ノートテキスト
ページ1:
สรุปเนื้อหาวิชาสังคมศึกษา - ศาสนาสากล ม.6 (กลางภาค) โดย ครูวาริธร หนูเกลี้ยง ปฟัง X 28 vo G ศาสนา พราหมพ์-ฮินดู f ข้อเท่านั้น หน่วยที 0 : ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ ข เกี่ยวกับศาสนา 1.1 ศาสนาคืออะไร? (หน้า 1 - บทนำ) * Bun Ingatures นักเรียนคิดว่าความเชื่อคืออะไร? ความน่าเชื่อว ….. ชุด ค. คิด แนะนำให้อ่าน หนังสือประกอบการ สม อ่านสรุปด้วยนะคะ ค. ง A.AA.A.A. แล้วนักเรียนว่าทำไมความเชื่อถึงถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นศาสนาได้? 39 ค.เสื้อ | ดดด 0 ฟาง 2926" → K กัน 075505 งา ) ฟาสนา 00 G Svm 4wumi-Jun อิสลาม 1. ความหมายของคำว่า “ศาสนา” (ในส่วนนี้ นักเรียนตอบลงมาในใบงานผิดกันเยอะมาก ๆ จริง ๆ ต้องตอบตามความหมายแบบนี้นะคะ ตามแหล่งที่มา ฝากทบทวนด้วยนะคะ) ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2544 9 ศาสนาเป็นลัทธิความเชื่อถือของมนุษย์อันมีหลัก คือ แสดงกำเนิดและความสิ้นสุด ของโลก เป็นต้น อันเป็นไปฝ่ายปรมัตถ์ประการหนึ่ง แสดงหลักธรรมเกี่ยวกับบุญ บาปอันเป็นไปในฝ่ายศีลธรรมประการหนึ่ง พร้อมทั้งลัทธิพิธีที่กระทำตามความเห็น หรือตามคำสั่งสอนในความเชื่อถือนั้น ๆ รากศัพท์จากภาษาต่างประเทศ I 000 O ภาษาอังกฤษ : คำว่า ศาสนา แปลว่า “Religion” ซึ่งมาจากรากศัพท์ภาษาละตินว่า (Religio” แปลว่า ความสัมพันธ์/ความผูกพัน 0 0 ความสัมพันธ์ ความผูกพัน ในที่นี้ หมายถึง ความสัมพันธ์ระหว่าง มนุษย์ กับเทพเจ้า (พระเจ้า O ภาษาสันสกฤต : คำว่า ศาสนา มาจาก “สาส์น” แปลว่า คำสั่งสอน/การปกครอง คำสั่งสอน - ศีลธรรม)/ การปกครอง = การปกครองจิตใจของตนเอง Winner of Jun ทาง เว้น 1
ページ2:
HOLY BIBLE 1.2 ความสำคัญของศาสนา (แน่นอนว่าความสำคัญของศาสนานั้นมีมากมายตามแต่ละบริบท แต่ละที่ก็ให้ความสำคัญของ ศาสนาไม่เหมือน ฉะนั้น ข้อความสำคัญดังต่อไปนี้เป็นเพียงการนิยามความสำคัญของศาสนาโดย ภาพรวมค่ะ) 2 ติด S 1. ศาสนาเป็นแนวทางปฏิบัติที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ทั้งในระดับ บุคคลและสังคม เช่น การฝึกถือศีล การฝึกสมาธิ การเจริญสติ ฝึกให้อยู่กับตัวเอง การรู้จักการ ให้อภัย การเคารพซึ่งกันและกัน เป็นต้น ( นลัดชากุล) 2. ศาสนาทำหน้าที่เป็นแหล่งกำเนิดของจริยธรรม ศีลธรรม และ ค่านิยมพื้นฐานที่ส่งเสริมให้ มนุษย์มีพฤติกรรมที่เหมาะสมต่อกันและกัน เช่น ความเมตตา ความอดทน ความเสียสละ และ การไม่เบียดเบียนผู้อื่น เป็นต้น 3. ศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ/ศูนย์รวมจิตใจของมนุษย์ในยามเผชิญกับปัญหา ความทุกข์ หรือความเปลี่ยนแปลงในชีวิต 4. ศาสนามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข โดยการกำหนดขอบเขต ทางศีลธรรม 5. ศาสนามีส่วนช่วยกระตุ้นให้เกิดความรับผิดชอบต่อส่วนรวม อีกทั้งยังมีอิทธิพลต่อการ สร้างสรรค์วัฒนธรรม ประเพณี และศิลปะในสังคมต่าง ๆ ทั่วโลก 1.3 องค์ประกอบของศาสนา ด้วยเกณฑ์การกำหนดของกรมศาสนา ศาสนาจึงมีองค์ประกอบหลักที่สำคัญ 5 ส่วน ดังต่อไปนี้ คัน พ๕พุทธเง่า 1. ศาสดา ผู้ก่อตั้งศาสนา ผู้คิดค้น ผู้ริเริ่มเผยแผ่ค่าสอนของศาสนาไปยังผู้คน 2. คัมภีร์ สิ่งบันทึก/ที่รองรับหลักธรรมคำสอนของศาสนานั้น ๆ 3. นักบวช - ผู้ปฏิบัติศาสนกิจสืบทอดต่อหลักคำสอน / ผู้เผยแผ่ศาสนา 4. ศาสนสถาน สถานที่สำคัญของศาสนา มักเป็นสถานที่ปฏิบัติพิธีกรรมต่าง ๆ ทางศาสนา 5. สัญลักษณ์ เครื่องแสดงออกของศาสนาทั้งด้านพิธีกรรม ปูชนียวัตถุ / ตัวแทน/ภาพแทนของ ศาสนา **ข้อสังเกต คือ ศาสนาหลัก ๆ บางศาสนาที่ไม่ได้มีตามองค์ประกอบครบ อย่างเช่น ศาสนาอิสลาม (ถ้างั้นนาน ไม่มีนักบวช ศาสนาพราหมณ์-ฮินดูไม่มีศาสดา ก็สามารถจัดว่าเป็นศาสนาได้ จากองค์ประกอบสำคัญ อย่างอื่น เช่น จำนวนผู้นับถือ ประวัติความเป็นมา ความเชื่อที่ถูกส่งมารุ่นต่อรุ่นอย่างยาวนาน เป็นต้น ล้วนสามารถทำให้กลายเป็นศาสนาที่ยิ่งใหญ่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีองค์ประกอบครบถ้วน *** 107 v พโท 2 35 > ลัท
ページ3:
1.4 การแบ่งประเภทของศาสนา การแบ่งประเภทของศาสนาตามหลักสากล สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้ - การนับถือพระเจ้า) 1. การแบ่งตามประเภทของศาสนา 1 1.1 เอกเทวนิยม - ศาสนาประเภทนับถือพระเจ้าองค์เดียวเท่านั้น ได้แก่ ศาสนายูดาห์ (ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม ศาสนาซิกข์ 2++ G ศาสนา เรา ม 1.2 พหุเทวนิยม – ศาสนาประเภทนับถือเทพเจ้าหลายองค์ ได้แก่ ศาสนาชินโต และ ราหม - ศาสนา พรามหณ์-ฮินดู 1.3 เทวนิยม - ศาสนาที่นับถือเทพเจ้าเป็นผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดเหนือเทพทั้งหลาย อาจเชื่อในเทพ เจ้าหนึ่งองค์หรือมากกว่านั้น เช่น เต๋า ทุกข์ ไม่ ww นิพพาน ก ตัว 1.4 อเทวนิยม – ศาสนาที่ไม่เชื่อในพระเจ้าหรือไม่เชื่อว่าพระเจ้าเป็นหนทางแห่งความบรรลุ สูงสุด ได้แก่ ศาสนาเชน ศาสนาพุทธ และขงจื้อ ไม่นับถือพระเจ้า นับถือพระเจ้า อเทวนิยม 2. การแบ่งตามลักษณะของเผ่าพันธุ์ เทวนิยม เอกเทวนิยม พหุเทวนิยม กลุ่มมองโกล ศาสนาในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออก ศาสนาเต๋า ศาสนาขงจื้อ และศาสนาชินโต กลุ่มอารยัน ศาสนาในภูมิภาคเอเชียใต้ (ชมพูทวีป/อนุทวีปอินเดีย) บม ศาสนาพรามหณ์-ฮินดู ศาสนาเชน ศาสนาพุทธ และ ศาสนาซิกข์ กลุ่มเซมิติก ศาสนาในภูมิภาคเอเชีย ตะวันตกเฉียงใต้ / ตะวันออกกลาง ศาสนาโซโรอัสเตอร์ ศาสนา ยูดาห์ ศาสนาคริสต์ และ ศาสนาอิสลาม 3
ページ4:
คำถามท้ายหน่วย+ชวนคุย 1. นักเรียนคิดว่าศาสนาเกิดขึ้นจากสาเหตุอะไรเป็นหลัก นักเรียนอาจจะต้องลองทิ้งบริบทในโลกปัจจุบันลง ลองหลับตาและลองสมมติว่าคนสมัยก่อน ไม่ได้มีวิทยาศาสตร์หรือความรู้เหมือนในปัจจุบัน เวลาเห็นอะไรแปลก ๆ หรือเป็นเรื่องเหนือ ธรรมชาติ สัญชาตญาณหนึ่งของมนุษย์ก็ย่อมปรากฏออกมา.... 2. นักเรียนคิดว่าความเชื่อเรื่องเทพเจ้าของศาสนา/ความเชื่อในยุคโบราณเป็นแบบใด? เทพจากธรรมชาติ? เทพเจ้าแบบเป็นรูปลักษณ์แล้ว? ถ้ายังนึกไม่ออก ตัวอย่างเนื้อหาของศาสนาที่ได้เรียนมาแล้วอย่างพราหมณ์-ฮินดู น่าจะช่วย ให้นักเรียนมองภาพของความเชื่อทางศาสนาที่ชัดเจนขึ้นค่ะ ชวนคุยจากมุมมองของครู หลังจากสอนจบไปครึ่งเทอม ครูได้เห็นอะไรมาค่อนข้างเยอะจากพวกเราเหมือนกันค่ะ จาก ทั้งตอนสอนในห้องเรียน ทำกิจกรรม เลยอยากชวนนักเรียนคิดต่อเล่น ๆ ว่าจริง ๆ แล้วตัวครูเองก็คิด เหมือน ๆ เราหลาย ๆ คนที่บอกว่าศาสนาอาจไม่ได้จำเป็นอีกต่อไปในยุคสมัยนี้ ครูเองก็ไม่ได้นับถือ ศาสนาอย่างเคร่งขรัดอะไรขนาดนั้นเหมือนกัน การมีสิ่งอื่น ๆ ที่ทดแทนศาสนาหรือตอบสนองความ | ต้องการของตนเองที่รวดเร็วกว่าการนับถือศาสนา ย่อมสบายใจและดีกว่าในบางกรณี แต่ครูอาจจะ ชวนเราคิดในอีกมุมมองหนึ่งว่าถึงแม้คนจะนับถือศาสนาน้อยลง ศรัทธาน้อยลงก็จริง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด คนที่ยังมีความทุกข์จึงหันหน้าเข้าหาศาสนาเพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจจริง ๆ ก็มี คนที่มองว่าศาสนาคือ ทางออกของชีวิตก็ยังมีอยู่ คนที่นับถือศาสนาเป็นเสมือนสิ่งสำคัญของชีวิตก็มี เลยอยากฝากให้เราคิด ไว้ว่า ตอนจะล้อเลียน ลบหลู่ ความเชื่อใด ๆ นั้นเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำ ต่างคนต่างก็มีสิ่งสำคัญที่ไม่ อยากให้ใครมาดูถูก เหยียบย่ำน้า ฉะนั้น เลยอยากฝากให้เราเรียนรู้ถึงความแตกต่างของศาสนา เพื่อที่จะได้เข้าใจว่าคนเขาเชื่ออะไรกัน เขานับถืออะไร จะได้รู้ไว้ว่าสิ่งไหนเขานับถือ เราห้ามล้อเลียน ในอนาคตเราจะได้อยู่ร่วมกันกับคนที่นับถือต่างศาสนาจากเราได้อย่างไม่ต้องอายใครค่า MA
ページ5:
ฝาลพๆ ฟรานม หน่วยที่ 2 : ศาสนาที่เกิดในภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ : ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู 3 ว 1.1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับศาสนาพราหมณ์-ฮินดู 1. ศาสนาพราหมณ์-ฮินดูเกิดขึ้นและตั้งอยู่บริเวณใดของโลก? 2000-3000 ปี 96 พระกร O อนุทวีปอินเดีย - ภูมิภาคเอเชียใต้ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดขึ้นของศาสนาหลาย ๆ ศาสนา ได้แก่ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ศาสนาพุทธ ศาสนาเชน ศาสนาซิกข์ - ปัจจุบัน ประเทศอินเดียนับว่าเป็นประเทศที่มีประชากรนับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดู มากที่สุดในโลก BMAC Substrate (noodle) Brushaski Kassite Jakistari Elamite Actio Tarappan milies cap lines Valley) Nihali kal egg) Kusunda Dravidian Draviology (2024) Vedda botakanala (phant) Wikipedia (2011) 2. ช่วงเวลาที่เรากำลังศึกษานั้นอยู่ช่วงไหนกันแน่? 1. สมัยดึกด่าบรรพ์ ระยะเวลาประมาณ 1,000 ปี ก่อนพุทธกาล สมัยพระเวท ระยะเวลาประมาณ 957 - 475 ปีก่อนพุทธกาล 3. สมัยพราหมณ์ ระยะเวลาประมาณ 257 ปีก่อน พ.ศ. - พ.ศ. 43 4. สมัยฮินดูเก่า (ฮินดูแท้) ระยะเวลาประมาณ 57 ปีก่อน พ.ศ. - ต้นพุทธกาล 5. สมัยอุปนิษัท ระยะเวลาประมาณ 57 ปีก่อน พ.ศ. - ต้นพุทธกาล 6. สมัยสูตร ระยะเวลาประมาณ พ.ศ. 60 - พ.ศ. 360 7. สมัยอวตาร ระยะเวลาประมาณ พ.ศ. 220 - พ.ศ. 660 8. สมัยเสื่อม ระยะเวลาประมาณ พ.ศ. 861 - พ.ศ. 1190 9. สมัยฟื้นฟู ระยะเวลาประมาณ พ.ศ. 1200 - พ.ศ. 1740 10. สมัยภักดี ระยะเวลาประมาณ พ.ศ. 1740 - พ.ศ. 2300 11. ศาสนาพราหมณ์-ฮินดูปัจจุบัน ระยะเวลาประมาณ พ.ศ. 2300 - ปัจจุบัน ในเนื้อหากลางภาคนี้ ไทม์ไลน์ของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูที่เราจะโฟกัสกันจะอยู่ประมาณ 5 ช่วงสำคัญนี้ ตั้งแต่ยังไม่มีศาสนาพราหมณ์-ฮินดูเกิดขึ้นมา เพื่อทำให้เห็นว่าก่อนหน้าที่จะมี ศาสนานี้ คนสมัยก่อนเขานับถืออะไรกัน? 5
ページ6:
3. ชนพื้นเมือง vs ชาวอารยัน : เจ้าของ vs ผู้รุกราน** Dravidiano/son ๐ ชาวพื้นเมือง (ทราวิฑ/ดราวิเดียน) คือ ชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในอนุทวีป อินเดีย โดยเฉพาะบริเวณทางตอนใต้ของอินเดียและบริเวณลุ่มแม่น้ำสินธุ ลักษณะ ภายนอกของชาวพื้นเมืองจะมีผิวสีดำ หน้าตาจะคล้ายคลึงกับชาวเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ ปัจจุบันอาศัยอยู่บริเวณทางตอนใต้ของอินเดียเป็นส่วนใหญ่ แถบ ๆ รัฐทมิฬ นาดู ภาพของชาวพื้นเมืองดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในอนุทวีปอินเดีย วัน กล่าว o ชาวอารยัน คือ ชนกลุ่มจากเอเชียกลาง (บริเวณที่ราบสูงอิหร่าน) ที่อพยพเข้าสู่อนุ ทวีปอินเดียประมาณ 2,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ลักษณะภายนอกจะเป็นกลุ่มคนที่ หน้าตาคมเข้ม คล้ายคลึงกับกลุ่มคนฝั่งตะวันออกกลาง หรือมักเรียกกันว่า แขกขาว ซึ่งเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ในอินเดีย ณ ปัจจุบัน โดยเฉพาะอินเดียทางตอนเหนือ alam ภาพของกลุ่มคนเชื้อสายชาวอารยันที่เป็นชาวอินเดียในปัจจุบัน • ศาสนาพราหมณ์-ฮินดูไม่ได้เป็นศาสนาพื้นเมืองตั้งแต่แรกในอนุทวีปอินเดีย แต่เกิด จากการที่ ชาวอารยันที่อพยพเข้ามาในอนุทวีปอินเดีย นำความเชื่อ วิถีชีวิตต่าง ๆ เข้า มาในตอนที่เข้ามา ในเวลาต่อมาก็มีการต่อต้านจากชาวพื้นเมืองขึ้น แต่ในที่สุด ชน กลุ่มชาวอารยันก็สามารถพิชิตและเข้ามาตั้งถิ่นฐานในอนุทวีปอินเดียได้อย่างถาวร ๐ (ปัจจัยที่ทำให้ชาวอารยันต้องอพยพเข้ามายังบริเวณอนุทวีปอินเดีย (มีอีกหลาย ๆ ปัจจัย แต่ยกตัวอย่างมาเพียงบางปัจจัยที่สำคัญ) อย่างเช่น Serial 6
ページ7:
Search here Afghanistan 0 cK on -ยทางด้านภูมิศาสตร์ งจากสภาพทางภูมิศาสตร์บริเวณตะวันออกกลาง (โดยเฉพาะแถบอิรัก- จจุบัน) มีสภาพแห้งแล้ง แหล่งน้ำน้อย เป็นทะเลทราย ไม่ค่อยเหมาะกับ ารกรรมและการดำเนินชีวิต ชาวอารยันส่วนหนึ่งจึงเลือกอพยพไปยัง ดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การอยู่อาศัยมากกว่า หนึ่งในเป้าหมายนั้นคือ อนุ ซึ่งมีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ (แม่น้ำสำคัญหลาย ๆ สาย เช่น แม่น้ำคงคา แม่น้ำสินธุ แม่น้ำพรหมบุตร เป็นต้น) และยังมีพื้นดินที่เหมาะแก่การทำเกษตรกรรม (บริเวณใกล้ ๆ กับเทือกเขาหิมาลัยเป็นดินภูเขาไฟ ซึ่งดินดี อุดมสมบูรณ์มากเพราะมี แร่ธาตุเยอะ) ๆ ปัจจัยทางด้านความเชื่อและวิถี วถชวต ๆ ด้วยความที่สังคมเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ กอปรกับความเชื่อของคนที่ต้องการ เผยแผ่ความเชื่อเรื่องเทพเจ้า และความเชื่อต่าง ๆ ของชาวอารยัน ทำให้ผู้คนริเริ่มมี ความคิดที่จะต้องการขยับขยายสังคมออกไปยังบริเวณอื่น ๆ มากขึ้น ซึ่งไอเดียแบบนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่นี่ แต่เกิดขึ้นในหลาย ๆ พื้นที่ ในหลาย ๆ ความเชื่อ (ที่เห็นชัดเจนสุด คือ อเมริกา” ในเรื่อง Manifest Destiny) 14 ๆ ๆ - การอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานของผู้คน โดยปกติแล้วมักจะพาอะไรเข้ามาด้วย? ประเพณีวัฒนธรรม edde วถชวต ความเชื่อ - อาหารการกินต่าง ๆ ที่เคยทำจากบ้านเกิด และอื่น ๆ ๆ **การอพยพมาที่ใหม่ ๆ ในช่วงแรก ๆ ก็มักจะนำการกระทำแบบเดิม ๆ การ ใช้ชีวิตแบบเดิม ๆ มาใช้ ก่อนเวลาจะผ่านไปนานเข้า จึงจะมีการปรับตัวเข้า กับวัฒนธรรมท้องถิ่น เรื่องของความเชื่อที่จะโฟกัสในบทนี้ก็เช่นกัน หัวข้อ ถัดไปจะเป็นเรื่องของความเชื่อที่มันจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ตามกาลเว และยุคสมัย 4. เกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ กาลเวล • ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เป็นหนึ่งในศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน (บางศาสนาเก่าแก่กว่านี้ก็จริง แต่อาจล่มสลายไม่มีคนนับถือนานแล้ว) • ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ไม่มีศาสดาที่ปรากฏอย่างชัดเจน ไม
ページ8:
รส Yamson Sร • ชาวฮินดูไม่ได้เรียกว่า “ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู” แต่เรียกว่า “สนาตนธรรม” แปลว่า ธรรมหรือศาสนาอันเป็นของเก่าหรือนิรันดร ซึ่งเป็นศาสนาอันเก่าแก่ดั้งเดิม • ศาสนาพราหมณ์เกิดขึ้นก่อนศาสนาฮินดู ทั้งสองนี้ไม่ใช่ศาสนาเดียวกัน แต่ในภายหลัง เกิดการวิวัฒนาการและผสมผสานความเชื่อทั้งสองเข้ารวมด้วยกัน จึงกลายมาเป็น ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู 1.2) ประวัติความเป็นมาของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู (วิวัฒนาการด้าน ความเชื่อ) (หน้า 28-32) d ศาสนาพราหมณ์-ฮินดูนั้นไม่ได้อยู่ ๆ ก็เกิดขึ้นมาทันทีว่าความเชื่อนี้เป็นพราหมณ์-ฮินดู แต่มีการ วิวัฒนาการจากความเชื่อโบราณขึ้นมาเรื่อย ๆ ตามกาลเวลา ซึ่งจะได้เห็นดังต่อไปนี้ 1. ความเชื่อดั้งเดิมก่อนเกิดศาสนาพราหมณ์ (ยุคโบราณ) ความเชื่อดั้งเดิมของชาวพื้นเมืองจะเป็นในเรื่อง โลกธาตุทั้ง 4 (ดิน น้ำ ลม ไฟ) ซึ่งเชื่อว่า ธาตุทั้ง 4 มีเทพเจ้าสิงสถิตและคอยบันดาลธาตุทั้งหลายให้แก่โลกมนุษย์ แต่เมื่อชาวอารยันเข้ามายังอนุทวีปอินเดียที่ชาวพื้นเมืองอาศัย ทำให้ชาวอารยันที่อพยพเข้า มานั้นก้นำความเชื่อและวิถีชีวิตเข้ามาด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ ความเชื่อในอำนาจและความ น่ากลัวของธรรมชาติ เช่น เชื่อในพระอาทิตย์ที่ให้แสงสว่างในตอนกลางวัน พระจันทร์ที่ มอบแสงสว่างให้ในตอนกลางคืน แม่น้ำลำธารก็เป็นเสมือนสายเลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิต หรือ จำพวกปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่าง ๆ เช่น ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า พายุ แผ่นดินไหว ชาวอารยันก็ มีการกราบไหว้บูชา การวิงวอนบวงสรวงด้วยพิธีกรรม บูชายัญต่าง ๆ และนับถือธรรมชาติ เหล่านั้นเป็นเทพเจ้า ๆ นอกจากนับถือธรรมชาติเป็นเทพเจ้า ยังมีการนับถือวิญญาณบรรพบุรุษ โดยการเซ่นไหว้ผี บรรพบุรุษเสมือนเป็นเทพเจ้า ***ต่อมา เมื่อชาวอารยันเข้ามาอยู่อาศัยนานขึ้น ก้เริ่มมีการผสมผสานความเชื่อและวิถีชีวิต เข้าด้วยกันกับชาวพื้นเมือง โดยเฉพาะความเชื่อเรื่องธรรมชาติกับเทพเจ้า ซึ่งในตอนแรก คนสองกลุ่มนี้ก็มีการเชื่อที่คล้ายคลึงกันอยู่แล้ว ความเชื่อมันเชื่อไปด้วยกันได้ ก้เลยถูกสืบ ทอดต่อไปและมีการพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ จนได้กำเนิดกลุ่มเทพชุดแรก ๆ ขึ้นมา ได้แก่ O อินทระ O สาวิตรี/สุริยา.. O วรุณะ.. ยม.. 8
ページ9:
พบ ณ 2. ศาสนาพราหมณ์ในยุคพระเวท ทำให้เกิดความเชื่อขึ้นม ฟาสนา 51422 n เป็นยุคที่ความเชื่อและการนับถือเทพเจ้าของชาวพื้นเมืองผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ ขึ้นมามากมาย และเริ่มเป็นระบบระเบียบมากขึ้น จากการที่ยุคนี้นั้น เริ่ม มีการจัดแจง มีการบันทึกบทสวดถึงเทพเจ้าเป็นที่เป็นทางมากขึ้น (กลายมาเป็นคัมภีร์พระ เวท) โดย “พราหมณ์” นั้นเองซึ่งจะเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อสังคมชาวอารยันในเรื่องของ ความเชื่อเรื่องเทพเจ้าและจัดระเบียบคัมภีร์พระเวท 3. ศาสนาพราหมณ์ในยุคพราหมณ์ 25721270 √ดคร∞ in} ไพร่ แม (ดารย์) ชาวพื้นเมือง (ทร ยุคนี้ ชาวอารยันนับถือ “พระพรหม” เป็นเทพเจ้าสูงสุด ในยุคนี้เป็นยุคที่ “พราหมณ์” ถือว่ามีอิทธิพลต่อสังคมมากที่สุด ผูกขาดความรู้ในการเข้าถึงความรู้จากคัมภีร์พระเวท/ติดต่อกับเทพเจ้าได้ฝ่ายเดียว พิณกรรม ๐ กำหนด/เป็นผู้ดำเนินการมีกรรมต่าง ๆ ที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของคนในสังคม - จัดระเบียบคัมภีร์พระเวท/ปรับปรุงเรื่อวรางเกี่ยวกับเทพเจ้า ๐ กำหนดระบบวรรณะให้เป็นระเบียบชัดเจนขึ้น*** (ก็คือก่อนหน้านี้ สังคมก็มีการแบ่ง ชนชั้นแบบหลวม ๆ อยู่แล้ว คือ ชาวพื้นเมือง กับ ชาวอารยัน แต่เมื่อมีพราหมณ์เข้า มาเป็นกลไกสำคัญในทางศาสนาความเชื่อ ทำให้มีการแบ่งแยกวรรณะชัดเจนขึ้นไป อีกขั้น) **ระบบวรรณะ กำเนิดของวรรณะต่าง ๆ ที่มาจากส่วนต่าง ๆ ของพรหม Redo 50515 กับพระเจ้า (1542) วรรณพราหมณ์ กาเนิดจาก “ปาก” พอด วรรณะแพศย์ (ไวศยะ) กําเนิดจาก "ต้นขา) วรรณะกษัตริย์ กําเนิดจาก "แขน 0105 ย วรรณะศูทร กำาเนิดจาก “เท้า” - ชนดั้นเม C ดราÀI เ 0 ระบบวรรณะ ได้มีการอิงถึงพระพรหม ซึ่งเป็นเทพเจ้าสูงสุดที่เชื่อกันว่าชาวอารยันนั้น ล้วนเกิดมาจากส่วนต่าง ๆ ของพระพรหมทั้งสิ้น (ชาวอารยันส่วนใหญ่จะอยู่สาม วรรณะแรก) 9
ページ10:
11072770 ลูกเกิดมา เทพเจ้า 9 ☐ 1 1526 52 • วรรณะพราหมณ์ - เป็นวรรณะสูงสุด เป็นตัวแทนติดต่อเทพเจ้า เป็นนักบวช นักปราชญ์ ครูอาจารย์ มีหน้าที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและสอนศาสนาให้แก่ทุก ชนชั้น (ยกเว้นทลิต) 0 วรรณะกษัตริย์ - เป็นวรรณะของพวกนักรบ นักปกครอง มีหน้าที่ในการปกครอง ประเทศ ป้องกันประเทศ • วรรณะแพศย์/ไวศยะ - เป็นวรรณะของชนส่วนใหญ่ในสังคม เป็นวรรณะของพ่อค้า ช่างฝีมือต่าง ๆ เกษตรกร มีหน้าที่ดูแลจัดการบริหารเศรษฐกิจ 0 วรรณะศูทร - เป็นผู้ทำงานรับจ้างและใช้แรงงาน เช่น กรรมกร แรงงาน มีหน้าที่รับใช้ วรรณะทั้งสามข้างต้น วรรณะนี้มักจะเป็นวรรณะที่ชาวพื้นเมืองดราวิเดียนถูกจัดให้ | อยู่ในวรรณ O ทลิต (จัณฑาล) – มักถูกมองว่าไม่นับเป็นชนชั้นหรือเป็นส่วนหนึ่งของพระพรหม เพราะเป็นกลุ่มคนที่ไม่ถูกยอมรับจากคนในสังคม ถูกรังเกียจเป็นที่สุด โดยทั่วไปแล้ว ชนชั้นนี้จะเกิดจากการที่ชายหญิงแต่งงานกันข้ามวรรณะ แต่ว่าการแต่งงานข้ามวรรณะก็มีหลายแบบ แต่แบบที่ร้ายแรงที่สุดที่ถูกขับไล่ ออกจากสังคมรังเกียจหนักสุด ก็คือ หญิงวรรณะสูงแต่งกับชายวรรณะต่ำ * กว่า เช่น ขายเป็นศูทร หญิงเป็นพราหมณ์ เรียกว่า ประติโลมปฏิโลม เคสนี้ จะไม่ถูกยอมรับเลยทั้งจากในครอบครัวและคนในสังคม อย่างแย่ก็คือผู้หญิง ถูกไล่ออกจากบ้าน ส่วนชายวรรณะสูงกว่าสามารถแต่งกับหญิงวรรณะต่ำกว่าได้ เช่น ชาย วรรณะกษัตริย์ หญิงวรรณะศูทร เรียกว่า อนุโลม ในบางกรณีที่ครอบครัว ยอมรับก็ไปด้วยกันได้ 4. ศาสนาพราหมณ์ -> ศาสนาฮินดู 15552 ศาสนากลุ่มจับราม เมื่อเวลานานเข้า ความนิยมนับถือในพราหมณ์นั้นค่อย ๆ ลดลง จะเป็นช่วงที่ความเชื่อ และเรื่องการนับถือเทพนั้นได้มีวิวัฒนาการจากนับถือศาสนาพราหมณ์จนกลายเป็น ศาสนาฮินดู ที่คนจะให้ความสำคัญในเรื่องของหลักธรรมและจุดมุ่งหมายสูงสุดซึ่งศาสนา ที่คนมองว่ามันจะเป็นตัวช่วยที่ทำให้พวกเขาหลุดพ้นจากความทุกข์ได้อย่างแท้จริง ตัวอย่างเช่น VoƆ * Jual พราหมณ์) พ16 เชื่อเหมือนกันว่า ตายแล้ว วิญญาณก็แต่เปลี่ยนร่างกาย ความเชื่อเรื่องอมตภาพของวิญญาณ – เชื่อในความไม่แตกดับของวิญญาณ ก็ จนกว่าจะ คือ ถึงแม้จะตายแต่วิญญาณก็จะไปอาศัยร่างใหม่ เวียนว่ายตายเกิดเป็นวัฏจักร 4 (0 หรือถ้าบรรลุโมกษะ วิญญาณก็จะกลับไปรวมกับปรมาตมัน (คริสต์, อิสลาม, ยิว) คงมองว่า คนเกิดมา ครั้งเดียว จน งาน (แตก บ 9 คน คน จาก การ เว้นว่าง เช็ด 10 VITA À พฤษ &
ページ11:
เด็ด 35% ตั้ง 54/27772 0 ความเชื่อเรื่องกรรมและการเกิดใหม่ - ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เวียนว่ายตายเกิด ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหลุดพ้น O กำหนดตั้งข้อบังคับของวรรณะให้ถือเคร่งประพฤติตนอยู่ในหลักอาศรม 4 โดยเฉพาะสามวรรณะแรก 0 ความเชื่อเรื่องเทพเจ้าจะอวตารลงมาเป็นวีรบุรุษ – ศาสนาฮินดูเชื่อว่าพระ วิษณุหรือพระนารายณ์ทรงอวตารลงมาเพื่อปราบยุคเข็ญในโลกมนุษย์ ( ปรับ 890 ล 0 ความเชื่อเรื่องพระตรีมูรติและพระชายา - มีการปฏิรูปแนวคิดและหันมานับ ถือเทพเจ้าองค์สำคัญ ได้แก่ พระพรหม พระวิษณุ พระนารายณ์ พระอิศวร/ พระศิวะ ทั้งสามองค์นี้ เรียกว่า “พระตรีมูรติ” โดยมีสัญลักษณ์ คือ โอม ที่ หมายถึงองค์เทพทั้งสามองค์ พระตรีมูรติในศาสนาฮินดูเป็นลักษณะของเทวะที่แสดงออกมาในรูป ของบุคลาธิษฐาน ซึ่งถือบุคคลเป็นใหญ่ ให้รับรู้ถึงภาวะทั้ง 3 ว่า โลกนี้ มีการเกิดขึ้น (พระพรหม) ตั้งอยู่ (พระนารายณ์) ดับไป/ถูกทำลาย (พระศิวะ) แล้วก็จะวนเวียนแบบนี้ไปเรื่อย ๆ 1) พระชายาทั้งสาม (พระแม่อุมา พระแม่ลักษมี พระแม่สุรัสวดี) ก็นับได้ ว่าเป็นองค์เทพผู้ให้การสนับสนุนพระตรีมูรติ และคอยช่วยอวยพรใน ด้านต่าง ๆ พระแม่ลัก วรรณะ น 11
ページ12:
(1.3 )นิกาย (หน้า 35) นิกาย คือ การแบ่งหมู่ หรือคณะนักบวชในศาสนาเดียวกันออกตามจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน อาจจะ เป้นในเรื่องความเชื่อในพระเจ้า คัมภีร์ จุดมุ่งหมายสูงสุด หลักปฏิบัติบำเพ็ญเพียร เป็นต้น ศาสนาพราหมณ์- ฮินดูก็เช่นกัน มีการแบ่งนิกายหลัก ๆ ออกเป็น 4 นิกาย ตามความเชื่อในเทพเจ้า ได้แก่ นิกายพรหม นิกายไวษณพ - - เป็นนิกายที่เคารพนับถือพระพรหมเป็นใหญ่กว่าเทพองค์อื่น ๆ นับว่าเป็น นิกายที่เก่าแก่ที่สุด - พระมัน) เป็นนิกายที่นับถือพระนารายณ์เป็นเทพสูงสุด นับว่านับว่าเป็นนิกายที่คน อินเดียจำนวนมากนับถือ โดยมีสัญลักษณ์ คือ อูรธวะปุณฑระ - เป็นนิกายที่นับถือพระศิวะเป็นเทพสูงสุด เป็นทั้งผู้สร้าง ผู้ปรับสมดุลและ - นิกายไศวะ ผู้ทำลาย โดยมีสัญลักษณ์ คือ ศิวลึงก์ +2 นิกายศักติ นิกาย - เป็นนิกายที่นับถือพระชายาทั้งสามของพระตรีมูรติ โดยเฉพาะวรรณะ แพศย์ ที่นิยมพระแม่ลักษมีที่คอยส่งเสริมเรื่องการทำมาค้าขาย นิกายพรหม การนับถือเทพ พระพรหม ความเชื่อ พระพรหมเป็นเทพเจ้าสูงสุดและ เป็นผู้สร้างโลกและจักรวาล จุดมุ่งหมาย พรหมมัน นิกายไวษณพ นิกายไวษณพนิกายไศวะ พระวิษณุ พระอิศวร พระวิษณุเป็นเทพเจ้าสูงสุด เป็นผู้ พระอิศวรปั้นเทพเจ้าสูงสุด สร้างสากลโลก เป็นผู้สร้างโลก เมกษ 3 (โมกษะ นกาย นิกายไศวะ ความหลุดฟ้าน
ページ13:
A.A ไตรว เลิดจั่นในง 1.5 คัมภีร์ (หน้า 33) พระคัมภีร์ 4 หมวดสําคัญ คัมภีร์ฤคเวท คัมภีร์ยชุรเวท คัมภีร์สามเวท ว่าด้วยการสวดสรรเสริญและอ้อนวอนต่อเทพเจ้าต่าง ๆ เป็นคู่มือพิธีกรรมของพราหมณ์ (บทร้อยแก้วอธิบายวิธีประกอบพิธีบวงสรวง) รวบรวมบทสวดมนต์ นำมาจากคัมภีร์ฤคเวทเป็นส่วนมากและแต่งขึ้นใหม่ประมาณ 38 บท ใช้สำหรับสวดในพิธีถวายน้ำโสมและขับกล่อมเทพเจ้า คัมภีร์อถรรพเวท แต่งขึ้นใหม่ในปลายสมัยพราหมณ์ คาถาอาคมศักดิ์สิทธิ์ ใช้ทำพิธีไล่สิ่งชั่วร้าย 1. คัมภีร์ฤคเวท - เป็นคัมภีร์เล่มแรกในวรรณคดีพระเวท แต่งขึ้นเมื่อราว 3000 ปีก่อนคริสตกาล เป็นตำราทางศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ประกอบไปด้วยบทสวดที่วางท่วงทำนองในการสวดไว้ อย่างตายตัว กล่าวถึงบทสรรเสริญคุณ อำนาจแห่งเทวะ และประวัติการสร้างโลก รวมถึงหน้าที่ ของพระพรหมผู้สร้างมนุษย์และสรรพสิ่ง ซึ่งจะใช้ในพิธีการบรวงสรวงเทพเจ้าต่างๆ ของชาว อารยัน 2. คัมภีร์ยชุรเวท - เป็นคัมภีร์ที่เนื้อหาส่วนใหญ่นำมาจากคัมภีร์ฤคเวท เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นร้อยแก้ว ที่อธิบายเนื้อหาการประกอบพิธีกรรมบูชายัญ พิธีบวงสรวงต่าง ๆ 3. คัมภีร์สามเวท - เป็นคัมภีร์ที่รวบรวมบทสวดมนต์ ซึ่งเป็นบทร้อยกรองมีทั้งหมดถึง 1,549 บท โดยนำมาจากฤคเวทเป็นส่วนมาก ที่แต่งขึ้นใหม่ มีประมาณ 78 บท จะใช้สำหรับสวดในพิธีถวาย น้ำโสมและขับกล่อมเทพเจ้า ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับโสม (การบูชาพระอินทร์ด้วยน้ำโสมและเพลงขับ กล่อมอื่น ๆ) 4.) คัมภีร์อถรรพเวท - เป็นคัมภีร์ที่แต่งขึ้นใหม่ในปลายสมัยพราหมณ์ เป็นคาถาอาคม มนต์ขลัง ศักดิ์สิทธิ์ สำหรับทำพิธีขับไล่เสนียดจัญไร และอัปมงคลให้กลับมาเป็นสวัสดิมงคล นำความชั่ว ร้ายไปบังเกิดแก่ศัตรู ทั้ง 4 ชุด รวมกันเป็น “คัมภีร์พระเวท” ww วิชาอาถรรพเวทย์ อาจารย์เทพย์ สาริกบุตร สุรชนิด อาทิเช่น ภาค 9 เผยความสลบ อัศจรรย์ของการใช้เวทย์มนต์ การนั่งเทียนฝังรูปและวิชาการผูกหุ่น, ทำควายธน และคาถาเสกดอกจําปาเป็นแมลงภู่ ตลอดจนคาด นิทานสูตร ซึ่งใช้สําหรับเลี้ยง พราย ฯลฯ วิชาต่างๆ เหล่านี้ได้ผ่านการทดสอบมาแล้วทั้งสิ้น จดหมพเพอวิทยาทาน
ページ14:
FOR YOU
1.6 หลักธรรมสําคัญของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู (หน้า 35-40)
โดยหลักธรรมสำคัญที่จะโฟกัสในเนื้อหานี้ มีดังต่อไปนี้ (จริง ๆ ยังมีอีกจำนวนหนึ่ง แต่อาจจะยังไม่ได้
พูดถึงในครั้งนี้ค่ะ)
{(รว
ชนพื้นเมื่อว
-
1. อาศรม 4 - หลักปฏิบัติอันสำคัญของชาวฮินดู ซึ่งเป็นขั้นตอนการดำเนินชีวิตของชาวฮินดู
โดยเฉพาะวรรณะพราหมณ์ กษัตริย์ และแพศย์ โดยกำหนดกฎเกณฑ์อายุคนไว้ 100 ปี แบ่งช่วง
ของการใช้ชีวิตออกเป็น 4 ช่วง ช่วงละ 25 ปี ช่วงชีวิตแต่ละช่วงเรียกว่า “อาศรม (วัย)” โดยแต่ละ
อาศรมก็จะมีหน้าที่ที่ตัวเองจะต้องทำตามแต่ละอาศรม
Tal Demes
เริ่มแรก
103345
- อาศรมที่ 1 : ปฐมวัย พรหมจรรย์ พรหมจรรยาอาศรม
0 เริ่มตั้งแต่อายุ 6-25 ปี) (พรหมจารี)
- ตั้งใจเรียนวิชาการในวรรณะของตน
๐ เชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งสอนของครู/อาจารย์
๐ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเพศ
เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วต้องทำพิธีเกศนตสันสกา – ตัดผมและพิธีคุรุทักษิณา*
อาศรมที่ 2 : มัชฌิมวัย/คฤหัส อาศรม
O อายุ 25-50 ปี (คฤหัสถ์)
- มีหน้าที่ช่วยพ่อแม่ทำงาน
“วัยสร้างตัว ออกเรือน แต่งงานมีครอบครัว มีลูก
O ทำงาน เก็บเงิน เลี้ยงครอบครัว
- อาศรมที่ 3 : ปัจฉิมวัย/วานปรัสถาศรม
Matichon
O อายุ 50-75 ปี (วานปรัสถ์) ‘
O เป็นช่วงวัยแห่งการเริ่มละทิ้งเรื่องทางโลก
- ทำเพื่อสังคมและชาติ บำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม
O มอบสมบัติให้บุตรธิดาจากการทำงานเก็บเงินในช่วงอาศรมที่ผ่านมา
O ออกบวชปฏิบัติธรรมที่เรียกว่า “วานปรัสถ์” - การเข้าป่าเพื่อหาความวิเวกและ
ฝึกจิตของตนให้บริสุทธิ์ตามลำพัง
0 หรืออาจจะไปเป็นครูบาอาจารย์
- อาศรมที่ 4 : สันยัสตาศรม
O อายุ 75 ปีขึ้นไป (สันยาสี)
0 เป็นช่วงที่ผู้ปรารถนาที่จะบรรลุโมกษะหรือความหลุดพ้นจะต้องออกบวชตลอด
ชีวิตเป็นสันยาสี
14
ページ15:
มรรค 0 บวชแล้วก็จะสึกไม่ได้ ต้องบำเพ็ญเพียร (กรรมโยคะ) จนกว่าจะถึงจุดมุ่งหมาย ปลายทางของชีวิตอย่าง โมกษะ และจนกว่าจะหมดอายุขัย 2. ปรมาตมัน และ อาตมัน Tarnon ทัพพน 034274 Xoมทภาพ 5 รว ■ = - ปรมาตมัน/พรหมัน = วิญญาณดั้งเดิม / สิ่งยิ่งใหญ่ที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างและความจริง สูงสุดของจักรวาล ที่เรียกว่า “พรหม” / ทุกสิ่งทุกอย่างมาจากพรหมและจะต้องหวน กลับคืนสู่พรหม - ปรมาตมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเอง - เป็นนามธรรม สิงสถิตอยู่ทุกที่ (แต่เป็นในรูปของ “อาตมัน”) มองไม่เห็นด้วยตา - เป็น 0 รวมแห่งอาตมันทั้งปวง เป็นสิ่งที่ดำรงอยู่ในสภาพเดิมตลอดกาล * อาตมัน ชีวาตมัน = วิญญาณส่วนย่อย ๆ ที่แยกออกมาจากปรมาตมัน ก็คือวิญญาณของ สิ่งมีชีวิตทั้งปวง ทั้งคน สัตว์ พืช อะไรก็ตาม ซึ่งวิญญาณเหล่านี้ก็ทำดีชั่วต่างกันไป เลย กลายเป็นผลกรรมของแต่ละคน ที่จะต้องเผชิญไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหมดเวรกรรมที่ต้อง เวียนว่ายตายเกิด จนถึงจุด ๆ หนึ่งที่สามารถบรรลุโมกาะได้ และอาตมันเหล่านี้จะ กลับไปรวมกับปรมาตมัน 3. โมกษะ และ มรรค 4 95506: = → กรรม - โมกษะ = อิสรภาพทางวิญญาณ จุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิต หลักอุดมคติสูงสุด ความสุข อันนิรันดร ที่ก้าวข้ามผ่านพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดและสังสารวัฏ (โลกภูมิ 6) ซึ่งการ หลุดพ้นได้นั้นจะไม่มีการเวียนว่ายตายเกิดอีกแล้ว (เปรียบได้กับการ “นิพพาน” ของ ศาสนาพุทธ แต่จะมีแก่นที่แตกต่างตามกันไป แต่ความหมายเหมือนกัน ในเรื่องของการ หลุดพ้น) วิธี - วิธีที่จะเข้าถึงโมกษะได้ หนึ่งในหนทางก็คือ ต้องปฏิบัติตามมรรควิธี หรือ มรรค 4 โดยเฉพาะคนที่อยู่ในช่วงอาศรมที่ 4 การกระทา ทาง, ก้าน - 10 กรรมมรรค (กรรมโยคะ) – วิถีหลุดพ้นด้วยการละเว้นการทำกรรมไม่ดีที่ฉุดให้ ตัวเองยังต้องเวียนว่ายตายเกิดไปเรื่อย ๆ - ไม่ทำ เวรกรรม 20 ชยานมรรค (ชยานโยคะ) - วิถีหลุดพ้นด้วยการศึกษาและปฏิบัติเพื่อให้เกิด √700ršá ปัญญา ภักติมรรค (ภักติโยคะ) - วิถีหลุดพ้นด้วยความภักดีในเทพเจ้าด้วยความบริสุทธิ์ เจ ส่วนเนลิ้ง วัง' C 15 มสรท จริ
ページ16:
จากค 1 Jendra เ ด มฤ 24 0 ราชมรรค (ราชโยคะ) - วิถีหลุดพ้นด้วยการฝึกฝนอบรมจิต ฝึกทางจิตใจ 4. อหิงสา (Ahimsa) - หลักสันติวิธี ความไม่เบียดเบียน ไม่ทำร้ายผู้อื่น ไม่ใช้ความรุนแรง ทั้งกาย วาจา ใจ ซึ่งเป็นหนทางสู่การก้าวถึงโยคะ - ครั้นเมื่ออินเดียที่ตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ มหาตมา คานธี เป็นหนึ่งในแกนนำ เรียกร้องเอกราช โดยการให้หลักอหิงสา ปรมางาน พนมห (www) pa ทุกงับล อางานวาดา จ เท่า (1552) 3 ) กรรม กรม (sansing Tenga ปรมาตมัน (มหาสมุทร คดม คห สัตว์ W เช็ด O lov —0— นิพพาน) ตาชามัน นคุดพ้นจาก Jyöns การดัดฝน เรียนง่าย กะเด็ด ตัวตน ปลง จากกา กา ทุกข์ กรรมก Coนัตตา) ด าม ลดพ้น -13 4 hmi 16
ページ17:
(1.6 พิธีกรรมทางศาสนา (หน้า 40-42) 1. พิธีกรรมและวิถีปฏิบัติที่ข้องเกี่ยวข้องกับปฏิบัติทางวรรณะ การแต่งงาน - ต้องแต่งให้ถูกต้องตามวรรณะ (เงื่อนไขอื่น ๆ ครูอธิบายในเรื่องของระบบ วรรณะแล้วค่ะ) - ปฏิบัติตาม การไนจั 07№524 ◉ อาหาร – วรรณะต่ำปรุงให้คนวรรณะสูงไม่ได้ การทำอาชีพ - ต้องประกอบอาชีพตามที่ถูกกำหนดไว้ว่าวรรณะนี้ ทำอาชีพอะไร 2. พิธีสังสการ พิธีกรรมที่ทำให้กลายเป็นบุคคลบริสุทธิ์ โดยเฉพาะคนในวรรณะพราหมณ์ กษัตริย์) แพศย์ ต้องผ่านพิธีนี้ จึงจะเรียกได้ว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ โดยต้องมีนักบวชพราหมณ์เป็นผู้ดำเนินการทำ พิธี (อ่านรายละเอียดเพิ่มที่หน้า 41) 1552258 พิธีสารท – เทศกาลทำบุญเดือนสิบ / พิธีทำบุญอุทิศให้แก่บิดามารดา บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ในเดือน 10/ 4.) พิธีบูชาเทพเจ้า - ตามแล้วแต่คนที่นับถือนิกาย บางนิกายก็จะมีการทำพิธีที่แตกต่างกันไป แต่ โดยทั่วไปแล้ว การบูชาเทพก็สามารถปฏิบัติได้โดยทั่วไปที่เป็นสากล ดังนี้ 1.) สวดมนต์ภาวนาในทุก ๆ เช้า (2) เข้าร่วมพิธีสำคัญในทุก ๆ ปี เช่น ศิวาราตรี พิธีไวศาซี เป็นต้น 3) ไปทำบุญ บำเพ็ญกุศล ณ เทวสถาน (ศาสนสถานของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เปรียบได้ เหมือนกับการเข้าวัดทำบุญของพุทธแหละ) 17
ผลการค้นหาอื่น ๆ
คำถามที่เกี่ยวข้องกับโน้ตสรุปนี้
มัธยมปลาย
สังคมศึกษา
เด้ก70อยากเรียนนิติและอยากสอบเข้านิติได้ช่วยติวให้หน่อยค่ะ🥹
มัธยมปลาย
สังคมศึกษา
ทุกคนคะด่วนๆ dek70อยากเข้ามหิดลไปโอเพ้นเกือบทุกปีปีนี้ว่าจะไปใครไปบ้างคะ🫠😘🫠🤓😭🤓💖💐
มัธยมปลาย
สังคมศึกษา
อยากได้สรุปวัฒนธรรม ม.4
มัธยมปลาย
สังคมศึกษา
ช่วยหน่อยค้าบ
มัธยมปลาย
สังคมศึกษา
ช่วยหน่อยค่ะ
มัธยมปลาย
สังคมศึกษา
ช่วยหน่อยค่าาา ขอบคุณมากๆค่าา
มัธยมปลาย
สังคมศึกษา
ช่วยหน่อยค่า ขอบคุณล่วงหน้าค้าาา
มัธยมปลาย
สังคมศึกษา
ช่วยหน่อยค่าา ขอบคุณมากๆค่ะ🙏🏻
มัธยมปลาย
สังคมศึกษา
ช่วยด้วยค่าาา ขอบคุณค่าาา🙏🏻
มัธยมปลาย
สังคมศึกษา
ช่วยหาหน่อยค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ🙏🏻
News
ความคิดเห็น
ความคิดเห็น
ถูกปิดสำหรับสมุดโน้ตนี้