ノートテキスト
ページ1:
คลื่น คลื่นเป็นพลังงานจากจุดศูนย์กลางออกไปโดยรอบ เมื่อคลื่นเคลื่อนผ่านไปอนุภาคตัวกลางจะไม่เคลื่อนตามคลื่น แต่จะสั่นกลับไปมา การจําแนกประเภทคลื่น 1.) คลื่นตามขวาง (Tranverse) คลื่นที่มีการสั่นของอนุภาคตัวกลางตั้งฉากกับทิศการเคลื่อนที่ เช่น คลื่น ว า คลื่นสปริงละ 6 แดง แม่เหล็กไฟฟ้า 2.) คลื่นตามยาว (Longitudinal) คลื่นที่มีทิศการสั่นของอนุภาคด้วยทางขนานกับการเคลื่อนที่ เช่น กลิ่นสปริงแบบบีบอัด คลื่นเสียง เกณฑ์ที่ 2 : ตั๋วกลาง 1. คลื่นกล (Mechanical wave) คลื่นที่อาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่ เช่น คลื่นผิวน้ำ, เสียง, ในเชือก 2. คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic wave) ไม่อาศัยตัวกลาง แต่เกิดจากการเหนี่ยวนา ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กไฟฟ้า เช่น รังสีแกมมา UV, VL infared, microwave, radio เกณฑ์ที่ 2 : การสั่นของแหล่งกำเนิด 1. คลื่นกล Chulse wave) คลื่นที่เกิดจากการสั่นแหล่งกำเนิดคลื่น 1- 2 ครั้ง 2. คลื่นต่อเนื่อง (Continous wave) คลื่นที่เกิดจากการสั่น แหล่งกำเนิดคลื่นอย่างต่อเนื่อง Summary : : กลิ่นคือพลังงานจากจุดศูนย์กลางที่แผ่ออกไปรอบ เอนราดตัวกลางจะไม่เคลื่อนงานคลื่น แต่จะเคลื่อนขึ้นลง (Simple for mantic) การจำแนกคลื่น: ความเคลื่อนที่ - กมยาว (ขนาน) - ตามขวาง (ตั้งฉาก มทั่วกลางอนุภาค คลื่นกล (อาศัยตัวกลาง) กลิ่นแม่เหล็กไฟฟ้า ไม่อาศัย, เกิดจากการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าว ตามการสั่นของแหวนิค คลื่นดก (1-2 รอบ) คลื่นต่อเนื่อง (ต่อเนื่อง)
ページ2:
องค์ประกอบคลื่น และอัตราเร็วคลื่น y 1 AUT S = A การกระจัง) ระยะทางที่อนุภาคตัวกลางจะสั่นได้จากแนวสมดุล ส้นคลื่น บริเวณสูงสุดของคลื่น (กระจัดมากสุด) ท้องคลื่น บริเวณต่ำสุดของคลื่น (กระจกน้อยสุด) I แอมพลิจูด กระจัดสูงสุด (แอมพลิจูดสูง คลื่นมีพลังมาก, แอมพลิจูด - พลังงานคลื่นน้อย) ความยาวคลื่น (Wavelength : 3 ) ระยะห่าง คลื่น 1 ลูกคลื่น คาย : feniod : T) เวลาที่คลื่น 1 ลูกเคลื่อนที่ หน่วย วินาที (5) ความถี่ (Frequency, f) จำนวนของลูกที่เคลื่อนที่ผ่านจุดหนึ่ง ภายใน 12 หน่วย เสริตซ์ (2) T = 1 คบ 1 f Y = A CA = 9) T = ความดี V = 2 = AF + อัตราเร็ว = ระยะทาง ระยะเวลา V. = = AF
ページ3:
การซ้อนทับของคลื่น : เมื่อคลื่น 2 ขบวนมาพบกัน จะเกิดการรวมตัวกัน • การซ้อนทับแบบเสริมกัน การซ้อนทับแมมหักล้างกัน สมบัติของคลื่น • การสะท้อน เมื่อตัวกลางทึบปะทะคลื่น และคลื่นเดินทางกลับมา ตัวกลางเดิม ส่วนประกอบต่างๆ ที่เกี่ยวกับการสะท้อนของหน้า คลื่น คลื่นตกกระทบ แนวเส้นฉาก ง ตกกระ e ผิวสะท้อน e e หน้าคลื่นสะท้อน รังที่สะท้อ กรการสะท้อน ศ 0 - มุมตกกระจาย และมุมสะท้อน ค่าเท่ากัน • รังสีตกกระทบ รังสีสะท้อน และเส้นแนวฉากอยู่บนระนาบเดียวกัน สมบัติการแทรกสอด - คลื่น 2 แหล่งที่เป็นแหล่งกำเนิดอาพันธ์ ซึ่งมีเฟสเท่ากันหรือต่างกันคงที่ คลื่นจากแหล่งกำเนิดทั้งสองจะเคลื่อนที่มาซ้อนทับกัน เรียกการแทรก - การแทรกสอดแบบเสริมกัน เกิดจุดปฏิบัพ CAntinode) แทนด้วย A - การแทรกสอดแบบหักล้าง เกิดเมีย คลื่น 2 คลื่นเคลื่อนที่มาซ้อนทับกันเถิด 5 ทัพ “ถ้ากอง 0.1 ร
ページ4:
สมบัติการเลี้ยวเบน การเลี้ยวเบน เกิดเมื่อคลื่นพบสิ่งกีดขวางจึงเลี้ยวน้องจากด้านหลัง หลักการของฮอยเกนส์: แต่ละจุดบนหน้าคลื่นถือว่าเป็นแหล่งกำเนิดคลื่นใหม่ ซึ่งส่งคลื่นออกไปทุกทิศทางด้วยอัตราเร็ว เท่ากัน อัตราเร็วของคลื่นเดิม สมบัติการหัก เมื่อปะทะกันตัวกลางที่คุณสมบัติต่างกัน จะเกิดการเปลี่ยน 3 โดยปริมาณที่ยังคงที่คือ 1.1 เรียกว่าการหักเห การหักห น้ำลึก ความยาวคลื่น (2) มีค่ามาก น้ำยืน ความยาวคลื่น (มีค่าน้อย ในการหักเห ปริมาณคงที่คือความถี่กับตาข 0 หาลิก อัตราเรือคลื่น C มีค่ามาก าน อัตรา ว ลื่น(3 มีค่าน้อย นํ้าลิก V27777 1) มาก ✓ นาตน V น้อย 2 น้อ • อัตราส่วนระหว่างไซน์ของมุมกระทบต่อมุมหักเหาะมีค่าคงที่ • รังสี่ตกกระทบ รังสีหักเห และเส้นแนวจาก อยู่บนระนาบเดียวกัน กรการสะท้อน 1. มุมตกกระทบและมุมสะท้อนมีค่าเท่ากัน 2. ซึ่งสี่ตกกระทบ รังสีหักเห และเส้นแนวฉาก อยู่บนระนาบเดียวกัน
ページ5:
คลื่นเสียง (Sound wave ) (กล + ตามยาว เสี่ยงเป็นคลื่นกลเนียงจาก ต้องการตัวกลางในการเคลื่อนที่ และเป็นคลื่นตามยาว เสียงเกิดจากการสั่นของแหล่งกำเนิด พลังงานจากการสั่นจะถ่ายโอนกับโมเลกุลในอากาศ แต่โมเลกุลอากาศไม่ได้เคลื่อนที่พร้อมกับคลื่นเสียง แต่สั่นขึ้นลงในแนวขนานแบบ Simple harmonia โมเลกุลที่อยู่ชิดกว่าปกติ เรียก ส่วนอัด - ความดันสูงกว่าปกติ โมเลกุลที่อยู่ห่างกว่าปกติ เรียก ส่วนขยาย - ความดันต่ำกว่าปกติ V = FA V4 , V = a + V , = 331 + 0.6 cla แหลม = = ร 51+ 1. ความรู้สึกถึง - ค่อยของเสียง - ความเข้มเสียง 2. ความรู้สึกทุ่ม - ความถี่เสี่ยง 3. เอกลักษณ์ของเสียง - คุณภาพ เสียง กำลังเสียง - พลังงานของเสียงที่ปล่อยจากแหล่งกำเนิด มนุษย์ได้ยิน 10 * W * ถึง 1 พ 4. = -12 W/m² W/m² 1. หูส่วนนอก (external ear) ในรู รับปรับดัง ประกอบ ไขทุ ทําหน้าที่ : รับเสียง, ปรับความดังเสียง 2. ส่วนกลาง (middle ear) คือนางโกลน ปรับกัน ประกอบ : กระดูกค่อน, กระดูกทั้ง กระดูกโกลน จากยูสเตเชี่ยน ทำหน้าที่ ปรัชสด ความดัง, ต้นภายในหู จากท่อยูสาดเขียน ปรับลดความดัง, 3. หูส่วนใน Cinner ear) คลอเคลีย: รับการสั่นสะเทือน แปลงสัญญาณประสาท ท่อ ครึ่งวงกลม : รักษาสมดุลร่างกาย, ดูแล movement ศีรษะ
ページ6:
ระดับเสียง การได้ยินเสียงขึ้นอยู่กับความเข้มเสียง ความถี่ที่มนุษย์ได้ยินอยู่ในช่วง 20 ถึง 20,000 2 อายมาก - แก้วหหนา - สั่นน้อยลง - และระดับเสียง + ความถี่ - สั่นน้อยลง ไม่ได้ยิน ความถี่สูง เสียงที่มีความถี่ต่ำกว่า 30 Hz ลงไปเรียก Intersound คลื่นได้เสียง เสี่ยงที่มีความถี่สูงกว่า 20,000 Hz ขึ้นไปเรียก Ultrasound คลื่นเหนือเสียง ปี ส - เสียงติ้ง-เบาสลับกันเป็นจังหวะ จังหวะของเสียงที่ผู้ฟังได้ยิน (ความถี่ปิดตัว จำนวนครั้ง ความเบา-ดังใน วิ fB - F₁ - f₂ Po fi + 12 2 น 1 ปกติหูมนุษย์จำแนกปิดจังหวะ ความถี่ไม่เกิน 7 ครั้ง / วินาที คลื่นนิ่ง - 2 คลื่นแทรกสอดกัน เคลื่อนที่ตรงข้ามกัน แต่แอมพลิจูด, 1.2, เท่า = ตำแหน่งเสียงดัง - บริษัท และ ตำแหน่งเสียงเขาเรียก บัพ ว - = า 2 1 T N ยาว = คลื่นนิ่ง 1 Loop - หรือ N ที่ติดกัน A กับ N ที่ติดกัน = 1 1 - 4 5/25/20 ๆ ความถี่ธรรมชาติ - ความถี่ที่วัตถุหรือระบบสั่นสะเทือนเอง เมื่อถูกรบกวน โดยปราศจากแรงภายนอก การสั่นพ้อง - เมื่อวัตถุมีแรงกระทำ แล้ว ความถี่เท่ากันแรงธรรมชาติของวัตถุนั้น
ページ7:
การสั่นพ้อง (Resonance) เมื่อมีแรงกระทำวัตถุยึดหรือตรึงไว้ให้เกิดการสั่น โดยความถี่ของแรงนั้นเท่ากับความถี่ธรรมชาติของ วัตถุนั้น จะทำให้เกิดการสั่นพ้อง ขณะสั่นพ้องการสั่นของวัตถุจะมีแอมพลิจูดของการสั่นมากที่สุด เมื่อเทียบ กับการสั่นด้วยความถี่อื่น ๆ การสั่นพ้องของเสียง เกิดได้เนื่องจากขณะเสียงเดินทางผ่านตัวกลาง อนุภาคของตัวกลางนั้นจะสั่น ด้วยความถี่เดียวกับแหล่งกำเนิดเสียง เช่น เมื่อเราส่งคลื่นเสียงจากส้อมเสียง (tunning fork) เข้าไปทางปาก หลอดเรโซแนนซ์ อนุภาคของอากาศในหลอดเรโซแนนซ์จะถูกบังคับให้สั่นด้วยความถี่เสียงของส้อมเสียง ถ้าปรับความถี่ของส้อมเสียงให้มีความถี่ตรงกับความถี่ธรรมชาติของอนุภาคอากาศในหลอดเรโซแนนซ์ อนุภาคอากาศก็จะสั่นแรงที่สุด ทำให้เกิดเสียงออกจากปากหลอดเรโซแนนซ์ดังมากที่สุด เดิมการสั่นพ้องอาจ เรียกว่า การก้าทอน อภินาที หรือเรโซแนนซ์ก็ได้ ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์ 1 มาก เสียงทุ้ม 1 ค่ำ เสียงแหลม foin = 7/21 2 มาก ผู้ฟังอยู่นิ่ง ลง → แหลม WWW. 1 นัด ผู้ฟังอยู่นิ่ง แหล่งกำเนิดเสียงเคลื่อนที่ เมียแหล่งกำเนิดเสียงเคลื่อนที่แต่ผู้ฟังหยุดนิ่ง ผู้ฟังจะได้ยินเสียงสูงขึ้นเมื่อแหล่งกำเนิดเสียงเคลื่อนที่เข้าหา และต่ำลงเมื่อออกห่าง
ページ8:
RMIVUX6 คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เกิดจากการเหนี่ยวนำกันระหว่างสนามแม่เหล็กและสนามไฟฟ้า ทิศทางของสนามทั้งสองจะตั้งฉากกับทิศทางการเคลื่อนที่ของคลื่น คลื่นแม่เหล็ก ไฟฟ้าเป็นคลื่นตามขวาง ประกอบด้วยสนามทั้งสองสั่นในแนวตั้งฉากกัน และอยู่บนระนาบคลื่น - คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามีความเร็วเท่ากับ 3 x 10" (สุญญากาศ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เกิดจาก - การเคลื่อนที่ด้วยความเร่งของประจุไฟฟ้า •การเปลี่ยนระดับพลังงานอิเล็กตรอน •กเปลี่ยนระดับพลังงานนิวเคลียส C3 x 10 C = If อัตราเร็วแสง Cm ls) - ความยาวคลื่น (m) x ความถี่ (Hz) (m/s) = Types of Electromagnetic Radiation wavelength radio microwaves น m intrared visible light ultraviolet X-rays gamma rays used to broadcast radio and television used in cooking, radar, telephone and other signals transmits heat from sun, fires, radiators makes things | absorbed by able to be seen the skin, used in fluorescent © Encyclopædia Britannica, Inc. tubes used to view inside of used in bodies and objects medicine for killing cancer cells
ページ9:
สปกตรัม คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า 1. 3 4. คลื่นวิทยุ (Radio waves) ความที่อยู่ในช่วง 10 - 10 Hz การส่งสัญญาณคลื่นวิทยุ ทำได้โดยการใส่คลื่นเสียงลงไปในคลื่นวิทยุ เรียกว่า การผสม (Modulate) 1. AM CAmplitude Modulation) . 0 . มีความถี่ ค่าคงที่ แต่ แอมพลิจูดจะเปลี่ยนตลอดเวลา คลื่นวิทยุ AM ความถี่ 390 - 1000 กิโลเฮิรต์ • เกิดฟ้าผ่า ฟ้าแลบ จะทำให้เกิดการรบกวนในการส่งสัญญาณระบบ A สามารถเดินทางถึงทั้ง กลิ่นดิน และ คลื่นฟ้า สะท้อนได้ดีในชั้นไอโอโนสเฟียร์ 2. FM c Frequency Modulation) ° ความถี่เปลี่ยนแปลงตลอด แต่แอมพลิจูด คงที่ ระบบ FM ใช้คลื่นความถี่ 88-108 เมกะเฮิรต์ สะท้อนได้น้อยในชั้นไอโอโนสเฟียร์ 2. คลื่นโทรทัศน์และไมโครเวฟ ( Television and Microwaves) 8 คลื่นโทรทัศน์มีความถี่ประมาณ 10 เฮิรต์จึงไม่สะท้อนในไอโอโนสเฟียร์ แต่กะลุผ่านชั้นบรรยากาศไปนอกโลก จึงต้องใช้สถานีถ่ายทอดคลื่น เป็นระยะ คลื่นไมโครเวฟพุ่งกระทบอาหารจากทุกทางโดยคลื่นทำให้อนุภาคที่มีประจุ โมเลกุลอาหารเบียดกันจนเกิดเป็นความร้อน และสุดอย่างรวดเร็ว 3. รังสีอินฟราเรด Infrared) 14 มีความถี่อยู่ในช่วง 10 - 10 Hz วัตถุร้อนจะแผ่รังสีอินฟราเรดได้ รีโมทคอนโทรส • กล้องจับความร้อน * ตรวจจับความร้อนเหยื่อ
ページ10:
4. แสง Clight) . ง - ความ ประมาณ 8.5 x 10 - 15 x 100 Hz • รับรู้ได้ด้วยประสาทตา • เมื่อวัตถุได้รับความร้อนจะเปล่งแสงออกมาได้ • • . . เจ็ดสีรวมกันเป็นสีขาว • บางครั้งเองเกิดได้โดยไม่ใช้ความร้อน เช่น สิ่งมีชีวิต ปฏิกิริยาเคมีที่ทำให้เรื่องแรง นํามาใช้ด้านการแพทย์ เช่น ผ่าตัดด้วยเลเซอร์, วินิจฉัยภายในด้วยกอง ด้านการสื่อสาร นำเลเซอร์ไปใช้ในรูปแบบใยแก้วนำข้อมูลส่งด้วยความเร็วสูง ผลิตพลังงานไชสา เซลล์ • กล้องถ่ายภาพ เครื่องมือวัด และเซ็นเซอร์ 5. รังสีอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet Rays) . ป มีความถี่อยู่ในช่วง 10 - 16 Hz เกิดจากการแผ่รังสีของดวงอาทิตย์ ทำให้เกิดประจุ “อิสระ และไอออนในไอโอโนสเฟียร์ . • - ใช้ฆ่าเชื้อในวงการแพทย์ • รักษาเกี่ยวกับโรคผิวหนัง เป็นอันตรายต่อตา และผิวหนัง มี 3 ประเภท UVA ทำร้ายผิว, ทะลุกระจก UV ทำให้ผิวไหม้ เกิดมะเร็ง แต่ผ่านกระจกไม่ได้ UVC ใช้ฆ่าเชื้อในโรงพยาบาล • กระตุ้นวิตามิน ดีในร่างกาย • ระบบกรองนํ้า - ตรวจสอบธนบัตร ตรวจสอบร่องรอยทางนิติวิทยาศาสตร์
ページ11:
16 6. รังสีเอกซ์ CX-mus) มีความถี่ 8 x 10 - 9 x 10 H * สามารถทะลุผ่านสิ่งกีดขวางหนา ได้ • - ในทางอุตสาหกรรมใช้ตรวจหารอยร้าวในโลหะใหญ่ • ตรวจหาอาวุธที่ท่าน 0 - ใช้สายผ่านร่างกายมนุษย์ตรวจดูความผิดปกติ 7. รังสีแกมมา (Y- rays) เกิดจากการสลายตัวของธาตุกัมมันตรังสี ประจุไฟฟ้าที่ถูกเร่งอนุภาคทำให้เกิดรังสีแกมมาได้ 0 ใช้รักษามะเร็ง . • 0 • ฆ่าเชื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ 5 ถนอมอาหาร * อาจทำให้เซลล์เสียหาย, กลายพันธุ์ PP งนเอง ไม่เข้าใจ D
ページ12:
= สารอินทรีย์ในพืช - สารที่มีธาตุคาร์บอนและไฮโดรเจน เป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่ 1. สารอินทรีย์ที่จําเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช “ใช้ในการเจริญเติบโต และกิจกรรมต่างๆ ของพืช เช่น การตอบสนองต่อสิ่งเร้า - คาร์โบไฮเดรต : สะสมในรูปแป้ง สะสมในรูปน้ำตาล โปรตีน: สะสมมากในเมล็ด - ลิพิด : สะสมมากในเมล็ด . • Xylem น้ำและแร่ธาตุ Pholem ทหาร - กรดนิวคลีอิค : พบมากในนิวเคลียส 600, + 12H,O กลไกส Light C6H12O6+ 602 +6 H₂O Chlorophyll 2. สารอาหารที่ไม่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช พืชบางชนิดสามารถสร้างสารอินทรีย์ เพื่อเพิ่มความสามารถเอาชีวิตรอดได้ - น้ำยางพารา : ช่วยปิดบาดแผล และยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ปากแผล น้ำยางมะละกอ - เอมไซม์ปาเป็น - สัปปะรด: เอมไซม์โบรมิเลน - เมล็ดกาแฟ : คาเฟอีน - เมล็ดพริก: แคปไซซิน - ป้องกันแมลง ฉันยังจุลินทรีย์ - นำมาหมักเนื้อนุ่มได้ - ยับยั้งการงอกของพืชชนิดอื่นรอบพืช - ยูคาลิปตัส : allelopathy) ใน - เปลือกส้ม : สาวโมน แมลง ป้องกันแมลง, aromatherapy การจัดการเจริญเติบโตพืช 0 •นับจํานวนเซลล์ที เพิ่มขึ้น วัดความสูง • วัดมวลของสิ่งมีชีวิต • การวัดน้ำหนักแห้ง (dry weight ) + พืชตาย
ページ13:
ปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช - ารแลกเปลี่ยนเอส และการคายน้ำ - แสง : การแลกมา - นา - น้ำ : เป็นองค์ประกอบสำคัญที่เกี่ยวกับกระบวนการต่างๆ อุณหภูมิ: พืชแต่ละชนิดมีช่วงอุณหภูมิต่างกัน คาร์บอนไดออกไซด์ : แหล่งธาตุคาร์บอนให้พืชนำไปสังเคราะห์น้ำตาล ออกซิเจน : ใช้ในกระบวนการหายใจเพื่อนำไปเป็นพลังงาน - - ศัตรูพืช : แมลง, จุลินทรีย์, วัชพืช - แร่ธาตุ : พืชต้องการมาก : NPK Ca Mg S พืชต้องการน้อย : te Cu Zn Min Mo Cl B ๏ แร่ธาตุ (mineral) ตัวเลขบนกุงปุ๋ย ใว้เพื่อ บอกร้อยละของไนโตรเจน (N) กรดฟอสฟอริกที่พืชใช้ได้ (P) และโพแทสเซียมที่ละลายน้าได้ (X) ตามลาดับ 16-16-16 ส่วนผสมที่เหลือมักจะ เนย ทราย ดินขาว ๏ แร่ราตุ (mineral) ได้แร่ธาตุครบถ้วน ขาด N ใบเหลืองทั้งต้น ส้นเล็กกว่าปกติ ขาด P ใบเหลือง ลาต้นแคระเกร็น ขาด K ขอบใบและ ปลายใบไม้ใหม่ ขาด Fe ใบอ่อน เกิดใหม่ สีเหลือง ด
ページ14:
ออร์โมนพืช 1. ออกซิน - ยับยั้งการเจริญเกินให้ตาข้าง . ชะลอการร่วงของใบ ดอก และผล กระตุ้นการเจริญเติบโตผล ยอด เคลื่อนหาแสงและรากเคลื่อนตามแรงโน้มถ่วง ใช้กำจัดวัชพืช 2. ใช้ไปโดนน ส่งเสริม การเจริญตาข้าง . 0 * กระตุ้นการสร้างยอดในการ เพาะเนื้อเยื่อพืช ควบคุมการเปิด-ปิดปากไปในที่ไม่ 3. จิบเบอเรลลิน - กระตุ้นให้ต้นสูงใหญ่ ad · ° ในที่ไม่มีแลง • กระตุ้นการยึดของช่อดอก และช่อan ควบคุมการงอกของเมล็ดบางชนิด 4. เอทิลีน เร่งการสุกของผลไม้ ควบคุมการฝึกของเมล็ดบางชนิด • กระตุ้นใบ ดอก ผลให้เกิดการเสื่อมตามอายุให้หลุดร่วง 6. กรดแอบไซซิก - กระตุ้นการปิดเปิดปากไป ยับยั้งการเจริญและมีตัวของเซลล์ - ยับยั้งการงอกของเมล็ด • ชะลอการเหี่ยวเฉาของพืช 6
ページ15:
การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืช 1. การตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอก 1. ตอบสนองต่อแสง (Phototropism) 2. การตอบสนองต่อแรงโน้มถ่วง ( Geotropism) 2. การตอบสนองต่อสารเคมี (Chewstopism) 1. การตอบสนองต่อความชื้น (Hydrotropism) ใช้รากไปหา ความชื้น 5. การตอบสนองต่อสัมผัส (Thiamotropism) มือเกาะ 6. การมีทิศทางไม่สัมพันธ์กับทิศทางสิ่งเร้า clastic movement) 2. การตอบสนองที่เกิดจากสิ่งเร้าภายใน 1.การเอนหรือแกว่งยอดไปมา (Nutation movement) สองข้างใดไม่เท่ากัน 2. การด า น เป็นเกลียว (Spiral movement) พยุงลำต้น การเคลื่อนไหวเมื่อเกิดราวเปลี่ยนแปลงแรง นเก่ง 2. movement) 1. การทุนในจากการสะเทือน (Contact move werk) การทุบในตอนพลบค่ำของพืชตระกูลถั่ว C Sleep movement) 5. การปิด-เปิดของปากใน ( Guard cell movement) @พัชราพรรณยะภักดี-ต8อ อยากร้องไห 22 จ . 8y ago @พัชราพรรณยะภักดี-ต8อ . 8y ago อยากร้องไหมากกกก 21 จ จ
其他搜尋結果
推薦筆記
與本筆記相關的問題
Senior High
ฟิสิกส์
ตอนนี่เราอยู่ ม.5 อยากมีเพื่อนที่สนใจฟิสิกส์ อยากเข้าคณะวิทยาศาสตร์มากๆ คนที่อยากโตไปเท่ๆเหมือนนิวตันมาเป็นเพื่อนกันได้นะ👈😆👉 (คณะวิทยาศาสตร์ สาขาฟิสิกส์ ฟิสิกส์บริสุทธิ์)
Senior High
ฟิสิกส์
ช่วยแสดงวิธีทำให้หน่อยค่ะ🙏🏻
Senior High
ฟิสิกส์
ทำยังไงคะ ช่วยหน่อยค่ะ
Senior High
ฟิสิกส์
ช่วยด้วยค่ะ ทำข้อที่3ไม่ได้😭 ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
Senior High
ฟิสิกส์
ให้หาว่าเกี่ยสกับอะไร กับประโยชน์ช่วยหน่อยค่ะ
Senior High
ฟิสิกส์
ช่วยหน่อยคะ🙏🏻🙏🏻 ส่งพรุ่งนี้แล้วคะ💕
Senior High
ฟิสิกส์
ช่วยทีครับ
Senior High
ฟิสิกส์
ช่วยทีครับ
Senior High
ฟิสิกส์
1.วัตถุหนัก1,000นิวตัน วางอยู่บนพื้นและผูกด้วยเชือกเบายาว2.5เมตร ออกแรงFในแนวระดับดึงวัตถุให้สูงจากพื้น1.0เมตรดังรูปจงหาขนาดของแรงFมีค่ากี่นิวตัน
Senior High
ฟิสิกส์
ตอบอะไรบ้างหรอคะ มีเเนวทางมั้ยเอ่ย🙌🏻
News
留言
尚未有留言