ノートテキスト
ページ1:
การเคลื่อนทีของสิ่งมีชีวิต 01 การเคลื่อนทีของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว - สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ไม่มีเซลล์ประสาท แต่สามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ - การเคลื่อนที่เข้าหา/ออกจากสิ่งเร้าภายใน cytoplasm ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่มี cytoskeleton เป็น protein fiber ท่าหน้าที่เป็นโครงร่างค้ำจุนเซลล์และช่วยในการเคลื่อนที่ของเซลล์ - cytoskeleton ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว : microfilament, microtubule - สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในน้ำ / บริเวณที่มีความชื้นสูง >> การเคลื่อนที่จะแตกต่างกันตาม โครงสร้าง : การไหลของ cytoplasm, การใช้ flagellum / cilia การเคลื่อนที่ Amoeba - อาศัยในบริเวณที่มีความชื้น - เคลื่อนทีโดยการไหลของ cytoplasm เป็นเท้าเทียม pseudopodium - cytoplasm ในเซลล์ของ amoeba แบ่งออกเป็น 2 ส่วน 1.ectoplasm : เป็น cytoplasm ชั้นนอกที่มีลักษณะเป็นสารกึ่งแข็งกึ่งเหลว “gel” 2. endoplasm : เป็น cytoplasm ชั้นในที่มีลักษณะค่อนข้างเหลว "sol" ** trick sol = solution - การไหลของ cytoplasm เกิดจากการรวมตัวและแยกตัวกันของ protein and actin ซึ่งเป็นส่วนประกอบ ของ microfilament ท่าให้สมบัติของ cytoplasm เปลี่ยนจาก gel >> sol และ sol >> gel - cytoplasm จะไหลไปในทิศทางที่เซลล์เคลื่อนที่ไปและดันเยื่อหุ้มเซลล์ ออกเป็น pseudopodium - การเคลื่อนทีของ amoeba >> amoeboid movement solo pel ast phagocytosis Euglena & Paramecium - อาศัยอยู่ในนํ้า actin network food vacuole membrane pleudopod (actin สานกัน) nucleus endoplasm ectoplasm contractile vacuole สะสมน้ำ >> สีใส - การเคลื่อนที euglena ใช้ flagellum, paramecium ใช้ cilia - สิ่งที่แตกต่างกัน ของ flagellum & cilia : ความยาว จำนวน ลักษณะการเคลื่อนไหวของโครงสร้าง สิ่งที่เหมือนกัน ของ flagellum & cilia : ประกอบด้วยแกนที่เป็น microtubule เรียงตัวเป็นวง 9 กลุ่ม กลุ่มละ 2 หลอด และ microtubule ตรงแกนกลาง 2 หลอด 9(2)+ 2 - ระหว่างกลุ่ม microtubule ถูกล้อมรอบด้วยเยื่อหุ้มและ dynein protein เสมือนแขนเกาะกับ microtubule เรียกว่า dynein amm >> ทำให้ flagellum & cilia โค้งงอและโบกพัดได้ - บริเวณโดนของ flagellum & cilia ยึดติดกับโครงสร้างภายในเซลล์ “basal body” ทำหน้าที่ควบคุมการ เคลื่อนไหวของ flagellum & cilia - basal body ประกอบด้วย microtubule เรียงตัวเป็นวง 9 กลุ่ม กลุ่มละ 3 หลอด และไม่มี microtubule ตรงแกนกลาง 9(3)+ 0 (จํานวน ความยาว การเคลื่อนไหว) nexin protein dynein arm (protein) SeQuand Salestine radial spoke 92)+2 Winte bartial body 91-0 02 การเคลื่อนที่ของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง - สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังสามารถรับรู้/ตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ >> มีระบบประสาทควบคุมการตอบสนอง - three type of skeleton system 1. hydrostatic skeleton : annelids (ใส้เดือน) jellyfish (แมงกะพรุน) หมึก (Squid) 2. exoskeleton : arthropods (แมลง หอย) 3. endoskeleton : chordates ( สัตว์มีกระดูกสันหลัง) Jellyfish (Cnidaria ; สัตว์ที่มีรูปร่างทรงกระบอก มีโพรงในลำตัว และมีเข็มพิษ) - เนื้อเยือนอก เนื้อเ อชั้นใน และมี mesoglea (มีลักษณะคล้ายเจลแทรกอยู่ระหว่างเนื้อเยื่อ 2 ชั้น) -การเคลื่อนที : อาศัยหดตัวของเนื้อเยื่อบริเวณขอบกระดิ่ง bell margin tissue และผนังล่าตัวสลับกัน ทําให้เกิดแรงดันน้ำ - แมงกะพรุนจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงข้ามกับน้ำที่พ่นออกมา Squid (Mollusca) ทางของน้ำ จอด - ลำตัวของหมึกมีช่องที่ทําให้น้ำไหลเข้าไปใน ช่องว่างภายในล่าตัว (mantle carvity) 2 - เมื่อหมักเคลื่อนที่ตามปกติจะใช้ คับ fin ว่ายน้ำ >> การเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว เกิดจากการหดตัวของ กล้ามเนื้อบริเวณล่าว ทําให้น้ำภายในค่าตัวพ่นออกมาทาง Siphon - น้ำที่พ่นออกมาต้นให้ลำตัวของหมึกเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงข้ามกับทิศทางของน้ำ tentacle Sea star นั้น - มีโครงสร้างแข็ง แต่ใช้ hydrostatic skeleton ในการเคลื่อนที่ โดยอาศัยระบบท่อน้ำ water vascular system ซึ่งอยู่ภายในลำตัว ประกอบด้วย madreporite เป็นช่องต่อกับภายนอกสําหรับปรับปริมาณน้ำ ภายในระบบท่อน้ำ เพื่อส่งไปตามท่อน้ำและไปที่ tube feet ซึ่งประกอบด้วย ampulla ที่มีลักษณะคล้าย กระเปาะติดอยู่กับ podium - water vascular system นำน้ำเข้าไปที่ ampulla + tube feet protractor muscle ขั้นตอนการเคลื่อนที่ของดาวทะเล ไม่มีทนาย amoufla -โซเดียม podiam ปลายต้น : Sucker (เกาะใต้) - กล้ามเนื้อบริเวณ ampulla หดตัว >> ต้นน้ำไปยัง podium >> podium ยืดยาว (1 2 3) - กล้ามเนื้อของ podium หดตัว >> podium สั้นลง >> ต้นน้ำไปยัง ampulla >> ampulla ขยายขนาด กล้ามเนื้อคลายตัว (4 5 6) - ampulla หด และ podium ยึดยาว >> กล้ามเนื้อด้านใดด้านหนึ่งของ podium หดตัวจะทำให้ podium เคลื่อนที่ไปทางด้านข้างได้ (34) Eart worm - มีลักษณะเป็นปล้อง ผนังลำตัวมีกล้ามเนื้อเจริญดี ภายในมีของเหลวบรรจุอยู่เต็มช่องลำตัว ทำหน้าที่พยุง อวัยวะต่างๆ และค้ำจุนลำตัวให้คงรูปร่างได้ - ใช้ hydrostatic skeleton ในการเคลื่อนที - แต่ละปล้องของไส้เดือนดินมีเดือย setae ช่วยในการเคลื่อนที่ - ผนังลำตัวของไส้เดือนดิน ประกอบด้วยกล้ามเนื้อ 2 ชุด : กล้ามเนื้อวง circular muscle (เรียงตัวเป็นวงรอบ ล่าตัว) และ กล้ามเนื้อตามยาว longitudinal muscle (เรียงตามยาวขนานกับลำตัว) Longitudinal 3 ป้องบริเวณส่วนหัวและใกล้หางมีลักษณะสั้นและป่องออก เนื่องจากกล้ามเนื้อวงคลายตัวและกล้ามเนื้อตามยาวหดตัว liquid 5 กล้ามเนื้อวงของพร่องบริเวณหัวจะหดตัวและกล้ามเนื้อตามยาว จะคลายตัว >> ส่วนหัวมีลักษณะยาวและยึดไปด้านหน้า C ปล้องบริเวณหัวและใกล้ห่างจากจพโป่งออกครั้งหนึ่ง setae จิกลงดินและลำตัวด้านท้ายเคลื่อนที่ตามมาทางหัว การทํางานของกล้ามเนื้อ 2 ชุดในสภาวะตรงกันข้าม "antagonism” ทําให้ไส้เดือนดินสามารถเคลื่อนที่ไปด้านหน้าได้ การที่กล้ามเนื้อวง และกล้ามเนื้อตามยาวหดและคลายตัวเป็นจังหวะเหมือนระลอกคลื่น "peristalsis" Insect - มีลำตัวเป็นปล้อง มีรยางค์เป็นข้อๆ ต่อกัน มีโครงสร้างภายนอกเป็นเปลือกแข็งที่ประกอบด้วย chitin และยึดกับกล้ามเนื้อภายในลำตัว - แมลงเคลื่อนที่โดยอาศัยโครงร่างแข็งภายนอก exoskeleton - ขาแมลงประกอบด้วยข้อต่อหลายตำแหน่งเพื่อให้สะดวกต่อการเคลื่อนที - การเคลื่อนไหวของข้อต่ออาศัยการทำงานของกล้ามเนื้อ 2 ชุด : กล้ามเนื้อ flexor และ extensor ซิ่งทํางานในสภาวะตรงกันข้าม (antagonism) - flexor หดตัว extensor คลายตัว >> ขางอเข้า, flexor คลายตัว extensor หดตัว >> ขาเหยียดออก 1 เปิดเปลือกหุ้มส่วนลูกทดตัว เลือกหุ้มส่วนคนอื่น ๆ กล้ามเนื้อตามข่าวแล้ว กล้ามเนื้อยึดเปลือกหุ้มส่วงกลางตัว - การเคลื่อนที่ด้วยการบิน เกิดจากการทํางานของกล้ามเนื้อ 2 ชุด : กล้ามเนื้อยึดเปลือกหุ้มส่วนอก vertical muscle/transverse และกล้ามเนื้อตามยาว longitudinal muscle - กล้ามเนื้อ เปลือกหุ้มอกไม่ได้ติดกับปีกโดยตรงแต่ยึดกับเยื่อหุ้มส่วนอกไว้ เมื่อเปลือกหุ้มส่วนอกมีการ เคลื่อนไหวปีกที่ติดอยู่กับส่วนอกจะเคลื่อนไหวด้วย : ตั๊กแตน ผีเสื้อ แมลงวัน ผึ้ง - กล้ามเนื้อยึดติดกับปีกโดยตรง : แมลงปอ ในขณะบินปีกจะเคลื่อนไหวเนื่องจากการทำงานของกล้ามเนื้อ 03 การเคลื่อนที่ของสัตว์มีกระดูกสันหลัง - สัตว์มีกระดูกสันหลังทุกชนิดมีระบบโครงกระดูกเป็นโครงร่างแข็งภายใน endoskeleton ท่าหน้าที่เป็น โครงร่างแข็งช่วยค้ำจุนร่างกายให้คงรูป และช่วยในการเคลื่อนที่ Fish - ปลาที่มีล่าตัวยาว : ปลาไหล ปลาช่อน >> ขณะเคลื่อนที่ ล่าตัวจะโค้งไปมาคล้ายคลื่น การโค้งของล่าตัว เกิดจากการหดและครายตัวของกล้ามเนื้อแต่ละด้านที่ยึดติดกับกระดูกสันหลัง ก้าง) บริเวณเดียวกัน - กล้ามเนื้อในแต่ละส่วนของลำตัวปลาจะหดตัวไม่พร้อมกัน โดยจะทยอยจากหัวไปด้านหางทำให้ลำตัวปลา มีลักษณะคล้ายคลื่น - การเคลื่อนที่ของปลาที่มีลำตัวไม่ยาวมาก จะมีการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อที่ยึดติดกับกระดูกสันหลัง เช่นเดียวกัน แต่ลำตัวปลาจะไม่คล้ายคลื่น >> เกิดการคงที่บริเวณส่วนท้ายลำตัว >> คีบหางโค้งงอสลับ ไปมาด้านซ้ายและขวา ทําให้ปลาเคลื่อนที่ไปด้านหน้า - ปลาสามารถเคลื่อนที่ไปทางซ้ายและขวา บนและล่าง โดยใช้ครีบหลัง ครีบบอก และครีบสะโพกช่วยใน การกำาหนดทิศทาง - รูปร่างของปลาที่เพียวเหมาะกับการเคลื่อนที่ในน้ำ ผิวหนังของปลามีเชือกช่วยลดแรงเสียดทานของน้ำ >> ทำให้ล่าตัวปลามีโอกาสพลิกไปมาได้ง่าย จึงต้องอาศัยครีบช่วยในการรักษาสมดุลในการเคลื่อนที่ และทรงตัว ลักษณะล่าตัวของปลา 3 ชนิดที่ส่งผลต่อการโค้งของลำตัวปลา เล็ก เพรียว >> เคลื่อนที่คล้ายตัว S ใหญ่ >> เคลื่อนที่เฉพาะทางและครีบ - ปลาบางชนิดมีถุงลมหรือกระเพาะลม Swim bladder Bird ภายในมีแก๊สบรรจุทําหน้าที่ควบคุมการลอยหรือจม Eels Salmon Tunas - นกบินได้ด้วยการกระพือปีกขึ้นลงทำให้เกิดแรงยกและทำให้ลำตัวเคลื่อนที่ไปข้างหน้า - อาศัยการทํางานของกล้ามเนื้อ 2 ชุด : กล้ามเนื้อยกปีก pectoral minor/elevator muscle และ กล้ามเนื้อกดปีก pectoral major/depressor muscle ปีกยกขึ้น ปีกยกขึ้น : pectoral minor หดตัว, pectoral major คลายตัว ปีกกดลง: pectoral minor คลายตัว, pectoral major หดตัว - การร่อน/ลอยตัวในอากาศของนก : บริเวณเหนือปีกมีความดันอากาศ น้อยกว่าบริเวณใต้ปีก ความดันอากาศใต้ปีกที่มีมากกว่าจะพยุงให้ปีก Tower และลำตัวนกลอยอยู่ในอากาศได้ AW กล้ามเนื้อกดปีกมีขนาดใหญ่กว่ากล้ามเนื้อยกปีก
ページ2:
04 การเคลื่อนทีของมนุษย์ - มนุษย์เป็นสัตว์มีกระดูกสันหลัง >> อาศัยการทำงานของโครงกระดูกและกล้ามเนื้อ ระบบโครงกระดูก skeleton system (กระดูกเด็ก มี 300 ชิ้น >> เจริญเต็มที่ 206 ชิ้น) ประกอบด้วย กระดูกแกน axial skeleton Cagate กระดูกรยางค์ appendicular skeleton Sonia joint - Sagittal suture 2 2 whe ข้อต่อ - ตำาแหน่งที่กระดูกสองชิ้นมาต่อกัน “ข้อต่อ” - โครงสร้างของข้อต่อ 1. fibrous : กะโหลกศีรษะ ฟัน แขนล่าง ขาล่าง 2. cartilaginous : กระดูกซี่โครง กระดูกเชิงกราน 3.synovial : 6 ชนิด - ข้อต่อช่วยให้อวัยวะต่างๆ สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวก - ข้อต่อบางแห่งมีลักษณะเชื่อมเหมือนบานพับ : การเคลื่อนไหวได้เพียงทิศทางเดียว เช่น ข้อศอก - ลูกกลม ในเบ้ากระดูก : เคลื่อนไหวอย่างอิสระหลายทิศทาง เช่น ข้อต่อที่หัวไหล่ - ประกบสวมกัน ในลักษณะเดือย : ก้ม เงย บิดไปทางซ้าย/ขวา เช่น ข้อต่อที่ต้นคอกับฐานกะโหลกศีรษะ หรือบิดไปทางซ้ายขวา เช่น ข้อศอก - ข้อต่อบางแห่งท่าหน้าที่ยึดกระดูก >> ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวได้เพียงเล็กน้อย เช่น ข้อต่อระหว่างกระดูก ซี่โครงและกระดูกอก - ข้อต่อที่เคลื่อนไหวไม่ได้ เช่น ข้อต่อของกะโหลกศีรษะ (suture เป็นแบบ fiber) pivot joint radious - ulnar ball and socket เชิงกราน - ราบน 2-ball and socket hinge joint pondyloid joint ระหว่างข้อนิ้ว pivot joint gliding/plane joint saddle joint condyloid joint (Qu/) nucleus อยู่ริม กล้ามเนื้อใครสร้าง กล้ามเนื้อในเขตคลายตัว กล้ามเนื้อไบเซพดด้ว intercalated dise กล้ามเนื้อหัวใจ กล้ามเนื้อใครเขาคลายตัว tendon (กระดูก + กล้ามเนื้อ) nucleus agnana กล้ามเนื้อเรียบ Alete ligament (กราฟูก + กาะมุก) - กล้ามเนื้อน่อง (กระดูกส้นเท้า 6 กเต๋านเบี้ยน้อง) เนยหวย กระดูกส้นเท้า - skeleton muscles จะทำงานเป็นคู่ในสภาวะตรงกันข้าม การเหยียดแขนและงอแขนเกิดจากการทำงาน ของกล้ามเนื้อ bicep และ tricep : bicep คลาย tricep หด, bicep หด tricep คลาย - กล้ามเนื้อหดตัวจะเกิดแรงดึงให้กระดูกทั้งท่อนเคลื่อนไหวได้ เพราะระหว่างกล้ามเนื้อกับกระดูกมีเยื่อ เกี่ยวพันที่มีความเหนียว แข็งแรง และทนทานต่อแรงดึงหรือรองรับน้ำหนัก + เอ็นยึดกระดูก (tendon)" โครงสร้างและการทางานของกล้ามเนื้อโครงร่าง - กล้ามเนื้อโครงร่างแต่ละระมัดประกอบด้วย muscle cell และ muscle fiber - ภายใน muscle fiber ประกอบด้วย เส้นใยกล้ามเนื้อเล็ก myofibril มีลักษณะเป็นท่อยาวเรียงกัน อยู่รวมกันเป็นมัต actin-thin (เสียง) - myofibril ประกอบด้วย sarcomere ซึ่งมีโปรตีนหลักสองชนิด คือ actin (บาง) และ myosin (หนา) เรียงตัวขนานกัน กระดูกแกน 80 ชิ้น : กะโหลกศีรษะ กระดูกสันหลัง กระดูกอก กระดูกซี่โครง กะโหลกศีรษะ skull - กระดูกแผ่นเชื่อมติดกัน ภายในเป็นโพรง (บรรจุสมอง) - ทําหน้าที่ ป้องกันสมองไม่ให้ได้รับอันตราย กระดูกสันหลัง vertebrae - ค่าจุนและรองรับนํ้าหนักของร่างกาย - ประกอบด้วยกระดูกที่มีลักษณะเป็นข้อๆ ต่อกัน dense fibrous connective tissue (เยื่อเกี่ยวพันหนาแน่น) - ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อจะมีแผ่นกระดูกอ่อน cartilage / หมอนรองกระดูก intervertebral disc ทําหน้าที่ รองและเชื่อมกระดูกสันหลังแต่ละข้อเพื่อป้องกันการเสียดสี - แต่ละข้อจะมีช่องไขสันหลังสอดผ่าน และมีส่วนของจะงอยยื่นออกมาเป็นที่เกาะของกล้ามเนื้อและเอ็น - กระดูกสันหลังช่วงอกจะมีกระดูกซี่โครงมาเชื่อมต่อ กระดูก โครง ribs (12 คู่) - ทําหน้าที่ ป้องกันอวัยวะภายในในช่องอก - กระดูกซี่โครงจะต่อกับด้านข้างของกระดูกสันหลังช่วงอก >> ต่อระหว่างกระดูกสันหลังส่วนอกด้านหลัง ส่วนหน้าจะมีกระดูกอ่อนซี่โครงเชื่อมระหว่างกระดูกอกและกระดูกซี่โครง ยกเว้น กระดูกซี่โครงคู่ที่ 11 12 - กระดูกซี่โครงคู่ที่ 11 12 จะเป็นซี่สั้นๆ ไม่เชื่อมต่อกับกระดูกอก >> ซี่โครงลอย Spinal cord Intervertebral disc ไขสันหลัง หมอนรองกระดูก กระดูกสันหลัง gladiolus กระดูกยก กระดูกอ่อน โครง กระดูกซี่โครง false ribs กระดูกสันหลัง floating ribs 10 ต่อ 9 กระดูกรยางค์ 126 ชิ้น : กระดูกแขน 60, กระดูกขา 60, สะบัก 2, เชิงกราน 2, ไหปลาร้า 2 - กระดูกเชิงกรานเป็นที่ยึดเกาะของแขนและขา - ภายในกระดูก : เซลล์กระดูก เนื้อเยื่อประสาท หลอดเลือด แคลเซียมคาร์บอเนต และ แคลเซียมฟอสเฟต - ภายในกระดูกท่อนยาวมีเซลล์ไขกระดูก วัยเด็ก ทำหน้าที่สร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเพลตเลต เมื่อเจริญเติบโตแล้วจะมี lipid มาสะสมบริเวณไขกระดูก ทำให้สร้างเซลล์เม็ดเลือดได้น้อย - บริเวณปลาย ก >> ไขกระดูกแดง มีการสร้างเซลล์เม็ดเลือดมาก สารระหว่างเซลล์ (extracellular Matrix : EMC) แคลเซียม ฟอสเฟต ลักษณะ cell body no axon ostensibly (เซลล์กระดูก) lacuna (โทร) spongy bone compact bone hinge joint นอนบม คม saddke joint อมิล - ฝ่า gliding/plane joint gament A synovial fluid - ระหว่างข้อต่อของกระดูกบริเวณที่สามารถเคลื่อนไหวได้ จะมีของเหลว “น้ำไขข้อ synovial fluid" ทำให้ กระดูกไม่เสียดกันขณะเคลื่อนไหว และทำให้เคลื่อนไหวได้สะดวกไม่เกิดความเจ็บปวด - กระดูกมีลักษณะเป็นข้อต่อจำเป็นต้องมีโครงสร้างที่ยึดกระดูกให้เชื่อมต่อกัน เพื่อทำหน้าที่เป็นโครงร่างค้ำจุน ร่างกาย ทำให้กระดูกท่างานสัมพันธ์กันในการเคลื่อนไหว : เนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่มีความเหนียวและทนทาน "เ น ต อ ligaments" ระบบกล้ามเนื้อ muscular system -การหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อจะทําให้เกิดการเคลื่อนไหว connective tissue - กล้ามเนื้อของสัตว์มีกระดูกสันหลังแบ่งออกเป็น 3 ชนิด : skeleton, cardiac, smooth muscle กล้ามเนื้อโครงร่าง skeleton muscle - เป็นกล้ามเนื้อที่เกาะติดกับกระดูก เช่น กล้ามเนื้อแขน กล้ามเนื้อขา - ทําหน้าที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของร่างกายโดยตรง - ประกอบด้วยเซลล์ที่มีรูปร่างเป็นทรงกระบอกยาว แต่ละเซลล์มีหลายนิวเคลียส (multinucleate cell) มองเห็นเป็นแถบสีอ่อนและเข้มสลับกันเห็นเป็นลาย - ควบคุมโดย somatic system : บังคับได้ อยู่ภายใต้อำนาจจิตใจ (voluntary muscle) กล้ามเนื้อหัวใจ cardiac muscle - เป็นกล้ามเนื้อที่พบบริเวณหัวใจ >> ท่าหน้าที่เกี่ยวกับการเต้นของหัวใจ - มีรูปร่างเป็นทรงกระบอกแต่สั้นกว่าเซลล์กล้ามเนื้อโครงร่างและเห็นเป็นลาย bifurcate - ตอนปลายของเซลล์มีการแตกแขนงและเชื่อมโยงติดต่อกันกับเซลล์ข้างเคียง แต่ละเซลล์มี 1 นิวเคลียส (uninucleate cell) - ควบคุมโดย automatic system : บังคับไม่ได้ อยู่นอกอำนาจจิตใจ (involuntary muscle) กล้ามเนื้อเรียบ smooth muscle - เป็นกล้ามเนื้อที่พบอยู่ตามอวัยวะภายใน เช่น ผนังกระเพาะอาหาร ผนังล่า ผนังหลอดเลือด ม่านตา - ประกอบด้วยเซลล์ที่มีลักษณะหัวท้ายแหลม แต่ละเซลล์มี 1 นิวเคลียส (uninucleate cell) ไม่มีลาย - ควบคุมโดย automatic system : บังคับไม่ได้ อยู่นอกอำนาจจิตใจ (involuntary muscle) ** การแข็งตัวของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย rigor mortis : เซลล์กล้ามเนื้อเริ่มตาย Ca รั่วออกมาจาก SR จับกับ โปรตีนควบคุม toponin ทําให้ myosin จับกับ actin และเกิดการหดตัวอย่างเต็มที่ + ไม่มีการสร้าง ATP >> Ca ไม่ถูกดึงกลับเข้า SR >> โปรตีนควบคุมไม่กลับไปจับ actin >> กล้ามเนื้อจึงไม่คลายตัว fascicles (bundle of คลายตัว The Sliding Filament Mechanism ty Court pulls on sotis, causing - Hugh Huxley & Jean Hanson sudo heard actin muuws Mine sarcomere - 1 band unu >> ไม่มี ได้เสนอ สมมติฐานการเลื่อนของฟิลาเมนท์ H pore แคบ >> ไม่มี (sliding filament hypothesis) ว่า การหดตัวของ กล้ามเนื้อเกิดจากการเลื่อนของ actin เช้าห่างกันตรงกลาง โดยอาศัย ATP และ Ca ท่าให้เส้นใยกล้ามเนื้อหดตัวได้ - การหดตัวของกล้ามเนื้อเกิดจากการกระตุ้นโดยเซลล์ประสาทที่มายังเซลล์กล้ามเนื้อ >> กระตุ้นให้หลั่ง Ca ** ที่สะสมไว้ใน smooth endoplasmic reticulum ของเส้นใยกล้ามเนื้อ ที่เรียกว่า sarcoplasmic reticulum ; SR ออกมาใน cytoplasm - ถ้าไม่มีการกระตุ้น >> myosin ไม่สามารถจับกับ actin ได้ เนื่องจากมีโปรตีนควบคุมขัดขวางอยู่ เมื่อ Ca ** สูงขึ้นจนเหมาะสม >> ไปจับกับโปรตีนควบคุมทำให้เกิดการเปลี่ยนตำแหน่ง >> myosin จับ actin neuromuscular- junction (neuron +muscle) ในหลัง Ttubule (Mo) ชา โคพลาสมิกเรติคูม (SR) — ก า sarcoplasmic reticulum - myosin ได้รับ ATP สามารถจับกับ actin ทำให้เกิดการเคลื่อนทีของ actin ซึ่งหารเคลื่อนที่ของ actin จะเกิดขึ้นซ้ำๆ ทำให้เกิดการหดตัวของกล้ามเนื้อ - เมื่อไม่มีการกระตุ้นจากเซลล์ประสาท Ca จะถูกดึงกลับสู่ SR โดย Ca pump ซึ่งต้องใช้ ATP - การลดระดับของ Ca ทำให้โปรตีนควบคุมกลับไปที่ตำแหน่งเดิม ที่ขวางการจับของ myosin >> myosin ไม่สามารถจับกับ actin ใต้ >> กล้ามเนื้อจึงคลายตัว ** muscle cramps (ตะคริว) : ร่างกายใช้ ATP จํานวนมาก >> กล้ามเนื้อหดตัว เกิดภาวะขาด ATP กล้ามเนื้อจึงคลายตัวไม่ได้
其他搜尋結果
與本筆記相關的問題
Senior High
ชีววิทยา
อยากติดสอวน ชีวะแต่เวลาเหลือสามเดือนทำไงให้เก็บหมดดีคะ
Senior High
ชีววิทยา
หาเพื่อน dek70 เมคเฟรนด์อ่านหนังสือคั้บบ
Senior High
ชีววิทยา
สอบถามหน่อยค่ะตอนนี้เราอยู่ม.3ช่วงปิดเทอมเราอยากจะเก็บเนื้อหาม.4ควรเริ่มต้นยังไงคะและเราอยากลองสอบสอวนชีวะควรเริ่มต้นอ่านหนังสือยังไงดีคะ
Senior High
ชีววิทยา
หาเพื่อนที่ชอบชีวะคะ พอดีอยากทำแฟลชการด์เนื้อหาชีวะ แล้วเราทำกับเพื่อน1คนอยากหาคนทำด้วยกันคะจะได้ประหยัดเวลาสามารถแบ่งเนื้อหาที่ทำและแชร์เนื้อหาที่ทำเป็นแฟลชการด์ด้วยกัน #เหตุผลที่จะทำแฟลชการด์เพราะว่าท่องแล้วมันมันส์มือมากพออ่านแล้วก็พลิกสามารถใช้เวลาท่องทำวันแทนโทรศัพท์ได้เลย😂
Senior High
ชีววิทยา
Tgat คณะแพทย์ขั้นต่ำ 78 -76 ใช่มั้ยคะ มช. มข. จุฬา อยากได้แนวทางเตรียมตัวกับติวพร้อมอยากถามพี่ๆที่เคยผ่านรอบสัมภาษณ์ด้วยค่ะ ว่าคำถามยากรึป่าว
Senior High
ชีววิทยา
ขอเฉลยหน่อยได้มั้ยคะ ทำไม่เป็น🥹
Senior High
ชีววิทยา
ช่วด้วยค่ะะ
Senior High
ชีววิทยา
ใครมีสรุปชีวะ ม4 เทอม1-2บางค้าบบบบบบ
Senior High
ชีววิทยา
ข้อ 5 และ ข้อ6 ช่วยหน่อยค่ะ
Senior High
ชีววิทยา
ช่วยตอบหน่อยได้ไหมคะที่พี่สรุปEvolution สมช. ย่อมาจากอะไรคะ
News
留言
尚未有留言