประพฤติ หากพ้นกำหนดเวลาไม่ได้กระทำผิดใด ๆ ขึ้นอีก จะพ้นโทษ แต่ถ้าหาก ในเวลาที่รอการลงโทษ จำเลยกระทำผิดซ้ำอีก ศาลอาจตัดสินลงโทษบวกโทษที่ รอเอาไว้ เช่น คดีปัจจุบัน 6เดือน 1 หมื่น รอการลงโทษนานแค่ไหนก็ได้ ให้ดูโทษที่ลง ไม่ดู โทษทีรอ ถ้ามีคดีเก่าและคดีปัจจุบัน(คดีใหม่) คดีปัจจุบันลงโทษไม่เกิน 6เดือน 1 หมุน โดยคดีเก่า 3เดือน รอไว้2ปี รวม9เดือนทําได้ แค่โทษปัจจุบันอย่าเกิน 3. รอการกำหนดโทษ ตัดสินว่าผิดแล้ว แต่โทษยังไม่ถูกกำหนดให้รอการกำหนดโทษ เอาไว้โดยกำหนดระยะเวลา ถ้าภายในระยะเวลาไม่ทำผิดใด ๆ อีก เมื่อ เมื่อพ้นเวลา เท่ากับพ้นโทษ จะรอการกำหนดโทษนานแค่ไหนก็ได้ แต่ถ้าจะกำหนดโทษห้าม เกิน 6เดือน 1หมื่น 4. กักกัน ไม่ใช่โทษ ทําได้สิบปี (ไต่สวนแล้วสั่งได้ทั้งผู้พิพากษาคนเดียวหรือศาล แขวง) 5. คำาสั่งผนวกโทษ เพิ่มวิธีการทำให้ผู้กระทำความผิดหลาบจ๋า ไม่ทําผิดอีก ให้ไปทา ความดีช่วยเหลือสังคม เพิ่มเข้าไปในโทษ 6. การนับโทษต่อจากคดีอื่นเพราะมีคำขอท้ายฟ้อง ทำได้โดยองค์คณะคดีปัจจุบัน พระธรรมนูญศาลยุติธรรม IG: STUDYGRAM_PUU
ページ16:
7. คดีร้องขอคืนของกลางในคดีอาญา สาขาคดีหลักใช้องค์คณะชุดเดิม 8. ตัดสินคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา อาญาสินไหม ยึดการลงโทษคดีอาญาเป็น หลัก ห้ามเกิน 6เดือน 1หมื่น แต่ค่าเสียหายทางแพ่งเท่าไหร่ก็ได้ เช่น จำคุก 3เดือน ค่าเสียหาย 1ลาน ข้อสอบเก่า นายอู๊ดผู้พิพากษาศาลแขวงได้พิจารณาความผิดคดีอาญาฐานลักทรัพย์ จำคุกไม่เกิน 3ปี 6หมิน เห็นควรพิพากษาจำคุกจำเลย1ปี ปรับ6พัน โดยลดโทษจําคุกให้กึ่งหนึ่งคงเหลือ จําคุก 6เดือน แต่จําเลยคดีนี้เคยถูกศาลพิพากษาลงโทษจําคุกในคดีก่อน 3เดือนและศาล รอการลงโทษไว้ 1ปี ต่อมาจำเลยทำผิดในคดีนี้ภายในระยะเวลาที่ถูกรอการลงโทษไว้ ดังนั้นจึงพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยโดยบวกโทษที่รอไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลัง รวมจำคุก9เดือน คำพิพากษาดังกล่าวชอบหรือไม่ บ ตอบ ชอบแล้ว นายดำผู้พิพากษาศาลแขวงพิจารณาคดีอาญาอัตราโทษไม่เกินสองปี ปรับไม่เกินสี่พัน เมื่อพิจารณาคดีเสร็จแล้วจําเลยได้กระทําความผิดจริง เห็นสมควรลงโทษจําคุกจําเลยสิบ เดือน โดยมีการลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงลงโทษจำคุกห้าเดือน โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด หนึ่งปี คำพิพากษาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ตอบ ชอบแล้ว โจทก์ฟ้องจ๋าเลยต่อศาลจังหวัด ในความผิดฐานยักยอกสองครั้ง ซึ่งความผิดฐานยักยอกมี โทษจำคุกไม่เกินสามปรับไม่เกินหกพัน มีนายเก่งและนายกล้าผู้พิพากษาจังหวัดเป็นองค์ คณะพิจารณาพิพากษา เมื่อพิจารณาเสร็จ นายเก่งย้ายไปรับราชการยังศาลอื่น นายกล้า พิพากษาลงโทษจำคุกกระทงละ 6เดือน รวมเป็นโทษจำคุก 1 ปี คำพิพากษาชอบหรือไม่ พระธรรมนูญศาลยุติธรรม IG: STUDYGRAM_PUU
ページ17:
ตอบ ชอบแล้ว นายสมเกียรติต้องฟ้องนายดำรงข้อหายักยอกทรัพย์ (ม.352) มีอัตราโทษจำคุกสามปี ปรับไม่เกินหกพันบาท ในฐานะที่นายดำรงเป็นนักธุรกิจจึงมีความผิดฐานผู้มีอาชีพ หรือ ธุรกิจ (ม.354) อันมีอัตราโทษจําคุกห้าปี ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่น จะนำคดีดังกล่าวยื่นฟ้อง ศาลจังหวัด หรือศาลแขวง ตอบ ความผิดกรรมเดียวผิดกฏหมายหลายบท ให้ดูบทหนักสุด ฟ้องศาลจังหวัด มาตรา19 วรรคหนึ่ง ศาลแพ่งต่าง ๆ ดูแลคดีแพ่งที่ไม่อยู่ในศาลอื่น ศาลแพ่ง ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ศาลแพ่งธนบุรี มีศาลแขวงในพื้นที่ ต้องแยกคดีใหญ่และ d คดเลก ศาลแพ่งมีนบุรี ศาลแพ่งพระโขนง ศาลแพ่งตลิ่งชัน ไม่มีศาลแขวงในพื้นที่ รับทั้งคดีเล็ก และคดีใหญ มาตรา19 วรรคสอง ศาลอาญาต่าง ๆ ดูแลคดีอาญาทั้งปวงและอื่น ๆ ศาลอาญา ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลอาญาธนบุรี มีศาลแขวงในพื้นที่ ต้องแยกคดีใหญ่ และคดีเล็ก ศาลอาญามีนบุรี ศาลอาญาพระโขนง ศาลอาญาตลิ่งชัน ไม่มีศาลแขวงในพื้นที่ รับทั้งคดี เล็กและคดีใหญ่ ศาลแขวง แพ่งใช้มาตรา17+25(4) ศาลแขวง อาญาใช้มาตรา17+25(5) ศาลแพ่งต่าง ๆ ใช้ มาตรา19ว.1 +(17+25(4))+26 ศาลอาญาต่าง ๆ ใช้ มาตรา19ว.2 +(17+25(5))+26 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม IG: STUDYGRAM_PUU
ページ18:
มาตรา25 วรรคสอง ผู้พิพากษาประจําศาล (อายุงานไม่เกินสองปี) ห้ามทำลำพังคนเดียวใน (3) (4) (5) เหตุจําเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ม.28-31 คือ ปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างพิจารณาหรือพิพากษา คดีชะงักเดินต่อไม่ได้ ม.30 ปัญหาเกี่ยวกับองค์คณะ 3กรณีหลัก ม.31 ปัญหาเกี่ยวกับคดี 4กรณี ม.28 แก้ปัญหาเกิดข่วงระหว่างพิจารณา ม.29 แก้ปัญหาเกิดช่วงระหว่างพิพากษา มาตรา30 องค์คณะมีปัญหา เหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ 1. พ้นจากตำแหน่งที่ดำรงอยู่ คือ ผู้พิพากษาที่เป็นองค์คณะไม่อยู่ในตำแหน่งนั้น เช่น เกษียณ ตาย ลาออก ถูกไล่ออก ถูกปลดออก ย้ายไปดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้นที่ ศาลอื่น 2. ถูกคัดค้านและถอนตัวไป คือ องค์คณะถูกคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ยื่นคำคัดค้าน การเป็นองค์คณะพิจารณาตนเองและถอนตัวจากคดีไป ไม่ได้บอกว่าผิด 3. ไม่อาจปฏิบัติราชการ จนไม่สามารถพิจารณาพิพากษาได้ คือ องค์คณะในการ พิจารณาพิพากษาคดี เกิดกรณีทำหน้าที่ต่อไม่ได้ เช่น ลาป่วย ลากิจ ลาพักร้อน ลาไปราชการต่างประเทศ ไปช่วยราชการที่ศาลสูง ลาคลอด ลาบวช เกิดปัญหาในขณะพิพากษาหรือพิจารณาคดีก็ได้ มาตรา31 เหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ เกิดกับเหตุ กรณี 1) ผู้พิพากษาคนเดียวกำลังไต่สวนมูลฟ้องคดีอาญา (ม.25(3)) ถึงคราว พิพากษาอยากพิพากษายกฟ้อง แต่คดีอาญาอัตราโทษเกินม.25(5) เกิน3ปี พระธรรมนูญศาลยุติธรรม IG: STUDYGRAM_PUU
ページ19:
6หมื่น ใช้ม.29(3)แก้ปัญหา เกิดขึ้นที่ศาลจังหวัด หรือศาลอาญาต่าง ๆ ไม่ เกิดที่ศาลแขวง 2) ผู้พิพากษาคนเดียว พิจารณาคดีอาญา ม.25(5)ตอนต้น อยากพิพากษา เกินอำนาจ เกิน6เดือน 1 หมื่น ม.25(5)ตอนท้าย เกิดขึ้นในศาลแขวง ศาล จังหวัด ไม่มีศาลแขวง) ศาลอาญาไม่มีศาลแขวง) ใช้ม.29(3)แก้ปัญหา 3) คดีแพ่ง ผู้พิพากษาหลายคนเป็นองค์คณะพิพากษาแล้วหาเสียงข้างมาก ไม่ได้ใช้ ม.29(1)-(3) แก้ปัญหา ไม่เกิดในคดีอาญา เพราะในคดีอาญาจะ เลือกความเห็นของผู้พิพากษาที่เป็นโทษแก่จําเลยน้อยกว่าชนะ เกิดขึ้นได้ ที่ศาลจังหวัด ศาลแพ่งต่าง ๆ ศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ศาลฎีกา 4) คดีแพ่ง ผู้พิพากษาคนเดียวพิจารณาคนเดียว ไม่เกิน3แสน(ม.25(4)) ต่อมา คดีเกินอำนาจผู้พิพากษาคนเดียว ไม่เกิด31 (4) ที่ศาลแขวง หากเกิดศาล แขวงต้องจำหน่ายคดี จะเกิดที่ศาลจังหวัด(ไม่มีศาลแขวง) ศาลแพ่งต่าง ๆ (ไม่มีศาลแขวง) เกิดในระหว่างพิจารณาหรือพิพากษาก็ได้ ใช้ม.28(3) หรือ 29(3)แก้ปัญหา ถ้าเกิดปัญหาตามมาตรา30หรือ31แก้โดยใช้มาตรา28ว.1หรือ29ว.1 แก้ได้คือจบ ถ้าแก้ไม่ได้ คนช่วยแก้มีปัญหา มีปัญหา ว่างลงหรือไม่อาจปฏิบัติราชการได้ หารอง รองไม่มี หรือมีรองแต่ไม่ทำการตาม282.1หรือ292.1) = เข้า282.2หรือ 292.2 ดังนั้นต้อง หาผู้ทำการแทนH เมื่อได้ผู้ทำการแทนจะสวมสิทธิเป็นH กลับขึ้นไปแก้ปัญหา 30 หรือ 31 ตาม28ว.1หรือ292.1 มาตรา28 วรรคหนึ่ง ปัญหาม.30หรือ31(4) เกิดในระหว่างการพิจารณา เหตุสุดวิสัย ตามป.พ.พ. ม.8 คือ ภยันตรายมีแม้ระวังก็ยังคงต้องเกิดเหตุ เหตุจ่าเป็นอันอันมิอาจก้าวล่วงได้ ผล คือ องค์คณะไม่มี ไม่ครบ หรือผู้พิพากษาคนเดียวทำคดีต่อไม่ได้ ทางแก้ คือ ให้ผู้พิพากษาใน(1)-(3) นั่งพิจารณาพิพากษาคดีต่อไปได้ พระธรรมนูญศาลยุติธรรม IG: STUDYGRAM_PUU
ページ20:
H/ รอง(ไม่ดูความอาวุโส อันดับใดก็ได้) / ผู้พิพากษาในศาลนั้นที่H หรือผู้ทำการ แทนH มอบหมาย มาตรา28 วรรคสอง ปัญหาม.30หรือ31(4) ไปหา แต่วางลง หรือไม่อาจปฏิบัติราชการได้ หรือไปหารอง รองไม่มี หรือมีแต่รองไม่ ทำหน้าที่แก้ปัญหาตาม ม.282.1 หรือม.292.1 ให้หาผู้ทำการแทนHตามม.8 9 13 เมื่อได้ผู้ทำการแทนแล้ว จะสวมสิทธิเป็นHช่วย แก้ปัญหาตามวิธี ม.282.1 หรือม.292.1 ให้กับ ม.30หรือ31(4) ข้อสอบเก่า นายธราธร อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง ได้จ่ายสำนวนคดีแพ่งมีทุนทรัพย์แปดแสนบาท ให้แก่นายปวรรุจและนายรัชชานนท์ผู้พิพากษาศาลแพ่งรับผิดชอบ ต่อมาในระหว่าง พิจารณามีคําสั่งให้นายรัชชานนท์ไปช่วยราชการในศาลฎีกาพร้อมกับนายธราธรอธิบดีผู้ พิพากษาศาลแพ่ง นายปวรรุจจึงนำคดีไปปรึกษานายพุฒิภัทรรองอธิบดีผู้พิพากษาใน ศาลแพ่งที่มีอาวุโสน้อยที่สุด นายพุฒิภัทรจึงทำการพิจารณาคดีร่วมกับนายปวรรุจไปจน พิพากษาคดี การกระทำดังกล่าวชอบหรือไม่ ตอบ การที่นายรัชชานนท์ไปช่วยราชการในศาลฎีกาเกิดเหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วง ได้ม.30 และเกิดขึ้นในระหว่างพิจารณา การที่นายพุฒิภัทรจึงทำการพิจารณาคดีร่วมกับ นายปวรรุจ จึงชอบแล้วตามม.28 (3) โจทก์ฟ้องจําเลยข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา มีอัตราโทษจำคุกสี่ปีถึงยี่สิบปีและปรับตั้งแต่ แปดหมื่นถึงสี่แสน พร้อมเรียกค่าเสียหายทางแพ่งสามแสน เหตุเกิดที่เขตบางแค กรุงเทพ ที่ศาลอาญาธนบุรี นายบรรจบอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาธนบุรีจ่าสำนวนคดี ให้แก่นางจันทราและนายสิงหาผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำศาลอาญาธนบุรีเป็นองค์ พระธรรมนูญศาลยุติธรรม IG: STUDYGRAM_PUU
ページ21:
คณะพิจารณาพิพากษาคดี นางจันทราได้ไต่สวนมูลฟ้องและประทับรับฟ้อง ในระหว่าง พิจารณานางจันทราประสบอุบัติเหตุต้องรักษาตัว เหลือเพียงนายสิงหา ทำให้คดีมีผู้ พิพากษาไม่ครบองค์คณะ ขณะนั้นนายบรรจบไปราชการต่างประเทศ ทำให้มีนายหนึ่งผู้ พิพากษาอาวุโสและนายสองผู้พิพากษาประจําศาลที่อยู่ปฏิบัติราชการ นายหนึ่งจึงทำ การแทนนายบรรจบและมอบหมายให้นายสองร่วมพิจารณาคดีนี้กับนายสิงหา กรณีนี้ ชอบหรือไม่ ตอบ ไม่ชอบ เนื่องจากมีเหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ เหลือเพียงนายสิงหา ดังนั้น อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาธนบุรีหรือรองอธิบดีผู้พิพากษาหรือผู้พิพากษาในศาลธนบุรีที่ ได้รับมอบหมายตามม.28(3) สามารถนั่งพิจารณา พิพากษาคดีนี้ร่วมกันกับนายสิงหาได้ แต่เมื่อบรรจบไปราชการต่างประเทศแล้วต้องให้รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาธนบุรีนั่ง พิจารณาร่วมกับนายสิงหาตามม. 8วรรคสอง แต่กรณีนี้นายหนึ่งทำการแทนนายบรรจบ และมอบหมายให้นายสองร่วมพิจารณาคดีนี้กับนายสิงหา กรณีนี้จึงมิชอบเพราะถูก ม ต้องหามตามม. วรรคทาย พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเสกเป็นจำเลยต่อศาลจังหวัดสงขลาในข้อหารับ ของโจร นางโรสิตาผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสงขลาได้จ่ายสำนวนคดีให้นายคชาผู้ พิพากษาอาวุโสและนางรินรดีผู้พิพากษาประจําศาลเป็นองค์คณะร่วมกัน ในระหว่าง สืบพยาน นายคชาเสียชีวิต นางโรสิตาจึงมอบหมายให้นายธีรุตม์ผู้พิพากษาประจำศาล นั่งพิจารณาคดีร่วมกันกับนางรินรดีในคดีนี้ การกระทำดังกล่าวชอบหรือไม่ ตอบ ศาลจังหวัดต้องมีองค์คณะตั้งแต่สองคน ถ้าจะใช้ผู้พิพากษาประจำศาลต้องห้ามใช้ เกินหนึ่งคน การกระทําดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย มาตรา29วรรคหนึ่ง ทางแก้ม.30 หรือม.31 ให้ผู้พิพากษาใน(1)-(3) ตรวจสำนวนและลงลายมือชื่อในคำพิพากษาร่วม พระธรรมนูญศาลยุติธรรม IG: STUDYGRAM_PUU
ページ22:
มีH / รอง(ไม่ดูความอาวุโส) โดยไม่มีการมอบหมาย เฉพาะศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาล อุทธรณ์ภาค สามารถทําความเห็นแย้งได้ ขอสอบเกา ในศาลอุทธรณ์ นายวิทย์ประธานศาลอุทธรณ์ได้จ่ายสำนวนคดีแพ่งให้นายคณิต อังกฤษ และนายชีวะผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นองค์คณะในการพิจารณาพิพากษาคดีแพ่ง ทั้ง สามได้พิจารณาคดีจนเสร็จและอยู่ในระหว่างทำคำพิพากษา นายคณิตป่วยต้องรักษาตัว จึงทําให้นายอังกฤษและนายชีวะไม่สามารถทำคำพิพากษาได้ จึงได้นําเอาคดีไปปรึกษา นายวิทย์ แต่นายวิทยประสบอุบัติเหตุต้องรักษาตัว ดังนั้นทั้งสองจึงนำคดีดังกล่าวไป ปรึกษารองประธานศาลอุทธรณ์อันดับที่สาม รองจึงตรวจสำนวนและลงลายมือชื่อทำคำ พิพากษาร่วมกันกับนายอังกฤษและนายชีวะ คำพิพากษาดังกล่าวชอบหรือไม่ ตอบ ชอบแล้ว นายเอกผู้พิพากษาศาลแขวงได้พิจารณาคดีแพ่งซึ่งโจทก์ฟ้องจำเลยทุนทรัพย์สามแสน พิจารณาเสร็จขณะททําคําพิพากษาอยู่นั้น ข้อเท็จจริงดังกล่าวมีทุนทรัพย์สี่แสน นายเอก เห็นว่าเป็นเหตุจําเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ จึงนำคดีไปปรึกษานายโทผู้พิพากษา หัวหน้าศาลแขวงตรวจสำนวนลงลายมือชื่อเป็นองค์คณะร่วมกันกับนายเอกทำคำ พิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ตอบ ไม่ชอบ เกินอำนาจศาลแขวงต้องจำหน่ายคดีออกไป พระธรรมนูญศาลยุติธรรม IG: STUDYGRAM_PUU
ページ23:
มาตรา29 วรรคสอง ให้ผู้ทำการแทนตามมาตรา 8 9 13 สามารถทำ29 วรรคหนึ่งได้ เมื่อแก้ตามวรรคหนึ่ง ไม่ได้จึงมาใช้วรรคสอง ข้อสอบเกา นายอเนกประธานศศาลอุทธรณ์ นายมานะเป็นรองประธานศาลอุทธรณ์คนที่หนึ่ง ต่อมา นายอเนกจ่ายสำนวนคดีอาญาให้กับนายขจร นายเกียรติ และนายเฉลิมชัย ผู้พิพากษา ศาลอุทธรณ์ เป็นองค์คณะพิจารณาพิพากษาคดี ระหว่างทำคำพิพากษา นายขจรถึงแก่ ความตาย นายเกียรติและนายเฉลิมชัยไม่สามารถพิพากษาคดีต่อไปได้ จึงไปปรึกษากับ นายอเนก แต่นายอเนกไปราชการต่างประเทศ จึงไปปรึกษานายมานะให้ตรวจสำนวน แล้วลงลายมือชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ การกระทำดังกล่าวชอบหรือไม่ ตอบ หา แต่ไม่อยู่ เลยไปหารองคือนายมานะ การกระทำดังกล่าวชอบแล้ว ในศาลจังหวัดบึงกาฬ ไม่มีศาลแขวง) นายจันทร์ผู้พิพากษาได้พิจารณาคดีแพ่งซึ่งโจทก์ ฟ้องจำเลยมีทุนทรัพย์สองแสนแปด ขณะทำคำพิพากษาพบว่าราคาทรัพย์ดังกล่าวมี ราคาสี่แสน นายจันทร์จึงนำคดีให้นายอังคารผู้พิพากษาหัวหน้าศาลตรวจสำนวน ลง ลายมือชื่อเป็นองค์คณะทำคำพิพากษา แต่นายอังคารไปราชการต่างประเทศ นายพุธผู้ ม พิพากษาอาวุโสนําสํานวนดังกล่าวมาตรวจแล้วลงลายมือชื่อทําคําพิพากษาให้โจทก์ชนะ คดี คำพิพากษาดังกล่าวชอบหรือไม่ ตอบ ไม่ชอบ ผู้พิพากษาอาวุโสทําการแทนHไม่ได้ พระธรรมนูญศาลยุติธรรม IG: STUDYGRAM_PUU
ผลการค้นหาอื่น ๆ
สมุดโน้ตแนะนำ
คำถามที่เกี่ยวข้องกับโน้ตสรุปนี้
มหาวิทยาลัย
นิติศาสตร์
กรณีการข่มขู่ผ่านโซเชียลมีเดียจะเข้าข่ายความผิดฐานใดในกฎหมายอาญา
มหาวิทยาลัย
นิติศาสตร์
ใช้มาตราไหนเหรอคะ
มหาวิทยาลัย
นิติศาสตร์
ช่วยวินิจฉัยหน่อยค่ะ ไม่แน่ใจว่าวินิจฉัยถูกหรือเปล่าค่ะ
มหาวิทยาลัย
นิติศาสตร์
ช่วยวินิจฉัยให้ทีค่ะ
มหาวิทยาลัย
นิติศาสตร์
วิชากฎหมาย
มหาวิทยาลัย
นิติศาสตร์
จะสรุปข่าวออกมาแนวไหน และการวิเคราะห์SMCR เราจะวิเคราะห์ยังไงค่ะ วิชา การเมืองกับการสื่อสารทางการเมือง ใครรู้ช่วยหน่อยนะค่ะ
มหาวิทยาลัย
นิติศาสตร์
นายม้ง ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์กับบริษัท แห่งหนึ่ง แต่เนื่องจากนายม้งได้อพยพมาจากประเทศจีนจึงไม่รู้ภาษาไทย ไม่อาจเขียนหนังสือได้ อีกทั้งนายม้งยังพิการแขนขาดทั้งสองข้าง นายม้งจึงได้ลงลายพิมพ์นิ้วเท้าแทนการลงลายมือชื่อ และนายม้งก็ได้ให้นายลูกับนายหลิวเพื่อนของนายม้งเองเป็นพยานในการรับรองดังกล่าว โดยนายลูได้รับรองโดยการลงลายมือชื่อของตน ส่วนนายหลิวซึ่งไม่รู้หนังสือเช่นเดียวกับนายม้งได้รับรองโดยการพิมพ์ลายนิ้วมือ โดยนายหลิวได้ให้นายฉงและ ด.ช. ฉิน ลงลายมือชื่อรับรองการเป็นพยานของตน จากข้อเท็จจริง จงพิจารณาว่าการลงลายมือชื่อของนายม้งในการทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จงอธิบายพร้อมยกข้อกฎหมายประกอบ
มหาวิทยาลัย
นิติศาสตร์
รบกวนช่วยบอกความหมายของตัวย่อ K. ให้หน่อยได้ไหมค่ะ ขอบคุณนะคะ
มหาวิทยาลัย
นิติศาสตร์
ข้อ2ตอบอย่างไรหรอคะ ช่วยแนะนำด้วยค่ะ
มหาวิทยาลัย
นิติศาสตร์
วิชากฏหมายธุรกิจค่ะ ช่วยหนูหน่อยนะคะส่งวันนี้อ่าแงง🥺🥺
News

ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น