การละอาย&ไม่ทนการทุจริต

0

69

0

Amongus

Amongus

มัธยมปลาย All

อธิบายครบ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็น
ถูกปิดสำหรับสมุดโน้ตนี้

ノートテキスト

ページ1:

1. แนวคิดเรื่องความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต
1.1 ความหมายของ “ความละอายต่อการทุจริต” (Shame of Corruption)
หมายถึง ความรู้สึกไม่สบายใจหรือรู้สึกผิดเมื่อทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ขัดต่อศีลธรรม กฎหมาย
หรือจรรยาบรรณ และละอายใจเมื่อทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง หรือแม้เพียงคิดจะกระทำสิ่งทุจริตก็รู้สึกอาย
ต่อทั้งตนเองและผู้อื่น เช่น การโกง ลอกข้อสอบ รับสินบน หรือใช้ทรัพยากรส่วนรวมเพื่อประโยชน์
ส่วนตน การแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ เป็นต้น เพราะตระหนักว่าการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่ง
ผิดศีลธรรม ผิดกฎหมาย และทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน
ในทางพุทธศาสนา ความละอายเรียกว่า “หิริ” หมายถึง ความละอายต่อบาปหรือความชั่ว
เป็นคุณธรรมสำคัญที่ช่วยยับยั้งไม่ให้คนทำสิ่งผิดศีลธรรม

ページ2:

1.2 ความหมายของ “ความไม่ทนต่อการทุจริต” (Zero Tolerance)
หมายถึง การไม่ยอมรับพฤติกรรมทุจริตทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใด เช่น ไม่รับของ
เล็กน้อยจากนักเรียน ไม่มองข้ามการลอกข้อสอบ หรือไม่เงียบเมื่อเห็นการโกง เป็นต้น การไม่
ยอมรับ ไม่เพิกเฉย และไม่สนับสนุนการกระทำทุจริตในทุกรูปแบบ ความกล้าที่จะต่อต้านการ
ทุจริต ไม่ยอมให้เกิดขึ้นในองค์กร ชุมชน หรือสังคม แม้จะไม่ได้เป็นผู้กระทำโดยตรงก็ตาม
ในทางคุณธรรม เรียกว่า “โอตตัปปะ” คือ ความเกรงกลัวต่อบาป เกรงผลร้ายจากการ
กระทำทุจริตทั้งต่อตนเองและสังคม เช่น กลัวเสียชื่อเสียง ถูกลงโทษ หรือทำให้ประเทศเสื่อม
ความสัมพันธ์ระหว่าง “ความละอาย” และ “ความไม่ทนต่อการทุจริต”
สองแนวคิดนี้เป็น คู่คุณธรรมพื้นฐานของคนดีในสังคมประชาธิปไตยโปร่งใส
ความละอาย - ยับยั้ง ไม่ให้ตนเอง กระทำผิด
ความไม่ทน - กระตุ้นให้ ไม่ยอมให้ผู้อื่น ทำผิด
กล่าวได้ว่า “หิริ” (ความละอาย) เป็นการป้องกันตนเองจากความชั่ว “โอตตัปปะ” (ความ
ไม่ทน) เป็นการป้องกันสังคมจากความชั่ว หากคนในสังคมมีสองสิ่งนี้ จะเกิด “ภูมิคุ้มกันทาง
ศีลธรรม” ที่ช่วยลดการทุจริตและสร้างสังคมโปร่งใส
News