ノートテキスト
ページ1:
5. ความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เมื่อก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มีความเข้มข้นในชั้นบรรยากาศ ทะเลจะซึมซับก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ลงสู่ในน้ำ จนทำให้อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้นและมีความเป็นกรดมากขึ้น ดังนั้นหากไม่มี การลดการผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กลายเป็นปรากฏการณ์ประจำปี ปะการังก็มีความเสี่ยงที่เกิดการฟอกขาวได้ในอนาคตจนถึงขึ้น ผลกระทบจากปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว ผลกระทบทางนิเวศวิทยา . . • ปะการังฟอกขาวมีแนวโน้มที่จะมีอัตราการเติบโตลดลงความสามารถในการสืบพันธุ์ลดลง ความอ่อนแอต่อโรคเพิ่มขึ้นและอัตราการตายที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของชุมชนปะการังสามารถเกิดขึ้นได้ เมื่อสายพันธุ์ที่อ่อนแอกว่าถูก ฆ่าตายโดยเหตุการณ์การฟอกขาว การเปลี่ยนแปลงในชุมชนปะการังยังส่งผลกระทบต่อสายพันธุ์ที่ขึ้นอยู่กับพวกมัน เช่น ปลาและ สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่อาศัยปะการังที่มีชีวิต เป็นอาหาร ที่พักอาศัยหรือแหล่งที่อยู่อาศัย การเปลี่ยนแปลงความอุดมสมบูรณ์และองค์ประกอบของแนวปะการังอาจเกิดขึ้นเมื่อปะการังตาย ด้วยสาเหตุปะการังฟอกขาว การลดลงของความหลากหลายทางพันธุกรรมและสปีชีส์อาจเกิดขึ้นเมื่อปะการังตายเนื่องจากการ ฟอกขาว ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม . • แนวปะการังที่เสื่อมโทรมไม่สามารถให้บริการระบบนิเวศน์ที่ชุมชนมนุษย์อาศัยอยู่ตัวอย่างเช่น แนวปะการังที่เสื่อมโทรม มีประสิทธิผลน้อยกว่าและไม่สามารถรักษาอัตราการเพิ่มที่จำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่าแนวปะการังยังคงให้บริการการป้องกันชายฝั่ง แนวปะการังที่ได้รับความเสียหายจากการฟอกขาว อาจสูญเสียคุณสมบัติหลายอย่างที่ส่งเสริม ความงามที่เป็นพื้นฐานในการท่องเที่ยวแนวปะการัง การสูญเสียรายได้อันเป็นผลมาจากกิจกรรม การท่องเที่ยวที่ลดลงสามารถคุกคามความเป็นอยู่ของชุมชนท้องถิ่น เหตุการณ์ปะการังฟอกขาวที่นำไปสู่การตายของปะการังที่สำคัญ สามารถผลักดันให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชุมชนปลา สิ่งนี้สามารถนำไปสู่การจับปลาที่ลดลง สำหรับชาวประมงที่ กำหนดเป้าหมายสายพันธุ์ปลาในแนวปะการัง ซึ่งจะนำไปสู่ผลกระทบต่อการจัดหาอาหารและ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง
ページ2:
ปะการังและสาหร่ายซูแซนเทลลี ภายในเนื้อเยื่อของปะการัง จะมีสาหร่ายเซลล์เดียวชนิดหนึ่งอาศัยอยู่ นั้นคือ “สาหร่ายซูแซนเทลลี” คือ สาหร่ายขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในเนื้อเยื่อของปะการัง ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับปะการัง “แบบพึ่งพากัน” (mutualism) โดยสาหร่ายจะทำหน้าที่สังเคราะห์แสงเพื่อสร้างอาหาร ช่วยเร่งกระบวนการสร้างหินปูน รวมถึงการสร้างสีสันให้แก่ตัวปะการัง ส่วนปะการังก็จะให้ที่อยู่แก่สาหร่าย เพราะโดยปกติแล้ว ในเนื้อเยื่อของปะการังไม่ได้มีสีสันสวยงาม ปะการังเป็นเพียงเนื้อเยื่อใสๆ เท่านั้น ส่วนสีที่เราเห็นในปะการังล้วนเป็นสีที่ได้รับมาจากสาหร่ายซูแซนเทลลี ซึ่งอาจจะเป็นสีแดง สีส้ม สี เขียว หรือน้ำตาล ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของซูแซนเทลลีที่เข้าไปอาศัยอยู่ในตัวปะการัง สาหร่ายซูแซนเทลลี (จุดสีน้ำตาล) ในเนื้อเยื่อปะการัง ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวคืออะไร? ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว (Coral Bleaching) คือ ภาวะที่ปะการังมีสีซีดจางลง จนมองเห็นเป็น สีขาว ซึ่งเป็นผลมาจากการสูญเสียสาหร่ายที่ชื่อว่า ซูแซนเทลลี (Zooxanthellae) ในภาวะปกติปะการังกับ สาหร่ายต่างใช้ชีวิตอย่างเกื้อกูลกัน กระทั่งเมื่อใดที่สภาพแวดล้อมใน ทะเลมีการเปลี่ยนแปลง หรือมีสภาวะ ไม่เหมาะสม เช่น อุณหภูมิน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น ความเค็มของน้ำทะเลลดลงสาหร่ายซูแซนเทลลีจะออกจาก เนื้อเยื่อของปะการังเพื่อความอยู่รอด ส่งผลให้ปะการังเหลือเพียงเนื้อเยื่อใสๆ เผยให้เห็นสีขาวของ โครงสร้างหินปูนที่อยู่ภายใน หรือที่เรียกว่า “ปะการังฟอกขาว” การที่ปะการังสูญเสียสาหร่ายซูแซนเทลลี ไม่ได้มีผลเพียงสีสันที่เคยสวยงามต้องเปลี่ยนแปลงไปเท่านั้น แต่นั่นยังหมายถึงสารอาหารที่ปะการังเคย ได้รับจะลดน้อยลงไปด้วย ทั้งนี้หากสภาพแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงและกลับเข้าสู่ภาวะปกติในช่วง ระยะเวลาอันสั้น สาหร่ายซูแซนเทลลีก็จะกลับเข้ามาอาศัยในเนื้อเยื่อปะการังตามเดิม ส่งผลให้ปะการังฟื้น คืนและกลับมามีชีวิตปกติได้อีกครั้ง แต่หากสภาพแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงเป็นระยะเวลานาน ปะการังก็ จะเริ่มอ่อนแอและตายลงในที่สุด
ページ3:
ปะการังฟอกขาว (Coral Bleaching) ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “แนวปะการัง” ทั่วโลกต่างต้องเผชิญกับ “ภาวะฟอกขาว” ที่นับวันจะทวี ความรุนแรง และมีความถี่ในการเกิดบ่อยครั้งมากยิ่งขึ้น เนื่องจากในปัจจุบัน สภาพภูมิอากาศที่ร้อนสูงขึ้น เป็นประวัติการณ์ ทำให้เหล่าปะการังต้องเผชิญกับปรากฏการณ์ “การฟอกขาว” ในระดับรุนแรง ซึ่งนักวิชาการส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นผลมาจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศอันเนื่องมาจาก “ภาวะโลกร้อน” ปะการังคืออะไร? “ปะการัง (Coral)” เป็นสัตว์ทะเลไม่มีกระดูกสันหลัง (Marine invertebrate) มีสารประกอบหินปูน เป็นโครงร่างแข็ง ปะการังเป็นสัตว์ที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน (Colony) ร่วมกับสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ที่เรียกว่า “โพลิป” (Polyps) อาศัยอยู่เป็นจำนวนมากตามซอกตามรูของหินปูนแต่ละก้อนที่สร้างขึ้นมา ซึ่งหินปูนทำ หน้าที่รองรับเนื้อเยื่อรูปทรงคล้ายกระบอกขนาดเล็ก มีหนวดโบกสะบัดบริเวณปลายกระบอก เพื่อดักจับ แพลงก์ตอน (Plankton) เป็นอาหาร ปะการังสำคัญอย่างไรกับท้องทะเล? ปะการังเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศทะเล เพราะปะการังเป็นที่พักพิงให้กับสัตว์ทะเลน้อยใหญ่ มากมาย เป็นทั้งบ้าน พื้นที่ขยายพันธุ์ แหล่งหาอาหาร และพื้นที่สำหรับการหลบซ่อนผู้ล่า เกิดเป็นระบบ นิเวศอันสมบูรณ์ไปโดยธรรมชาติ ซึ่งเป็นบ้านให้กับกว่า 1,500 สายพันธุ์ได้อาศัยอยู่ตามแนวปะการัง และนี้คือสาเหตุว่าทำไมแนวปะการังถึงได้เป็นที่รู้จักกันในนาม “ป่าฝนในเขตร้อนแห่งท้องทะเล”
ページ4:
สาเหตุของปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว 1.การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของน้ำทะเล ก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปลดปล่อยโดยกิจกรรมของมนุษย์ ส่งผลให้อุณหภูมิของชั้นบรรยากาศโลก สูงขึ้น เกิดภาวะโลกร้อน และสภาพอากาศแปรปรวนที่สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลต่อสภาพของ ท้องทะเล โดยเฉพาะอุณหภูมิของน้ำทะเลที่สูงขึ้น ซึ่งการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิน้ำทะเลเพียง 1 – 2 องศา เซลเซียส ภายในระยะเวลา 3 สัปดาห์ สามารถทำให้ปะการังเกิดการฟอกขาวขึ้นได้ รวมถึง “ปรากฏการณ์ทะเลเป็นกรดกรด” ก็ทำให้ประสิทธิภาพของการดูดซึมแคลเซียมคาร์บอเนต ของปะการังลดลง และทำให้ปะการังไม่แข็งแรงมากพอที่จะต้านการกัดกร่อนตามธรรมชาติของน้ำทะเลได้ สุดท้ายปะการังก็จะต้องใช้เวลาฟื้นฟูจากการฟอกขาวนานขึ้น 2.กิจกรรมของมนุษย์ กิจกรรมของมนุษย์ทั้งบนบกและทางน้ำล้วนเป็นภัยกับแนวปะการังทั้งสิ้น เช่น ยาฆ่าแมลงจาก อุตสาหกรรมการเกษตรที่ไหลลงสู่แม่น้ำ น้ำเสียจากทั้งโรงงานอุตสาหกรรมและบ้านเรือนที่ถูกปล่อยลงสู่ ท้องทะเล หรือแม้กระทั่งครีมกันแดดที่มีสารเบนโซฟีนอล (Benzophenone) และสารออกทิลเมท็อกซีซินนา เมท (Octyl methoxycinnamate) ที่ก่อกวน ที่ก่อกวนวงจรการขยายพันธุ์และการเจริญเติบโตของปะการัง 3.ความเค็มของน้ำทะเลที่เปลี่ยนไป เนื่องจากจากน้ำจืดที่ไหลลงสู่ทะเลปริมาณมากอันเนื่อมาจากพายุฝน ตะกอนที่ถูกน้ำจืดไหลพัดพา มา จากบนฝั่ง หรือแม้แต่มลพิษที่เกิดจากการใช้ประโยชน์ทางทะเล ก็ล้วนมีผลให้เกิดการฟอกขาวได้ 4.ปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญา การเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญา มีความสัมพันธ์กับภาวะโลกร้อนโดยตรง และภาวะโลก ร้อนก้ส่งผลต่อท้องทะเลโดยตรงเช่นกัน เพราะพื้นที่ที่เคยแห้งแล้งหรือร้อนจัด กลับฝนตกหนัก หรือพื้นที่ที่ เคยมีฝนตกหนัก กลับฝนตกหนักกว่าเดิม ทำให้ค่าความด่าง และความขุ่นของน้ำ ใต้ท้องทะเลเกิดความไม่ สมดุล
ページ5:
. คุณค่าทางวัฒนธรรมของชุมชนเกาะเขตร้อนหลายแห่ง (เช่น สถานที่ทางศาสนาและการใช้ ทรัพยากรทางทะเลแบบดั้งเดิม) ขึ้นอยู่กับระบบนิเวศของแนวปะการังที่สมบูรณ์และอาจได้รับ ผลกระทบจากการฟอกขาวของปะการัง แนวปะการังเป็นแหล่งที่มีคุณค่าของสารประกอบทางเภสัชกรรม แนวปะการังที่เสื่อมโทรมและ ตายมีแนวโน้มน้อยที่จะใช้เป็นแหล่งสำหรับแหล่งยาที่สำคัญ (เช่น ยาเพื่อรักษาโรคหัวใจ โรคมะเร็ง และโรคอื่นๆ ) วิธีการแก้ไขและป้องกัน ปะการังที่อ่อนแอจะทนต่อการฟอกขาวไม่ไหว ทำให้ตายลง ส่วนปะการังที่สามารถทนต่อการฟอก ขาวได้จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ประมาณ 2-3 เดือน ดังที่เห็นได้ในท้องทะเล ที่เราเห็นปะการังเป็นสีขาวใต้ ท้องทะเล นั่นเป็นสัญญาณว่า ปะการังเหล่านี้อ่อนแอมากและกำลังจะตาย แต่ถ้าหากอุณหภูมิลดลง ปะการัง เหล่านี้ก็จะสามารถฟื้นฟูและเจริญเติบโตได้ดังเดิม ดังนั้นเราจำเป็นที่จะต้องมี ระบบเฝ้าสังเกตการณ์ประจำหน่วยงาน NOAA (องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศ แห่งชาติ ) จึงได้ใช้ดาวเทียมในการเฝ้าตรวจจับอุณหภูมิของผิวน้ำทะเลและบันทึกบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงเพื่อ ส่งสัญญาณเตือนความเสี่ยงของปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว โดยทั้งนี้หน่วยงานภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีมาตรการที่ชัดเจนออกมาและต้องมีการ บังคับใช้อย่างจริงจัง ซึ่งท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่เต็มที่ อาจจะมีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยด่วน และต้องตรวจตราดูแลอย่างจริงจังและเข้มงวด ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม ตั้งข้อบังคับไว้ ดังนี้ 1.ผู้ประกอบการและนักเที่ยวทะเลต้องหลีกเลี่ยงการไปดำน้ำตื้นและลึกในบริเวณต่างๆ ที่กรมทรัพยากรทาง ทะเลและชายฝั่งระบุมา เพราะเป็นแหล่งพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ของปะการัง 2.ไม่ทิ้งสมอ 3.ไม่ทิ้งน้ำเสีย 4.ไม่ให้อาหารปลาในแนวปะการัง 5.ไม่จับสัตว์น้ำมาเล่น 6.ไม่ทิ้งขยะลงทะเลแม้แต่เศษอาหาร 7.ไม่ยืนเหยียบและเดินบนแนวปะการัง 8.หลีกเลี่ยงการนำเรือเข้าที่ตื้นในแนวปะการังเพราะพัดตะกอนฟุ้งกระจาย
ページ6:
ตอนนี้อุณหภูมิกำลังไต่เส้นขึ้นมาเรื่อยๆ ซึ่งโดยปกติอุณหภูมิของน้ำทะเลที่กระตุ้นให้ปะการังเกิด การฟอกขาวนั้น จะอยู่ที่สูงกว่า 30.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป ซึ่งการที่อุณหภูมิอยู่ที่ 30.5-31 องศาเซลเซียสนั้น ไม่ได้ทำให้เกิดการฟอกขาวทันที แต่ต้องเกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานประมาณ 2 อาทิตย์ขึ้นไป จึงจะเริ่มเห็น ปะการังบางชนิดส่วนใหญ่เป็นปะการังกิ่ง เช่น ปะการังเขากวาง ปะการังดอกกะหล่ำ จะฟอกก่อน รองลงมา เป็นพวกแผ่น ส่วนพวกที่ฟอกช้าสุดคือปะการังก้อน ปะการังสมอ ซึ่งในปี 2553 เป็นปีที่พบแนวปะการังเสียหายมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ เกิดจากอุณภูมิน้ำทะเลที่ เริ่มสูงขึ้นจากปกติ 29 องศาเซลเซียส ได้เริ่มสูงขึ้นเป็น 30 องศาเซลเซียสตอนปลายเดือนมีนาคม ส่งผลให้ เกิดสภาวะปะการังฟอกขาวเป็นพื้นที่วงกว้างคลุมทะเลทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย จากการสำรวจของหลายหน่วยงาน พบว่าในแต่ละพื้นที่มีประการังฟอกขาวมากน้อยต่างกัน ขึ้นอยู่ กับชนิดปะการังที่ขึ้นครอบคลุมพื้นที่นั้น (Dominant group) ปะการังเขากวางเป็นกลุ่มที่ไวต่อการฟอกขาว ที่สุด ถ้าพื้นที่ใดพบปะการังชนิดนี้ปกคลุมมาก พื้นที่นั้นจะได้รับผลกระทบมากด้วย และการฟอกขาวขึ้นอยู่ กับแนวชายฝั่งที่ปะการังขึ้นอยู่ แนวชายฝั่งที่ได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำ มีการเคลื่อนไหวของมากน้ำมาก (ด้านตะวันตกของเกาะต่างๆ ในทะเลอันดามัน) จะได้รับผลกระทบน้อยกว่าบริเวณที่การเคลื่อนไหวของ มวลน้ำน้อย ประมาณภาพรวมทั่วประเทศ พบว่าปะการังแต่ละแห่งฟอกขาวมากถึงร้อยละ 30-95 ปะการังเกือบ ทุกชนิดฟอกขาวหมด ยกเว้น 3-4 ชนิด เช่น ปะการังสีน้ำเงิน (Heliopora coerulea) ปะการังลาบดอกไม้ (Pavona decussata) และปะการังดาวใหญ่ (Diploastrea heliopora)
ページ7:
9.เลิกกินปลานกแก้วเด็ดขาด 10.ห้ามจับปลาหรือจับสัตว์ในแนวปะการังอุทยานหรือเขตอนุรักษ์ 11.ต้องไม่สนับสนุนผู้ประกอบการที่ปล่อยของเสียลงทะเล 12. รีสอร์ทบนเกาะต้องบำบัดน้ำเสีย 13.เรือขนาดใหญ่ต้องมีถังเก็บของเสียและสิ่งขับถ่ายจากมนุษย์ และไม่ปล่อยทิ้งในแนวปะการัง 14.ไม่สนับสนุนการซื้อเปลือกหอยในแนวปะการัง เช่น หอยเบี้ย ฯลฯ เพราะหอยเป็นผู้ควบคุมปริมาณ สาหร่าย 15.ควรปิดพื้นที่ไม่ให้มีการใช้ประโยชน์ในแนวปะการังที่จำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเร่งด่วน 16.รักษาพลังงานและลดการผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้ถ่านหินลง และหันมาเลือกใช้พลังงาน หมุนเวียนที่สะอาด ส่วนข้อเสนอแนะแก้ไขปัญหาเพิ่มเติม คือ 1.ปลูกปะการัง 2.สร้างปะการังเทียม ซึ่งต้องมีการศึกษาและพัฒนาให้ชัดเจน 3.แหล่งดำน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้น เพื่อให้คนออกจากแนวปะการังรวมทั้งต้องมีการจำกัดคนหรือนักท่องเที่ยว ปรากฎการณ์ปะการังฟอกขาวในทะเลไทย ปะการังที่พบในประเทศไทยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในน้ำทะเลที่อุณหภูมิ 28-29 องศาเซลเซียส แต่หาก น้ำทะเลอุณหภูมิสูงถึงประมาณ 30-31 องศาเซลเซียส ติดต่อกันประมาณ 3-4 สัปดาห์ ก็จะมีผลให้ปะการัง เกิดการฟอกขาวขึ้น ในประเทศไทย ปะการังที่ยังมีชีวิตอยู่โดยภาพรวมเหลือเพียงร้อยละ 23 ขณะที่เกรตแบร์ริเออร์รีฟ (Great Barrier Reef) แนวปะการังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก (ยาวกว่า 2,400 กิโลเมตร) ของประเทศ ออสเตรเลีย เหลือปะการังที่ยังมีชีวิตอยู่เพียงร้อยละ 10 เท่านั้น แนวปะการังทุกจังหวัดทางฝั่งอันดามัน พบว่าเกิดปะการังฟอกขาวมากกว่า 70 % ของปะการังมี ชีวิตที่มีอยู่ และหลังจากสำรวจ 1 เดือน ปะการังฟอกขาว ก็เริ่มตายถึง 40 % ขณะที่ ขณะที่ฝั่งอ่าวไทยก็พบ ปะการัง ฟอกขาว รุนแรงเช่นเดียวกัน โดยพบปะการังมีการฟอกขาวจำนวนมาก ประมาณ 50-70 % ของแนวปะการัง ทั้งหมด ซึ่งนับเป็นการเกิดปรากฏการณ์ ปะการังฟอกขาว ที่กินพื้นที่มากที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในทะเลฝั่งอ่าว ไทย ส่วนบริเวณกลุ่มเกาะตอนบนของชลบุรี ได้แก่ เกาะสีชัง เกาะนก เกาะสาก เกาะครก และเกาะอุ่น จะ พบการฟอกขาวช้ากว่าจุดอื่น ๆ
ページ8:
สถานที % ปกคลุมพื้นทีของปะการังที่มีชีวิต ก่อนฟอกชาว หลังฟอกขาว การตาย หมู่เกาะสุรินทร์ เกาะสต็อค 35 7.4 78.9 ตอนโน เกาะสุรินทร์เหนือ หน้าช่องแคบ 50.3 3.2 93.6 เกาะสุรินทร์เหนือ อ่าวแม่ยาย ทิศเหนือ 80 0.1 99.9 เกาะสุรินทร์เหนือ อ่าวทราย 34.7 8.4 75.8 แดง เกาะสุรินทร์เหนือ อ่าวไม้งาม 50 12.5 75.0 เกาะสุรินทร์ใต้ ฝั่งตะวัน ออก(อ่าวเต่า) 73.2 11 85.0 เกาะปาชุมบา ตะวันออกเฉียง 22 1.1 95.0 เหนือ เกาะตอรินลา ตะวันออกเฉียง ไต้ 27.5 4.7 79.1 หมู่เกาะสิมิลัน เกาะตาชัย ตะวันออกเฉียงได้ 53.9 8.6 84.0 ประภาคาร เกาะสิมิลัน ตะวันออก หน้า 57.8 6.2 89.3 เกาะบางู ทิศใต้ เกาะสิมิลัน เวิ้งอ่าวตะวันตก 28.1 11.1 60.5 16.6 6.5 60.8 เกาะปายู เวิ้งอ่าวตะวันตก เกาะปายู ตะวันออกเฉียงเหนือ 39.8 29.5 25.9 29.3 14.8 49.5 เกาะตาชัย ตะวันออกเฉียงใต้ 53.9 8.6 84.0 หมู่เกาะพีพีและเกาะใกล้เคียง อ่าวลาน้า เกาะพีพีดอน อ่าวหยงกาเล่ม เกาะพีพีดอน 40 19.4 51.5 19.4 12.7 34.5 แหลมตง เกาะพีพีดอน 51.7 32.8 36.6 อ่าวต้นไทร ตะวันตก 61 3.1 94.9 เกาะยง 58.9 6.8 88.5 เกาะใต้ ตะวันออก 67.4 22 67.4 เกาะไผ่ ตะวันตกเฉียงใต้ 36.5 14.9 59.2 เกาะไข่นอก 50.7 15.8 68.5 เกาะบริวารของเกาะภูเก็ต เกาะแอว ตะวันตกเฉียงเหนือ 61.7 18.6 69.9 เกาะราชาใหญ่ ตะวันออกตอน 33.3 20.5 38.4 บน เกาะราชาใหญ่ ตะวันออกตอน 25.3 17.5 30.8 กลาง เกาะราชาใหญ่ อ่าวทิศเหนือ 42.3 1.4 96.7 เกาะราชาใหญ่ อ่าวตะวันตก 61 66.3 ข้อมูลก่อนการฟอกขาว สำรวจในช่วงต้นปี 2553 (ยกเว้นกลุ่มเกาะสิมิลันสำรวจในปลายปี 2550) และข้อมูลหลังการฟอกขาวสำรวจในช่วงปลายปี 2553 ปรากฎการณ์ฟอกขาวในภาคตะวันออก 31 พฤษภาคม 2564 ศรชล.และ ศวทอ.เร่งสำรวจปะการังฟอกขาวทะเลภาคตะวันออก จ.ระยอง ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวนี้เกิดขึ้นเป็นพื้นที่วงกว้าง เพราะมีการค้นพบตะกอนสีชมพูจำนวนมากติด อวนปูขึ้นมาจากใต้ทะเล จากข้อมูลเก่า ช่วงเดือน มิ.ย.63 ได้เกิดปะการังฟอกขาวบริเวณเดียวกันมาแล้วครั้ง หนึ่ง โดยจะพบเห็นก็ต่อเมื่อน้ำทะเลลดต่ำสุดที่ระดับน้ำลึกเพียง 10-30 ซม. ส่วนปะการังฟอกขาวที่พบ ได้แก่ ปะการังโขด ปะการังช่องเหลี่ยม ปะการังผึ้ง และปะการังวงแหวน มักเกิดขึ้นช่วงเดือน เม.ย. - มิ.ย. เวลาน้ำลงเต็มที่ของทุกปี ซึ่งการเกิดปะการังฟอกขาวนั้นเป็นภาวการณ์สูญเสียสาหร่ายขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ ในเนื้อเยื่อของปะการัง แต่ในระหว่างการเกิดอาจเห็นปะการังมีสีซีดจาง สีชมพู ฯลฯ ขึ้นกับระยะของการ ฟอกขาว อาจไม่ฟอกจนขาวก็ได้เมื่อน้ำเย็นลงหรือแดดน้อยลง อันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาวะ แวดล้อมของทะเล โดยเฉพาะเกิดจากอุณหภูมิน้ำทะเลเพิ่มมากขึ้น และความเค็มของน้ำทะเลเปลี่ยนแปลง หรือมลพิษต่างๆ ส่งผลให้ปะการังตายเหลือเพียงโครงสร้างหินปูน ลักษณะการฟอกขาวของแนวปะการัง บริเวณนี้เป็นปรากฏการณ์ปกติ ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี เนื่องจากเป็นแนวปะการังน้ำตื้น และน้ำทะเลลดลง ต่ำในเวลากลางวัน (เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน) จากการสำรวจในปี 2563 การฟอกขาวบริเวณนี้จะฟื้นตัวได้ หลังกลางเดือนมิถุนายน
ページ9:
ปะการังสามารถฟื้นตัวได้ อย่างไร ? โอกาสการฟื้นตัวของ ปะการังฟอกขาว ขึ้นอยู่กับสภาพปะการังที่แตกต่างกันไปในแต่ละบริเวณ ความรุนแรงของการฟอกขาว ปริมาณและความหลากหลายของชนิดปะการังที่เหลืออยู่ในบริเวณนั้น ๆ การกระจายตัวอ่อนจากบริเวณใกล้เคียง และที่สำคัญที่สุดคือสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการฟื้นตัวและ การเจริญเติบโตของปะการัง โดยมีข้อมูลยืนยันว่า ปะการังฟอกขาวฟื้นตัวได้ หากสภาพสิ่งแวดล้อมกลับมาเป็นปกติใน ระยะเวลาไม่นาน ซึ่งลักษณะการฟื้นตัวของปะการังฟอกขาว อาจเกิดได้ 2 รูปแบบ คือ 1. ปะการังที่ฟอกขาวสามารถทนสภาพที่อ่อนแอได้ประมาณ 1 เดือนครึ่ง หากอุณหภูมิน้ำลดลง ปะการังที่ฟอกขาวอยู่นั้นก็สามารถดึงสาหร่ายซูแซนเทลลี่สามารถกลับเข้าสู่เนื้อเยื่อ และสามารถฟื้นตัวมีสีดังเดิม กระบวนการฟื้นตัวของแนวปะการังแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้เร็วภายใน 2-3 เดือน เมื่ออุณหภูมิลดลงสู่สภาพปกติ (อุณหภูมิลดลงได้เนื่องจากลมมรสุมเข้าหรือมี เมฆฝนมาก) แต่หาก สภาพแวดล้อมยังไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน ปะการังบางชนิดจะเริ่มตายลง โดยสามารถสังเกตได้จากเริ่ม เห็นสาหร่ายและตะกอนที่ขึ้นคลุมปะการัง กรณีที่ปะการังที่ฟอกขาวได้ตายไป 2. กระ พื้นที่แนวปะการังที่เสื่อมโทรมลงจากการตายของปะการังเนื่องจากการฟอกขาวก็ ยังสามารถฟื้นตัวได้ โดย มีตัวอ่อนปะการังเข้ามาเกาะในพื้นที่ หรือปะการังบางชนิดที่ยังเหลืออยู่ค่อยๆ เจริญเติบโตครอบคลุมแนว ปะการัง กระบวนการนี้อาจใช้เวลาประมาณ 3-4 ปี เป็นอย่างน้อย แนวปะการังจึงกลับมามีสภาพดีดังเดิม ทั้งนี้ ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า พื้นที่นั้นต้องมีสภาพแวดล้อมเหมาะสม มีคุณภาพน้ำดี เช่น น้ำใส สะอาด ปราศจากการรบกวนของกิจกรรมของมนุษย์ มีพื้นแข็งสำหรับตัวอ่อนปะการังลงยึดเกาะเพื่อ เจริญเติบโต มีระบบนิเวศที่ยังอยู่ในสภาพสมดุล ไม่มีการจับปลาหรือสัตว์ที่กินสาหร่ายออกจากพื้นที่มาก เกินไป เนื่องจากสาหร่ายที่คลุมตามพื้นจะทำให้ตัวอ่อนของปะการังไม่สามารถลงเกาะได้ รวมทั้งแก่งแย่ง พื้นที่การเจริญเติบโตของปะการัง อย่างไรก็ตาม หากสมดุลของระบบนิเวศสูญเสียไป การฟื้นตัวของแนวปะการังจะเกิดขึ้นได้ช้ามาก หรือไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย ซึ่งในปัจจุบันการฟื้นตัวของปะการังในหลายๆ พื้นที่ก็เป็นไปได้ยาก เนื่องจากมีผลกระทบของมนุษย์เข้าไปซ้ำเติมต่อการฟื้นตัว โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการพัฒนาค่อนข้างเยอะและ รุนแรง อย่างเช่น เกาะช้าง เกาะสมุย ซึ่งเป็นเกาะที่มีการตัดถนน ทำรีสอร์ท ทำให้ตะกอนลงทะเล ขณะเดียวกัน การขยายตัวของนักท่องเที่ยวทำให้เกิดการควบคุมที่ไม่ดี สองแห่งนี้จึงน่าเป็นห่วงที่สุด
ページ10:
และถ้าทุกอย่างไม่เอื้ออำนวยต่อการฟื้นตัวของปะการัง มันก็จะตายลงและจะมีสาหร่ายมาขึ้นแทน จากนั้นก็จะเปลี่ยนสถานะจากแนวปะการังที่เป็นสีสันแห่งท้องทะเล กลายเป็นแนวหินโสโครกแทน ส่งผล กระทบโดยตรงต่อจำนวนปลา สูญเสียแหล่งความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในทะเล ทำให้แหล่งที่อยู่อาศัย ของสัตว์น้ำลดลง หรือสูญหายไปจากหลายพื้นที่ รวมไปถึงการกัดเซาะชายฝั่ง ขณะเดียวกัน ยังส่งผลกระทบ ต่อภาคการประมง และการท่องเที่ยวอีกด้วย
ページ11:
อ้างอิง http://www.dmr.go.th/ewt_news.php?nid=23884&filename=library https://www.greenpeace.org/thailand/story/17975/ocean-sanctuary-coral-bleaching-in-taiwan/ http://www.mkh.in.th/index.php?option=com_content&view=article&layout=edit&id=269&Itemid=158& lang=th https://hilight.kapook.com/view/52264 https://ngthai.com/science/26012/coral-bleaching/
ผลการค้นหาอื่น ๆ
News
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น