ノートテキスト
ページ1:
* RAM 1132 (4)ยาลัยรามคำแข่ง ทักษะทางสารสนเทศ Information Literacy สรุปเน้น + ข้อสอบท้ายบท เน้นจุดสำคัญ กระชับ อ่านง่าย เจาะประเด็นที่ออกบ่อย อัพเดทข้อมูลใหม่เสมอ เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาเตรียมตัวน้อย หรือไม่มีเวลาเข้าเรียน ครอบคลุมเนื้อหาทุกจุด สรุปคำบรรยายประกอบการเรียน 2 สถาบัน THE BEST CENTER THE BEST CENTER พระเกสต์ เซ็นเตอร์/ 2145/7 ซ.รามคำแหง 43/1 ถ.รามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240 www.thebestcenter.com โทร.081-496-9907 ID LINE: @thebestcenter 75.-
ページ2:
สารบัญ หน้า บทที่ 1 โลกดิจิตอลและสังคม บทที่ 2 แหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต บทที่ 3 การบริหารการจัดการสารสนเทศ บทที่ 4 การสืบค้นสารสนเทศ บทที่ 5 การประเมินสารสนเทศ บทที่ 6 การเขียนและการนำเสนอเชิงวิชาการ บทที่ 7 การเขียนอ้างอิงและบรรณานุกรมตามหลักสากลและจริยธรรม บทที่ 8 ทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองต่อเนื่องตลอดชีวิต 52 162282 mo 90 79 83
ページ3:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 994494LADY บทที่ 1 โลกดิจิตอลและสังคม (Digital world and society) 1 44442 - ความสัมพันธ์ตัวแบบ DIKW Pyramid (อธิบายถึง data, information, knowledge, wisdom) - ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data) - เทคโนโลยีอุบัติใหม่ (Shopee: Lazada, Cryptocurrency, Metaverse ) - พลเมืองดิจิตอล (digital citizen) สังคมและโลกดิจิทัล (societal and digital - พื้นที่โลกของพลเมืองดิจิทัล - ทักษะการเรียนรู้ของศตวรรษที่ 21 กับประชากรดิจิทัล - ความหมายและความสำคัญสารสนเทศ นักวิชาการและนักวิจัยทางด้านสารสนเทศศาสตร์ได้กำหนดความหมายของคำ (1) Data (2) Information (3) Knowledge และ (4) Wisdom แตกต่างกันอย่างหลากหลายและได้มีการอภิปรายหรือ ถกเถียงถึงความคลุมเครือของ ความหมายของคำเหล่านี้ซึ่งอาจขึ้นอยู่กับเหตุการณ์และบริบทที่แตกต่างกัน อย่างไรตาม Ackoff และ Soloviev เสนอตัวแบบหรือโมเดลตามลำดับชั้นรูปพีระมิดที่เรียกว่า DIKW pyramid (short for Data Information Knowledge-Wisdom) ดังรูปที่ 1 given insight, becomes given meaning. becomes wisdom knowledge information • understanding, integrated, actionable • contextual, synthesized, learning • useful, organised, structured given context, becomes data • signals, know- nothing ภาพ 1 The DIKW pyramid Note, From 3 Steps to a Data-Driven Content Quality Approach. by Soloviev, K. 2016, Retrieved from https://medium.com/contentquo/3-steps-to-a-data-driven-content-quality-approach-fe7cf78639fe
ページ4:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ ‹› ข้อมูล (Data) 2 Buckland (1991) ได้อธิบายว่า "data" นั่นเป็นพหูพจน์ของ “datum” (Latin word) เป็นคำ ภาษาลาตินซึ่ง หมายถึงสิ่งที่ถูกกำหนดให้ “things that have been given” อยู่ในประเภทข้อเท็จจริงต่าง ๆ ทั้งที่เป็นตัวเลข ข้อความ รูปภาพ และสัญลักษณ์ หรือข้อมูลดิบ (raw data) ซึ่งยังไม่ผ่านการดำเนินการประมวลผลหรือไม่ผ่านการวิเคราะห์ เป็นสิ่งที่ ได้จากการสังเกตปรากฏการณ์ สิ่งของ คน สัตว์ วัตถุดิบ หรือการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน และได้มีการเก็บรวบรวมบันทึกไว้เพื่อนำไปจัดการประมวลผลเป็นสารสนเทศ เพื่อความเข้าใจความหมาย “data” เช่น มหาวิทยาลัยรามคำแหงเก็บรวบรวมข้อมูลจำนวนนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียน กระบวนวิชาทักษะสารสนเทศ (RAM1132) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ซึ่งยังไม่ได้ผ่านการประมวลผลโดยการจำแนก ตามจำแนกตามคุณลักษณะต่างๆ เช่น เพศ คณะ สาขาวิชาและจังหวัดภูมิลำเนาเดิม หรือศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด--19 (สบค.) เก็บรวบรวมข้อมูลจำนวนผู้ติด เชื้อโรค COVID-19 และจำนวนผู้เสียชีวิตจากติดเชื้อโรค COVID-19 ของแต่ละวัน ซึ่งยังไม่ได้ผ่านการ ประมวลผลโดยการจำแนกคุณลักษณะต่าง ๆ เช่น เพศ ภาคและจังหวัดภูมิลำเนาเดิม และอายุ หรือ ข้าวสารดิบที่ยังไม่ผ่านกระบวนการหุงต้ม ซึ่งเปรียบเสมือนข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการประมวลผล ›› สารสนเทศ (Information) นักวิชาการและนักวิจัยด้านสารสนเทศหลายท่านได้ให้นิยามความหมายสารสนเทศที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และสภาพสิ่งแวดล้อมที่ผู้คนเหล่านั้นมีการปฏิสัมพันธ์ หรือเผชิญอยู่ด้วย ณ ขณะนั้น หรือ สารสนเทศหมายถึงข้อมูลหรือ สัญลักษณ์ต่างๆ และข่าวสารหรือความคิดที่ถูกเปลี่ยนแปลงหรือผ่านการประมวลผลโดยกระบวนการต่างๆ เพื่อให้เกิด ความหมายและความเข้าใจในสื่อสาร Wilson, Kelleyman และ Corey (2013) อ้างถึงใน กุศลวัฒน์ คงประดิษฐ์ (2558) ได้อธิบายว่าสารสนเทศ หมายถึง ข้อมูล ข่าวสาร เอกสารที่ผ่านเข้าใจและความหมายระหว่างผู้รับและผู้สื่อสารและช่วยสนับสนุนการตัดสินใจ ประสบการณ์ของผู้ใช้สารสนเทศนั้น อย่างไรก็ตามสารสนเทศมีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาและขอบเขตของงานที่จะนำไปใช้เพราะว่าสารสนเทศไม่ทันสมัยหรือ ล่าช้า (out of date) ซึ่งอาจจะไม่เหมาะสมกับกาลเวลาหรือสถานการณ์ที่อุบัติขึ้นมาใหม่ เช่น วัคซีน COVID-19 ที่ได้ผลิต ขึ้นเมื่อปี 2021 โดยมีเป้าหมายต้องการฉีดให้กับประชาชนทั่วโลกเพื่อกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันไวรัส COVID-19 สายพันธ์ ต่าง ๆ แต่ขณะนี้ปี 2022 หากจะนำวัคซีน COVID-19 ที่ผลิตเมื่อ 2021 มาฉีดให้กับประชาชนนั้นอาจไม่เหมาะสมเพราะว่า COVID-19ได้กลายพันธ์เป็นสายพันธ์ใหม่หลากหลายสายพันธ์ * ความสำคัญของสารสนเทศ สารสนเทศเป็นพื้นฐานของการได้มาซึ่งความรู้หรือภูมิปัญญา และเป็นสิ่งจำเป็นที่มีความสำคัญต่อการดำรง ชีวิตประจำวันและมีบทบาทอย่างมากต่อการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ ระดับบุคคล ระดับหน่วยงาน และระดับประเทศชาติ สอดคล้องกับวลีที่ว่า “Information is power Information is power หมายความว่า บุคคลใดก็ตามที่ทราบสารสนเทศก่อน บุคคลนั้นเป็นผู้มีทั้งพลังและมีอำนาจ ในการดำรงชีวิตประจำวัน เช่น สถานการณ์ปัจจุบันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือ Covid-19 ซึ่งเป็นโรคระบาดที่อุบัติ ใหม่และระบาดทั่วโลกที่เรียกว่า Pandemic โดยมีองค์การอนามัยโลก (World Health Organization - WHO) เป็น
ページ5:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 3 หน่วยงานด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศซึ่งขึ้น สหประชาชาติที่ทำหน้าที่ดูแลคุ้มครองและส่งเสริมสุขภาพอนามัยของ ประชาชนทั่วโลก (เซฟสิริ, ม.ป.ป.) WHO ถือว่าเป็นแหล่งสารสนเทศที่เก็บรวบรวมข้อมูลและสถิติข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ระบาดของโรค COVID-19 ทั่วโลกและได้ทำการประมวลผลข้อมูลที่เก็บรวบรวมดังกล่าวเพื่อนำเสนอ หรือรายงานสถิติจำนวนประชากร ผู้ ติดเชื้อ COVID-19 และผู้ซึ่งเสียชีวิตจากการติดเชื้อ GOVID-19 โดยการแยกรายงานแบ่งตามทวีปและแต่ละทวีปนั้น แบ่งย่อยออกเป็นแต่ละประเทศ ถือเป็น สารสนเทศที่สำคัญอย่างยิ่งและมีประโยชน์อย่างมหาศาลต่อการดำรงชีวิตยาม วิกฤตการณ์แพร่ระบาดCOVID-19 ของประชากรทั่วโลก เพื่อว่าประชาชนของแต่ละประเทศนั้นมีสารสนเทศที่เชื่อถือได้ อย่างเป็นทางการ สนับสนุนหรือช่วยในการตัดสินในการป้องกันการตัวเองจากการติดเชื้อโรค COVID-19 โดยการหลีกเลี่ยง หรือชะลอไม่เดินทางไปยังประเทศที่มีการแพร่ระบาดเชื้อโรค COVID-19 อย่างมากอยู่ ในขณะนั้นเป็นการช่วยลดการติด เชื้อและการเสียชีวิตด้วยโรคCOVID-19 ศูนย์บริหารสถานการณ์ใดวิด-10 (สบค.) ถือว่าเป็นแหล่งสารสนเทศที่เก็บรวบรวมข้อมูลและสถิติข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ สถานการณ์ระบาดของโรค COVID-10 ของประเทศไทยซึ่งอยู่ในกำกับสำนักนายกรัฐมนตรี (คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โควิด-19, 2565, 29 เมษายน, ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 139 ตอนพิเศษ 98 ง. หน้า 40-42) และได้ทำการประมวลผลข้อมูลที่เก็บรวบรวมดังกล่าวเพื่อนำเสนอหรือรายงานสถิติจำนวนประชาชนผู้ซึ่ง ติดเชื้อโรค COVID-19 และผู้ซึ่งเสียชีวิตจากการติดเชื้อ COVID-19 โดยการแยกรายงานแบ่งตามภาค ต่าง ๆ และแต่ละ ภาคนั้นแบ่งย่อยออกเป็นแต่ละอำเภอ สารสนเทศดังกล่าวข้างต้นนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อหน่วยงานภาครัฐใช้ในการวางแผนเพื่อป้องกันและช่วยเหลือพี่ น้องประชาชนไม่ให้ติดเชื้อโรคไวรัส COVID-19 และมีประโยชน์อย่างมหาศาลต่อการดำรงชีวิตยามวิกฤตการณ์แพร่ระบาด COVID-19 ของประชาชนทั่วประเทศไทย เพื่อว่าประชาชนแต่ละคนทั่วประเทศนั้นมีสารสนเทศที่เชื่อถือได้อย่างเป็น ทางการจากหน่วยงานของรัฐสนับสนุนหรือช่วยในการตัดสินในการป้องกันการตัวเองจากการติดเชื้อโรค COVID-19 โดย การหลีกเลี่ยงหรือชะลอชะลอไม่เดินทางไปยังสถานที่ที่มีการแพร่ระบาดเชื้อ COVID-19 อย่างมากอยู่ในขณะนั้นเป็นการ ช่วยลดการติดเชื้อและการเสียชีวิตด้วยโรค COVID-19 ขณะเดียวกันสารสนเทศนั้นเป็นหัวใจหรือฟันเฟืองที่สำคัญปัจจัยหนึ่งที่มีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลที่ยั่งยืนและ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative economy) เพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศ เช่นด้านการลงทุนของนักธุรกิจ ไม่ว่าการลงทุน ในตลาดหลักทรัพย์ หรืออสังหาริมทรัพย์ หรือคริปโต เคอร์เรนซี (Cryptocurrency) หรือด้านการศึกษาด้วยความ เจริญก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information Communication Technology - ICT) ทำให้ นักเรียนและนักศึกษาสามารถแสวงหาสารสนเทศและการเข้าถึงแหล่งข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา ขณะเดียวกันนักเรียนและ นักศึกษาเหล่านั้นมีอิสระภาพเสรีภาพในการแสวงหาความรู้ที่ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาว่างที่เหมาะสมของนักเรียนและนักศึกษาแต่ ละคนซึ่งถูกเรียกการเรียนรู้ว่า Course on demand สำคัญยิ่งไปกว่านั้นสารสนเทศไม่เพียงแต่มีความสำคัญเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจทุก ๆ ด้าน ในการดำรงชีวิต ประจำวันแล้ว แล้วสารสนเทศยังมีประโยชน์มากมายมหาศาลเช่น 1. ลดอัตราการตายของประชากรโลกจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ 2. ลดความผิดพลาดในการตัดสินใจ เช่น การลงทุนหรือเรื่องราวต่าง ๆ ในการใช้ชีวิตประจำวัน 3. เป็นองค์ประกอบสำคัญ ในการพัฒนาต่อยอดการสร้างองค์ความรู้ 4. เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศยุคสังคม ดิจิทัล และ 5. อื่นๆ
ページ6:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ น * ความรู้ (Knowledge) 4 ความรู้ หมายถึง ความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันของข้อมูลและสารสนเทศรวมถึงการผสมผสาน ภูมิปัญญา ประสบการณ์ การศึกษา ค้นคว้า วิจัย วิเคราะห์ ทดลอง และเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ประกอบการตัดสินใจหรือแก้ไขปัญหาต่าง ๆ หรือ สารสนเทศนั้นได้ผ่านการกลั่นกรองวิเคราะห์สังเคราะห์ มีการศึกษาเปรียบเทียบ ตลอดจนการเชื่อมโยงกับประสบการณ์และ ความรู้อื่น ๆ ก็จะกลายเป็นความรู้ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อสร้างความเข้าใจในการนำไปใช้งานและประกอบการ ตัดสินใจในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้โดยไม่จำกัดช่วงเวลา เพราะว่าความรู้และทักษะต่าง ๆ จะติดตัวอยู่กับ บุคคลเหล่านั้นซึ่ง ขึ้นอยู่กับศักยภาพของแต่ละบุคคล * ความรู้สามารถแบ่งได้ 2 ประเภท คือ 1. ความรู้แบบไม่ชัดแจ้ง หรือความรู้ที่ซ่อนอยู่ (tacit knowledge) เป็นความรู้ที่อยู่ในรูปนามธรรมหรือเป็นความรู้ แบบไม่มีโครงสร้างซึ่งยากแก่การถ่ายทอดออกมาได้โดยตรงเพราะว่าเป็นความรู้และความสามารถส่วนบุคคล ความชำนาญ เฉพาะส่วนบุคคล หรือพรสวรรค์ต่าง ๆ ที่ได้มาตั้งแต่กำเนิด (born to be) เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคล ความรู้แบบซ่อน อยู่ของแต่ละบุคคลนั้นเกิดจากประสบการณ์ การสังเกต การเรียนรู้ ที่ได้สะสมและซึมซับมาเป็นเวลายาวนาน เช่น ทักษะและ เทคนิค การสอน ทักษะและเทคนิคการเรียน ทักษะในการทำงาน ทักษะการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ทักษะการแสดง การตลก และการแสดงมายากล เป็นต้น ด้วยเหตุผลดังนั้นกล่าวข้างต้นการถ่ายทอดความรู้แบบไม่ชัดแจ้งจะเน้นไปที่การจัดเวทีเพื่อให้มีการแบ่งปันความรู้ที่อยู่ ในตัวผู้ปฏิบัติ ทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน อันนำไปสู่การสร้างความรู้ใหม่ ที่แต่ละคนสามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติงานได้ต่อไป * 2. ความรู้แบบชัดแจ้ง (explicit knowledge) เป็นความรู้แบบรูปธรรมที่จับต้องได้หรือเป็นความรู้ที่มีโครงสร้าง เพราะว่าสามารถรวบรวมและสามารถเขียนอธิบายบันทึกความรู้นั้นออกมาได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การจดบันทึกคำบรรยาย ของวิชาต่าง ๆ หนังสือเรียนกระบวนวิชาต่าง ๆ รายงาน การวิจัย รายงานประจำปี เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ความรู้ทั้งแบบความรู้ไม่ชัดแจ้งและความรู้แบบชัดแจ้งดังกล่าวข้างต้นนั้นสามารถถ่ายโอนความรู้และ แลกเปลี่ยนสลับประเภทความรู้ด้วยกันได้ตลอดเวลา ปรากฏดังภาพที่ 2 Access/Validate เข้าถึง Create/Leverage สร้างความรู้ ยกระดับ ความรู้ซ่อนเร้น ความ ความรู้เด่นชัด store รวบรวม/จัดเก็บ Explicit Knowledge นําไปปรับใช้ apply/utilize Tacit เรียนรู้ร่วมกัน Knowledge Capture & Learr เรียนรู้ ยกระดับ มีใจแบ่งปัน Care & Share ภาพ 2 ความรู้ที่ชัดแจ้ง และความรู้ซ่อนเร้น ที่มา จากความรู้ที่ชัดแจ้งและความรู้ซ่อนเร้น, โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ , 2553, สืบค้นจาก https://www.nstda.or.th/home/knowledge, post/explicit tacit knowledge/
ページ7:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ นน * ปัญญา (Wisdom) 5 ปัญญา หมายถึง ความรู้ความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ ที่รู้แจ้งเห็นจริง (insightful) หรือประสบการณ์ที่ได้พัฒนาต่อยอดมา จากความรู้โดยผ่านกระบวนการวิเคราะห์ ทดลองวิจัย ได้ค้นพบสิ่งใหม่ ๆ จึงก่อให้เกิดปัญญาซึ่งนำไปสู่การประดิษฐ์คิดค้น นวัตกรรมขึ้นมาใหม่และได้นำปัญญาที่เกิดขึ้นมานั้นประยุกต์ ใช้ในการขับเคลื่อนหรือแก้ไขปัญหาระดับบุคคล ระดับองค์กร และระดับประเทศชาติ กรณีศึกษา (1) ร้านกระท่อมคึกคักจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์กระท่อมหลายประเภท เช่น กระท่อมกระป๋อง กระท่อมสกัดเย็น กระท่อมสเปรย์ เป็นต้น นาย RAM1132 ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าจัดซื้อจัดหาพัสดุร้านกระท่อมคึกคัก ได้ รวบรวมและจดบันทึกจำนวนยอดสินค้าผลิตภัณฑ์กระท่อมที่จำหน่ายได้แต่วันลงในสมุดบัญชีด้วยมือ (2) นาย RAM1132 ได้ดำเนินการประมวลผลข้อมูลที่เก็บรวบรวมไว้โดยการแจกแจงยอดขายผลิตภัณฑ์ กระท่อมแต่ละประเภทในแต่ละวัน (3) นาย RAM1132 ปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งหัวหน้าจัดซื้อจัดหาพัสดุร้านกระท่อมคึกคักเป็นเวลา 1 ปีจาก ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้นาย RAM1132 เกิดการเรียนรู้ว่าขั้นต้องเสียเวลาและเหนื่อยมากในขั้นตอน เก็บรวบรวมข้อมูลและทำการประมวลผลข้อมูลดังกล่าวและทำเช่นนี้ทุกๆ วันด้วยสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ นายRAM1132 เกิดองค์ความรู้ขึ้นมาใหม่เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว โดยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สามารถ บันทึกยอดขายผลิตภัณฑ์กระท่อมแทนการจดบันทึกด้วยมือ เมื่อปิดร้านนาย RAM1132 ได้ทำการประมวลผล ข้อมูล โดยการแจกแจงยอดขายผลิตภัณฑ์กระท่อมแต่ละประเภทในแต่ละวันอีกครั้งหนึ่ง (4) นาย RAM1132 ได้พัฒนาต่อยอดทั้งประสบการณ์และองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหา ขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูลและการประมวลยอดขายผลิตภัณฑ์กระท่อมแต่ละประเภทในแต่ละวัน ทำให้ นาย RAM1132 เกิดปัญญาโดยการว่าจ้างให้บริษัทคอมพิวเตอร์เขียนโปรแกมที่สามารถทำการบันทึกข้อมูล และ ขณะเดียวกันสามารถทำการประมวลผล แยกนับยอดขายผลิตภัณฑ์กระท่อมแต่ละประเภทในแต่ละวันได้โดย อัตโนมัติ (1) ตอบ ข้อมูล (4) ตอบ ปัญญา (2) ตอบ สารสนเทศ (3) ตอบ ความรู้
ページ8:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ โครงร่างเนื้อหา บทที่ 2 แหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Information sources for lifelong learning) บทนํา ความหมายของแหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ความสำคัญของแหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ประเภทของแหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต 6 การเลือกแหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต บทสรุป แบบฝึกหัดท้ายบท * สาระสำคัญ แหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ครอบคลุมแหล่งที่เกี่ยวข้องกับการกำเนิดของสารสนเทศ การผลิต การ จัดหา การจัดเก็บ การรวบรวม การจัดระบบ และการบริการสารสนเทศในรูปแบบต่าง ๆ แหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตมีความสำคัญต่อบุคคลในฐานะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่รวบรวมสารสนเทศรูปแบบ ต่าง ๆ โดยมีความสำคัญต่อบุคคลในประเด็นของเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต แหล่งปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน แหล่งสร้างเสริม ประสบการณ์ภาคปฏิบัติ และแหล่งส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ประเภทของแหล่งสารสนเทศเพื่อการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตจำแนกตามลักษณะการบริการออกเป็น 4 กลุ่ม คือ แหล่งสารสนเทศสถาบัน แหล่งสารสนเทศบุคคล แหล่งสารสนเทศสื่อมวลชน และแหล่งสารสนเทศอื่น ๆ โดยการให้บริการ ของแหล่งสารสนเทศแต่ละประเภทประกอบด้วย การบริการ ณ หน่วยงาน และการบริการออนไลน์ การเลือกใช้แหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต เกณฑ์การพิจารณาโดยทั่วไปประกอบด้วย สารสนเทศ ความ น่าเชื่อถือ และการเข้าถึง - วัตถุประสงค์การเรียนรู้ เมื่อจบบทเรียน ผู้เรียนสามารถ 1. อธิบายความหมายของแหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้ 2. อธิบายความสำคัญของแหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้ 3. อธิบายวิธีการเลือกใช้แหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้ 4. อธิบายลักษณะและบริการของแหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ประเภทต่าง ๆ ได้
ページ9:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ ›› บทนํา 7 สังคมปัจจุบันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มนุษย์จำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้รู้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงที่ เกิดขึ้น ดังนั้นกลไก สำคัญที่จะทำให้มนุษย์สามารถปรับตัวให้เข้ากับ สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ คือ การเรียนรู้อย่าง ต่อเนื่องหรือการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้ตลอดชีวิต (lifelong learning) เป็นการศึกษาที่จัดให้กับประชาชน ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอก ระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย หรือการศึกษาที่ผสมผสานการศึกษาทั้งสามรูปแบบที่เหมาะสมกับบุคคล อายุ พื้นฐาน การศึกษา อาชีพ ความสนใจ และสภาพแวดล้อมของผู้เรียนโดยมีเป้าหมาย คือ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาศักยภาพตนเอง ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเรียนรู้ตามอัธยาศัย ซึ่งเป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อมและ โอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม สื่อ หรือแหล่งความรู้ อื่น (พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่มีประสิทธิภาพ คือสารสนเทศ (information) โดย สารสนเทศที่มี คุณภาพนั้นต้องมาจากแหล่งสารสนเทศที่ดี ดังนั้นผู้เรียนต้องสามารถเลือกใช้แหล่ง สารสนเทศที่สามารถตอบสนองความ ต้องการสารสนเทศของตนเอง ปัจจุบันแหล่งสารสนเทศได้รับอิทธิพลจากการเปลี่ยนของสภาพแวดล้อมโดยเฉพาะเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร (ICTs) ส่งผล ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อแหล่งสารสนเทศทั้งการจัดเก็บ การเข้าถึง และการ บริการ ดังนั้นผู้ใช้ จำเป็นต้องเรียนรู้ลักษณะและการบริการของแหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตประเภทต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเข้าถึงสารสนเทศและบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ * ความหมายของแหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 มาตราที่ 25 ได้กล่าวถึง แหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสัตว์ สวนสาธารณะ สวน พฤกษศาสตร์ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์การกีฬา และนันทนาการ เป็นต้น โดยความหมายของแหล่งการเรียนรู้ เป็นสิ่งที่มีอยู่ในสังคมรอบตัวเราที่เป็นทั้งสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต เป็นสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติและมนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งเป็นแหล่งที่ทำ ให้คนในสังคมเกิดการเรียนรู้และเกิดประสบการณ์ในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ศาสตร์ด้านบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศปรากฏคำว่าแหล่งสารสนเทศ (information Sources) ซึ่งอาจ เรียกชื่อที่แตกต่างกัน เช่น แหล่งสารนิเทศ แหล่งข้อมูล แหล่งค้นคว้า แหล่งความรู้ เป็นต้น โดยความหมายของแหล่ง สารสนเทศครอบคลุมแหล่งที่มีความเกี่ยวข้องกับการผลิต การจัดหา การจัดเก็บ การรวบรวม สารสนเทศในรูปแบบสื่อ สิ่งพิมพ์ สื่อโสตทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และรูปแบบอื่น ๆ เช่น หนังสือ วารสาร นิตยสาร รายการบรรณานุกรม เป็นต้น ดังนั้นแหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต (information sources for lifelong learning) ครอบคลุมแหล่ง ที่เกี่ยวข้องกับการกำเนิดของสารสนเทศ การผลิต การจัดหา การจัดเก็บ การรวบรวม การจัดระบบ และการบริการ สารสนเทศในรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโสตทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และรูปแบบอื่นโดยจำแนกความหมายออกเป็น 2 มิติ คือ มิติ การผลิตสารสนเทศ และมิติการบริการสารสนเทศ • มิติการผลิตสารสนเทศ ครอบคลุมแหล่งที่เกิดขึ้นหรือต้นกำเนิดของสารสนเทศ รวมทั้งแหล่งผลิตสารสนเทศใน รูปแบบต่าง ๆ เช่น หน่วยงาน กลุ่มบุคคล บุคคล สถานที่ เป็นต้น • มิติการบริการสารสนเทศ ครอบคลุมแหล่งที่มีพันธกิจในการจัดหา การจัดเก็บ การรวบรวม การจัดระบบ สารสนเทศ และการบริการสารสนเทศในรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโสตทัศน์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น ห้องสมุด ศูนย์สารสนเทศ สนเทศในรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อมวลชน เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นต้น
ページ10:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ * ความสำคัญของแหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต * 8 แหล่งบริการสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตมีความสำคัญต่อบุคคลในฐานะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่รวบรวมสารสนเทศ รูปแบบต่าง ๆ โดยมีความสำคัญต่อบุคคลประเด็นต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้ 1. แหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือแหล่งการศึกษาตามอัธยาศัย เพราะเป็นสถานที่ รวบรวม จัดเก็บความรู้ใน รูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้บุคคลสามารถไปศึกษา ค้นคว้าได้ตามความสนใจ 2. แหล่งปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน เป็นสถานที่รวบรวมความรู้ในรูปแบบต่าง ๆ ที่มี หลากหลายภาษาเอื้อต่อการศึกษา ค้นคว้า รวมทั้งการจัดทำเครื่องมือช่วยค้นหาความรู้ บุคคลสามารถแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง 3. แหล่งสร้างเสริมประสบการณ์ภาคปฏิบัติ เป็นสถานที่รวบรวมผลงานที่เกิดจากความคิด การวิจัย การทดลองใน สาขาวิชาต่าง ๆ ปัจจุบันแหล่งสารสนเทศฯ มีนโยบาย การจัดเตรียมพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ เช่น การแสดงดนตรี การแสดง งานศิลปะ การละเล่น การโต้วาที เป็นต้น ดังนั้นแหล่งสารสนเทศฯ จึงเป็นแหล่งสร้างเสริมความรู้ ความคิด และ เป็นสร้าง เสริมประสบการณ์ 4. แหล่งส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ เป็นสถานที่รวบรวมผลงานที่เกิดจากความจินตนาการ ความคิดของบุคคลที่ ถ่ายทอดผ่านข้อความ ภาพ สัญลักษณ์ เสียง และอื่น ๆ และมีการบันทึกไว้ในรูปแบบของสิ่งพิมพ์ สื่อโสตทัศน์ และสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสารสนเทศ เหล่านี้มีประโยชน์ต่อการพัฒนาศักยภาพของบุคคล (ข้อสอบถามข้อไหนไม่ใช่ความสำคัญของแหล่งสารสนเทศ) ประเภทของแหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต * แหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตจำแนกตามลักษณะการบริการออกเป็น 4 กลุ่ม คือ แหล่งสารสนเทศ สถาบัน แหล่งสารสนเทศบุคคล แหล่งสารสนเทศสื่อมวลชน และแหล่งสารสนเทศอื่น ๆ 1. แหล่งสารสนเทศสถาบัน เป็นแหล่งสารสนเทศที่จัดตั้งขึ้นในหน่วยงาน หรือองค์กรที่มีพันธกิจเกี่ยวข้องกับการผลิต การจัดหา การจัดเก็บ การเผยแพร่ เป็นประโยชน์สำหรับผู้ใช้ เช่น ห้องสมุด ศูนย์สารสนเทศ 1.1 ห้องสมุด (library) เป็นสถานที่รวบรวมและให้บริการสารสนเทศรูปแบบต่างๆ เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโสตทัศน์ และสื่อดิจิทัล โดยมีบรรณารักษ์เป็นผู้ดำเนินงานเพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้ ห้องสมุดโดยทั่วไปมีวัตถุประสงค์ 5 ประการ คือ เพื่อ การศึกษา เพื่อความรู้และข่าวสาร เพื่อการค้นคว้าวิจัย เพื่อความจรรโลงใจ และเพื่อความเพลิดเพลิน ทั้งนี้หน้าที่และลักษณะ การบริการของห้องสมุดแต่ละประเภท อาจแตกต่างกันตามประเภทของห้องสมุด 5 ประเภท ได้แก่ หอสมุดแห่งชาติ ห้องสมุด ประชาชน ห้องสมุดโรงเรียน ห้องสมุดเฉพาะ และห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา * 1.1.1 หอสมุดแห่งชาติ (national libraries) แหล่งสารสนเทศที่มีหน้าที่สำรวจ จัดหา รวบรวม จัดเก็บ และ สงวนรักษามรดกภูมิปัญญาด้านสารสนเทศในรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโสตทัศน์ สื่อ อิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งสารสนเทศที่บันทึก ไว้ในรูปแบบอื่น การบริการของหอสมุดแห่งชาติ เป็นการบริการแบบไม่คิดค่าใช้จ่าย ให้บริการแก่คนทุกช่วงวัย ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา ปัจจุบันหอสมุดแห่งชาติพัฒนาช่องทางการ บริการให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่ (new normal) และความต้องการ ของผู้ใช้โดยจำแนกลักษณะการบริการออกเป็น 2 ลักษณะประกอบด้วย การบริการ ณ หอสมุดแห่งชาติ และการบริการ ออนไลน์
ページ11:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 993396 9 พญญญญ (1) การบริการ ณ หอสมุดแห่งชาติ เป็นการให้บริการแก่ผู้ใช้ที่เดินทางมารับบริการ ณ หอสมุดแห่งชาติ ซึ่ง ตั้งอยู่ที่ท่าวาสุกรี ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร หอสมุดแห่งชาติเขตลาดกระบัง เฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่บนถนน หลวงพรตพิทยพยัต เขตลาดกระบัง รวมทั้งหอสมุดแห่งชาติสาขาจำนวน 11 แห่งซึ่งจัดตั้งในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ประกอบด้วย 1) หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จังหวัดเชียงใหม่ 2) หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 จังหวัด นครราชสีมา 3) หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ จังหวัดนครพนม 4) หอสมุด แห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จังหวัดกาญจนบุรี 5) หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ 6) หอสมุดแห่งชาติ จังหวัดชลบุรี 7) หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จังหวัดจันทบุรี 8) หอสมุดแห่งชาติจังหวัดนครศรีธรรมราช 9 หอสมุด แห่งชาติกาญจนาภิเษก จังหวัดสงขลา 10) หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ จังหวัดสงขลา และ 11) หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ จังหวัดตรัง สารสนเทศที่ให้บริการ ครอบคลุมทุกสาขาวิชา เช่น กฎหมายการบริหารการศึกษา ประวัติศาสตร์ เป็นต้น โดย บริการสารสนเทศในรูปสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโสตทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์และสื่ออื่น ๆ นอกจากนั้นหอสมุดแห่งชาติมีห้องสมุดเฉพาะ สาขาวิชาที่เปิดให้บริการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เช่น ห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมสิริธร แหล่งสารสนเทศด้านวิชาการดนตรี มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ ต้นฉบับเพลงไทย และเพลงสากลไว้เป็นมรดกสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติ ปัจจุบันมีการรวบรวม จัดเก็บสารสนเทศทาง ดนตรีเพื่อให้บริการในรูปแบบแผ่นเสียง วีดิทัศน์ สื่อเสียงประเภทอื่น ๆ รวมทั้งการแสดงเครื่องดนตรีต่างๆ ๆ หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 แหล่งสารสนเทศด้านวิชาการดนตรี มี วัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมเพลงพระราชนิพนธ์ทุกรูปแบบทั้งในลักษณะของสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อโสตทัศน์ ปัจจุบันเปิดให้บริการ แก่คนทุกช่วงวัย โดยมีการจัดเตรียมสื่อที่ให้บริการประกอบด้วย หนังสือ เอกสาร รูปภาพ โน้ตเพลง แผ่นซีดี แผ่นดีวีดี วิดีทัศน์ แผ่นเสียง แถบบันทึกเสียง รวมทั้งสื่อโสตทัศน์วัสดุอื่น ๆ นอกจากนั้นหอสมุดฯ ให้บริการเยี่ยมชมนิทรรศการเพลงพระราช นิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 และจัดเตรียมพื้นที่สำหรับการแสดงดนตรี หอสมุดดำรงราชานุภาพ ห้องสมุดอนุสรณ์แด่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ผู้ ทรงเป็นพระบิดาแห่งประวัติศาสตร์และโบราณคดีพระองค์แรกของประเทศไทย ทรงได้รับการยกย่องจากองค์การเพื่อ การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (The United Nations Educational, Scientific and Cultural –UNESCO) ในปี พ.ศ. 2505 ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก โดยหอสมุดฯ จัดเก็บรวบรวม หนังสือหายากซึ่ง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสะสมไว้ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ประมาณ 7,000 เล่ม หอวชิราวุธานุสรณ์ แหล่งสารสนเทศที่จัดเก็บรวบรวมและให้บริการสารสนเทศในรูปแบบต่าง ๆ ของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.6) ประกอบด้วย หนังสือ วารสาร นิตยสาร ต้นฉบับลายพระราชหัตถ์ พระราช ประวัติ พระราชนิพนธ์ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ตลอดจนเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง หนังสือที่หม่อมหลวง ปิ่นมาลากุลแต่งขึ้น หนังสืองานศพ สำเนาบัตรนามสกุลพระราชทานของรัชกาลที่ 6 ฉบับลายพระราช หัตถ์ หอสมุดปิยมหาราชรฤก เป็นแหล่งสารสนเทศ ที่จัดเก็บรวมบรวมและให้บริการสารสนเทศเกี่ยวกับพระ ราชประวัติและพระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในด้านต่าง ๆ เช่น การบริหารราชการ แผ่นดิน ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ ฯลฯ รวมทั้งการศึกษาประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี
ページ12:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 10 ศูนย์นราธิปเพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์ แหล่งสารสนเทศที่จัดตั้งขึ้นจากความร่วมมือของราชสกุล และ “ธนาคารกรุงเทพจำกัด” เพื่อเทิดพระเกียรติพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์และศาสตราจารย์ พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ในฐานะที่ทั้งสองพระองค์ได้ทรงมีส่วนสำคัญยิ่งในการวางรากฐานการศึกษา วิจัยทางสังคมศาสตร์ขึ้นในประเทศไทย อีกทั้งเพื่อเป็นศูนย์บริการเอกสารทางการวิจัยด้านสังคมศาสตร์ สิ่งพิมพ์ที่ให้บริการ ประกอบด้วย หนังสือพระนิพนธ์ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรม พระนราธิปประพันธ์พงศ์ มีทั้งบทละครและอื่น ๆ หนังสือ และ เอกสารทางด้านสังคมศาสตร์ สาขา รัฐศาสตร์ การเมืองการปกครอง กฎหมาย ภาษาศาสตร์งานนิพนธ์และงานเขียนของ บุคคลในราชสกุลวรวรรณ - คลังสิ่งพิมพ์ มีหน้าที่ดำเนินการรวบรวม จัดเก็บและสงวนรักษาสิ่งพิมพ์ที่ผลิตขึ้นในประเทศเพื่อให้เป็น มรดกทางภูมิปัญญา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม อารยธรรมของประเทศแก่ชนรุ่นหลัง ทั้งนี้คลังสิ่งพิมพ์ ยังให้บริการการทำ สำเนาเอกสารเพื่อเป็นพยานเอกสารอ้างอิงทางตุลาการโดยหอสมุดแห่งชาติจะจัดทำสำเนาพร้อมรับรองสำเนาเอกสารที่มีผู้ ร้องขอมา ซึ่งการรับรองสำเนาเอกสารต้องรับรองสำเนาถูกต้องจากคลังสิ่งพิมพ์ จากนั้นจึงดำเนินการจัดส่งให้ศาลตาม หมายเรียกต่อไป อาคารนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อยู่ภายในตึกถาวรวัตถุ เพื่อเป็นสถานที่ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับ พระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและจัดนิทรรศการถาวร แสดงพระราช ประวัติและพระราชกรณียกิจ (2) การบริการออนไลน์ เป็นการให้บริการแก่ผู้ใช้ผ่านเว็บไซต์ของหอสมุดแห่งชาติ https://www.nlt.go.th และโปรแกรมประยุกต์ NLT library โดย สามารถเข้าถึงสารสนเทศเต็มรูป (fulltext) และบริการต่าง ๆ เช่น หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (electronic book - e-book) เป็นการให้บริการหนังสืออิเล็กทรอนิสก์ใน สาขาวิชาต่าง ๆ เช่น กฎหมาย การเมือง การศึกษา คอมพิวเตอร์ ธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษา วิศวกรรม เป็นต้น สามารถใช้บริการผ่านเว็บไซต์ https://www.2ebook.com/new/library/index/nit หรือผ่านโปรแกรมประยุกต์ 2ebook library
ページ13:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ ค้นห 11 24922 ค้นหา ค้นหาแบบละเอียด หอสมุดแห่งชาติ - บริการหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ อ่านฟรี 24 ชั่วโมง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักหอสมุดแห่งชาติ ระบบผู้ใช้ สํานักหอสมุดแห่งชาติ เข้าสู่ระบบสมาชิก Username Password เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ลืมรหัสผ่าน หนังสือแนะนำ | แนะนำหนังสือใหม่ Available on the App Store GET IT ON * Google play บ้านแห่งนิทาน จินตนาการไม่รู้จบ "ภัยฝรั่ง" สมัยพระนั่งเกล้าฯ ฝ บัณฑิต ลิ่วชัยชาญ Peterpan บ้า นิทาน สํานักพิมพ์ มติชน นวนิยาย อ่านเล่น และนิทาน ประวัติศาสตร์และอัตชีวประวัติ สํานักพิมพ์ ทูบีเลิฟ หมวดหนังสือ P กฎหมาย (61) - การศึกษา (468) P การเกษตรและชีววิทยา (129) ต้นลงทุน กองทุนรวม คู่มือเริ่มต้นลงทุนกับกองทุนรวม อัมพร ชัชวาลธนสาร Sabetestth พระพุทธเจ้า (ฉบับการ์ตูน) ฝ่ายวิชาการ บริษัท สกายบุ๊กส์ จํากัด สํานักพิมพ์ สกายบุ๊คส บริษัท นสพัล ธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการจัดการ นวนิยาย อ่านเล่น และนิทาน หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หนังสือพิมพ์ออนไลน์ (electronic news or online newspaper -- e-newspaper) และนิตยสาร อิเล็กทรอนิกส์ (electronic magazine -- e-magazine) เป็นการให้บริการหนังสือพิมพ์ออนไลน์และนิตยสารอิเล็กทรอ นิสก์ที่ตีพิมพ์ในประเทศ ไทย เช่น Bangkok Post กรุงเทพธุรกิจ ข่าวสด สยามรัฐรายวัน สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ การเงิน ธนาคาร ชีวจิต เทคโนโลยีชาวบ้าน Grand Prix เป็นต้น สามารถใช้บริการผ่านเว็บไซต์ https://elibrary- nlt.hibrary.me/rent/sets/newspaper เอกสารโบราณ เป็นการบริการเอกสารโบราณของกลุ่มหนังสือตัวเขียนและจารึก สำนักหอสมุดแห่งชาติ โดยเอกสารโบราณที่ให้บริการ ประกอบด้วย จารึก ตู้พระธรรม คัมภีร์ใบลาน และหนังสือสมุดไท รวมทั้งบริการสืบค้นรายการ บรรณานุกรมของ เอกสารโบราณ สามารถใช้บริการ http://manuscript.nlt.go.th/
ページ14:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ AJALJALIJILLI 147 จารึก หนังสือสมุดไทย ตู้พระธรรม se de me คัมภีร์ใบลาน travel toioc alin wadh abst Sheddar ostedal gath myminton fallow mint a lit bughowted f plea ware sutrin meyv 12 ทางมา เอกสารโบราณ นิทรรศการออนไลน์ การแสดงสารสนเทศในรูปแบบนิทรรศการออนไลน์ซึ่งประกอบด้วยข้อความ ภาพ เสียง ฯลฯ โดยมีการนำเสนอนิทรรศการ ออนไลน์อย่างต่อเนื่องในหัวข้อต่าง ๆ เช่น ลายพระราชหัตถ์พระอัฐราช ตำนาน สงกรานต์สืบสาน วัฒนธรรมไทยสี่ภาค เยี่ยมเยือนเมืองสยาม ย้อนเวลาไปกับหนังสือหายาก ฯลฯ สามารถใช้บริการ https://www.nlt.go.th/service?id=38 คลังวิดีโอ เป็นการบริการวิดีโอตามความต้องการ (video on demand) โดยเนื้อหาเกี่ยวกับนิทาน ภาษา วัฒนธรรม ดนตรี ศิลปวัฒนธรรม การประชุมสัมมนาของหอสมุดแห่งชาติ สามารถใช้บริการผ่านเว็บไซด์ http://vdo.nit.go.th/ บริการรับจดแจ้งการพิมพ์ตามพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์พุทธศักราช 2550 ครอบคลุมงาน บริการ 5 ระบบ ได้แก่ บริการและมาตรฐานสากล ประจำวารสาร (International Standard Serial Number - ISSN) บริการเลขมาตรฐานสากลประจำ Standard Book Number - ISBN) บริการจดแจ้งการพิมพ์ตามพระราชบัญญัติ พุทธศักราช 2550 บริการกำหนดข้อมูลรายละเอียดรายการทางบรรณานุกรมหนังสือ (Cataloguing in Publication—CIP) และบริการลงรับหนังสือและวารสารตามพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พุทธศักราช 2550 โดยผู้ใช้ สามารถใช้บริการระบบสารสนเทศทางด้านมรดกศิลปวัฒนธรรมเพื่อ ประชาชนทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) ผ่านเว็บไซต์ https://e-service.nit.go.th * 1.1.2 ห้องสมุดประชาชน (public libraries) แหล่งบริการสารสนเทศที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนในท้องถิ่น มากที่สุด โดยเฉพาะในสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ห้องสมุด ประชาชนเป็นแหล่งสารสนเทศฯ ที่จะเชื่อมโยผู้เรียนเข้ากับ แหล่งสารสนเทศฯในท้องถิ่น ห้องสมุดประชาชนกำหนดปรัชญาไว้ว่า “ห้องสมุดประชาชนเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต จัดให้บริการทรัพยากร สารสนเทศ ข้อมูล ข่าวสารความรู้แก่ประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ผู้อยู่ในเขตทุรกันดารห่างไกล และชนกลุ่ม น้อย เป็นบริการพื้นฐานไม่คิดมูลค่า” โดยมีพันธกิจ คือ “ส่งเสริมการรู้หนังสือและทักษะการเรียนรู้ เข้าถึงและขยายโอกาส การเรียนรู้ด้วยตนเองและการศึกษาตลอดชีวิตแก่ประชาชน สร้างบุคคลแห่งการเรียนรู้ เป็นผู้รู้สารสนเทศ มีความใฝ่รู้ การ
ページ15:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 13 เรียนรู้ รู้ทันโลก มีทักษะการแสวงหา การเข้าถึงและการใช้สารสนเทศ แหล่งความรู้และอินเทอร์เน็ต ส่งเสริมการประกอบ อาชีพ พัฒนคุณภาพชีวิต และส่งเสริมและอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น (สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศ ไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, 2550, หน้า 84-85) ลักษณะการบริหารของ ห้องสมุดประชาชนประกอบด้วย การบริการแก่ผู้ใช้ที่มารับบริการ ณ ห้องสมุด การบริการออนไลน์ และการบริการเคลื่อนที่ การบริการแก่ผู้ใช้ที่มารับบริการ ณ ห้องสมุด เป็นการให้บริการแก่ผู้ใช้ที่มารับบริการ ณ ห้องสมุด ซึ่งบริหการ พื้นฐาน เช่น บริการยืม ค้น บริหารตอบคำถามและช่วยค้นคว้า บริการอินเทอร์เน็ต บริการส่งเสริมการอ่าน เป็นต้น บริการ ออนไลน์ เป็นบริการที่ห้องสมุดจัดขึ้นเพื่อเอื้อต่อการเรียนรู้ โดยบริการพื้นฐานของห้องสมุดที่ให้บริการออนไลน์ เช่น บริการ เผยแพร่สารสนเทศในรูปแบบของคลิปวีดีโอ บทความ เป็นต้น และบริการเคลื่อนที่ เป็นบริการที่ห้องสมุดจัดขึ้นพื่อเอื้อต่อการ เรียนรู้ของผู้ใช้ โดยมีการจัดห้องสมุดเคลื่อนที่ตามแหล่งชุมชน เช่น บ้านหนังสือชุมชน ห้องสมุดติดล้อ ห้องสมุดตลาด เป็นต้น ปัจจุบันห้องสมุดประชาชน มีชื่อเรียกที่แตกต่างกัน เช่น ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้สวนลุมพินี (สังกัด กรุงเทพมหานคร) ห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารี (สังกัด ศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย) สำนักงาน ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย กระทรวงศึกษาธิการ) เป็นต้น นอกจากนั้นมีห้องสมุดประชาชน บางส่วนที่คิดค่าบริการหรือเป็นการให้บริการเฉพาะสมาชิก เช่น ห้องสมุดเนียลสันเฮย์ส (Neilson Hays library) 1.1.3 ห้องสมุดโรงเรียน (School libraries) แหล่งสารสนเทศที่มีหน้าที่จัดหารวบรวม จัดเก็บ และให้บริการ สารสนเทศแก่ครู และนักเรียน โดยวัตถุประสงค์ของห้องสมุดโรงเรียน ทั่วไป คือ การส่งเสริมให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน มี ทักษะการใช้ห้องสมุดและการเรียนรู้ค้นคว้าด้วยตนเอง ทั้งนี้ห้องสมุดโรงเรียนแต่ละแห่งมีการรวบรวมทรัพยากร สารสนเทศที่สอดคล้องกับหลักสูตรของโรงเรียน เช่น แบบเรียน คู่มือครู ของตัวอย่าง แบบจำลอง แผนที่ ลูกโลก เป็นต้น ในรูปแบบของสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโสตทัศน์ และสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ห้องสมุดโรงเรียน แต่ละแห่งอาจมีการบริการที่แตกต่างกันตามบริบทและนโยบายของโรงเรียน เช่น โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง ศูนย์วิทยบริการ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เป็นต้น การบริการของห้องสมุดโรงเรียนโดยส่วนใหญ่เป็นการบริการแก่ผู้ใช้ที่มารับบริการ ณ ห้องสมุด และการบริการ ออนไลน์ โดยบริการพื้นฐานของห้องสมุดโรงเรียน เช่น บริการยืม -คืน บริการตอบคำถามและช่วยค้นคว้า บริการและนำ ทรัพยากรสารสนเทศ บริการส่งเสริมการอ่าน เป็นต้น 1.1.4 ห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา (academic library) หรือห้องสมุดมหาวิทยาลัยหรือห้องสมุดวิทยาลัย เป็นแหล่งสารสนเทศที่จัดตั้งขึ้นในสถาบันอุดมศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งรวมทรัพยากรสารสนเทศทุกรูปแบบที่ เอื้อต่อการเรียนรู้และแหล่งบริการสารสนเทศทางวิชาการแก่นักศึกษา อาจารย์ นักวิจัย บุคลากรของหน่วยงาน รวมทั้ง ประชาชนทั่วไป ทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุดมหาวิทยาลัยประกอบด้วย สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโสตทัศน์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดย เนื้อหาของทรัพยากรสารสนเทศแตกต่างกันตามหลักสูตรของสถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่ง ปัจจุบันห้องสมุด สถาบันอุดมมีความร่วมมือในการแบ่งปันทรัพยากรสารสนเทศร่วมกัน โดยมีบริการยืมระหว่าง ห้องสมุดและเครือข่ายความร่วมมือต่างๆ เช่น โครงการพัฒนาเครือข่ายระบบห้องสมุดในประเทศไทย โครงการพัฒนา เครือข่ายระบบห้องสมุดในประเทศไทย (Thai Library Integrated System - ThaiLIS) เครือข่ายห้องสมุดมหาวิทยาลัย ส่วนกลาง (Thai Library Network Metropolitan Thainet) เครือข่ายห้องสมุดมหาวิทยาลัยส่วนภูมิภาค (Provincial
ページ16:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ ญญ 14 University Library Network-Puinet) เพื่อให้การจัดบริการสารสนเทศมีความครบถ้วนสมบูรณ์และรวดเร็วยิ่งขึ้น เกิด ระบบการใช้ทรัพยากรสารสนเทศร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ การบริการของห้องสมุดมหาวิทยาลัย ให้บริการแก่ผู้ใช้จำแนกตามลักษณะการบริการออกเป็น 2 ประเภท คือ การบริการ ณ ห้องสมุด และการบริการออนไลน์ 1) การบริการ ณ ห้องสมุด เป็นการบริหารแก่ผู้ใช้ที่มารับบริการ ณ ห้องสมุด ซึ่งบริการพื้นฐานของห้องสมุด มหาวิทยาลัย เช่น บริการยืม-คืน บริการตอบคำถามและช่วย การค้นคว้า บริการจองทรัพยากรสารสนเทศ บริการห้องค้นคว้า บริการมัลติมีเดีย เป็นต้น 2) การบริการออนไลน์ เป็นการให้บริการแก่ผู้ใช้ผ่านเว็บไซต์ผ่านเว็บไซต์ หรือโปรแกรมประยุกต์ ในตำราเล่มนี้ ยกตัวอย่างการบริการออนไลน์แก่ผู้ใช้ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค สามารถใช้บริการผ่านเว็บไซต์ https://www.lib.ru.ac.th ซึ่งมีสารสนเทศเต็มรูปให้บริการ เช่น หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ วิทยานิพนธ์อิเล็กทรอนิกส์ วารสาร อิเล็กทรอนิกส์ หนังสือพิมพ์ออนไลน์ รายการบรรณานุกรมออนไลน์ เป็นต้น สํานักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง Ramkhamhaeng University Library Home Databases Services e-Contents Forum Links Download About us Site map English อัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง คือ ผ 110 Single Search ฐานข้อมูลทรัพยากรห้องสมุด ตรวจสอบการยืม-คืน/ยืมต่อ เสนอแนะการจัดซื้อฯ ส่งข้อร้องเรียน/ข้อเสนอแนะ Single Search for books, ebooks, academic journals, etc from EBSCO Discovery Service (EDS) e.g., Search books, articles, media and more... Keyword Search Advanced Search ระวังกลุ่มมิจฉาชีพ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่โทรศัพท์ หรือติดต่อหาบุคลากร, บุคลากรผู้รับบำนาญ หรือบุคคลในครอบครัวของบุคลากรมหาวิทยาลัยรามคำแหง เพื่อทำธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ ผ่านทางระบบออนไลน์ Baงานข้อมูล ทรัพยากร ลงสมุด Bee-Theses คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม Be Databases Bee Journals Be-Books Boe-News Trial Databases Be Proxy เว็บไซต์เวอร์ชั่นเต็ม | ค้นหาภายในเว็บไซต์ : Search power by Google เวลาท่าการ >> ถึงก์เพื่อการศึกษา >> มหาวิทยาลัยรามคาแหง มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ห้องสมุดในประเทศไทย ห้องสมุดต่างประเทศ หนังสือพิมพ์ สถานีโทรทัศน์-ข่าว Job Links ทั่วไป เว็บไซต์สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เป็นการให้บริการหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ใช้โดยจำแนกตามสาขาวิชาต่างๆ เช่น • หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ภาษาไทยครอบคลุมสาขาวิชาต่าง ๆ เช่นภาษา คอมพิวเตอร์ ธุรกิจ เทคโนโลยี สารสนเทศ กฎหมาย เป็นต้น โดยสามารถใช้บริการผ่าน เว็บไซต์ https://www.lib.ru.ac.th/databases/database-e books.php และ https://www.2ebook.com/new/library/index/ru
ページ17:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 15 ญญญญ • หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ภาษาอังกฤษครอบคลุมหนังสือด้านกฎหมาย เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ การแพทย์ เป็น ต้น โดยสามารถใช้บริการผ่านเว็บไซต์http://portal.igpublish.com/iglibrary/search วารสารอิเล็กทรอนิกส์ การให้บริการวารสารอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ใช้โดยจำแนกตามกลุ่มสาขาวิชา เช่น กลุ่ม สาขาวิชามนุษยศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ สังคมศาสตร์จิตวิทยา เป็นต้น - วิทยานิพนธ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นการให้บริการสืบค้นฐานข้อมูล เอกสารฉบับเต็มรูปผ่านโครงการ Thai Digital Collection (TDC) ซึ่งเป็นโครงการหนึ่งของ ThaiLIS มี เป้าหมายเพื่อให้บริการสืบค้นฐานข้อมูลเอกสารฉบับเต็ม ได้แก่ วิทยานิพนธ์ รายงานการวิจัย บทความ วิชาการ หนังสือหายาก จดหมายเหตุ ฯลฯ โดยรวบรวมจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่ว ประเทศ การเข้า บริการผ่านเว็บไซด์ https://dc.thailis.or.th/dc โดยจะต้องสมัครสมาชิก - กฤตภาคข่าวออนไลน์ เป็นกฤตภาคข่าวจากหนังสือพิมพ์ภายในประเทศภาษาไทย และภาษาอังกฤษ กว่า 30 ฉบับ เลือกเลือกดูได้ทั้งภาพสีและขาวดำ จัดเป็นหมวดหมู่โดยนำเสนอข่าวตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2549 - ปัจจุบัน การเข้าใช้บริการ ผ่านเว็บไซด์ https://app.iqnewsclip.com/#/main. Journal Link เป็นฐานข้อมูลแหล่งวารสารในประเทศไทย อันเกิดจากความร่วมมือ ระหว่างห้องสมุดต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยทั้งสิ้น 241 แห่ง ผู้ใช้สามารถเข้าถึงแหล่งจัดเก็บวารสารทั้งวารสารภาษาไทยและวารสารภาษาต่างประเทศ อย่างสะดวก ทันสมัย และรวดเร็ว ยิ่งกว่านั้น ผู้ใช้ยังสามารถเชื่อมโยง (Link) ไปยังวารสารที่มีการให้บริการบน เครือข่าย อินเทอร์เน็ตได้ ทั้งนี้สามารถใช้บริการผ่านเว็บไซด์ http://www.journallink.or.th สหบรรณานุกรมห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาไทย (UCTAL) เนื่องจากเครือข่ายห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา ในประเทศไทย (ThaiLIS) มีเป้าหมายในการพัฒนา ฐานข้อมูลสหบรรณานุกรม เพื่อช่วยสนับสนุนการดำเนินงานด้านการ จัดการระเบียนบรรณานุกรม การควบคุมระเบียนรายการหลักฐาน และการใช้รายการบรรณานุกรมร่วมกัน อันจะช่วยรองรับ การใช้ ทรัพยากรร่วมกัน ลดความซ้ำซ้อนในการจัดทำรายการบรรณานุกรม และใช้ประโยชน์ในการยืมระหว่าง ห้องสมุดของ สถาบันอุดมศึกษาไทย รวมทั้งอำนวยความสะดวกต่อผู้ใช้บริการ ทั้งนักศึกษา อาจารย์และนักวิชาการในการค้นหาหนังสือที่ ต้องการโดยที่ไม่ต้องเข้าเว็บไซต์ของแต่ละห้องสมุดให้บริการยืม ระหว่างห้องสมุด (interlibrary loan) ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ สามารถใช้บริการผ่านเว็บไซต์https://uc.thailis.or.th/main/index.aspx 1.1.5 ห้องสมุดเฉพาะ (special library) แหล่งบริการสารสนเทศ ที่จัดตั้งขึ้นในหน่วยงานราชการ กระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจ สำนักงาน สถาบันการค้นคว้าวิจัย ธนาคาร สมาคมวิชาชีพ หรือองค์การระหว่างประเทศ เพื่อ ให้บริการสารสนเทศเฉพาะสาขาวิชา มุ่ง ให้บริการแก่ผู้ใช้เฉพาะกลุ่ม เช่น ๆ - ห้องสมุดกรมอนามัย สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ให้บริการสารสนเทศด้านสุขภาพในรูปสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อ อิเล็กทรอนิกส์ และอื่น ๆ นอกจากนั้นมีการเผยแพร่ สารสนเทศเต็มรูปของกรมอนามัย เช่น รายงานประจำปี หนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ แผ่นพับ คู่มือสุขภาพ จดหมายข่าว บทความ แผ่นพับ คลิปวีดิโอ สื่อเสียง Anamai Toon อินโฟกราฟฟิก เป็นต้น สามารถใช้บริการผ่านเว็บไซต์ห้องสมุด http://dohlibrary.net/ และเว็บไซต์ https://multimedia.anamai.moph.go.th หรือโปรแกรมประยุกต์ Anamai Book - กรมสุขภาพจิต สังกัดกระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานบริหาวิทย สารสนเทศด้านสุขภาพจิต มีหน้าที่รวบรวม จัดเก็บสารสนเทศทางวิชาการของกรมสุขภาพจิต เช่น บทความ หนังสือ และรายงานการวิจัยเกี่ยวกับสุขภาพจิต ปัจจุบัน พัฒนาเป็นห้องสมุดดิจิทัล เพื่อ เผยแพร่และให้บริการทรัพยากรสารสนเทศเกี่ยวกับสุขภาพจิตในรู ดในรูปสื่ออิเล็กทรอนิกส์
ページ18:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 16 เช่น แผ่นพับ คู่มือการปฏิบัติ/แนวทาง โปสเตอร์ สื่อโสตทัศน์ (สื่อเสียง) แบบทดสอบภาวะซึมเศร้า แบบทดสอบ สุขภาพจิต เป็นต้น โดยผ่านเว็บไซต์ https://www.thaidh elibrary.org - ห้องสมุดกรมการจัดหา สังกัดกระทรวงแรงงาน ให้บริการสารสนเทศด้านแรงงานในรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อ โสตทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และอื่น ๆ นอกจากนั้นมีการเผยแพร่สารสนเทศของกรมการจัดหางาน เช่น คู่มือ รายงานการวิจัย วารสาร จุลสาร เป็นต้น สามารถใช้บริการผ่านเว็บไซด์ https://lib.doe.go.th 1.2 ศูนย์สารสนเทศ (Information center) หรือศูนย์สารนิเทศ ทำหน้าที่จัดหา จัดเก็บ รวบรวม จัดระบบ เรียบเรียง ปรับแต่งสารสนเทศ และให้บริการสารสนเทศเฉพาะเรื่องหรือเฉพาะ สาขาวิชาแก่ผู้ใช้เฉพาะกลุ่ม เช่น หน่วยงาน สถิติ หอจดหมายเหตุ พิพิธภัณฑ์ เป็นต้น โดยในบทเรียนนี้จะกล่าวถึงภาพรวมและยกตัวอย่างศูนย์สารสนเทศบางประเภท เท่านั้น ๆ 1.2.1 หน่วยงานสถิติ (statistic department) แหล่งบริการสารสนเทศที่ เป็นตัวเลข สถิติต่าง ๆ ซึ่งเป็น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสถิติตัวเลขที่นำมาใช้ในการบริหารงาน การวางแผนโครงการวิเคราะห์ ประเมินผลหรือนำผลมาช่วย ในการตัดสินใจของหน่วยงาน ตลอดจนปรับปรุงขบวนการตัดสินใจให้ดียิ่งขึ้น โดยจำแนกเป็นหน่วยงานสถิติที่จัดตั้งอยู่ตาม กระทรวงทบวง กรมต่าง ๆ เช่น สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย บริการสถิติเกี่ยวกับประชากร เช่น สถิติประชากรไทย สถิติผู้สูงอายุ สถิติจำนวนทะเบียนรับบุตรบุญ ธรรม ทะเบียนหย่า สถิติทะเบียนชื่อบุคคล เป็นต้น สามารถ ใช้บริการผ่านเว็บไซต์ ttps://stat.bora.dopa.go.th/stat/statnew/statMenu/newStat/home.php สำนักงานสถิติแห่งชาติ หน่วยงานหลักของชาติในการบริหาร จัดการระบบสถิติเพื่อการพัฒนาประเทศ หน้าที่ คือ สำมะโนประชากรและเคหะ สำมะโนการเกษตร สำมะโนอุตสาหกรรรม สำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรรม รวมทั้ง การสำรวจข้อมูลด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)ด้านทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม และด้านอื่น ๆ โดยให้บริการข้อมูล สถิติต่าง ๆ ในลักษณะสารสนเทศเต็มรูปแก่ผู้ใช้บริการ เช่น รายงานสถิติราย ปีประเทศไทย แผนที่ความยากจนของประเทศไทย วารสารสถิติ จุลสารอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น เนื้อหาสารสนเทศ ประกอบด้วยภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สามารถใช้บริการผ่านเว็บไซต์ http://www.nso.go.th 1.2.2 สถาบันบริการสารสนเทศเชิงพาณิชย์ (Company information institutes) แหล่งบริการสารสนเทศ ที่รวบรวม จัดเก็บ ประมวลผล ประเมินค่า และเผยแพร่ สารนิเทศตามความต้องการของลูกค้าในลักษณะเชิงธุรกิจ โดยมี บุคคลหรือหน่วยงานเป็นผู้ผลิตและให้บริการ การบริการของสถาบันฯ อาจแตกต่างจากห้องสมุด เช่น บริการจัดส่งเอกสารบริหการค้นข้อสนเทศ บริการ เขียนโครงร่างการวิจัย บริการทำวิจัย วิเคราะห์ตลาด บริการจัดทำและจำหน่ายฐานข้อมูล บริการรวบรวมบรรณานุกรมและ ดรรชนี บริการสำเนาเอกสารและรูปภาพ บริการแปล เป็นต้น เช่น * - ศูนย์ข้อมูลไทยรัฐ หน่วยงานในสังกัดกองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ มีหน้าที่ให้บริการแก่พนักงาน ในบริษัท โดยเฉพาะกองบรรณาธิการในส่วนที่เกี่ยวกับงานข่าว โดยจัดเก็บ รวบรวมข้อมูล ภาพข่าวและฟิล์มจากหนังสือ ไทยรัฐทุกฉบับ รวมทั้งเอกสารข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเขียนข่าว สารสนเทศที่ให้บริการ เช่น กฤตภาคข่าวของหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐและหนังสือพิมพ์หลักอื่นๆ ตั้งแต่ปี 2516 - ปัจจุบัน พร้อมทั้งภาพประกอบสารคดีต่าง ๆ ประวัติบุคคลสำคัญ รวมทั้งฐานข้อมูลนามและตำแหน่ง สำคัญ ประมาณ 2 แสนรายการ หนังสืออ้างอิง รายงานประจำปีของหน่วยงานราชการ
ページ19:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 8 17 * - ศูนย์วิจัยกสิกรไทย บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด (KASIKORN Research Center Company Limited - KResearch) กิจการในเครือธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินงานทางวิชาการ โดยมี โครงสร้างองค์กรรองรับกิจกรรมการวิจัยในแต่ละด้าน ดังนี้ กลุ่มงานวิจัย ฝ่ายแปลภาษาต่างประเทศ (ภาษาจีน) ฝ่าย แปลภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) และฝ่ายสนับสนุนองค์กร โดยมีหน้าที่รับผิดชอบงานศึกษาและวิเคราะห์สถานการณ์ ด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ และภาวะการเงินการธนาคาร ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเสนอข่าวสาร แก่ผู้บริหาร ลูกค้า รวมทั้งสาธารณชนทั่วไป สามารถใช้บริการผ่านเว็บไซด์ https://www.kasikomresearch.com/TH/Pages/index.aspx 1.2.3 หอจดหมายเหตุ (archives center) มีหน้าที่รวบรวม จัดเก็บและอนุรักษ์ เอกสารและวัสดุทาง ระเบียบข้อบังคับ คำสั่ง หนังสือโต้ตอบ บันทึก รายงาน แบบพิมพ์ แผนที่ แผนผัง ภาพถ่าย เพื่อเป็นหลักฐานแสดง ประวัติศาสตร์ พัฒนาการ นโยบายและการดำเนินงานของสถาบันภาครัฐหรือภาคเอกชนเพื่อใช้อ้างอิงในการปฏิบัติหน้าที่เป็น หลักฐานสำหรับการค้นคว้าและเป็นมรดกทางวัฒนธรรม เช่น - หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นหน่วยงานที่ ดำเนินงานด้านจดหมายเหตุ มีหน้าที่ในการรวบรวม จัดหมวดหมู่ จัดทำเครื่องมือช่วยค้น เก็บรักษา และให้บริการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ตลอดจนเผยแพร่เอกสารจดหมายเหตุที่เกี่ยวเนื่องในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถ บพิตร และพระบรมวงศานุวงศ์ เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลฯ การบริการภายในหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติจัดแสดงนิทรรศการถาวรเฉลิมพระเกียรติ เนื้อหาที่นำเสนอแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 พระราชประวัติ จัดแสดงในอาคาร 3 ส่วนที่ 2 พระราชกรณียกิจ จัดแสดง ในอาคาร 4 เนื้อหานิทรรศการนำเสนอผ่านรูปแบบการจัดแสดง เอกสารจดหมายเหตุ ภาพถ่าย, สื่อเสียง สื่อสารคดี สิ่งของ รวมทั้งการจำลองบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับเหตุการณ์และเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้น เพื่อให้ผู้เข้าชมเข้าถึงข้อมูลได้อย่างชัดเจน ติดต่อขอใช้บริการผ่านเว็บไซต์ https://arch Pago.th หรือ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2902-7948 ๆ * - หอจดหมายเหตุ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจและการเงิน ของประเทศไทย โดยมีการจัดเก็บรักษาเอกสารทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ได้แก่ เอกสาร ต้นฉบับลายมือ เอกสารตัวพิมพ์ และเอกสารในรูป สื่ออื่น ๆ ที่ส่วนงานภายในธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้จัดทำขึ้น หรือ เอกสารสำคัญจากภายนอกที่ได้รับมาซึ่งมีผลต่อการดำเนินงานของธนาคารแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีเอกสารที่เกิดจาก การจัดทำประวัติศาสตร์บอกเล่า ซึ่งเป็นการบันทึกข้อมูลจากการสัมภาษณ์ประสบการณ์ส่วนตัว ความเห็นของผู้เล่า เหตุการณ์ การสังเกตของผู้สัมภาษณ์ และจากหลักฐานอื่น เช่น รูปภาพ หนังสือ เป็นต้น การบริการจำแนกเป็น 2 ส่วน คือ ห้องค้นคว้าจดหมายเหตุ ณ อาคารศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศ ไทย ให้บริการสารสนเทศเต็มรูป (e-content) ชุดเอกสารจดหมายเหตุดิจิทัล และ ชุดภาพจดหมายเหตุประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจและการเงินของประเทศไทย และส่วนที่เป็นนิทรรศการ หมุนเวียน สามารถสอบถามการใช้บริการผ่านเว็บไซต์ https://www.bolic.or.th/archives หรือ โทรศัพท์ 0-2356-7749, 0-2283-5699, 0-2356-7766 1.2.4 พิพิธภัณฑ์ (museums) เป็นสถานที่เก็บรวบรวมและแสดงสิ่งต่าง ๆ ที่มีความสำคัญด้านวัฒนธรรม หรือด้านวิทยาศาสตร์ โดยมีความมุ่งหมายเพื่อให้เป็นประโยชน์ ต่อการศึกษาและก่อให้เกิดความเพลิดเพลินใจ (สารานุกรม สำหรับเยาวชนไทย เล่มที่ 40, 2558)
ページ20:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 944494AA 18 บทบาทและหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์โดยทั่วไปประกอบด้วย 1) การเก็บรวบรวม (collecting) วัตถุที่เป็น หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์และสิ่งแวดล้อม 2) การอนุรักษ์ (Conservation) วัตถุที่แสวงหาและรวบรวมมานั้น โดย กรรมวิธีและกระบวนการทั้งทางวิทยาศาสตร์และด้วยกระบวนการแห่งภูมิปัญญา เพื่อให้วัตถุต่าง ๆ นั้นคงความเป็นหลักฐาน ของมนุษย์ต่อไปในอนาคต 3) การศึกษา ค้นคว้า วิจัย (research) เพื่อให้ได้มาซึ่งเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับวัตถุที่อยู่ในความดูแล เพื่อนำมาประกอบเป็นหลักฐานเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์และสิ่งแวดล้อม 4) บันทึกข้อมูล (record) และการจัดทำ ทะเบียนวัตถุ (registration) เพื่อประโยชน์ในการดูแลรักษา และการศึกษา ค้นคว้า วิจัย 5) การจัดแสดง (exhibition) หรือ การนำเสนอเนื้อหาทางวิชาการของพิพิธภัณฑ์นั้น ๆ ได้ศึกษา ค้นคว้า วิจัย เพื่อให้ได้เป็นนิทรรศการที่ เผยแพร่ เพื่อให้ ประชาชนได้รับความรู้และความเพลิดเพลิน และ 6) การบริการศึกษาและการประชาสัมพันธ์ (education and public relations) เป็นการถ่ายทอดความรู้ต่าง ๆ ที่พิพิธภัณฑ์รวบรวมมาเป็นองค์ความรู้ ให้กับสาธารณชน ๆ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ตั้งอยู่บริเวณ “พระราชวังบวรสถานมงคล” หรือ “วังหน้า” สร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2325 การบริการสารสนเทศของจำแนกเป็น 2 ลักษณะ คือ การบริการ ณ และการบริการออนไลน์ การบริการ ณ หน่วยงาน มีการจัดแสดงแบ่งเป็นเรื่อง 4 ส่วน คือ ประวัติศาสตร์แห่งแผ่นดิน ประณีต ศิลป์สืบสมัย ประวัติศาสตร์ศิลป์ไทยสืบสาน และโบราณสถานวังหน้า และการบริการออนไลน์ เป็นการนำเสนอสารสนเทศใน รูปแบบพิพิธภัณฑ์เสมือน โบราณเสมือน ซึ่งสามารถชมนิทรรศการ โบราณเสมือนในมุมมอง 360 องศา นำเสนอเนื้อหาทั้ง ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ นอกจากนั้นมีการนำเสนอ สารสนเทศในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ และวิดีโอ สามารถใช้ บริการผ่านเว็บไซต์ https://www.museumthailand.com/th/museum/National Museum-Bangkok- Phranakorn 2. แหล่งบริการสารสนเทศบุคคล เป็นความรู้ที่ฝังอยู่ในตัวบุคคลซึ่งอาจเกิดจากการสะสมความรู้ ความคิด และประสบการณ์ จนสามารถถ่ายทอด ความรู้ให้กับผู้อื่นได้ เช่น ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขาวิชา ภูมิปัญญาชาวบ้าน เป็นต้น ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขาวิชา / นักวิชาการเฉพาะสาขาวิชา เป็นผู้เชี่ยวชาญหรือนักวิชาการที่สังกัดหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น - แพทย์หญิง คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ - นางศิริลักษณ์ มีมาก ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ ภูมิปัญญาชาวบ้าน หมายถึง ความรู้ของชาวบ้าน ซึ่งได้มาจากประสบการณ์ ความเฉลียวฉลาดของชาวบ้าน รวมทั้งความรู้ที่สั่งสมมาแต่บรรพบุรุษ สืบทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่งระหว่างการสืยทอด มีการปรับ ประยุกต์ และ เปลี่ยนแปลง จนอาจเกิดเป็นความรู้ใหม่ตามสภาพการณ์ทางสังคมวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ปราชญ์ชาวบ้าน เป็นบุคคลในสังคมชุมชน ท้องถิ่น ซึ่งเป็นเจ้าของภูมิปัญญา และนำภูมิปัญญามาใช้ประโยชน์ใน การดำรงชีวิตจนประสบผลสำเร็จ เช่น - นางขวัญจิต ศรีประจันต์ ปราชญ์ชาวบ้านด้านศิลปะการแสดงและได้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงพื้นบ้าน--อีแซว) - นายทวี กลับสุวรรณ ปราชญ์ชาวบ้านด้านสมุนพร เทศบาลตำบลป่าเซ่า, 2563 วิธีการเข้าถึงสารสนเทศของแหล่งบริการสารสนเทศบุคคล เช่น การสัมภาษณ์ การพูดคุย เป็นต้น
ページ21:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 99339 3. แหล่งบริการสารสนเทศสื่อมวลชน 19 เป็นแหล่งสารสนเทศที่มุ่งเผยแพร่ข่าวสารเน้นความทันสมัย / ทันต่อเหตุการณ์ ได้แก่ สถานีโทรทัศน์ สถานี วิทยุกระจายเสียง หนังสือพิมพ์ เช่น - สถานีโทรทัศน์เอ็มคอตเอชดี เป็นสถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดิน แห่งแรกของประเทศไทย ดำเนินการโดย บริษัท อสมท จำกัด เผยแพร่สารสนเทศที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai TBS) เป็นสถานีโทรทัศน์สาธารณะแห่งแรกของประเทศไทยและ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดำเนินการโดยองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย เผยแพร่สารสนเทศที่ เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ เช่น ความรู้ เกี่ยวกับท้องถิ่น ผู้สูงอายุ เป็นต้น สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือวิทยุจุฬาฯ เป็นสถานีวิทยุกระจายเสียงของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกอากาศด้วยคลื่นความถี่ 101.5 เมกะเฮิรตซ์ เผยแพร่สารสนเทศทางวิชาการแก่สังคม เช่น สังคม ผู้สูงวัย ทำอย่างไรให้เก่งภาษาอังกฤษ เป็นต้น -หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เป็นหนังสือพิมพ์รายวันที่นำเสนอข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น วิธีการเข้าถึงสารสนเทศของแหล่งบริการสารสนเทศสื่อมวลชน เช่น การฟัง การรับชม การอ่าน เป็นต้น 4. แหล่งบริการสารสนเทศอื่น ๆ เป็นหน่วยงานที่มีพันธกิจเกี่ยวกับการบริการในด้านต่าง ๆ ตามพันธกิจของหน่วยงาน เช่น สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคเอกชน สถานที่ และอินเทอร์เน็ต 4.1 สถาบันการศึกษา หน่วยงานที่มีหน้าที่ดำเนินการเรียน การสอน การวิจัย การบริการวิชาการ รวมทั้งการ ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ซึ่งสถาบันการศึกษามีการผลิตและเผยแพร่สารสนเทศทางวิชาการในรูปแบบของสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อ อิเล็กทรอนิกส์ และสื่อโสตทัศน์ เช่น 4.1.1 มหาวิทยาลัยรามคำแหง มีบทบาทหน้าที่ด้านการเรียน การสอน การวิจัย การบริการวิชาการแก่สังคม รวมทั้งการทำนุศิลปวัฒนธรรม ส่งผลให้เกิดผลิตและเผยแพร่ สารสนเทศในหลากหลายรูปแบบ เช่น - สื่อสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือ วารสาร จดหมายข่าว คู่มือ ตำรา เป็นต้น - สื่อโสตทัศน์ เช่น วิดีทัศน์ รายการวิทยุ เป็นต้น - สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ วิทยานิพนธ์ อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น 4.1.2 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีบทบาทหน้าที่ด้านการเรียน การสอน วิจัย การบริการวิชาการแก่สังคม รวมทั้งการทำนุศิลปะวัฒนธรรม ส่งผลให้เกิดการผลิตและเผยแพร่สารสนเทศในสาขาวิชาต่าง ๆ เช่น ปัจจุบันมีการเผยแพร่ สารสนเทศผ่านคลังปัญญาจุฬาฯ แหล่งรวมทั้งผลงานวิจัย วิชาการ ของคณาจารย์ นักวิจัย และนิสิตบัณฑิตศึกษาของ มหาวิทยาลัย รวมทั้งการเผยแพร่สารสนเทศในช่องทางอื่น ๆ เช่น รายการวิทยุกระจายเสียง (สถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย) วารสาร เป็นต้น 4.2 หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานราชการที่มีหน้าที่บริการด้านต่างๆ แก่ประชาชน เช่น สุขภาพ การเงิน แรงงาน กฎหมาย เป็นต้น ซึ่งนอกจากให้บริการแล้วมีบทบาทสำคัญ คือ ผลิต และเผยแพร่สารสนเทศ เช่น 4.2.1 หน่วยงานบริการด้านสุขภาพ หน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่ดูแลและ ให้บริการสุขภาพแก่ประชาชน เช่น กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เป็นต้น
ページ22:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ ข 20 494449LAR กระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานบริการด้านสุขภาพ แหล่งบริการสารสนเทศด้านสุขภาพสำหรับคนทุก ช่วงวัย ให้บริการสารสนเทศด้านสุขภาพครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ เช่น อาหาร อารมณ์ การออกกำลังกาย การป้องกันโรค การฟื้นฟูสมรรถภาพ - สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เป็นหน่วยงานของของรัฐ ภายใต้การกำกับดูแลของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีภารกิจหลักในการบริหารจัดการเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้เกิด ประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ปัจจุบัน หน่วยงานมีการเผยแพร่สิทธิขั้นพื้นฐานด้านสุขภาพของประชาชนผ่านเว็บไซต์ http://www.nhso.go.th) และโปรแกรม ประยุกต์ สปสช. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นหน่วยงานของรัฐที่มิใช่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกองทุน โดยมีหน้าที่ ริเริ่ม ผลักดัน กระตุ้น สนับสนุน และร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ใน สังคม ในการขับเคลื่อนกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพดีครบ 4 ด้าน กาย จิต ปัญญา สังคม และร่วม สร้างประเทศไทยให้น่าอยู่ นำเสนอสารสนเทศเกี่ยวกับสุขภาพในรูปแบบต่างๆ แผ่นพับ บทความ หนังสือ โปสเตอร์ เสียง คลิปวีดีโอ โดยสามารถใช้บริการผ่านเว็บไซต์ https://www.thaihealth.or.th - คณะกรรมการขับเคลื่อนประชาสัมพันธ์การใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข แหล่ง บริการสารสนเทศด้านกัญชาเพื่อเป็นยารักษา ครอบคลุมการปลูกกัญชา กฎหมายเกี่ยวกับกัญชา ผลิตภัณฑ์ของกัญชา การยื่น ขอรับใบอนุญาตสำหรับผู้ผลิต (ปลูก) / ผู้ผลิต (การแปรรูป) โดยสารสนเทศที่นำเสนอในรูปแบบ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น บทความ คลิปวีดีโอ เป็นต้น สามารถใช้บริการผ่านเว็บไซต์https://cannabis.fda.moph.go.th 4.2.2 หน่วยงานบริการด้านแรงงาน หน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่บริการสารสนเทศด้านแรงงาน ได้แก่ กระทรวงแรงงาน ให้ความรู้แก่ประชาชนครอบคลุมประเด็น ตลาดแรงงาน กฎหมายแรงงาน การคุ้มครองแรงงาน อัตรา ค่าจ้างแรงงาน การพัฒนาฝีมือแรงงาน ความร่วมมือด้าน สิทธิของแรงงาน รวมทั้งนโยบายด้านแรงงาน โดยเผยแพร่ สารสนเทศในรูปแบบ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ วิดีโอคลิป สามารถใช้บริการผ่านเว็บไซด์ https://www.doe.go.th/prd เช่น ๆ 4.2.3 หน่วยงานบริการด้านการเงินและเศรษฐกิจ หน่วยงานบริการ สารสนเทศด้านการเงินและเศรษฐกิจ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีหน้าที่เป็นศูนย์กลางการซื้อ ขายหลักทรัพย์ จดทะเบียน และพัฒนา ระบบต่าง ๆ ที่จำเป็น เพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อหลักทรัพย์ รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการเงินและการลงทุน โดยมุ่งเน้นที่กลุ่มเป้าหมายหมายหลัก คือ เยาวชนไทย ให้มีความสนใจในเรื่องการวางแผนทางการเงิน และเกิดแรงบันดาลใจ ที่จะเริ่มต้นลงทุน รวมทั้ง ความรู้การวางแผนการเงินของคนในช่วงวัยต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันสามารถใช้บริการผ่านเว็บไซต์ https://www.set.or.th - ธนาคารแห่งประเทศไทย หน่วยงานที่มีหน้าที่ออกและจัดการ เกี่ยวกับการเงินของประเทศ เช่น ธนบัตร ของรัฐบาลและบัตรธนาคาร รวมทั้งเป็นผู้ออกธนบัตรของ รัฐบาล กำกับและตรวจสอบสถาบันการเงิน เป็นต้น นอกจากนั้นมี การผลิตและเผยแพร่งานวิจัย งานสัมมนา และบทความต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเงิน เช่น ภัยทางการเงิน ภาวะเงินเฟ้อ การ ออมเงิน การวางแผนการเงิน เป็นต้น โดยเผยแพร่สารสนเทศผ่านนิตยสารอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT magazine) นอกจากนั้นมีการเผยแพร่สารสนเทศในรูปแบบของคลิปวิดีโอ ผ่านเว็บไซต์ https://www.bot.or.th/Thai/Pages/default.aspx
ページ23:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 99449 21 4.2.4 หน่วยงานบริการด้านกฎหมาย เป็นหน่วยงานบริการสารสนเทศด้าน กฎหมายแก่ประชาชน เช่น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นสถาบันที่ปรึกษากฎหมายของรัฐ เป็นสถาบันทางวิชาการด้าน กฎหมายที่รวบรวมและให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่ประชาชน เช่น รัฐธรรมนูญไทยตั้งแต่อดีต - ปัจจุบัน พระราชบัญญัติ ประกาศ ประมวลกฎหมาย พระบรมราชโองการ สนธิสัญญา และกฎหมายอื่นๆ โดยให้บริการเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน เว็บไซต์ https://www.krisdika.go.th/web/quest/law 4.2.5 หน่วยงานบริการด้านวิจัย เป็นหน่วยงานบริการสารสนเทศเกี่ยวกับ การวิจัย เช่น แหล่งทุนการวิจัย รายงานการวิจัย เป็นต้น โดยมีหน้าที่เป็นผู้ผลิต จัดเก็บ รวบรวม และเผยแพร่สารสนเทศเกี่ยวกับการวิจัย เช่น สำนักวิจัยแห่งชาติ (วช.) หน่วยงานที่มีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย ค้นคว้าของนักวิจัย โดย จัดเก็บ รวบรวม และบริการสารสนเทศเกี่ยวกับการวิจัยในชื่อ “ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย” เช่น งานวิจัยที่ดำเนินการเสร็จ สิ้นแล้ว โครงการวิจัยที่กำลังดำเนินการทุนวิจัยทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ข้อมูลนักวิจัย องค์ความรู้ด้านการวิจัยและ นวัตกรรม เป็นต้น สามารถใช้บริการผ่านเว็บไซด์ https://intranriis.go.th 4.2.6 หน่วยงานบริการด้านคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เป็นหน่วยงานที่ให้บริการสารสนเทศด้านทรัพย์สิน ทางปัญญา เช่น - กรมทรัพย์สินทางปัญญา สังกัดกระทรวงพาณิชย์ ให้บริการข่าวสาร ความรู้เกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร / อนุสิทธิบัตร สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ลิขสิทธิ์ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ความลับทางการค้า รวมทั้งการ บริการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาผ่านระบบการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาอิเล็กทรอนิกส์ ผ่าน เว็บไซต์http://www.ipthailand.go.th/th 4.3 หน่วยงานภาคเอกชน เป็นหน่วยงานภาคเอกชนที่จัดตั้งเพื่อให้บริการด้านต่าง ๆ แก่ประชาชน ซึ่งมีการผลิต เผยแพร่สารสนเทศอันเป็นประโยชน์ เช่น สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (Personnel Management Association of Thailand - PMAT) เป็นสมาคมวิชาชีพสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการ บริหารงานบุคคลทุกระดับ และนักวิชาการ ตลอดจน คณาจารย์ต่าง ๆ เป็นศูนย์กลางการให้คำปรึกษา ด้านการบริหารงานบุคคล งานวิชาการต่าง ๆ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยส่วนรวม โดยบริการผ่าน เว็บไซต์ http://www.pmat.or.th 4.4 สถานที่ เป็นแหล่งหรือสถานที่เป็นต้นแหล่งสารสนเทศ หรือเป็นต้นกำเนิดของสารสนเทศ เช่น วัด อนุสาวรีย์ โบราณสถาน อุทยานแห่งชาติ เช่น เมืองโบราณ แหล่งการเรียนรู้ผ่านการท่องเที่ยว โดยเป็นการจำลองสถานที่ทางประวัติศาสตร์และ วัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศไทยในทุกภูมิภาค ประกอบด้วย โบราณสถาน ปูชนียสถาน วัดโบราณ ตลาดน้ำ ตลาดบก พระราชวังต่าง ๆ เมืองโบราณ ตั้งอยู่ ณ ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ทั้งนี้ผู้ใช้สามารถติดต่อ สอบถามการบริการ โทรศัพท์ 02-026-8800-9 หรือผ่านเว็บไซต์ https://www.muangboranmuseum.com ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน เป็นแหล่งสารสนเทศที่จัดตั้งในชุมชนเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ ถ่ายทอด แลกเปลี่ยน ความรู้ของคนในชุมชน ซึ่งศูนย์การเรียนรู้ในชุมชนส่วนใหญ่ มีการจัดเก็บ รวบรวมภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรม ประเพณี รวมทั้งเกี่ยวกับอาชีพในชุมชุม เช่น ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านตาเย็น ตำบลตำนาน อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง แหล่งเรียนรู้การ
ページ24:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 22 2922 ปลูกข้าวปลอดสารพิษ การทำปุ๋ยชีวภาพ การทำข้าวซ้อมมือ และการแปรรูปอาหาร ขนมต่าง ๆ ที่เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้าน เช่น ยาหนม ขนมจีบ เส้นขนมจีน ข้าวพอง ข้าวลา เป็นต้น (มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา, 2560) วัดไชยศรี ตำบลสาวะถี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เป็น แหล่งรวบรวมมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่า ทางประวัติศาสตร์ เช่น ความเป็นมาของท้องถิ่น การดำรง ชีพ การทำมาหากิน วัตถุสิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้ของคนใน ชุมชนซึ่งมิใช้สืบทอดมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ 4.5 อินเทอร์เน็ต เป็นแหล่งสารสนเทศขนาดใหญ่ที่มีการจัดเก็บรวบรวมและเผยแพร่สารสนเทศในหลากหลาย รูปแบบ เช่น ภาพ คลิปวิดีโอ เสียง ข้อความ เป็นต้น ในตำราเล่มนี้ขอยกตัวอย่างบางส่วนเพื่อประโยชน์ต่อการเรียนรู้ตลอด ชีวิต เช่น Open Library ห้องสมุดดิจิทัลที่รวบรวมหนังสืออิเล็กทรอนิกส์หลากหลายสาขาวิชา เช่น ศิลปะ การ บริหาร วิทยาศาสตร์ การแพทย์ วรรณกรรมสำหรับเด็ก ตำราเรียน สามารถใช้บริการผ่านเว็บไซต์ https://openlibrary.org/ การศึกษาระบบเปิดเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Thailand Massive Open Online Course – Thai MOOC) โครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย ( Thailand Cyber University) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการแบ่งปันทรัพยากรสื่อการเรียนรู้ระหว่างสถาบันอุดมศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญ หลากหลายสาขาวิชา เกิดความร่วมมือกันในการพัฒนาและจัดการเรียนการสอนออนไลน์ระบบเปิดสำหรับมหาชน รวมทั้ง พัฒนาไปสู่ความร่วมมือในการเรียนการสอนในหลักสูตรที่มีหน่วยกิต การลงทะเบียนเรียนรายวิชาข้ามสถาบันอุดมศึกษา การ ถ่ายโอนหน่วยกิตระหว่างสถาบันอุดมศึกษา โดยมีหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วม เช่น สถาบันอุดมศึกษาภาครัฐและภาคเอกชน หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สื่อมวลชน สถาบันอุดมศึกษา ต่างประเทศ เป็นต้น เนื้อหาสารสนเทศครอบคลุมทุกสาขาวิชา เช่น คอมพิวเตอร์ ภาษา คณิตศาสตร์ เป็นต้น โดยนำเสนอ สารสนเทศในหลากหลายรูปแบบ เช่น บทเรียนออนไลน์ คลิปวิดีโอ แบบฝึกหัด เป็นต้น เนื้อหานำเสนอทั้งภาษาไทย และ ภาษาต่างประเทศ ให้บริการแบบไม่คิดค่าใช้จ่าย สามารถใช้บริการผ่านเว็บไซต์ https://Thaimooc.org ห้องสมุดดิจิทัลแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (The Southeast Asia Digital Library (SEADL) เป็นความร่วมมือของห้องสมุดในประเทศต่าง ๆ ได้แก่ บรูไน กัมพูชา ติมอร์ตะวันออก อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนามเพื่อจัดเก็บรวบรวมทรัพยากรสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ เช่น หนังสือ ใบลาน ภาพยนตร์ภาพถ่าย เป็นต้น โดยให้บริการเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือ คลิปวิดีโอ สามารถใช้ บริการผ่านเว็บไซต์ https://sea.lib.niu.edu คลังทรัพยากรการศึกษาแบบเปิด โครงการระบบสื่อสาระออนไลน์เพื่อการเรียนรู้ทางไกล เฉลิมพระ เกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ใน โอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 เป็นการ พัฒนาระบบออนไลน์เพื่อการเรียนรู้ขนาด ใหญ่เพื่อให้ได้สื่อสาระเพื่อครูในการนำไปใช้สร้างสื่อการสอน และเป็นระบบ eLearning เพื่อการเรียนรู้ ทางไกลสำหรับนักเรียนทั่วราชอาณาจักร ผ่านอินเทอร์เน็ตและ WIFI โดยมีวัตถุประสงค์ คือ ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะเยาวชนผ่านระบบการเรียนออนไลน์แบบเปิดที่อนุญาตให้ทุก คนเข้าถึงเนื้อหาวิชาที่มีคุณภาพได้อย่างเสรี ทรัพยากรสารสนเทศที่มีการจัดเก็บรวบรวมและให้บริการ ประกอบด้วย คลัง เก็บภาพ คลิปวิดีโอ แผนภาพ ผังมโนทัศน์ แบบทดสอบ เกมการศึกษา สื่อประสม (animation) คลังเก็บบทเรียน เพื่อใช้ในการศึกษา ที่ครูทุกคนสามารถ
ページ25:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 23 เข้าถึง นำมาปรับปรุง และเอาไปใช้งานโดยไม่ละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์ สามารถใช้บริการผ่านเว็บไซต์ https://oer.learn.in.th/index * การเลือกใช้แหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต แหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่เปิดให้บริการมีหลากหลาย ดังนั้นผู้ใช้ต้องรู้จักเลือกใช้แหล่งสารสนเทศฯ ที่ ตอบสนองความต้องการสารสนเทศ โดยมีประเด็นการพิจารณาต่างๆ เช่น สารสนเทศ ความน่าเชื่อถือ การเข้าถึง 1. สารสนเทศ (infomation) แหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตแต่ละประเภทมีนโยบายการจัดเก็บ การ รวบรวม การเผยแพร่ และการบริการแตกต่างกัน ดังนั้นผู้ใช้ต้องเลือกแหล่งสารสนเทศฯ ที่ให้สารสนเทศสอดคล้องกับความ ต้องการ รวมทั้งความทันสมัยของสารสนเทศ เช่น - ห้องสมุดประชาชน จัดเก็บ รวมร่วมความรู้พื้นฐาน ภูมิปัญญาท้องถิ่น - ห้องสมุดเฉพาะ จัดเก็บ รวบรวมความรู้เฉพาะสาขาวิชาการบริการแก่คนเฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะสาขาวิชา ดังนั้นผู้ใช้จำเป็นต้องเรียนรู้นโยบาย หน้าที่ของแหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตแต่ละประเภท 2. ความน่าเชื่อถือ (authority) แหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตแต่ละประเภทถูกจัดตั้งตามพันธกิจของ หน่วยงาน หรือนโยบายแตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกแหล่งสารสนเทศฯ จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้เรียนต้องสามารถพิจารณาเอง ได้ในขั้นพื้นฐาน เช่น - ห้องสมุด เป็นแหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่มีกระบวนการจัดหา คัดเลือกทรัพยากรสารสนเทศ เพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้โดยเฉพาะห้องสมุดโรงเรียน ห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาที่เน้นการจัดหาทรัพยากรสารสนเทศที่สอดคล้อง กับหลักสูตร - อินเทอร์เน็ต เป็นแหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตขนาดใหญ่ มีความเป็นอิสระในการผลิตและเผยแพร่ สารสนเทศ โดยเฉพาะในเว็บไซต์ส่วนบุคคล สื่อสังคมต่าง ๆ โดยในส่วนของอินเทอร์เน็ต ผู้ใช้จำเป็นต้องพิจารณาจากเจ้าของ ผู้ผลิตและเผยแพร่สารสนเทศ 3. การเข้าถึง (Process) การเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นผู้ใช้จำเป็นต้องสามารถเข้าถึง สารสนเทศได้อย่างสะดวกทุกที่ และทุกเวลา ซึ่งปัจจุบันแหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ให้บริการออนไลน์มี จำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประเด็นสำคัญ คือ ผู้ใช้จำเป็นต้องมีทักษะในการเข้าถึงสารสนเทศที่มีการจัดเก็บ และบริการใน แหล่งสารสนเทศ เช่น ห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติ บริการสารสนเทศ เต็มรูป เช่น หนังสือ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วิดีโอ เป็น ต้น ทั้งนี้ผู้ใช้ต้องสมัครสมาชิกก่อนใช้บริการ หอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง บริการสารสนเทศเต็มรูป เช่นวิทยานิพนธ์ออนไลน์ หนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ ตำราอิเล็กทรอนิกส์ กฤตภาคออนไลน์ วารสาร อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ทั้งนี้ผู้ใช้ต้องตั้งค่าอินเทอร์เน็ต (proxy) เพื่อให้สามารถเข้าถึงสารสนเทศเต็มรูปได้ - พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนคร บริการสารสนเทศเกี่ยวกับโบราณสถาน สิ่งของต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันมีการ บริการออนไลน์ หรือพิพิธภัณฑ์เสมือน ผู้ใช้สามารถรับชมพิพิธภัณฑ์แต่ละจุดได้ 360 องศา โดยผู้ใช้ต้องเรียนรู้วิธีการใช้ พิพิธภัณฑ์เสมือนรวมทั้งสัญลัษณ์ต่างๆ
ページ26:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 99449 * บทสรุป 24 แหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นแหล่งที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การจัดหา การรวบรวม การจัดเก็บ การ ประมวลผล การสงวนรักษา และการเผยแพร่สารสนเทศแก่ผู้ใช้ ทั้งนี้สารสนเทศและการบริการของแหล่งสารสนเทศเพื่อการ เรียนรู้ตลอดชีวิตแต่ละประเภทมีความแตกต่างกัน ดังนั้นผู้ใช้จำเป็นต้องเรียนรู้และศึกษาวิธีการเข้าถึงสารสนเทศทั้งนี้เพื่อ ประโยชน์ต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต › แบบฝึกหัดท้ายบท 1. 2. 3. 4. ข้อใด คือ แหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตในท้องถิ่นที่ใกล้ชิดผู้ใช้มากที่สุด 1. ห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา 3. พิพิธภัณฑ์ 2. สถานีวิทยุกระจายเสียง 4. ห้องสมุดประชาชน ข้อใด ไม่ใช่ ความสำคัญของแหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต 1. สร้างเสริมประสบการณ์ 3. การเรียนรู้ตลอดชีวิต ข้อใดไม่ใช่บริการของหอสมุดแห่งชาติ 1. บริการยืม-คืนหนังสือ 3. บริการหนังสือพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับห้องสมุดประชาชน 1. การใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ 3. ความรู้เฉพาะด้าน ข้อใดไม่ใช่ทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุดโรงเรียน 5. 1. แบบเรียน 3. แบบจําลอง 6. 7. 2. ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ 4. การดำเนินชีวิต 2. บริการนิทรรศการออนไลน์ 4. บริการเอกสารโบราน 2. ภูมิปัญญาชาวบ้าน 4. ความรู้เกี่ยวกับกาประกอบอาชีพ 2. คู่มือครู 4. รายงานการวิจัย ข้อใดคือบริการที่เป็นประโยชน์ของผู้ใช้จากความร่วมมือของห้องสมุด 1. การยืมระหว่างห้องสมุด 3. การสำรองหนังสือ ข้อใดเป็นห้องสมุดเฉพาะ 1. สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2. ห้องสมุดคณะบริหาร มหาวิทยาลัยรามคำแหง 3. ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ลุมพินี 4. ห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารี 2. การจองหนังสือ 4. ความรู้เกี่ยวกับการประกอบอาชีพ
ページ27:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 25 8. ข้อใดคือ “สถานที่รวบรวม จัดเก็บและอนุรักษ์ เอกสารและวัสดุทางระเบียบข้อบังคับ เพื่อเป็นหลักฐานแสดง ประวัติศาสตร์” 1. หอจดหมายเหตุ 3. ห้องสมุดประชาชน 2. ห้องสมุดมหาวิทยาลัย 4. พิพิธภัณฑ์ 9.. ข้อใด ให้บริการสารสนเทศด้านดนตรี 1. หอจดหมายเหตุ 2. ห้องสมุดมหาวิทยาลัย 4. หอสมุดแห่งชาติ ข้อใด คือ ข้อพิจารณาสำหรับการเลือกใช้แหล่งบริการสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต 3. ห้องสมุดประชาชน 10 1. ความน่าเชื่อถือ 3. ความเท่าเทียมในการบริการ 2. ไม่คิดค่าใช้จ่าย 4. บริการรวดเร็ว
ページ28:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ บทที่ 3 การบริหารการจัดการสารสนเทศ * โครงร่างเนื้อหา บทนํา 26 การจัดการสารสนเทศ ความหมายของการจัดการสารสนเทศ ความสำคัญการจัดการสารสนเทศ กระบวนการจัดการสารสนเทศ ตัวอย่างการจัดการสารสนเทศของหน่วยงาน การจัดการสารสนเทศของห้องสมุด การจัดการสารสนเทศของหน่วยงานอื่น การจัดการสารสนเทศดิจิทัล การจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล บทสรุป * สาระสำคัญ คำที่เกี่ยวข้องกับสารสนเทศ ได้แก่ กลุ่มคำที่กล่าวถึงเนื้อหาของสารสนเทศ มีดังนี้ ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ และกลุ่มคำ ที่ใช้เรียกรูปลักษณ์ของสารสนเทศ มีดังนี้ ทรัพยากรสารสนเทศ มวล ทรัพยากรสารสนเทศ เอกสาร วัสดุสารสนเทศ การจัดการสารสนเทศ (Information management – IM) เป็นวัฏจักรของกระบวนการจัดการสารสนเทศที่จะ สนับสนุนกิจกรรมการเรียนรู้ของบุคคลในหน่วยงาน โดยครอบคลุม กิจกรรมหลัก 6 ประการ คือ การระบุความต้องการ สารสนเทศ (identification of information needs) การได้มาและการสร้างสารสนเทศ (acquisition and creation of information) การวิเคราะห์และตีความสารสนเทศ (analysis and interpretation of information) การจัดระเบียบ และการจัดเก็บสารสนเทศ (organization and storage of information) การเข้าถึงและเผยแพร่สารสนเทศ (Information access and dissemination) และการใช้สารสนเทศ (information use) ทรัพยากรสารสนเทศห้องสมุด หมายถึง แหล่งสารสนเทศทุกรูปแบบที่ห้องสมุดได้คัดเลือก จัดหา วิเคราะห์ และ จัดเก็บรวบรวมอย่างเป็นระเบียบไว้ให้ผู้ใช้ค้นคว้าหาสารสนเทศที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวความรู้ทั่วไป หรือความรู้ เฉพาะสาขาวิชาตลอดจน ข่าวสาร ข้อมูล และข้อเท็จจริงต่างๆ และบรรณารักษ์หรือบุคลากรบริการสารสนเทศนับว่าเป็น ทรัพยากรสารสนเทศที่มีความสำคัญยิ่ง สามารถแบ่งทรัพยากรสารสนเทศตามลักษณะได้เป็น 3 ประเภท คือ 1) ทรัพยากร สารสนเทศประเภท สื่อสิ่งพิมพ์ (printed materials) ได้แก่ หนังสือ วารสารและหนังสือพิมพ์ จุลสารและกฤตภาค และ ต้นฉบับตัวเขียน 2) ทรัพยากรสารสนเทศประเภทสื่อไม่ตีพิมพ์ (non-printed materials) ได้แก่ สื่อโสต ทัศน์ และวัสดุ ย่อส่วน 3) ทรัพยากรสารสนเทศประเภทสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (electronic materials) วิธีการจัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศห้องสมุดโดยทั่วไป มีวิธีการจัดเก็บ ดังนี้ 1) การจัดเก็บตาม เนื้อหาของทรัพยากร สารสนเทศ เรียกว่า การจัดหมวดหมู่หนังสือ 2) การจัดเก็บตามลักษณะของทรัพยากรสารสนเทศ
ページ29:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 99349 ๆ 27 เลขเรียกหนังสือ คือ สัญลักษณ์ที่ห้องสมุดกำหนดให้กับหนังสือทุกเล่มในห้องสมุด ส่วนสำคัญ ๆ 3 ส่วน คือ เลขหมู่ หนังสือ (dass number) เลขผู้แต่ง (author number) และอักษรชื่อเรื่อง (workmark) การจัดการสารสนเทศของหน่วยงานอื่น ๆ มีขั้นตอนการดำเนินการเรียกว่าพัฒนาระบบงานสำหรับระบบสารสนเทศ (System Development Life ycle - SDLC) ซึ่งแบ่งออกเป็น 7 ขั้นตอน คือ 1) ค้นหาปัญหา โอกาสและเป้าหมาย 2) พิจารณาความต้องการของสารสนเทศ 3) วิเคราะห์ความต้องการของระบบสารสนเทศ 4) ออกแบบระบบสารสนเทศ 5) พัฒนาซอฟต์แวร์และจัดทำเอกสาร 6) ทดสอบและบำรุงรักษาระบบ 7) ดำเนินงานและประเมิน ประเภทของระบบสารสนเทศ ที่พัฒนาขึ้นสามารถจำแนกตามลักษณะการใช้งาน 7 ประเภท ดังนี้ 1) ระบบ ประมวลผลรายการเปลี่ยนแปลง 2) ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 3) ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ 4) ระบบสนับสนุนการ ตัดสินใจแบบกลุ่ม 5) ระบบสารสนเทศเพื่อ ผู้บริหาร 6) ระบบสนับสนุนผู้บริหาร 7) ระบบผู้เชี่ยวชาญ ทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล หมายถึง สารสนเทศที่ผ่านกระบวนการแปลงรูปจากสิ่งตีพิมพ์เป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือ ดิจิทัล รวมทั้งทรัพยากรสารสนเทศที่ผลิตอยู่ในรูปดิจิทัลตั้งแต่แรก (born digital) กระบวนการจัดการทรัพยากรสารสนเทศ ดิจิทัลประกอบด้วย 1) การจัดหาและรวบรวมทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล 2) การผลิตทรัพยากรสารสนเทศในรูปแบบดิจิทัล 3) การจัดเก็บและประมวลผลทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล 4) การจัดระบบและวิเคราะห์เนื้อหา ทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล 5) การเผยแพร่และให้บริการทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล 6) การ สงวนรักษาทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล สารสนเทศส่วนบุคคล (Personal Information) เป็นชุดของสารสนเทศส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นจากการใช้อุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ โดยมีการบันทึกและอาจซิงโครไนซ์กับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล การจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล (Personal information management -- PIM) เป็นวิธีการและขั้นตอนการ จัดการสารสนเทศของบุคคลที่ครอบคลุมการจัดเก็บ การจัดระเบียบ การสืบค้น และการแสดงสารสนเทศ ระบบการจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล (Personal information Management System PIMs) เป็นการนํ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาเป็นเครื่องมือสำหรับจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลที่ช่วยให้บุคคลสามารถควบคุม สารสนเทศส่วนบุคคลได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นทั้งการจัดเก็บ การเรียกใช้ และการแบ่งปันสารสนเทศกับบุคคลอื่น ตัวอย่าง ระบบการจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลจำแนกตามลักษณะการใช้งาน เช่น ระบบนัดหมายส่วนบุคคล หรือ ปฏิทินการทำงานส่วนบุคคล ระบบนัดหมายกลุ่ม ระบบแบ่งปันสารสนเทศส่วนบุคคล ระบบติดตามงาน ระบบเตือนความจำ ส่วนบุคคล * วัตถุประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมายของสารสนเทศและคำที่เกี่ยวข้องกับสารสนเทศได้ 2. อธิบายความหมายการจัดการสารสนเทศและความสำคัญการจัดการสารสนเทศได้ 3. รู้จักและเข้าใจกระบวนการจัดการสารสนเทศ การจัดการสารสนเทศห้องสมุด การจัดการสารสนเทศดิจิทัล และ การจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล
ページ30:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 99449 * บทนำ 28 การผลิตและเผยแพร่สารสนเทศในปัจจุบันเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะสารสนเทศในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นประเด็นสำคัญที่หน่วยงานตระหนัก คือ จะจัดเก็บ จัดระเบียบ ค้นหา สารสนเทศเหล่านั้นเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการ วางแผนดำเนินงาน ดังนั้นประเด็นการจัดการสารสนเทศจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะประเด็นการจัดการสารสนเทศที่ จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อรวบรวม จัดเก็บ การสืบค้นและนำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ • การจัดการสารสนเทศ ปัจจุบันการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ จำเป็นต้องพึ่งพาสารสนเทศที่มีการจัดเก็บไว้ในหลากหลายรูปแบบ ดังนั้น การจัดการสารสนเทศเพื่อเอื้อต่อการเข้าถึง (access) จึงเป็นประเด็นสำคัญที่หน่วยงานหรือแม้กระทั่งบุคคลต่างตระหนัก โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICTs) มาจัดการสารสนเทศ ทั้งนี้หากหน่วยงานมีการจัดการ สารสนเทศที่ดี ย่อมส่งผลต่อการนำมาใช้ประโญชน์สำหรับการตัดสินใจทั้งในระดับหน่วยงานและบุคคล * ทรัพยากรสารสนเทศ (information resource) หมายถึง วัสดุที่บันทึกข้อมูล ข่าวสาร ข้อเท็จจริง ความรู้ ความคิด ประสบการณ์ที่ได้ผ่านกระบวนการคัดสรร กลั่นกรอง ประมวลผล วิเคราะห์ โดยใช้ภาษา ภาพ สัญลักษณ์ รหัส และอื่นๆ รวบรวมจัดเก็บในสถาบันบริการสารสนเทศเช่น ห้องสมุด เพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้ มวลทรัพยากรสารสนเทศ (collection) หมายถึง ทรัพยากรสารสนเทศประเภทใดประเภทหนึ่งหรือหลายประเภท หรือเฉพาะสาขาวิชาเฉพาะด้านที่ถูกจัดเก็บรวมไว้ในแหล่งใดแหล่งหนึ่ง เพื่อให้บริการสารสนเทศ เอกสาร (document) ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ฉบับ พ.ศ. 2554 (สำนักงานราชบัณฑิตยสภา, 2554) ให้ความหมายไว้ว่า หนังสือที่เป็นหลักฐาน และ (มาลี ล้ำสกุล, 2558) ให้ความหมายไว้ว่า สิ่งต่าง ๆ ที่บ่งบอกว่าเป็นหนังสือ เอกสาร สำนักงาน ข้อมูล คำพูด สัญลักษณ์ วัสดุที่แสดงสัญลักษณ์ต่าง ๆ อีกทั้งยังใช้ในความหมายเดียวกับทรัพยากร สารสนเทศด้วย ๆ * วัสดุสารสนเทศ (information material) หมายถึง วัสดุชนิดต่าง ๆ ที่บันทึกข้อมูลสารสนเทศ ความรู้ที่เป็น หลักฐาน มีรูปลักษณ์แตกต่างกัน เช่น วัสดุสารสนเทศที่เป็นกระดาษ ได้แก่ หนังสือ วารสาร เป็นต้น วัสดุสารสนเทศที่เป็น ฟิล์มภาพย่อส่วน ได้แก่ ไมโครฟอร์ม เป้นต้น ความหมายของการจัดการสารสนเทศ การจัดการสารสนเทศ (Information management – IM) เป็นวัฏจักรของกระบวนการจัดการสารสนเทศที่จะ สนับสนุนกิจกรรมการเรียนรู้ของบุคคลในหน่วยงาน โดยครอบคลุมกิจกรรมหลัก 6 ประการ * คือ 1. การระบุความต้องการ สารสนเทศ (identification of information needs) 2. การได้มาและการสร้างสารสนเทศ (acquisition and creation of information) 3. การวิเคราะห์และตีความสารสนเทศ (analysis and interpretation of information) 4. การจัด ระเบียบและการจัดเก็บสารสนเทศ (organization and storage of information) 5. การเข้าถึงและเผยแพร่สารสนเทศ (information access and dissemination) และ 6. การใช้สารสนเทศ (information access and dissemination) และการใช้สารสนเทศ (information use)
ページ31:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ ความสำคัญการจัดการสารสนเทศ 29 การจัดการสารสนเทศมีมีความสำคัญทั้งต่อหน้าหน่วยงาน บุคคลต่างๆ เช่น ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งผู้ใช้ในด้าน ต่าง ๆ ดังนี้ ๆ 1) หน่วยงาน การจัดการสารสนเทศของหน่วยงานครอบคลุมการวางแผน จัดหา รวบรวม จัดเก็บ รักษาและเผยแพร่ ส่งผลให้เกิดระบบสารสนเทศต่าง ๆ ที่พัฒนาขึ้นเพื่อเอื้อต่อการใช้งานของบุคคลในหน่วยงานและสนองความต้องการของ บุคคลภายนอกหน่วยงาน ทั้งนี้การจัดการสารสนเทศของหน่วยงานจะส่งผลให้เกิดระบบสารสนเทศต่าง ๆ ขึ้นภายใน หน่วยงานและระบบสารสนเทศเหล่านี้เมื่อรวมกันจะกลายเป็นแหล่งสารสนเทศขนาดใหญ่ของหน่วยงาน ซึ่งจะสร้าง ผลประโยชน์ต่อหน่วยงานมหาศาล 2) ผู้บริหาร มีบทบาทหน้าที่สำคัญของผู้บริหาร คือ กำหนดนโยบายและวางแผน โดยการกำหนดนโยบาย (policy) ครอบคลุมวิสัยทัศน์ พันธกิจของหน่วยงาน ซึ่งนโยบายดังกล่าวเปรียบเสมือนเข็มทิศที่จะกำหนดทิศทางของหน่วยงาน ส่วน การวางแผน (planning) เป็นการกำหนด ขั้นตอนการดำเนินงาน ทั้งนี้หน่วยงานอาจกำหนดเป็นแผนระยะสั้น และแผนระยะ ยาว การกำหนดนโยบายและวางแผนของหน่วยงาน ผู้บริหารจำเป็นต้องอาศัยสารสนเทศทั้งสารสนเทศภายในหน่วยงาน และสารสนเทศภายนอกหน่วยงาน โดยสารสนเทศภายในหน่วยงาน ครอบคลุมสารสนเทศที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานของ หน่วยงาน เช่น การลงทะเบียนเรียน การสั่งซื้อ สินค้า การจัดระบบสินค้าคงคลัง การทำบัญชีต่าง ๆ ใบแจ้งหนี้ ใบสั่งสินค้า รายการซื้อ รายการขาย รายการยืม-คืน เป็นต้น ส่วนสารสนเทศภายนอกหน่วยงาน ครอบคลุมสารสนเทศที่เกิดขึ้นภายนอก หน่วยงานและส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของหน่วยงาน เช่น กฎหมาย เศรษฐกิจ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส เป็นต้น ดังนั้นหน่วยงานจึงมีการจัดการสารสนเทศที่เอื้อต่อการใช้งานของผู้บริหารในระดับต่าง ๆ เช่น ระบบประมวลผล รายการ ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ระบบสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ เป็นต้น โดยสารสนเทศที่ได้จากระบบสารสนเทศ ต้องมีความถูกต้อง สมบูรณ์ และสามารถเรียกใช้ได้ โดยสะดวกไม่มีข้อจำกัดในเรื่องสถานที่ และเวลา 3) ผู้ปฏิบัติงาน บทบาทสำคัญในการพัฒนางานและการบริการ บุคลากรระดับปฏิบัติการจำเป็นต้องใช้สารสนเทศเพื่อ พัฒนางานและการบริการต่างๆ ซึ่งในการพัฒนางานหรือบริการต่างๆ นั้นล้วนจำเป็นต้องอาศัยสารสนเทศที่ถูกต้อง สมบูรณ์ ดังนั้นหน่วยงานจึงมีการจัดการสารสนเทศเพื่อเอื้อต่อการดำเนอนงานในการพัฒนางานและการบริการ เช่น ระบบสำนักงาน อัตโนมัติ ประมวลผลรายการ ระบบปัญญาประดิษฐ์ เป็นต้น ผู้ปฏิบัติงานสามารถนำสารสนเทศไปพัฒนางานและการบริการ ของหน่วยงานให้เจริญก้าวหน้าได้ 4) ผู้ใช้ หรือ ลูกค้า เกิดความพึงพอใจต่อบริการของหน่วยงาน สารสนเทศที่ได้รับการจัดการจัดระบบและพัฒนาให้ ผู้ใช้หรือลูกค้าสามารถสืบค้นสารสนเทศได้อย่างสะดวก รวดเร็ว มีความถูกต้อง ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ >กระบวนการจัดการสารสนเทศ กระบวนการจัดการสารสนเทศ หมายถึง การดำเนินการให้ทรัพยากรสารสนเทศที่มีอยู่มีคุณค่าเพิ่มมากขึ้นนับตั้งแต่ การคัดเลือกสารสนเทศ การจัดสารสนเทศ การวิเคราะห์หมวดหมู่และจัดทำรายการสารสนเทศ การประมวลสารสนเทศ การ จัดเก็บและค้นคืนสารสนเทศ และการเผยแพร่ ชินวัฒนา, 2558) 1. การคัดเลือกทรัพยากรสารสนเทศ เป็นกระบวนการพิจารณาคัดเลือกทรัพยากรสารสนเทศให้สอดคล้องกับ เป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในนโยบายของสถาบันบริการสารสนเทศบุคคลที่ทำหน้าที่พิจารณาคัดเลือกสารสนเทศ
ページ32:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 9944944JJILLILLIVILL 30 คือ บรรณารักษ์ นักวิชาชีพสารสนเทศ นักเอก สารสนเทศ นักจดหมายเหตุ และนักวิชาการโสตทัศนศึกษา ผู้ที่มีความรู้ความ เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ได้แก่ นักวิชาการในสาขาวิชาต่างๆ และผู้ใช้สารสนเทศของสถาบันบริการสารสนเทศ 2. การจัดหาทรัพยากรสารสนเทศ เป็นกระบวนการที่นำทรัพยากรสารสนเทศที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกแล้วมา จัดเก็บและให้บริการในสถาบันบริการสารสนเทศโดยวิธีการต่าง ๆ เช่น การจัดซื้อ การแลกเปลี่ยน การขอรับบริจาค การทำ สําเนา การเช่า และการผลิต 3. การวิเคราะห์หมวดหมู่และการจัดทำรายการสารสนเทศ เป็นกระบวนการเกี่ยวกับการจัดระเบียบทรัพยากร สารสนเทศด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาของสารสนเทศ การจำแนกหมวดหมู่ การจัดทำดรรชนีและสาระสังเขปและการกำหนดหัว เรื่อง 4. การประมวลสารสนเทศ คือ การดำเนินการกับข้อมูลที่ได้เพื่อให้ได้สารสนเทศที่มี ความหมายและสามารถนำไปใช้ ประโยชน์ได้ ขั้นตอนของการประมวลผลเริ่มจากการนำข้อมูลเข้า และ นำมาประมวลผลด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น จัดหมวดหมู่ เรียงลำดับข้อมูล ขั้นสุดท้ายคือการแสดงผลลัพธ์ โดยการนำเสนอผลหรือรายงานในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ตาราง กราฟ แผนภูมิ หรือบทสรุป 5. การจัดเก็บและค้นคืนสารสนเทศ หมายถึง การดำเนินการกับสารสนเทศให้เป็นระบบเมื่อผู้ใช้มีความต้องการ สารสนเทศก็สามารถนำความต้องการหรือข้อคำถามดังกล่าว มาเปรียบเทียบกับสารสนเทศที่มีอยู่แล้วซึ่งทำให้สามารถค้นคว้า และเข้าถึงสารสนเทศได้ตรงตามความต้องการ ตัวอย่างของระบบการจัดเก็บและสืบค้นสารสนเทศที่เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย ได้แก่ ระบบฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ ระบบฐานข้อมูลซีดีรอม ระบบฐานข้อมูลออนไลน์ เป็นต้น 6. การเผยแพร่สารสนเทศ หมายถึง การถ่ายทอดสารสนเทศที่ผ่านการประมวลผลแล้วโดยการกระจายสารสนเทศ จากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่ง จากแหล่งผลิตไปสู่ผู้ใช้ ฯลฯ วิธีการเผยแพร่สารสนเทศสามารถดำเนินการได้หลายวิธี เช่น การ เผยแพร่ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ทุกประเภท การ จัดทำสื่อโสตทัศน์ การจัดสัมมนานิทรรศการ การเผยแพร่สารสนเทศโดยอาศัย สื่อมวลชน เป็นต้น ทั้งนี้ สมพร พุทธาพิทักษ์ผล (2546 (16-17) ได้กล่าวถึงกระบวนการจัดการสารสนเทศที่แตกต่างเพียงเล็กน้อย ดังนี้ 1. การรวบรวมสารสนเทศ (collecting) เป็นการรวบรวม จัดเก็บสารสนเทศในรูปกระดาษหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์จาก แหล่งต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์การ ในการรวบรวมเป็นกำหนดเกณฑ์หรือแนวปฏิบัติว่าสารสนเทศใดจำเป็นต้อง รวบรวม และคัดเลือกนำเข้าสู่ระบบการจัดการสารสนเทศ การนำเข้าสู่ระบบมีวิธีการดำเนินการต่างๆ เช่น การแปลง สารสนเทศที่อยู่ในรูปแอนะล็อกให้อยู่ในรูปดิจิทัลโดยวิธีการพิมพ์ เป็นต้น 2. การจัดหมวดหมู่ (organizing) เป็นการนำสารสนเทศที่ได้รวบรวมและนำเข้าสู่ระบบมาจัดหมวดหมู่ เพื่อการใช้ ประโยชน์ การจัดหมวดหมู่เนื้อหาครอบคลุมการจัดทำดรรชนี (Indexing) การจำแนกประเภท (classifying) รวมทั้งการ จัดทำลิงค์เพื่อเชื่อมโยงจุดเข้าถึงข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เช่น จากฐานข้อมูลขององค์การ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ 3. การประมวลผล (processing) เป็นการค้นหาและเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศที่ได้ รวบรวมและจัดเก็บไว้เพื่อจัด กลุ่ม จัดเรียง สรุปและวิเคราะห์ตามความต้องการ โดยการจัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศอาจรวบรวมจากแหล่งต่างๆ เช่น หนังสือ ตำรา เอกสาร หรือสารสนเทศจากระบบ สารสนเทศ อาทิ ระบบสารสนเทศด้านการตลาด ฐานข้อมูลบุคลากร การ ประมวลผลเป็นการประมวล ทรัพยากรสารสนเทศหรือจากฐานข้อมูลในองค์การ เป็นต้น 4. การบำรุงรักษา (maintaining) การนำสารสนเทศที่จัดการไว้กลับมาใช้ซ้า (reuse) เพื่อหลีกเลี่ยง การเก็บ สารสนเทศเดียวกันหลายครั้งโดยไม่จำเป็น การปรับปรุงฐานข้อมูลทรัพยากร สารสนเทศให้ทันสมัย และถูกต้องตรงตาม
ページ33:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ JALLALLIIILLILLADY 31 444444 ระยะเวลา เพื่อให้ผู้ใช้ได้ใช้ทรัพยากรสารสนเทศที่ดีที่สุด รวมทั้งการประเมินค่าของสารสนเทศเพื่อจัดเก็บ เอกสารสารสนเทศ ในอดีตหรือที่สิ้นกระแสการ ปฏิบัติงาน แต่ยังมีคุณค่าในการใช้เป็นหลักฐานอ้างอิง หรือในรูปของจดหมายเหตุ - ตัวอย่างการจัดการสารสนเทศของหน่วยงาน การจัดการสารสนเทศของห้องสมุด * ทรัพยากรสารสนเทศห้องสมุด หมายถึง แหล่งสารสนเทศทุกรูปแบบที่ห้องสมุดได้คัดเลือก จัดหา วิเคราะห์ และ จัดเก็บรวบรวมอย่างเป็นระเบียบไว้ให้ผู้ใช้ค้นคว้าหาสารสนเทศที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวความรู้ทั่วไป หรือความรู้ เฉพาะสาขาวิชาตลอดจน ข่าวสาร ข้อมูล และข้อเท็จจริงต่างๆ นอกจากทรัพยากรสารสนเทศที่กล่าวมาแล้ว บรรณารักษ์หรือบุคลากรบริการสารสนเทศนับว่าเป็นทรัพยากร สารสนเทศที่มีความสำคัญยิ่ง เนื่องจากบรรณารักษ์และบุคลากรบริการสารสนเทศเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความชำนาญ สามารถบริการและช่วยผู้ใช้ค้นคว้าหาสารสนเทศที่ต้องการได้อย่าง สะดวกและรวดเร็ว ทรัพยากรสารสนเทศมีหลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับการจำแนก เช่น จำแนกตามแหล่งการ เกิดขึ้นของสารสนเทศ จำแนกเป็นทรัพยากรสารสนเทศปฐมภูมิ (primary source) หมายถึง ทรัพยากร สารสนเทศที่เกิดจากความคิด การค้นพบ และประสบการณ์ของผู้เขียนหรือผู้ผลิต เช่น สิทธิบัตรและมาตรฐาน รายงานการวิจัย อัตชีวประวัติ คำสัมภาษณ์ เป็นต้น และ ทรัพยากรสารสนเทศทุติยภูมิ (Secondary source) หมายถึงทรัพยากรสารสนเทศที่นำความรู้ที่ได้จากทรัพยากร สารสนเทศปฐมภูมิมาเรียบเรียงและเผยแพร่ เช่นพจนานุกรม สารานุกรม ตำราเรียน เป็นต้น อย่างไรก็ตามในตำราเล่มนี้ แบ่ง ทรัพยากรสารสนเทศตามลักษณะได้เป็น 3 ประเภท คือ ทรัพยากรสารสนเทศประเภทสื่อสิ่งพิมพ์ (printed materials) ทรัพยากรสารสนเทศประเภทสื่อไม่ตีพิมพ์ (non-printed materials) และทรัพยากรสารสนเทศประเภทสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (electronic materials) ทรัพยากรสารสนเทศประเภทสื่อสิ่งพิมพ์ (printed materials) หมายถึง การบันทึกสารสนเทศลงบนแผ่นกระดาษ มีการเรียกชื่อต่างกัน ตามรูปแบบที่นำเสนอ เช่น 1) หนังสือ (book) หมายถึง ข้อความที่พิมพ์หรือเขียนแล้วรวมเป็นเล่ม (สำนักงาน ราชบัณฑิตยสภา, 2554) โดย เป็นสิ่งพิมพ์ที่เกิดจากความรู้ ความคิด สติปัญญา และประสบการณ์ของมนุษย์ จัดทำเป็นรูปเล่ม ในเล่มหนึ่งๆ จะมีเรื่องเดียว หรือหลายเรื่อง และอาจเป็นเล่มเดียวจบหรือหลายเล่มจบก็ได้ หนังสือมีส่วนประกอบสำคัญ ๆ 4 ส่วน คือ (1) ส่วนปก ประกอบด้วย ใบหุ้มปก ปกหนังสือ และใบรองปก (2) ส่วนเริ่มต้น ประกอบด้วย หน้าชื่อเรื่อง หน้าปกใน หน้าลิขสิทธิ์ หน้าคำอุทิศ หน้าคำนิยม หน้าคำนำ หน้า ประกาศคุณูปการ และสารบาญ (3) ส่วนเนื้อหา (4) ส่วนท้ายหรือส่วนเสริมเนื้อหา ประกอบด้วย เชิงอรรถ อภิธานศัพท์ ภาคผนวก บรรณานุกรม และดรรชนี หนังสือสามารถจำแนกตามลักษณะเนื้อหาได้ 5 ประเภท ดังนี้ * (1) หนังสือสารคดี (nonfiction) หมายถึง หนังสือที่มุ่งให้ความรู้ทั่ว ๆ ไปหรือให้ความรู้ในเฉพาะแขนงวิชาใด วิชาหนึ่ง เช่น การบริหาร วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์คณิตศาสตร์ ภาษาศาสตร์ เป็นต้น (2) หนังสือบันเทิงคดี (fiction) หมายถึง หนังสือที่เขียนขึ้นจากจินตนาการหรือประสบการณ์ของผู้แต่ง มี จุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้อ่านได้รับความเพลิดเพลิน และข้อคิดคติ ชีวิตในแง่มุมต่างๆ เช่น นวนิยาย เรื่องสั้น และกวีนิพนธ์ เป็นต้น
ページ34:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 94349 32 22322 (3) ตำรา (textbook) หมายถึง หนังสือที่จัดทำขึ้นเพื่อใช้ประกอบการเรียน เขียนโดยผู้ทรงคุณวุฒิ หรือ ผู้ชำนาญการในสาขาวิชานั้นๆ มีเนื้อหาครบถ้วนตามรายละเอียดของ หลักสูตร เช่น ทรัพยากรสารสนเทศสำหรับเด็กและ วัยรุ่น (LIS3185) ภาษาไทยเพื่อศิลปะการสื่อสาร (THA4102)เป็นต้น (4) สิ่งพิมพ์รัฐบาล (government publication) หมายถึง สิ่งพิมพ์ที่หน่วยงานของรัฐ เป็นผู้รับผิดชอบจัดพิมพ์ ขึ้นในหลายรูปแบบ เช่น หนังสือ วารสาร จุลสาร แผนที่ ทั้งนี้ เพื่อเผยแพร่ความรู้และสารสนเทศ ตัวอย่างสิ่งพิมพ์รัฐบาล เช่น รายงานประจำปี รายงานการวิจัย ร่าง กฎหมายและมติต่างๆ ระเบียบ กฎข้อบังคับ คู่มือ เป็นต้น (5) หนังสืออ้างอิง (Reference book) หมายถึง หนังสือที่จัดทำขึ้นสำหรับใช้ค้นคว้าหาข้อเท็จจริง โดยจำแนก ออกเป็น 2 ประเภท คือ 5.1) หนังสืออ้างอิงประเภทที่ให้สารสนเทศ หนังสืออ้างอิงประเภทนี้จะให้เรื่องราวหรือข้อเท็จจริงในเรื่อง หนึ่งๆ อย่างละเอียด ประกอบด้วย หนังสืออ้างอิง พจนานุกรม (Dictionaries) สารานุกรม (Encylopaedia) สารสนเทศ รวบรวมคำศัพท์ เรียงตามลำดับอักษร นำเสนอสารสนเทศเกี่ยว คำศัพท์ เช่น ประวัติของคำ ความหมายของคำ ตัวสะกด ตรงข้ามและวิธีใช้คำ • พจนานุกรมภาษา เช่น Oxford English dictionary พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 เป็นต้น • พจนานุกรมเฉพาะวิชา เช่น Dictionary of Business Terms ศัพท์การตลาดและการโฆษณา เป็นต้น รวบรวมความรู้พื้นฐานทุกแขนงวิชา หรือรวบรวมความรู้พื้นฐาน เฉพาะแขนงวิชาใด วิชาหนึ่ง เขียนโดยผู้ทรงวุฒิในแต่ละสาขาวิชา จัดเรียงเนื้อหาตามลำดับอักษร หรือ แบ่งเป็นหมวดหมู่ • สารานุกรมทั่วไป เช่น Encyclopedia Americana Encyclopedia Britannica สารานุกรมไทยฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน เป็นต้น • สารารานุกรมเฉพาะวิชา เช่น McGraw-Hil Encyclopedia of Science & Technology เป็นต้น
ページ35:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ อักขรานุกรม ชีวประวัติ (biographical dictionary) 33 รวบรวมชีวประวัติของบุคคลสำคัญและผู้มีชื่อเสียง หรือผู้เชี่ยวชาญ ในวงการต่างๆ ทั้งที่มีชีวิตอยู่และผู้ที่เสียชีวิตแล้ว ตัวย่างอักขรานุกรมชีวประวัติประเภทต่างๆ • อักขรานุกรมชีวประวัติบุคคลทั่วไป (Universal Biographical dictionary) รวมชีวประวัติของบุคคลสำคัญ โดยไม่คำนึงถึงชาติ ศาสนา ลัทธิทางการเมือง และ อาชีพ เช่น Intemational Who's Who • อักขรานุกรมชีวประวัติของบุคคลเฉพาะเชื้อชาติ (national biographical dictionary) รวมชีวประวัติของบุคคลที่มี ชื่อเสียงของประเทศใดประเทศหนึ่ง เช่น Who's who in New Zealand, Dictionary of American Biography • อักขรานุกรมชีวประวัติของบุคคลเฉพาะอาชีพ - (professional biographical dictionary) รวมชีวประวัติของ บุคคลสำคัญ หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงในสาขาวิชาใด วิชาหนึ่ง เช่น Biographical Dictionary of professional wresting, Biographical dictionary of American educators เป็นต้น * นามานุกรม หรือ ทำเนียบ รวบรวมรายชื่อหน่วยงานและรายชื่อบุคคล พร้อมที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ นาม (Directory) คู่มือ (Handbooks/ Manuals) เว็บไซต์ และจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ • นามานุกรมท้องถิ่น (local pry) นามานุกรมที่จัดทำ ขึ้นในท้องถิ่นต่าง ๆ สมุด รายนามผู้ใช้โทรศัพท์ • นามานุกรมของรัฐ (Government directory) นามานุกรมที่หน่วยงานรัฐ จัดทำ ขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับหน่วยงานของ รัฐบาล เช่น ทำเนียบนามรัฐวิสาหกิจไทย • นามานุกรมสถาบัน (institutional directory) นามานุกรมที่รวบรวมชื่อสถาบัน ต่างๆ เช่น ทำเนียบนามบุคลากร มหาวิทยาลัยรามคำแหง • นามานุกรมสาขาอาชีพ (professional directory) นามานุ กรมที่ให้รายชื่อ บุคคล ในสาขาวิชาชีพด้านใดด้านหนึ่ง เช่น ทำเนียบนามนักวิจัยไทย • นามานุกรมการค้าและธุรกิจ (Trade and business directory) นามานุกรม ที่ให้รายชื่อของบริษัท จัดทำโดย เอกชน เพื่อประโยชน์ในเชิงการค้า เช่น ทำเนียบ นาม โรงงานไทย รวบรวมความรู้ ข้อมูลเรื่องทั่วไปและเฉพาะแขนงวิชา ตลอดจน รวบรวมคำแนะนำ ในการปฏิบัติงานต่างๆ โดยเสนอข้อเท็จจริงอย่างสั้นๆ • - คู่มือทั่วไป เช่น The Guinness Book of Records แรกมีในสยาม เป็นต้น • คู่มือเฉพาะวิชา เช่น How Science Works หนังสือรายปี (Yearbooks) รวบรวมข่าวสาร ข้อมูล เหตุการณ์ ความเคลื่อนไหว แนวโน้ม และความก้าวหน้าใน ด้านการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นใน ประเทศต่างๆ ภายในรอบปีที่ผ่านมา • หนังสือรายปีของสารานุกรม เช่น Americana Arthurat • หนังสือสรุปผลงานประจำปี เช่น ผลการดำเนินงาน ประจำปีการศึกษา 2560 มหาวิทยาลัยรามคำแหง • หนังสือรายปีเฉพาะด้าน เช่น Europa World Yearbook
ページ36:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ ปฏิทินเหตุการณ์รายปี หรือสมพัตสร (Almanac) สิ่งพิมพ์รัฐบาล (Government publications) * หนังสืออ้างอิงทาง ภูมิศาสตร์ (Geographical Sources) สมุดสถิติรายปี เช่น สมุดสถิติรายปีประเทศไทย 34 รวบรวมความรู้เบ็ดเตล็ดทุกด้าน เช่น เศรษฐกิจ การเมืองนอกจากนั้นยังนำเสนอ สถิติทั่วไปในรอบหลายๆ ปัจจุบันของทุกประเทศทั่วโลก โดยนำเสนอข้อมูลอย่าง สังเขป . • ปฏิทินเหตุการณ์รายปีที่ให้เรื่องราวทั่ว ๆ ไป เช่น Whitaker's Almanack, World Almanac and Book of Infomation Please Almanac สยามออลมาแนค สิ่งพิมพ์ที่หน่วยงานราชการเป็นผู้พิพม์และเผยแพร่ เช่น สรุปผล การปฏิบัติงาน รายงานประจำปี กฎหมาย พระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวงต่างๆ • ราชกิจจานุเบกษา • ผลการดำเนินงาน เช่น รายงานประจำปี สิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง เช่น วารสาร • รายงานการค้นคว้าและวิจัย ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ เช่น คำอธิบายอย่างสังเขปของชื่อทาง ภูมิศาสตร์ต่างๆ ได้แก่ ชื่อประเทศ ทวีป เมือง แม่น้ำ . ภูเขาทะเลสาบ อักขรานุกรมภูมิศาสตร์ เช่น อักขรานุกรมภูมิศาสตร์ไทย Webster's New Geographical . หนังสือนำเที่ยว เช่น เที่ยวทั่วไทย • หนังสือแผนที่ เช่น The New York Times Atlas of thie World, Dictionary World Atlas 5.2) ประเภทที่ชี้แนะแหล่งสารสนเทศ หนังสืออ้างอิงที่ทำเป็นเครื่องมือชี้แนะ หรือบอกตำแหน่งของ เรื่องราวที่ผู้อ่านต้องการว่าอยู่ที่แห่งใด ประกอบด้วย หนังสืออ้างอิง บรรณานุกรม (Bibliography) . สารสนเทศ รวบรวมรายการทางบรรณานุกรมทรัพยากรสารสนเทศ บรรณานุกรมแห่งชาติ รวบรวมรายชื่อทรัพยากรสารสนเทศ ของประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น บรรณานุกรมแห่งชาติ • บรรณานุกรมเฉพาะวิชา รวบรวมรายชื่อทรัพยากร สารสนเทศในสาขาใดวิชาใด วิชาหนึ่ง เช่น บรรณานุกรมเอดส์ บรรณานุกรมว่าด้วยเรื่องอยุธยา เป็นต้น • บรรณานุกรมสากล รวบรวมรายชื่อทรัพยากรสารสนเทศทุกประเภทโดยไม่จำกัด สาขาวิชา ภาษา หรือ ประเทศผู้ผลิต เช่น Union List of Serials in Thailand • บรรณานุกรมร้านค้า รวบรวมสิ่งพิมพ์ หรือรายชื่อหนังสือที่ จัดทำโดยร้านค้า หรือสำนักพิมพ์เพื่อประโยชน์ทางด้านธุรกิจ เช่น Books in Print • บรรณานุกรมเลือกสรร รวบรวมรายชื่อทรัพยากร สารสนเทศที่เลือกสรรแล้วว่าดี มีคุณค่า เช่น The Reader's Adviser : A Longman's Guide to Literature
ページ37:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 994494LADY ดรรชนีและสาระสังเขป (Indexes and abstracts) รวบรวมรายการทางบรรณานุกรมบทความและบทคัดย่อ 35 • ดรรชนีวารสาร เช่น Readers' Guide to Periodical Literature ดรรชนีวารสารการศึกษาแห่งชาติ • ดรรชนีหนังสือพิมพ์ เช่น สยามจดหมายเหตุ : บันทึก ข่าวสารและเหตุการณ์ 2) วารสารและหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง (Serial) หมายถึง สิ่งพิมพ์ที่ออกต่อเนื่องกัน มีกำหนดออก แน่นอน เช่น รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน รายปักษ์ โดยจำแนก ดังนี้ * (1) วารสาร (periodicals) เป็นสิ่งพิมพ์ที่กำหนดออกแน่นอน ต่อเนื่องที่พิมพ์ออกเผยแพร่ โดยสม่ำเสมอ มี ชื่อเรียกโดยเฉพาะ เสนอเนื้อเรื่อง ในรูปของบทความแบ่งปันคอลัมน์หลายประเภท เขียนโดยผู้เขียนหลายคน ขอบเขตของ เนื้อเรื่องอาจเป็นเรื่องเดียวกันหรือต่างกัน และจะจบในฉบับหรือต่อเนื่องกันจนจบในหลายฉบับก็ได้ วารสารส่วนมากมี ส่วนประกอบที่คล้ายกัน ได้แก่ มีเลขลำดับที่ของเล่ม (Volume) ฉบับที่ (number) วันเดือนปี (date) ประจำฉบับ เลข ประจำวารสารสากล (International Standard Serial Number-ISSN) มีการจัดทำวารสารหลายลักษณะ ซึ่งแต่ละ ลักษณะมีชื่อเรียก ดังนี้ 1.1 นิตยสาร (magazine) เป็นสิ่งพิมพ์ที่ให้ความบันเทิงและความรู้ทั่วไป บทความในนิตยสารไม่เน้นหนัก ทางด้านวิชาการ การเสนอเนื้อเรื่องมีหลายรูปแบบ อาจเป็นสารคดี ชีวประวัติบุคคลในข่าว ข่าวและสรุปข่าวความเคลื่อนไหว ของเหตุการณ์ต่างๆ เช่น ไทม์แมกกาซีน อนุสาร อ.ส.ท. เป็นต้น 1.2 วารสารทางวิชาการ (journal) เป็นสิ่งพิมพ์ที่จัดพิมพ์ โดยสมาคมทางวิชาการสถาบันหรือหน่วยงาน วิชาการสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง ขอบเขตของเนื้อเรื่องประกอบด้วยบทความ รายงาน และข่าวความเคลื่อนไหวในวงการเพื่อ ส่งเสริมให้ผู้อ่านมีความรู้ทันความก้าวหน้าของวิชาการนั้นๆ เช่น สารสนเทศศาสตร์ วารสารรามคำแหง เศรษฐกิจปริทรรศน์ เป็นต้น 1.3 วารสารวิเคราะห์และวิจารณ์ข่าว (review journal)เป็นสิ่งพิมพ์ที่เสนอข่าวในรูปของการวิเคราะห์ วิจารณ์ ข่าวที่นำเสนอส่วนใหญ่ ได้แก่ ข่าวเศรษฐกิจการเมือง สังคมและวัฒนธรรม นอกจากนี้ ยังเสนอสารคดี และเสนอสาร คดี และคอลัมน์เบ็ดเตล็ดด้วย เช่น มติชนสุดสัปดาห์ สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ เป็นต้น (2) หนังสือพิมพ์ (newspaper) สิ่งพิมพ์ที่ออกตามระยะเวลาที่กำหนดอย่างสม่ำเสมอ และติดต่อกันไป ตามลำดับ โดยปกติออกเป็นรายวัน บางซื่ออาจออกเป็นราย 2 วัน หรือรายสัปดาห์ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอข่าวที่น่าสนใจทั้ง ภายใน และภายนอกประเทศที่ทันต่อ เหตุการณ์ เช่น ข่าวเกี่ยวกับการเมือง ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา การกีฬา ธุรกิจ การค้า การบันเทิง บทความโฆษณาหรือแจ้งความ 3) จุลสารและกฤตภาค * จุลสาร (pamphlets) หมายถึง สิ่งพิมพ์ที่ให้สารสนเทศเรื่องใดเรื่องหนึ่ง อาจเป็นความรู้ในรูปของบทความ ทางวิชาการต่างๆ ที่มีประโยชน์ หรือเป็นความรู้ที่หน่วยงานหรือสมาคมต้องการเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ เช่น จุลสารกรม ควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ปัจจุบันจุลสารจะเป็นลักษณธจุลสารอิเล็กทรอนิกส์ กล่าวคือ ให้บริการผ่านเว็บไซต์ของ หน่วยงาน เช่น จุลสารราชดำเนินของสมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ผู้ใช้สามารถเข้าถึงจุลสารอิเล็กทรอนิกส์ ได้ที่เว็บไซต์ของสมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย http://www.tja.or.th/index.php?
ページ38:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 36 กฤตภาค (clipping) หมายถึง สิ่งพิมพ์ที่บรรณารักษ์หรือผู้บริการสารสนเทศจัดทำขึ้น โดยคัดเลือกบทความ เหตุการณ์สำคัญ เรื่องราวต่างๆ รูปภาพ จากนิตยสาร หนังสือพิมพ์ จุลสาร หรือสิ่งพิมพ์อื่นๆ แล้วนำมาผนึกติดกับกระดาษ ให้หัวเรื่อง ระบุที่มาของสารสนเทศแต่ละเรื่อง ปัจจุบันมีสถาบันบริการสนเทศเชิงพาณิชย์ จัดทำฐานข้อมูลกฤตภาคออนไลน์ ให้บริการโดยคิดค่าบริการ เช่น ฐานข้อมูล IQNewsClip ฐานข้อมูล NewsCenter นักศึกษาอ่านเพิ่มเติมในฐานข้อมูลออนไลน์ * 4) ต้นฉบับตัวเขียน (manuscript) หมายถึง ทรัพยากรสารสนเทศที่ยังไม่มีการจัดพิมพ์เพื่อเผยแพร่ อาจเป็น ต้นฉบับตัวเขียนหรือต้นฉบับที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ หนังสือตัวเขียน โบราณ จดหมายโต้ตอบ บันทึกการปฏิบัติงาน รายงาน การค้นคว้าวิจัย บันทึกราชการ เป็นต้น ทรัพยากรสารสนเทศประเภทสื่อไม่ตีพิมพ์ (non-printed materials) หมายถึง การบันทึกสารสนเทศลง บนวัสดุอื่นๆ ที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการตีพิมพ์ โดยสื่อความหมายโดยภาพ เสียง หรือ ทั้งภาพและเสียง เช่น * 1) สื่อโสตทัศน์ (Audio-visual materials) เป็นวัสดุที่สื่อสารโดยการฟัง การเห็น และการฟังประกอบด้วย โสตวัสดุ ทัศนวัสดุ และโสตทัศน์ และเป็นสารสนเทศประเภทสื่อไม่ตีพิมพ์ เช่น หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น 2) วัสดุย่อส่วน (Micrographic) หรือ (Microforms) วัสดุที่บันทึกสารสนเทศจากสิ่งพิมพ์ที่เป็นหนังสือ วารสาร หนังสือพิมพ์ วิทยานิพนธ์ จดหมายโต้ตอบ หนังสือหายาก ต้นฉบับ โดยการถ่ายในลักษณะย่อส่วนลงบนแผ่นฟิล์ม ขนาดเล็ก เพื่อประหยัดเนื้อที่ในการเก็บและป้องกันการฉีกขาดทำลาย เช่น ไมโครฟิล์ม ทรัพยากรสารสนเทศประเภทสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (electronic materials) หมายถึง ทรัพยากรสารสนเทศที่ บันทึกด้วยรูปแบบทางอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์และดิจิทัลไฟล์ สามารถจำแนกได้ตามสื่อที่บันทึก เช่น ประเภทแถบแม่เหล็ก เช่น แผ่นจานแม่เหล็กชนิดอ่อน (Floppy disk) และสื่อประเภทจานแสง (Optical disk) เช่น แผ่นซีดี-รอม บันทึกอักขระแบบ ดิจิตอลไม่สามารถอ่านได้ เครื่องคอมพิวเตอร์บันทึกและอ่านข้อมูล เช่น ฐานข้อมูล หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ วารสาร อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น • การจัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศห้องสมุด ทรัพยากรสารสนเทศห้องสมุดมีความหลากหลายทั้งด้านรูปแบบและเนื้อหา ประกอบกับห้องสมุดแต่ละแห่งมี จำนวนทรัพยากรสารสนเทศมากน้อยแตกต่างกันไปตามขนาดของห้องสมุดและประเภทของห้องสมุด ห้องสมุดได้มีการจัดหา ทรัพยากรสารสนเทศเข้ามาตลอดเวลาและเป็นจำนวนมากเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ ห้องสมุดจึงต้องมีระบบการ จัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศเพื่อให้ สามารถจัดเก็บอย่างเป็นระบบระเบียบเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการจัดเก็บและค้น คืน * วิธีการจัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศห้องสมุดโดยทั่วไป มีวิธีการจัดเก็บ ดังนี้ 1) การจัดเก็บตามเนื้อหาของทรัพยากรสารสนเทศ การจัดเก็บตามเนื้อหาของทรัพยากรสารสนเทศ คือ การพิจารณาเนื้อหาสาระของทรัพยากรสารสนเทศเป็นสำคัญ เนื้อหาเหมือนกันจัดเก็บที่เดียวกัน เนื้อหาใกล้เคียงกันจัดเก็บใกล้กัน โดยส่วนใหญ่การจัดเก็บลักษณะนี้จะนิยมใช้กับ ทรัพยากรสารสนเทศประเภทหนังสือ เรียกว่า การจัดหมวดหมู่ หนังสือ การจัดหมวดหมู่หนังสือ หมายถึง การจัดหนังสือให้เป็นระบบโดยพิจารณาเนื้อหาสาระของหนังสือเป็นสำคัญ มีการ กำหนดสัญลักษณ์แสดงเนื้อหาของหนังสือแต่ละประเภท สัญลักษณ์ที่กำหนดขึ้นนี้เป็นเครื่องหมายระบุตำแหน่งของหนังสือ
ページ39:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ VALLILLAY 37 ทุกเล่มในห้องสมุด หนังสือที่มีเนื้อหาเดียกันหรือประพันธ์วิธีเดียวกันจะมีสัญลักษณ์เหมือนกัน จัดวางอยู่ในที่เดียวกัน ส่วน หนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่อง สัมพันธ์กันจะมีสัญลักษณ์ใกล้เคียงกัน จัดวางอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ไกลกัน ประโยชน์ของการจัดหมวดหมู่หนังสือ (1) ทำให้หนังสือทุกเล่มในห้องสมุดมีสัญลักษณ์และมีตำแหน่งการจัดวางที่แน่นอน (2) ช่วยให้ผู้ใช้ห้องสมุดสามารถค้นหาหนังสือได้ง่าย (3) ทำให้หนังสือที่มีเนื้อเรื่องหรือการประพันธ์วิธีแบบเดียวกันรวมอยู่ในที่เดียวกัน (4) ผู้ใช้บริการห้องสมุดสามารถค้นหาหนังสือที่ต้องการได้โดยง่ายทั้งยังช่วยให้ผู้ใช้ได้รู้จักหนังสือเล่มอื่นๆเพิ่มเติม (5) ทำให้หนังสือที่มีเนื้อเรื่องสัมพันธ์กันอยู่ไม่ไกลกัน ช่วยให้ผู้ใช้ห้องสมุดสามารถศึกษาเรื่องราวที่เกี่ยวโยง ต่อเนื่องกันได้โดยสะดวก (6) ช่วยห้าเจ้าหน้าที่ห้องสมุดจัดเก็บหนังสือคืนที่ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ทำให้ห้องสมุดสามารถให้บริการแก่ผู้ใช้ได้ รวดเร็วและกว้างขวางขึ้น (7) ช่วยให้ทราบว่าห้องสมุดมีหนังสือในแต่ละสาขาวิชาแต่ละเรื่องมากน้อยเท่าใด ระบบการจัดหมวดหมู่หนังสือที่นิยมใช้ในห้องสมุดเพื่อการจัดหมวดหมู่หนังสือทั่วไป ได้แก่ (1) ระบบทศนิยมดิวอี้ (Dewey Decimal Classification: D.G. หรือ D.D.C.) * ระบบทศนิยมดิวอี้ เป็นระบบการจัดหมวดหมู่ที่นิยมใช้แพร่หลาย สำหรับประเทศไทยห้องสมุดโรงเรียน และ ห้องสมุดประชาชนส่วนใหญ่ใช้ระบบการจัดหมวดหมู่นี้ มีการแบ่งหมวดหมู่ เนื้อหาสาระออกเป็น 10 หมวดใหญ่ โดยใช้ สัญลักษณ์คือ ตัวเลขอารบิกล้วน 3 หลัก พร้อมจุดทศนิยมไม่จำกัดตำแหน่ง ระบบนี้จึงเรียกว่า ระบบสัญลักษณ์บริสุทธิ์ (pure notation) วิธีการจัดหมวดหมู่ของระบบทศนิยมดิวอี้ มีดังนี้ 1) การแบ่งครั้งที่ 1 เป็นการแบ่งความรู้ออกเป็น 10 หมวดใหญ่โดยใช้ตัวเลข จำนวน 3 หลักดังนี้ วิทยาการคอมพิวเตอร์ สารสนเทศ และ ความรู้ทั่วไป 000 ปรัชญาและจิตวิทยา ศาสนา 100 200 300 สังคมศาสตร์ 400 ภาษา 500 วิทยาศาสตร์ 600 เทคโนโลยี 70 ศิลปะและนันทนาการ 800 วรรณคดี 900 ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ 2) การแบ่งครั้งที่ 2 เป็นการแบ่งเลขตัวที่ 22 เพื่อใช้แทนเนื้อหาย่อยในหมวดใหญ่ เช่น 300 310 320 330 สังคมศาสตร์ การรวบรวมสถิติต่าง ๆ โดยทั่วไป รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ๆ
ページ40:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ เป็นต้น และการแบ่งครั้งที่ 3 เป็นการแบ่งเลขตัวที่ 3 เพื่อใช้แทนเนื้อหาย่อยในหมวดรอง เช่น 330 331 เศรษฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์แรงงาน 332 เศรษฐศาสตร์การเงิน 38 333 เศรษฐศาสตร์ที่ดินและพลังงาน เป็นต้น 3) การแบ่งระดับทศนิยม เป็นการแบ่งต่อจากการแบ่งครั้งที่ 3 โดยใช้เลขทศนิยม ขึ้นอยู่กับลักษณะเนื้อหาที่ เฉพาะเจาะจงลงไปเรื่อยๆ เช่น 332 332.1 332.109741 เศรษฐศาสตร์การเงิน ธนาคารและการธนาคาร ธนาคารและการธนาคารในประเทศแคนาดา เป็นต้น (2) ระบบหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน (Library of Corvress Classification: LC. หรือ L.C.C.) ระบบหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน เป็นระบบที่ใช้จัดหมวดหมู่หนังสือ ณ หอสมุดรัฐสภาอเมริกันซึ่งเป็นหอสมุด แห่งชาติของสหรัฐอเมริกา แต่ในปัจจุบันระบบนี้นิยมใช้แพร่หลายทั่วโลก สำหรับประเทศไทยห้องสมุดที่นิยมใช้ระบบนี้ ได้แก่ ห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา และห้องสมุดเฉพาะ เนื่องจากระบบนี้มีการแบ่งเนื้อหาสาระอย่างกว้างขวาง จึงเหมาะสำหรับ ห้องสมุดที่มีทรัพยากรสารสนเทศจำนวนมาก และหลากหลายสาขาวิชาตัวเลขอารบิกผสมกัน สัญลักษณ์ที่ใช้ในการจัดหมวดหมู่ คือ ตัวอักษรโรมัน และตัวเลขอารบิกผสมกัน ลักษณะแบบนี้จึงเรียกว่าเป็น ระบบสัญลักษณ์ผสม (Mix notation) มีการแบ่งหมวดหมู่เนื้อหาสาระออกเป็น 20 หมวดใหญ่ โดยใช้ตัวอักษร 21 ตัว คือ อักษร A - Z (ยกเว้น IO W X Y ไม่ใช้ในการจัดหมวดหมู่) และ ตัวเลข 1 - 9999 กับทศนิยมไม่จำกัดตำแหน่ง วิธีการจัดหมวดหมู่ของระบบหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน มีดังนี้ 1) การแบ่งหมวดหมู่ครั้งที่ 1 แบ่งเนื้อหาออกเป็น 20 หมวดใหญ่ ใช้ตัวอักษร A - Z ดังนี้ A B C D E-F G J 0 I → X 4 X K L M ความรู้ทั่วไป ปรัชญา จิตวิทยา ศาสนา ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์โลก และประวัติศาสตร์ยุโรป เอเชีย แอฟริกา ประวัติศาสตร์อเมริกา ภูมิศาสตร์ โบราณคดี นันทนาการ สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ กฎหมาย การศึกษา ดนตรี
ページ41:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 944494AY N Q Z PORSTU > N ศิลปกรรม ภาษาและวรรณคดี วิทยาศาสตร์ แพทยศาสตร์ เกษตรศาสตร์ เทคโนโลยี วิทยาการทหาร นาวิกศาสตร์ บรรณานุกรม บรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ 2) การแบ่งหมวดย่อย โดยการเพิ่มตัวอักษรอีก 1 ตัว เช่น Q วิทยาศาสตร์ QA คณิตศาสตร์ QB ดาราศาสตร์ เป็นต้น 39 เช่น 3) เป็นการแบ่งหมู่ย่อย เป็นการแบ่งเนื้อหาให้มีความเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้นโดยการเพิ่มตัวเลข และจุดทศนิยม QA คณิตศาสตร์ QA303 แคลคูลัสที่เป็นงานเขียนทั่วไปจัดพิมพ์ก่อนปี ค.ศ. 2000 QA303.5.D37 การประมวลผลข้อมูลของแคลคูลัส เป็นต้น 2) การจัดเก็บตามลักษณะของทรัพยากรสารสนเทศ การจัดเก็บตามลักษณะของทรัพยากรสารสนเทศ คือ การจำแนกประเภทของทรัพยากรสารสนเทศของ ห้องสมุด แล้วกำหนดสัญลักษณ์สำหรับทรัพยากรนั้นเพื่อใช้ในการจัดเก็บ ห้องสมุดมักใช้การจัดเก็บลักษณะนี้กับทรัพยากร สารสนเทศอื่นที่ไม่ใช่หนังสือ เช่น วารสาร หนังสือ จุลสารเป็นต้น และสำหรับทรัพยากรสารสนเทศประเภทหนังสือบันเทิงคดี ที่นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับสาระบันเทิงมากกว่าหนังสือประเภทสารคดี การจัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศตามประเภทของทรัพยากร มีดังนี้ (1) หนังสือบันเทิงคดี ได้แก่ นวนิยาย เรื่องสั้น กวีนิพนธ์ และหนังสือสำหรับเด็กและเยาวชน มีการจัดเก็บบนชั้น เช่นเดียวกันกับหนังสือ แต่นิยมกำหนดสัญลักษณ์พิเศษแทนการจัดหมวดหมู่สัญลักษณ์ที่นิยมใช้มีดังนี้ นวนิยาย ภาษาไทยใช้ ภาษาอังกฤษใช้ น หรือ นว (นวนิยาย) เรื่องสั้น ภาษาไทยใช้ FIC (Fiction) รส (เรื่องสั้น) ภาษาอังกฤษใช้ SC (Short Story Collection)
ページ42:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 40 * หนังสือสําหรับเด็ก ภาษาไทยใช้ ภาษาอังกฤษใช้ (2) วารสารจำแนกออกเป็น 2 ลักษณะ ดังนี้ ย (เยาวชน) JUV หรือ J (Juvenile) (2.1) วารสารฉบับใหม่ คือ วารสารฉบับล่าสุดที่ตีพิมพ์เผยแพร่เป็นปัจจุบันจัดเก็บบนชั้นเอียง โดยจัดเรียง ตามลำดับอักษรของชื่อวารสาร จากซ้ายไปขวา (2.2) วารสารฉบับย้อนหลัง หรือฉบับล่วงเวลา หมายถึง วารสารที่ไม่ใช่ฉบับล่าสุดเพราะมีฉบับที่ใหม่กว่า พิมพ์ออกมาอีก โดยทั่วไปห้องสมุดจัดเก็บรวบรวมไว้กับวารสารย้อนหลังฉบับก่อน ๆ รอจนครบปีแล้วจึงนำไปเย็บเล่ม โดย วารสารฉบับย้อนหลังจะจัดเก็บไว้บนชั้นเหมือน หนังสือ และจัดเรียงตามลำดับอักษรของชื่อวารสาร หรือบางแห่งมีการจัด หมวดหมู่เช่นเดียวกันกับ หนังสือและจัดเก็บไว้รวมกันหนังสือ (3) หนังสือพิมพ์ รูปเล่มของหนังสือพิมพ์มีขนาดใหญ่กว่าสิ่งพิมพ์ประเภทอื่น ใช้กระดาษคุณภาพต่ำ และไม่มีการเย็บเล่ม ทำ ให้ปลิวหลุดหายได้ง่าย ห้องสมุดทั่วไปจัดเก็บหนังสือพิมพ์ ดังนี้ (3.1) หนังสือพิมพ์ฉบับใหม่ ห้องสมุดใช้ไม้แขวนสำหรับแขวนหนังสือพิมพ์ รายวันแต่ละฉบับที่บอกรับเพื่อ ไม่ให้ยับและให้เห็นชื่อหนังสือพิมพ์ได้ง่าย จัดเก็บโดยวางไว้บนที่วางหนังสือพิมพ์โดยเฉพาะ เพื่อสะดวกแก่การอ่านและจะ เปลี่ยนฉบับใหม่ทุกวัน (3.2) หนังสือพิมพ์ฉบับย้อนหลัง โดยปกติห้องสมุดไม่นิยมเย็บเล่ม หนังสือพิมพ์แบบวารสาร เพราะ สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายและเปลืองเนื้อที่เก็บ ห้องสมุดโดยทั่วไปจะเก็บหนังสือพิมพ์ฉบับย้อนหลังไว้ระยะหนึ่งประมาณ 1 – 2 ปี จากนั้นจะพิจารณานำมาทำเป็นกฤตภาค หรือถ่ายเป็นวัสดุย่อส่วนเก็บไว้ในรูปของไมโครฟิล์ม นอกนั้นจะถูกจำหน่ายออกเพื่อ ประหยัดเนื้อที่ในการจัดเก็บ (4) จุลสาร และกฤตภาค มีวิธีการจัดเก็บ ดังนี้ การจัดเก็บโดยการกำหนดหัวเรื่อง ห้องสมุดบางแห่งจัดเก็บโดยการใช้ระบบการกำหนดหัวเรื่อง มีการเขียน หัวเรื่องกำกับไว้ที่มุมของปก หรือมุมกระดาษ แล้วจึงจัดเก็บหัวเรื่องเดียวกันไปไว้ในแฟ้มเดียวกัน ปิดป้ายชื่อหัวเรื่องที่แฟ้ม นำ แฟ้มไปเก็บไว้ในตู้เก็บเอกสาร (vertical file) เรียงตามลำดับอักษรของหัวเรื่อง ที่หน้าลิ้นชักมีตัวอักษรกำกับเพื่อให้ทราบว่า แต่ละลิ้นชักมีแฟ้มเริ่มต้นจากอักษรตัวใดถึงตัวใด ในขณะที่ห้องสมุดบางแห่งมีจุลสารและกฤตภาคจำนวนไม่มากจัดเก็บจุล สารที่มีหัวเรื่องกำกับแล้วในกล่องเหล็ก หรือกล่องกระดาษ (5) สื่อโสตทัศน์ และวัสดุย่อส่วน ห้องสมุดโดยทั่วไปนิยมจัดเก็บสื่อโสตทัศน์ และวัสดุย่อส่วนแยกประเภทออกจากชั้นหนังสือ และจัดหมวดหมู่ โดยกำหนดสัญลักษณ์ตามประเภทของสื่อนั้นๆ แล้วตามด้วยเลขทะเบียน โดยจัดให้บริการในระบบชั้นปิด คือ การที่ผู้ใช้ติดต่อ กับเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการเพื่อการใช้งานทรัพยากรสารสนเทศ สัญลักษณ์ที่ใช้ในการจัดหมวดหมู่ของสื่อโสตทัศน์ และวัสดุย่อส่วน ดังตัวอย่าง เช่น Cassettetape CT แถบบันทึกเสียงชนิดตลับ VC หรือ VR วีดิทัศน์ MF ไมโครฟิล์ม SL สไลด์ Video cassette tape หรือ Video reel Microfilm Slide
ページ43:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ * เลขเรียกหนังสือ (Call number) 41 เลขเรียกหนังสือ คือ สัญลักษณ์ที่ห้องสมุดกำหนดให้กับหนังสือทุกเล่มในห้องสมุด ประกอบด้วยส่วนสำคัญ ๆ 3 ส่วน คือ เลขหมู่หนังสือ (dass number) เลขผู้แต่ง (author number) และอักษรชื่อเรื่อง (workmark) 1) เลขหมู่หนังสือ เป็นสัญลักษณ์ที่กำหนดขึ้นเพื่อแสดงเนื้อหาสาระของ นังสือและ/หรือประพันธ์วิธีของหนังสือ นั้น ๆ การกำหนดสัญลักษณ์เพื่อแสดงเนื้อหาและ/หรือ ประพันธ์วิธีของหนังสือนั้นอาจแตกต่างกันตามระบบการจัดหมู่ หนังสือ ดังได้กล่าวมาแล้ว 2) เลขผู้แต่ง เป็นสัญลักษณ์ที่ประกอบด้วยตัวอักษรและตัวเลข ตัวอักษรได้มาจากอักษรตัวแรกของชื่อที่ใช้ลง รายการหลักในบัตรรายการ พยัญชนะ และตัวสะกดของชื่อนั้น ๆ เช่น ส่วนตัวเลขนั้นบรรณรักษ์เป็นผู้กำหนดขึ้นโดยใช้ตารางกำหนดเลขผู้แต่งเพื่อบ่งบอกถึงลำดับสระ ตามตารางกำหนดเลขผู้แต่งหนังสือภาษาไทยของสำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยทักษิณ ผู้แต่งชื่อ วาทินี มีเลขผู้แต่งเป็น ผู้แต่งชื่อ กาญจนา มีเลขผู้แต่งเป็น 2434 ก475 3) อักษรชื่อเรื่อง เป็นสัญลักษณ์ได้มาจากพยัญชนะตัวแรกของชื่อหนังสือ ในห้องสมุดขนาดใหญ่ที่มีหนังสือเป็น จำนวนมาก โอกาสที่หนังสือจะมีเลขหมู่ซ้ำกัน เลขผู้แต่งกันย่อมมีได้มาก ห้องสมุดจึงช่วยให้ผู้ใช้เห็นความแตกต่างของหนังสือ แต่ละเล่มโดยใส่อักษรตัวแรกของชื่อเรื่องไว้ในเลขเรียกหนังสือด้วย อักษรชื่อเรื่องนี้จะอยู่ถัดจากเลขผู้แต่ง ตัวอย่างเลขเรียกหนังสือ หนังสือชื่อ คู่มือศัลยประสาททางสัตว์เลี้ยง ผู้เขียนคือ ภัคธร ลิ่วเฉลิมวงศ์ เลขหมู่ คือ SF895 * เลขผู้แต่ง คือ ก321 อักษรชื่อเรื่อง คือ ค เลขเรียกหนังสือที่สันหนังสือคือ SF895 ภ321ค นอกจากส่วนประกอบสำคัญดังกล่าวแล้ว เลขเรียกหนังสืออาจมีสัญลักษณ์อื่นเพิ่มเติมได้ เช่น (1) สัญลักษณ์ “ล” หรือ “V” คือการระบุเล่มที่ สำหรับหนังสือชุดที่มีหลายเล่มจบ (2) สัญลักษณ์ “ฉ.” หรือ “c.” คือการระบุฉบับที่ สำหรับหนังสือเรื่องเดียวกันแต่มีหลายฉบับซ้ำกัน (3) อักษรที่กำกับเหนือเลขหมู่ สำหรับสิ่งพิมพ์ที่ห้องสมุดจัดเป็นสิ่งพิมพ์พิเศษ เช่น อักษร อ หรือ อักษร วพ หรือ R Thesis สำหรับหนังสืออ้างอิง สําหรับวิทยานิพนธ์ อักษร สร หรือ เป็นต้น GP สิ่งพิมพ์รัฐบาล
ページ44:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ การจัดการสารสนเทศของหน่วยงานอื่น ๆ 42 หน่วยงานต่าง ๆ มีการจัดการสารสนเทศเพื่อเอื้อต่อใช้งานทั้งของบุคลากรของหน่วยงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ปัจจุบันหน่วยงานมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาเป็นเครื่องมือสำหรับการจัดการสารสนเทศของหน่วยงาน กระบวนการจัดการสารสนเทศของหน่วยงานมีขั้นตอนการดำเนินการเรียกว่า วงจรการพัฒนาระบบงานสำหรับ ระบบสารสนเทศ (System Development Life Cycle – SDLC) ซึ่งแบ่งออกเป็น 7 ขั้นตอน คือ * ขั้นตอนที่ 1 ค้นหาปัญหา โอกาสและเป้าหมาย (identifying problems, opportunity ซึ่งในขั้นตอนนี้ เป็น การศึกษาเพื่อเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในหน่วยงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่เกิดขึ้นจากการจัดเก็บ การเรียกใช้สารสนเทศ เช่น มีการตำหนิจากลูกค้า การสูญเสีย ยอดขายหรือยอดขายลดลง เป็นต้น ขั้นตอนที่ 2 พิจารณาความต้องการสารสนเทศ (determining information requirements) ซึ่งใ ) ซึ่งในขั้นตอน ดังกล่าวเป็นการพิจารณาหรือรวบรวมความต้องการจากผู้ใช้ในหน่วยงาน และภายนอกหน่วยงาน ซึ่งวิธีการพิจารณาความ ต้องการสารสนเทศอาจจะใช้วิธีรวบรวมความต้องการ โดยอาจเลือกวิธีการใดวิธีการหนึ่ง เช่น การสัมภาษณ์ การรวบรวม เอกสาร แบบสอบถาม การสังเกตการณ์ เป็นต้น ขั้นตอนที่ 3 วิเคราะห์ความต้องการของระบบสารสนเทศ (analyzing system needs) เมื่อได้ทราบความ ต้องการของผู้ใช้ระบบสารสเนทศ และที่สำคัญต้องเข้าใจระบบสารสนเทศเดิมว่าทำงานอย่างไร หลังจากนั้นจะต้องทำการ วิเคราะห์ความต้องการระบบใหม่ โดยใช้เครื่องมือต่าง ๆ การสร้างแผนภาพกระแสข้อมูล ๆ แผนภาพกระแสข้อมูล (data flow diagrams – DFD) เป็นแผนภาพที่แสดงให้เห็นถึงทิศทางการไหลของข้อมูลที่ มีอยู่ในระบบ และการดำเนินงานที่เกิดขึ้นในระบบ ขั้นตอนที่ 4 4 ออกแบบระบบสารสนเทศ (Designing the recommended system) โดยออกแบบระบบใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้และผู้บริหาร ซึ่งในขั้นตอนนี้จะเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเลือกฮาร์ดแวร์และ ซอฟต์แวร์ ตลอดจนการออกแบบอินพุด (input design) ครอบคลุมการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบสารสนเทศ การออกแบบ เอาต์พุต (output design) ครอบคลุมการออกแบบรายงานทั้งแสดงผลหน้าจอและกระดาษ และออกแบบยูสเซอร์อินเตอร์ เฟซ (user interface design) ครอบคลุมการออกแบบเมนู การออกแบบหน้าจอระบบสารสนเทศ ขั้นตอนที่ 5 พัฒนาซอฟต์แวร์และจัดทำเอกสาร (Developing Software) โดยในขั้นตอนที่ 5 ประกอบด้วย งานกิจกรรมย่อย คือ เขียนโปรแกรม จัดทำ คู่มือการใช้งานโปรแกรม และฝึกอบรมผู้ใช้ที่เกี่ยวข้องในระบบ ขั้นตอนที่ 6 ทดสอบและบำรุงรักษาระบบ (testing and maintaining the system) ในขั้นตอนนี้เป็นการ ทดสอบระบบสารสนเทศ โดยอาจจะให้ผู้ใช้ตรวจสอบว่าโปรแกรมทำงานตามที่ ต้องการหรือไม่ หรือถ้าเกิดข้อผิดพลาดของ โปรแกรม ให้ปรับปรุงแก้ไข ขั้นตอนที่ 7 ดำเนินงานและประเมิน (implementing and evaluating the system) ในขั้นตอนสุดท้าย เป็น การวางแผนสำหรับการติดตั้งระบบสารสนเทศโดยมีวิธีการดังนี้ 1. ติดตั้งเพื่อใช้งานใหม่ทันที (direct changeover) โดยยกเลิกการใช้งานระบบเก่า และเริ่มใช้ระบบงานใหม่ ทันที ซึ่งมีข้อดีคือเสียค่าใช้จ่ายน้อย แต่มีความเสี่ยงสูง และสามารถเลื่อนกำหนดการใช้งานระบบใหม่ออกไปได้ หาก หน่วยงานหรือผู้ใช้งานยังไม่มีความพร้อมสำหรับระบบใหม่ 2. การติดตั้งระบบแบบคู่ขนาน (parallel running) ใช้งานระบบใหม่ไปพร้อมกับระบบเก่า โดยสามารถ เปรียบเทียบผลการดำเนินงานระหว่างระบบใหม่กับระบบเก่าได้ ข้อเสียคือ เสียค่าใช้จ่ายสูง ผู้ใช้อาจเกิดความสับสน
ページ45:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 444494 43 3. การติดตั้งระบบแบบโครงการนำร่อง (single location changeover | pilot project) ใช้ระบบงานใหม่ เพียงหน่วยเดียวก่อน แล้วจึงค่อยปรับเปลี่ยนทั้งหมดเมื่อทุกอย่างลงตัว เสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า 2 แบบแรก ข้อดีคือความ เสียหายจะถูกจำกัดอยู่ที่หน่วย ๆ เดียว และสามารถ ติดตามผลและดูแลระบบใหม่ได้อย่างเต็มที่ 4. การติดตั้งระบบแบบเป็นช่วง ๆ (phased changeover) ใช้ระบบงานใหม่ เพียงบางส่วนก่อนระยะหนึ่ง ควบคู่ไปกับระบบงานเก่า แล้วจึงค่อยทยอยใช้ระบบงานใหม่เพิ่มขึ้นทีละส่วน จนกระทั่งครบทุกส่วนอย่างเต็มรูปแบบ ข้อดีคือ จำกัดความเสี่ยงได้ และเมื่อติดตั้งระบบเรียบร้อย นักวิเคราะห์และออกแบบระบบทำการประเมินผล เพื่อให้ทราบถึงความ พอใจของผู้ใช้ระบบหรือสิ่งที่ต้องแก้ไขปรับปรุง หรือปัญหาที่พบ 1 Identifying problems, opportunities, and objectives 2 Determining human information requirements 3 Analyzing 7 Implementing and evaluating the system system needs 4 Designing the recommended system * 6 Testing and maintaining the system 5 Developing and documenting software Systems Development Life Cycle-SDLC (ที่มา: Kendall & Kendall, 2011, pp.36) ประเภทของระบบสารสนเทศ ที่พัฒนาขึ้นสามารถจำแนกตามลักษณะการใช้งาน 7 ประเภท ดังนี้ 1. ระบบประมวลผลรายการเปลี่ยนแปลง (Transaction Processing Systems - TPS) ระบบสารสนเทศ ที่ออกแบบและพัฒนาเพื่อรองรับการดำเนินกิจกรรมประจำของบุคลากร โดยสารสนเทศส่วนใหญ่ที่จัดเก็บจะเน้นสารสนเทศ ภายในหน่วยงาน เช่น ระบบ ทะเบียนประวัติพนักงาน ระบบยืม-คืน เป็นต้น 2. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (Management Information Systems MIS) ระบบสารสนเทศที่ ออกแบบและพัฒนาขึ้นเพื่อจัดเก็บและรายงานสารสนเทศสำหรับ สำหรับผู้บริหาร สารสนเทศที่จัดเก็บและรายงาน ประกอบด้วยสารสนเทศภายในหน่วยงานและสารสนเทศภายนอกหน่วยงาน 3. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support Systems -- DSS) ระบบสารสนเทศที่ออกแบบและ พัฒนาสำหรับการจัดเก็บและนำเสนอสารสนเทสำหรับผู้บริหาร ซึ่ง สารสนเทศที่จัดเก็บและนำเสนอประกอบด้วยสารสนเทศ ภายในหน่วยงานและสารสนเทศภายนอกหน่วยงาน 4. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจแบบกลุ่ม (Group Decision Support Systems -- GDSS) ระบบสารสนเทศ ที่ออกแบบและพัฒนาเพื่อสนับสนุนกิจกรรมที่ต้องทำร่วมกันเป็นกลุ่ม โดยเฉพาะการตัดสินใจปัญหาที่มีลักษณะกึ่งโครงสร้าง และไม่มีโครงสร้าง 5. ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหาร (Executive Information Systems – EIS) ระบบสารสนเทศที่ออกแบบ และพัฒนาเพื่อผู้บริหารระดับสูงที่จะเรียกใช้สารสนเทศสำหรับการตัดสินใจ
ページ46:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 44 ญญ 6. ระบบสนับสนุนผู้บริหาร (Executive Support Systems -- ESS) ระบบสารสนเทศที่ออกแบบและพัฒนา ต่อจากระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหาร โดยเพิ่มเติมเครื่องมือทางด้านการวิเคราะห์ การคำนวณ และการสื่อสร เพื่อขยาย ขอบเขตความสามารถในการวิเคราะห์และการสื่อสาร เพื่องานที่ต้องใช้ความร่วมมือติดต่อประสานงานกันหลายฝ่าย 7. ระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert Systems) ระบบสารสนเทศออกแบบและพัฒนา โดยการประยุกต์วิธีการใช้เหตุผล ในขอบเขตที่เฉพาะเจาะจง เพื่อเสนอคำแนะนำ ตัวอย่างระบบสารสนเทศ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (management informationsystem - MIS) เป็นการจัดการสารสนเทศ ของหน่วยงานที่เอื้อต่อการใช้งานสำหรับผู้บริหาร บุคลากรของหน่วยงาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยสารสนเทศที่จัดเก็บส่วนใหญ่ เป็นสารสนเทศภายในหน่วยงาน เช่น นักศึกษา (นักศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก โดยจำแนกออกเป็น ส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค), บุคลากร บุคลากรสายวิชาการ บุคลากรสายสนับสนุน โดยจำแนกตามความเชี่ยวชาญหรือ ตำแหน่งทางวิชาการ) หลักสูตร เป็นต้น ระบบการจัดการสารสนเทศด้านการวิจัย เป็นการจัดการสารสนเทศเพื่อสนับสนุนพันธกิจด้านการวิจัยของ มหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพ ผู้ใช้สามารถค้นหาทุนการวิจัย นักวิจัย รายงานการวิจัย บทความวิจัย รวมทั้งเอกสารต่าง สำหรับการวิจัย เช่น แบบยื่นโครงการวิจัย ขออนุมัติทุนอุดหนุนการวิจัย เป็นต้น การจัดการสารสนเทศดิจิทัล ทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล หมายถึง สารสนเทศที่ผ่านกระบวนการแปลงรูปจากสิ่งตีพิมพ์เป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือ ดิจิทัล รวมทั้งทรัพยากรสารสนเทศที่ผลิตอยู่ในรูปดิจิทัลตั้งแต่แรก (born digital) การจำแนกประเภทของทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล ครรชิต มาลัยวงศ์ (2549) ได้แบ่งออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้ 1. ข้อความและเอกสารที่บันทึกไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ (Electronic texts 2. ภาพลักษณ์ ซึ่งรวมถึงภาพถ่าย (image) 3. เสียงและภาพเคลื่อนไหว (Multimedia) 4. แผนที่ (geospatial data) 5. ข้อมูลสถิติ (statistical data) กระบวนการจัดการทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล 1. การจัดหาและรวบรวมทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล การดำเนินการจัดหาและรวบรวมทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัลจะต้องอาศัยองค์ประกอบส่วนต่าง ๆ ในการ ดำเนินงานหลายส่วน ดังองค์ประกอบต่อไปนี้ ๆ (1) การบริหารโครงการ การหาทุน การจัดการงบประมาณ การเขียนคำอธิบายรายละเอียดงาน การตั้งเป้าหมาย และกำหนดกลุ่มเป้าหมาย การเขียนเอกสารรายงาน (2) การคัดเลือก ประเมิน เตรียมการทรัพยากรต้นฉบับ รวมถึง การคัดเลือกทรัพยากรบุคคลในตำแหน่งอื่นๆ เช่น ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขา ภัณฑารักษ์ หรืออาจารย์ การสงวนรักษาทรัพยากรต้นฉบับ การเตรียมวัสดุสำหรับแหล่งสารสนเทศ เป็นดิจิทัล การเข้ารหัสหรือถอดรหัส การจัดเก็บในแหล่งจัดเก็บที่ปราศจากการเป็นกรด การจัดส่งไปยังศูนย์กลางดำเนินการ แปลงสารสนเทศดิจิทัล การสร้างระเบียบบรรณานุกรมเบื้องต้นหรือการทำรายการสำหรับค้นหา การประเมินสถานะเกี่ยวกับ ลิขสิทธิ์ของทรัพยากรต้นฉบับ
ページ47:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 45 (3) การแปลงสารสนเทศเป็นดิจิทัล ได้แก่ การจับภาพ (digital capture) การสแกนหรือการทำภาพเป็นดิจิทัล การดำเนินการทางเทคนิคส่วนของฮาร์ดแวร์และซอฟท์ข้อมูล การแปลงรูปแบบข้อมูล การสร้างเมตาเดด้า และจัดการเมตา เดต้า การทำรายการ และทำดัชนีให้กับทรัพยากรดิจิทัล การตรวจสอบวิธีการปฏิบัติและการประเมินคุณภาพงาน การทำ เอกสารคู่มือแนะแนวการแปลงสารสนเทศเป็นดิจิทัล ทั้งสำหรับบุคลากรประจำและอาสาสมัคร (4) การสนับสนุนทางด้านเทคนิค ได้แก่ การสร้าง หรือใช้งานระบบทางเทคนิคในการสร้าง จัดการหรือนำส่ง ทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล ส่วนสนับสนุนระบบและเครือข่าย ส่วนสนับสนุนด้านฮาร์ดแวร์และบำรุงรักษาระบบ การติดตั้ง ซอฟต์แวร์ การปรับปรุง ระบบ และการจัดการสิทธิ์ในการเข้าใช้ (5) กิจกรรมก่อนดำเนินการแปลงทรัพยากรเป็นดิจิทัล ได้แก่ การพัฒนา เครื่องมือนำส่งและเครื่องมือค้นหา การ ออกแบบกราฟิกและการแก้ไข การจัดการภาพก่อนการสแกน การจัดการเว็บเซิร์ฟเวอร์ และการจัดการทางเทคนิค การนำกล ยุทธ์การตลาดออนไลน์ มาใช้ รวมถึงการจัดการสิทธิดิจิทัล และการทำการค้าอิเล็กทรอนิกส์ (6) การจัดการวางแผนระยะยาวสำหรับทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล ทั้งการสงวนรักษาและการจัดการวัสดุหายาก ในรูปแบบดิจิทัล การสร้างสวนแนะนำการใช้สำหรับผู้ใช้ และยังรวมไปถึงการเคลื่อนย้ายทรัพยากรดิจิทัลไว้ในที่ๆเหมาะสม 2. การผลิตทรัพยากรสารสนเทศในรูปแบบดิจิทัล การผลิตทรัพยากรสารสนเทศในรูปแบบดิจิทัลจำเป็นต้องอาศัยการดำเนินงานทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องหลายส่วน ด้วยกัน ซึ่งกระบวนการที่สำคัญในการผลิตและพัฒนาทรัพยากร สารสนเทศดิจิทัล ได้แก่ การแปลงทรัพยากรสารสนเทศเป็น รูปแบบดิจิทัล การสงวนรักษาทรัพยากรสารสนเทศและการเก็บรักษาทรัพยากรสารสนเทศให้คงอยู่ได้นาน 3. การจัดเก็บและประมวลผลทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล การจัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล มี 2 ลักษณะ 3.1 การจัดเก็บเพื่อให้สามารถเข้าถึงแบบเปิด (open access) Open access เรียกชื่อย่อว่า OA หมายถึงการให้บริการเข้าถึงสาธารณะผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดย อนุญาตให้ใครก็ได้สามารถดาวน์โหลด ทำสำเนา เผยแพร่ สั่งพิมพ์ สืบค้น หรือเชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาฉบับเต็มของสารสนเทศที่ เป็นผลงานวิชาการในรูปแบบต่างๆ ซึ่งผู้ชายสามารถสืบค้นมาใช้งานได้โดยเสรี ไม่คิดค่าใช้จ่าย 3.2 การจัดเก็บและเผยแพร่ผ่านคลังความรู้ของสถาบัน (Institutional repository) คลังความรู้ของสถาบัน หรือ Institutional repository (IR) หมายถึง มวลทรัพยากรสารสนเทศในรูป ทรัพยากรสารสนเทศในรูปดิจิทัล ที่มุ่งเน้นการรวบรวมและสงวนรักษาผลงานทางวิชาการของบุคลากรของสถาบันซึ่งได้แก่ ผลงานการวิจัย และผลงานวิชาการอื่น ๆ โดยจัดเก็บไว้ในที่แห่งเดียว เน้นการเก็บรักษาอย่างยั่งยืนถาวรทั้งในปัจจุบันและ อนาคต การเข้าถึงแบบเสรี ไม่จำกัดผู้ใช้และใช้ประโยชน์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ลักษณะของคลังความรู้ของสถาบัน คือมีเนื้อหาที่เป็นดิจิทัลเน้นการจัดเก็บ ผลงานของสมาชิกในชุมชน สร้าง โดยสมาชิกของสถาบัน มีเนื้อหาทางวิชาการ รวมถึงสารสนเทศอื่นๆทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เอกสารที่นำมา จัดเก็บไว้ในคลังความรู้ของสถาบันจะต้องได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง และในการใช้ประโยชน์ควรจะต้องมีข้อความเกี่ยวกับสิทธิ และพร้อมรับผิดชอบของผู้ใช้ต่อการใช้เอกสารเหล่านั้นปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนด้วย
ページ48:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ LLAVALLILLIVILL 4. การจัดระบบและวิเคราะห์เนื้อหาทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล 46 * การบริหารจัดการทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล เพื่อให้มีการเข้าถึงและเรียกใช้เนื้อหาสารสนเทศดิจิทัลที่ต้องการได้ ต้องมีการดำเนินงานในการจัดระบบหมวดหมู่และวิเคราะห์ เนื้อหาของทรัพยากรสารสนเทศ และมีการลงรายละเอียดทาง บรรณานุกรมตามมาตรฐาน ซึ่งการดำเนินงานจัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัลส่วนใหญ่มักจัดเก็บในคลังความรู้ของสถาบัน และการทำให้การสืบค้นสารสนเทศดิจิทัลมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ต้องมีการลงในการรายการตามมาตรฐาน ซึ่งที่ใช้ห้องสมุด ทั่วไป ได้แก่ การลงรายการบรรณานุกรมตามรูปแบบ MARC และการลงรายการเมทาเดทา (metadata) - เมทาดาทา (metadata) คือ สารสนเทศเชิงโครงสร้างที่ถูกใช้เพื่อพรรณนา อธิบายระบุตำแหน่งที่จัดเก็บของ สารสนเทศ และส่งผลให้การค้นคืนสารสนเทศ การใช้ หรือการจัดการทรัพยากรสารสนเทศเป็นไปได้อย่างสะดวกและง่ายดาย เมทาเดทาที่มีชื่อเสียงและนิยมใช้มากที่สุด คือ ดับบลินคอร์ เมาทาเดทา (Dublin Core Metadata) ซึ่งมี องค์ประกอบหลัก 15 องค์ประกอบ ดังนี้ (1) ชื่อเรื่อง (title) เป็นชื่อที่กำหนดให้แก่สารสนเทศดิจิทัล อาจกำหนดขึ้นโดยเจ้าของผลงานหรือสำนักพิมพ์ (2) เจ้าของผลงาน (Creator) เป็นบุคคล นิติบุคคลหรือหน่วยบริการที่รับผิดชอบในการสร้างเนื้อหาของ ทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัลหรือสร้างสรรค์ผลงาน วลี (3) หัวเรื่อง (subject) เป็นหัวข้อเรื่องที่ใช้แทนแนวคิดเชิงเนื้อหาของทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัลเช่น คำสำคัญ (4) ลักษณะ (description) เป็นคำอธิบายรายละเอียดอื่น ๆ ของทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล (5) สำนักพิมพ์ (publisher) เป็นบุคคล นิติบุคคล หรือหน่วยบริการที่รับผิดชอบในการสร้างหรือผลิตทรัพยากร สารสนเทศดิจิทัลให้สามารถเข้าถึงได้ (6) ผู้ร่วมงาน (Contributor) เป็นบุคคล นิติบุคคล หรือหน่วยบริการที่มีส่วน ร่วมสร้างเนื้อหาของทรัพยากร สารสนเทศดิจิทัลในระดับรองจากผู้แต่งหรือเจ้าของผลงาน (7) ปี (date) เป็นการระบุเวลาที่เกี่ยวข้องกับปีที่ผลิตหรือเผยแพร่ทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล (8) ประเภท (type) เป็นการระบุประเภทเนื้อหาของทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล (9) รูปแบบ (format) เป็นรูปแบบแฟ้มข้อมูล สื่อทางกายภาพ หรือมิติของทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล (10) รหัส (identifier) เป็นสัญลักษณ์หรือตัวเลขที่ระบุถึงทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัลในรูปแบบปัจจุบัน เช่น URL ISBN DOI (11) ต้นฉบับ (source) เป็นการอ้างอิงทรัพยากรสารสนเทศที่เป็นที่มาของทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล ซึ่งอาจได้ จากการดัดแปลงบางส่วนหรือทั้งเรื่อง (12) ภาษา (language) เป็นภาษาที่ใช้ในเนื้อหาหรือใช้เรียบเรียงเนื้อหาของทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล (13) เรื่องที่เกี่ยวข้อง (relation) เป็นการอ้างอิงถึงทรัพยากรสารสรเทศที่เกี่ยวข้องหรือมีความสัมพันธ์กับ ทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล สารสนเทศดิจิทัล ปัญญา (14) ขอบเขต (coverage) เป็นการระบุเกี่ยวกับสถานที่หรือเวลาที่แสดงขอบเขตเนื้อหาของทรัพยากร (15) สิทธิ (rights) เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการสิทธิ์ในทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล รวมถึงสิทธิ์ในทรัพย์สินทาง
ページ49:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 5. การเผยแพร่และให้บริการทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล 47 การเผยแพร่และให้บริการทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล มีประเด็นที่เกี่ยวข้องคือ รูปแบบการให้บริการ ซึ่งจะต้อง คำนึงถึงการจัดการลิขสิทธิ์ในการอนุญาตให้เข้าใช้ทรัพยากร เช่น การพิจารณาการให้บริการโดยจำกัดสิทธิ์การเข้าใช้ หรือจะ ให้เข้าใช้ได้โดยไม่มีการจำกัดสิทธิ์ ดังนั้น หน่วยงานที่เผยแพร่และให้บริการทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล จึงต้องตระหนักถึง การจัดการผลประโยชน์และคุ้มครองลิขสิทธิ์ในทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล สิ่งสำคัญ 2 ประการคือ การเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ และการใช้งานโดยธรรม (fair use) 6. การสงวนรักษาพยากรสารสนเทศดิจิทัล การสงวนรักษาทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล (Digital preservation) คือ กิจกรรมที่เกี่ยวกับ การบำรุงรักษา ทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง นโยบาย กลยุทธ์ และ การปฏิบัติงาน ที่จะทำให้ทรัพยากร สารสนเทศดิจิทัลสามารถคงอยู่เพื่อใช้งานได้อย่างยาวนานเท่าที่จะเป็นไปได้ ถึงแม้เทคโนโลยีได้มีการเปลี่ยนแปลงไปตาม กาลเวลา ตัวอย่างการจัดการสารสนเทศดิจิทัลของห้องสมุดดิจิทัลแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (The Southeast Asia Digital Library--SEADL) ซึ่งเป็นการจัดการสารสนเทศดิจิทัล เช่น หนังสือ แผนที่ เอกสารหายาก เป็นต้น โดยความ ร่วมมือของประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออก เช่น ประเทศไทย ติมอร์ตะวันออก อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม เป็นต้น การจัดการสารสนเทศดิจิทัลใช้เมทาเดทามาจัดการสารสนเทศ SOUTHEAST ASIA DIGITAL LIBRARY fiew in Collection Format v Brunel V General information Cambodia ♥ SEADL Materials General information Online Research Resources East Timor V SEADL Materials General information Indonesia v SEADL Materials General information Online Research Resources Laos v SEADL Materials General Information El AZ indes Directory Calendar G Quick Links -> a Advanced Search Region/Country Project About Singapore v SEADL Materials Malaysia v SEADL Materials General information Online Research Resources Myanmar/Burma SEADL Materials General Information Online Research Resources Philippines V SEADL Materials General Information Online Research Resources General Information Online Research Resources Southeast Asia V General information Thailand V SEADL Materials General information Online Research Resources Vietnam V SEADL Materials General information Online Research Resources * การจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล ที่มา: https://sea.lib.niu.edu การจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล เป็นแนวคิดที่อาศัยทักษะหลายด้านในการดำเนินการกับสารสนเทศทุกประเภทที่แต่ ละบุคคลได้รับ ทั้งที่เกี่ยวกับการทำงานหรือการดำรงชีวิต เพื่อให้สามารถนำสารสนเทศที่สำคัญหรือจำเป็นต่อบุคคลนั้น ออกมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ページ50:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ ความหมายของการจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล 48 * สารสนเทศส่วนบุคคล (Personal Information) เป็นชุดของสารสนเทศส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นจากการใช้อุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ เช่น รายชื่อผู้ติดต่อ รายการปฏิทิน บันทึกย่อ บันทึกช่วยจำ การเตือนความจำ เป็นต้น โดยสารสนเทศ เหล่านี้มีการบันทึกและอาจซึ่งโครไนซ์กับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เป็นสารสนเทศเฉพาะของบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับการ ปฏิบัติงานหรือการดำเนินงานของหน่วยงาน โดยสารสนเทศเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สำหรับการวางแผนการดำเนินงานของ หน่วยงาน เช่น ข้อมูลการติดต่อลูกค้า ข้อมูลการ ติดต่อบริษัทผู้ผลิต เป็นต้น การจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล (Personal information management -- PIM) เป็นวิธีการและขั้นตอนการ จัดการสารสนเทศของบุคคลที่ครอบคลุมการจัดเก็บ การจัดระเบียบ การสืบค้น และการแสดงสารสนเทศ การจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลในอดีตเป็นการจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลในรูปแบบของกระดาษ เช่น ปฏิทิน นามบัตร กระดาษโน้ตเตือนความจำ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ เป็นต้น อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในการดำเนินงาน ดังนั้นจัดการสารสนเทศ ส่วนบุคคลในปัจจุบันจึงเน้นการจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลในรูปแบบของไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (electronic mail – email) สมุดบันทึกส่วนบุคคล (personal organizers) ปฏิทิน (Calendars) เป็นต้น ระบบการจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล ระบบการจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล (Personal information Management System -- PIMs) เป็นการนำ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาเป็นเครื่องมือสำหรับจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลที่ช่วยให้บุคคลสามารถควบคุม สารสนเทศส่วนบุคคลได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งการจัดเก็บ การเรียกใช้ และการแบ่งปันสารสนเทศกับบุคคลอื่น (The European Data Protection Supervisor) ซึ่งระบบสารสนเทศที่พัฒนามีจำนวนมาก ทั้งนี้ผู้ใช้สามารถเลือกใช้ได้ตาม ความสะดวก โดยในตำรานี้จำแนกโปรแกรมการจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลออกเป็น 3 ลักษณะคือ 1) โปรแกรมที่ติดตั้งมา พร้อมกับระบบปฏิบัติการ เช่น Windows Calender 2) โปรแกรมฟรีแวร์ (Freeware) เป็นโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นและ สามารถนำไปใช้ได้ทุกจุดประสงค์โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เช่น กูเกิล ปฏิทิน, Remember To Milk และ 3) โปรแกรมที่มี ค่าบริการ เป็นโปรแกรมที่จำเป็นต้องชำระค่าบริการสำหรับการติดตั้ง เช่น อีเวอร์โน๊ต (EverNote),โลตัส ออแกไนเซอร์ ( Lotus Organizer) ในตำราเล่มนี้ยกตัวอย่างระบบการจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลจำแนกตามลักษณะการใช้งาน เช่น ระบบนัดหมายส่วนบุคคล หรือปฏิทินการทำงานส่วนบุคคล เป็นโปรแกรม คอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งไว้กับเครื่อง คอมพิวเตอร์ เพื่อเอื้อต่อการเรียกใช้งาน ผู้ใช้สามารถบันทึกเพื่อเตือน ความจำ รวมทั้งสร้างตารางนัดหมาย ปัจจุบันผู้ใช้สามารถสร้างระบบนัดหมายส่วนบุคคลผ่านโปรแกรมประยุกต์ของกูเกิล ปฏิทิน (Google Calendar) http://calendar.google.com ซึ่งเป็นบริการปฏิทินแบบออนไลน์ ผู้ใช้สามารถสร้างระบบนัดหมายด้วย ตนเองในแต่ละวัน ระบุเวลา ระบุบุคคลที่เกี่ยวข้อง ระบุ สถานที่ เป็นต้น ดังนั้นระบบนัดหมายส่วนบุคคลจึงเป็นพื้นที่เก็บ สารสนเทศต่างๆ รวมไว้ในที่เดียวกัน
ページ51:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 49 ระบบนัดหมายกลุ่ม เป็นผลสืบเนื่องจากการสร้างปฏิทินนัดหมายส่วนบุคคล โดยในปัจจุบันโปรแกรมประยุกต์ ของบริษัทต่าง ๆ สามารถที่จะแบ่งปันและระบุชื่อ อีเมล์ของบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ โดยเมื่อถึงเวลานัดหมายกระทำนัดหมายกลุ่ม ดูแล้วเลื่อนผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่และอีเมลล์ ระบบแบ่งปันสารสนเทศส่วนบุคคล เป็นพื้นที่ออนไลน์ส่วนบุคคลที่มีการแบ่งปันสารสนเทศส่วนบุคคลให้กับ บุคคลอื่น ๆ สามารถเรียกใช้สารสนเทศได้ ปัจจุบันสามารถใช้ผ่าน โปรแกรมประยุกต์ของกูเกิล ไดรฟ์ (Google drive) https://drive.google.com กูเกิล ไดรฟ์ เป็นพื้นที่สำหรับการจัดเก็บสารสนเทศออนไลน์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เสียง ภาพ ข้อความ เป็นต้น โดยจัดเก็บไฟล์ไว้บนเซิร์ฟเวอร์ (Server) ผู้ใช้สามารถค้นหา และเข้าถึงไฟล์เหล่านั้นได้จากทุกที่ ทุกเวลา นอกจากนั้นผู้ใช้ สามารถแบ่งปัน (Share) ไฟล์ร่วมกับบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ ทั้งนี้บุคคลอื่น ๆ สามารถแก้ไข ปรับปรุงไฟล์เหล่านั้นได้ โดย ไม่ต้องสร้างเอกสารซ้ำซ้อน ส่งผลให้การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ๆ ระบบติดตามงาน เป็นโปรแกรมสำหรับการเตือนความจำในการติดตามงานต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมายงาน โดยเฉพาะการทำงานในลักษณะโครงการ มีโปรแกรมสำหรับการติดตามงานที่มอบหมายให้บุคคลที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันสามารถ ใช้ผ่านโปรแกรมประยุกต์ของกูเกิล ชีท (Google sheets) https://docs.google.com/spreadsheets กูเกิล ชีท เป็นโปรแกรมประยุกต์ที่ผู้ใช้สามารถเรียกใช้ผ่านกูเกิลได้ โดยมีลักษณะการทำงานคล้ายกันกับ ไมโครซอฟท์ เอ็กเซล (Microsoft Excel) ผู้ใช้สามารถบันทึกกิจกรรมที่ต้องดำเนินการ วัน/เดือน/ปีที่ครบกำหนดส่ง ผู้รับผิดชอบ การดำเนินการ ทั้งนี้ผู้ใช้สามารถกำหนดสีเพื่อเป็นการเตือนและติดตามงานได้โดยผู้ใช้สามารถแบ่งปันไฟล์กับผู้ที่ เกี่ยวข้องได้ 8127 บัญโคร การเที่ยวออนุมัติจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี รายงานรายละอำเภอใจ ยังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ประจำปีงบประมาณ 2561 fatent S inde 877. adame . 2 Sesamed af โดยการเล่นในค Tesoresma . 9 10 11 12 Texans w 15 Tesameeras 02561 17 Tesomaan $2561 2561 อ 5 24,000 25-083017 SRR East naves 10,000 ta lesua 16.500 en เ incines 19.900 13,000 fe - เก 20,000 31012 31.01.2018 31013012 Ther 3:01/2012 15427910 23,500 S aone 15/02/2018 15-02-2018 โท 13.40 20 - onest med ins THE 4,000 T ระบบเตือนความจำส่วนบุคคล เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับจดบันทึกเพื่อเตือนความจำ ปัจจุบันสามารถใช้ ผ่านโปรแกรมประยุกต์ของกูเกิล คีป (Google Keep) https://keep.google.com กูเกิล คีป เป็นโปรแกรมประยุกต์ที่ผู้ใช้สามารถใช้ผ่านกูเกิลได้ โดยผู้ใช้สามารถจดบันทึกในลักษณะข้อความ รูปภาพ และเสียงได้ ผู้ใช้สามารถจัดกลุ่มสารสนเทศด้วยการเพิ่มแฮช แท็ก (#) หรือป้ายกำกับเข้าไปในแต่ละบันทึก และสามารถ แบ่งปันกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้
ページ52:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ = Keep Q Aum 0 โน้ต 0 กทายเอน แก้ไขป้าย ากับ 6 เกม 8 นังเมะ อ + ราย 50 B 2 2 0 ปี 5 1 OA โน้ตที่คุณเพิ่มจะปรากฏที่นี่ 4 บทสรุป หัวใจสำคัญของการบริหารจัดการสารสนเทศ คือ การเข้าใจสารสนเทศอย่างแท้จริง เห็นความสำคัญของสารสนเทศ สามารถจำแนกแยกแยะสารสนเทศได้ จัดกลุ่มได้ ไม่ว่าสารสนเทศนั้นจะอยู่ในบริบทแหล่งสารสนเทศใดก็ตาม หากสารสนเทศ ได้รับการบริหารจัดการที่ดี สารสนเทศจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้บุคคล องค์กร หรือหน่วยงานสามารถพัฒนาขีดความสามารถ ในด้านต่าง ๆ ได้อยู่ ประสิทธิภาพ และจะนำพามาซึ่งความเจริญก้าวหน้าในด้านต่าง ๆ อีกด้วย → แบบฝึกหัดท้ายบท 1. 2. 3. 4. ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของการจัดการสารสนเทศ 1. เพื่อการวางแผน กำหนดนโยบาย 3. เพื่อใช้สร้างคลังสารสนเทศ 2. เพื่อให้สารสนเทศคงอยู่ 4. เพื่อระดมสมองในหน่วยงาน ข้อใด คือ กระบวนการจัดการสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ 1 การคัดเลือกสารคนเทศ 2. การจัดหาทรัพยากรสารสนเทศ 3. การวิเคราะห์หมวดหมู่และจัดทำรายการสารสนเทศ 4. การประมวลสารสนเทศ ข้อใด คือ กระบวนการจัดการสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาฐานข้อมูล 1. การคัดเลือกสารสนเทศ 3. การวิเคราะห์หมวดหมู่และจัดทำรายการสารเทศ ข้อใดไม่ใช่ทรัพยากรสารสนเทศห้องสมุด 1. ตำราเรียน 3. บรรณารักษ์ สัญลักษณ์ใดใช้สำหรับการจัดเก็บวิทยานิพนธ์ 5. 1.ทพ 2. การจัดหาทรัพยากรสารสนเทศ 4. การจัดเก็บและค้นคืนสารสนเทศ 2. เครื่องคอมพิวเตอร์ 4. แผ่นซีดีเพลง 6. 3. วพ 2. TE 4. นพ ข้อใดเป็นระบบสารสนเทศที่มีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจกรรมของบุคคลในหน่วยงาน 1. ระบบประมวลผลรายการเปลี่ยนแปลง 3. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ 2. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 4. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจแบบกลุ่ม
ページ53:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 7. ข้อใด คือการจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลที่เอื้อต่อการใช้งานสำหรับผู้อื่นมากที่สุด 8. 1. แดงจดบันทึกค่าใช้จ่ายในสมุดส่วนตัว 3. ขาวใช้วิธีการ ด้วยสมอง ข้อใดเป็นสารสนเทศส่วนบุคคลที่จำเป็นต้องจัดการ 1. ปฏิทิน 3. รายการเพลง 2. ถ่ายรูปแล้วจัดเก็บไว้ในกูเกิล ไดรฟ์ 4. เหลืองค้นหาเบอร์เพื่อน 2. ภาพถ่าย 4. คลิปวีดีโอที่ชื่นชอบ 9. ข้อใดคือโปรแกรมประยุกต์ที่เอื้อต่อการจัดการสารสนเทศส่วนบุคคลที่เป็นเสียง 1. Google Sheet 3. Google Meet 2. Google Drive 4. Google calendar 51
ページ54:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ บทที่ 4 การสืบค้นสารสนเทศ (Information retrieval) - โครงร่างเนื้อหา บทนํา ความหมายของการสืบค้นสารสนเทศ วัตถุประสงค์ของการสืบค้นสารสนเทศ 52 ประเภทของคำค้น เทคนิคการสืบค้น ขั้นตอนการสืบค้นสารสนเทศ รูปแบบการสืบค้นสารสนเทศ บทสรุป แบบฝึกหัดท้ายบท • สาระสำคัญ การสืบค้นสารสนเทศ เป็นกระบวนการหรือวิธีการในการได้มาซึ่งสารสนเทศที่ต้องการ ซึ่งสารสนเทศมีการบันทึกและ เผยแพร่ไว้รูปสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโสตทัศน์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ วัตถุประสงค์ของการสืบค้นสารสนเทศโดยทั่วไปจำแนก 5 ประเด็น คือ เพื่อการศึกษา เพื่อเพิ่มพูนความรู้ เพื่อความ บันเทิงและการพักผ่อนหย่อนใจ เพื่อเพิ่มศักยภาพ และเพื่อประกอบการตัดสินใจ ประเภทของคำค้นสามารถจำแนกออกเป็น 2 ประเภท คือ 1) คำค้นแบบควบคุม เป็นคำ กลุ่มคำ กลุ่มคำหรือวลี ที่ถูก กำหนดขึ้นอย่างมีระเบียบและกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด มี 2 ลักษณะ คือ หัวเรื่อง และ อรรถาภิธาน และ 2) คำค้นแบบไม่ ควบคุม เป็นคำ หรือวลีที่อาจปรากฏในส่วนต่าง ๆ ของทรัพยากรสารสนเทศ เทคนิคการสืบค้น เป็นวิธีการต่างๆ ที่ใช้ประกอบในการสืบค้นสารสนเทศ เพื่อให้ได้สารสนเทศที่สอดคล้องกับความ ต้องการโดยมี 3 เทคนิค คือ การใช้ตัวดำเนินการ การแทนที่และตัดปลายคำ และ การใช้เครื่องหมาย ขั้นตอนการสืบค้นสารสนเทศ จำแนกขั้นตอนการสืบค้นออกเป็น 6 ขั้นตอน คือขั้นเตรียมตัว การกำหนดคำค้น การ เลือก การสืบค้น การประเมินผล และการใช้ รูปแบบการสืบค้นสารสนเทศ จำแนกเป็น 3 กลุ่ม คือ ระบบการสืบค้นฐานข้อมูลทรัพยากร สารสนเทศของห้องสมุด ระบบการสืบค้นฐานข้อมูลออนไลน์ และระบบการสืบค้นสารสนเทศบน อินเทอร์เน็ต โดยทั้ง 3 รูปแบบจำแนกประเภทของ การสืบค้นแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ พื้นฐาน และการสืบค้นแบบขั้นสูง ประเภท
ページ55:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ ›› บทนํา 53 การดำเนินชีวิตในสังคมปัจจุบัน ต่าง ๆ เช่น ด้านสุขภาพ บุคคลต้องการสารสนเทศเกี่ยวกับการป้องกันและดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากเชื้อโรค การฉีดวัคซีน ฯลฯ ด้านการเงิน บุคคลต้องการสารสนเทศเกี่ยวกับ เศรษฐกิจ ภาวะเงินเฟ้อ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา เป็นต้น ปัจจุบัน สารสนเทศมีการผลิตและเผยแพร่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นการสืบค้นสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพย่อมส่งผลดีต่อการวางแผน ดำเนินชีวิตและ วางแผนในการดำเนินธุรกิจ จำเป็นต้องอาศัยสารสนเทศเป็นเครื่องมือสำหรับการตัดสินใจและวางแผนในด้าน ความหมายของการสืบค้นสารสนเทศ * การสืบค้นสารสนเทศ (Information retrieval) หรือการค้นหาสารสนเทศ (Information Searching) เป็น กระบวนการหรือวิธีการในการได้มาซึ่งสารสนเทศที่ต้องการ ซึ่งสารสนเทศมีการบันทึกและเผยแพร่ไว้รูปสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโสต ทัศน์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยจัดเก็บ ไว้ในแหล่งสารสนเทศต่าง ๆ เช่น ห้องสมุด หอจดหมายเหตุ อินเทอร์เน็ต เป็นต้น ดังนั้นการสืบค้นสารสนเทศจำเป็นต้องอาศัยเครื่องมือการสืบค้นสารสนเทศ เช่น บัตรรายการ บัตรรายการออนไลน์ โปรแกรม ค้นหาเว็บ (Search engine) เป็นต้น ประเภทของการสืบค้นสารสนเทศโดยทั่วไปแบ่งเป็น 2 ลักษณะ * 1. การสืบค้นแบบพื้นฐาน (Basic search) เป็นการสืบค้นสารสนเทศที่ผู้สืบค้น ทราบรายละเอียดของทรัพยากร สารสนเทศที่ต้องการ (Know item search) เช่น ชื่อเรื่อง (Title) ผู้แต่ง (Author) เป็นต้น ทำให้สามารถค้นหาทรัพยากร สารสนเทศได้อย่างรวดเร็ว 2. การสืบค้นแบบขั้นสูง (Advance search) เป็นการสืบค้นสารสนเทศที่ผู้สืบค้น ไม่ทราบรายละเอียดของ ทรัพยากรสารสนเทศที่ต้องการ (Unknow item search) หรือต้องการสารสนเทศที่เฉพาะเจาะ จึงมีการกำหนดคำค้นและ กําหนดเงื่อนไขการสืบค้น * วัตถุประสงค์ของการสืบค้นสารสนเทศ * การสืบค้นสารสนเทศของผู้สืบค้นอาจมีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน โดยสรุปวัตถุประสงค์โดยทั่วไปของการสืบค้น สารสนเทศจําแนก 5 ประเด็น คือ 1. เพื่อการศึกษา เป็นการสืบค้นสารสนเทศที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจน มีขอบเขต การสืบค้นชัดเจน เช่น เพื่อ ประกอบการทำโครงงาน เพื่อประกอบการวิจัย เป็นต้น 2. เพื่อเพิ่มพูนความรู้ เป็นการสืบค้นสารสนเทศเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้สืบค้นที่ต้องการเรียนรู้เพื่อ เพิ่มพูนความรู้ต่าง ๆ เช่น การดูแลสุขภาพ การปลูกผักปลอดสารพิษ การออกกำลังกาย เป็นต้น 3. เพื่อความบันเทิงและการพักผ่อนหย่อนใจ เป็นการสืบค้นสารสนเทศเพื่อใช้สำหรับความจรรโลงใจ ความ เพลิดเพลิน เช่น ธรรมะ นิทาน เป็นต้น 4. เพื่อเพิ่มศักยภาพและการพักผ่อนหย่อนใจ เป็นการสืบค้นสารสนเทศเพื่อเพิ่มศักยภาพในด้านต่างๆ เช่น ประสิทธิภาพการทำงาน การดำเนินธุรกิจ การดูแลตนเอง เป็นต้น 5. เพื่อประกอบการตัดสินใจ เป็นการสืบค้นสารสนเทศเพื่อใช้เป็นส่วนประกอบ สำหรับการตัดสินใจในเรื่องใด เรื่อง หนึ่ง เช่น การเลือกคณะเรียน การเลือกสินค้า เป็นต้น
ページ56:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ * ประเภทของคำค้น 54 การสืบค้นสารสนเทสโดยเฉพาะการสืบค้นแบบขั้นสูง จำเป็นต้องกำหนดคำค้นเพื่อใช้แทนเนื้อหาของสารสนเทศ ปัจจุบันมีแหล่งสารสนเทศออนไลน์สำหรับการกำหนดคำค้น คือ https://keywordtool.io ที่รวบรวมคำค้นพร้อมคำแนะนำ เบื้องต้น * > ประเภทของคำค้นสามารถจำแนกออกเป็น 2 ประเภท คือ 1. คำค้นแบบควบคุม (Controlled vocabularies) เป็นคำ (Word) กลุ่มคำ (Term) หรือวลี (Phase) ที่ถูก กำหนดขึ้นอย่างมีระเบียบและกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด เพื่อใช้เป็นคำที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของทรัพยากรสารสนเทศ การ กำหนดคำศัพท์เพื่อแทนเนื้อหาของทรัพยากรสารสนเทศ มี 2 ลักษณะ คือ หัวเรื่อง และอรรถาภิธาน 1.1. หัวเรื่อง (Subject heading) เป็นคำ กลุ่มคำ วลี หรือชื่อเฉพาะต่าง ๆ ที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้แทนเนื้อหา โดยทั่วไปหัวเรื่องจะตรงกับเนื้อหาส่วนใหญ่ของทรัพยากรสารสนเทศ การกำหนดหัวเรื่องมีการจัดทำขึ้นอย่างมีมาตรฐานนี้ เรียกว่า บัญชีหัวเรื่อง ลักษณะทั่วไปของหัวเรื่องจากบัญชีมาตรฐาน ประกอบด้วย หัวเรื่องใหญ่ หัวเรื่องย่อย และรายการโยง 1.1.1 หัวเรื่องใหญ่ เป็นคำนามคำเดียว เช่น ปลา, นก, คอมพิวเตอร์, Economic, Computer เป็นต้น เป็นคำผสมที่เชื่อมด้วยสันธาน “และ (and)” “กับ” เช่น การเมืองกับการศึกษา, ภาษากับการศึกษา, Libraries and readers เป็นต้น เป็นกลุ่มคำหรือวลีที่เชื่อมด้วยบุพบท อาจมีการใช้วงเล็บสำหรับกลุ่มคำที่ขึ้นต้นด้วยคำช้า เช่น การปรุง อาหาร (กล้วย), การปรุงอาหาร (ก๋วยเตี๋ยว), การปรุงอาหาร (ขนมปัง), การปรุงอาหาร (ไข่) เป็นต้น 1.1.2 หัวเรื่องย่อย เป็นคำหรือวลีที่ขยายหัวเรื่องใหญ่ให้เห็นชัดเจนหรือเฉพาะเจาะจงโดยใช้เครื่องหมาย ยัติภังค์ (1) คั่นกลาง ซึ่งหัวเรื่องย่อยสามารถระบุให้เฉพาะเจาะจง เช่น (1) หัวเรื่องย่อยแบ่งตามวิธีเขียน เช่น คณิตศาสตร์ - คู่มือ, วิทยาศาสตร์ - บรรณานุกรม, Television and children - Bibliography เป็นต้น (2) หัวเรื่องย่อยบอกลำดับเหตุการณ์แบ่งตามปีคริสตศักราช สมัยหรือแผ่นดิน เช่น กฎหมาย - ไทย - กรุง รัตนโกสินทร์ - รัชกาลที่ 9, United States – Civilization – 1918-1945 เป็นต้น States เป็นต้น (3) หัวเรื่องย่อยแบ่งขอบเขตของเนื้อหา เช่น การตลาด - แบบฝึกหัด, ภาษาจีนกลาง - ไวยากรณ์ เป็นต้น (4) หัวเรื่องย่อยแบ่งตามสภาพภูมิศาสตร์ เช่น อุตสาหกรรม - ไทย - กรุงเทพฯ, Social ethics – United 1.1.3 รายการโยง เป็นสัญลักษณ์ใช้แสดงให้ทราบว่าคำหรือวลีที่ตามมาใช้เป็นหัวเรื่องได้หรือไม่ และหรือมี ความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ใกล้เคียงกับเนื้อหามากน้อยเพียงใด ซึ่งรายการโยงมีลักษณะดังนี้ (1) ดูเพิ่มเติม (See Also - SA) เป็นการโยงไปหัวเรื่องอื่นที่มีเนื้อหาสัมพันธ์กัน แต่มีเนื้อหาที่ เฉพาะเจาะจงกว่า เช่น คอมพิวเตอร์ - การควบคุมการเข้าถึง See Also ความมั่นคงในระบบคอมพิวเตอร์, การตลาด - กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ See Also กฎหมายพาณิชย์ เป็นต้น (2) ดูที่ (See) เป็นการโยงไปยังหัวเรื่องอื่นที่ใช้เป็นหัวเรื่องเช่น คอมพิวเตอร์--การเขียนโปรแกรม - See การเขียนโปรแกรม (คอมพิวเตอร์), คอมพิวเตอร์, ข่ายงาน - See เครือข่ายคอมพิวเตอร์ เป็นต้น (3) Broader ferm (BT) เป็นหัวเรื่องที่มีความสัมพันธ์ แต่เป็นหัวเรื่องที่มีความหมานยที่กว้างกว่า เช่น Computer animation
ページ57:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ - BT Animation (Cinematography) Computer graphics 55 ญญ (4) Narrower term (NT) เป็นหัวเรื่องที่มีความสัมพันธ์ แต่เป็นหัวเรื่องที่มีความหมายแคบกว่า เช่น Computer graphics NT Bit--mapped graphics Color--computer graphics Computer animation Computer drawing (5) Related term (RT) เป็นหัวเรื่องที่เกี่ยวข้อง เช่น Computer music RT Electronic music, Computer programming RT Coding theory tlust (6) Use For (UF) เป็นหัวเรื่องที่ไม่ใช้แล้ว เช่น Computer science UF Informatics, Computer viruses UF Software viruses เป็นต้น (7) USE เป็นหัวเรื่องที่กำหนดให้ใช้ เช่น Computing systems USE Computer systems, Library skills USE Library research เป็นต้น ปัจจุบันห้องสมุด ศูนย์สารสนเทศนิยมใช้บัญชีหัวเรื่องต่าง ๆ ทั้ง ภาษาอังกฤษและภาษาไทย เช่น Library of Congress Subject Headings (LCSH) เป็นบัญชีหัวเรื่องที่จัดทำขึ้นโดยหอสมุด รัฐสภาอเมริกัน พิมพ์ครั้งแรกใน ค.ศ. 1898 และมีการปรับปรุงหัวเรื่องอย่างต่อเนื่องตามความก้าวหน้าในด้านต่าง ๆ ดังนั้นจึง เป็นบัญชี หัวเรื่องที่นิยมใช้ในห้องสมุดขนาดใหญ่มีมีสิ่งพิมพ์เฉพาะสาขาวิชาเป็นจำนวนมาก https://www.loc.gov/aba/cataloging/subject Sear's List of Subject Headi เป็นบัญชีหัวเรื่องที่ใช้ในห้องสมุดขนาดเล็ก นิยมใช้คู่กับการจัด หมวดหมู่ในระบบทศนิยมแบบดิวอี้ จัดพิมพ์ครั้งแรกใน ค.ศ. 1923 ภายใต้ชื่อว่า The List of Subject Headings for Small Libraries มีการปรับปรุงหัวเรื่องอย่างต่อเนื่อง ห้องสมุดสมาชิกสามารถใช้บริการออนไลน์ https://searslistofsubjectheadings.com หัวเรื่องสำหรับหนังสือภาษาไทย ของคณะทำงานฝ่ายวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ ห้องสมุด สถาบันอุดมศึกษา เป็นบัญชีหัวเรื่องที่ใช้สำหรับกำหนดหนังสือภาษาไทย ซึ่งคณะทำงานได้จัดทำคู่มือกำหนดหัวเรื่องๆ มา ตั้งแต่ พ.ศ. 2528 เป็นต้นมา และใน พ.ศ. 2550 คณะทำงานฯ ได้จัดทำโครงการพัฒนาฐานข้อมูลหัวเรื่องภาษาไทยออนไลน์ เพื่อให้บริการจัดเก็บและสืบค้นออนไลน์ได้ ปัจจุบันฐานข้อมูลหัวเรื่องภาษาไทยฯ ได้ขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในแหล่งหัวเรื่องที่ใช้ในการลงรายการเพื่อ แลกเปลี่ยนข้อมูลบรรณานุกรมระหว่างห้องสมุด หรือ “Subject Heading and Term Source Codes” ตามประกาศ TECHNICAL NOTICE (July 28, 2020) ของ Network Development and MARC Standards Office, Library of Congress ทั้งนี้สามารถใช้ออนไลน์ https://webhost2.car.chula.ac.th/thaiccweb/main.php
ページ58:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 56 24942 1.2 อรรถาภิธาน (Thesaurus) หรือศัพท์สัมพันธ์ เป็นการรวบรวมคำศัพท์โดยการจัดกลุ่มคำศัพท์ที่มี ความหมายเดียวกันหรือมีความสัมพันธ์กับประกอบด้วยคำศัพท์ที่มีความหมายกว้าง (Broader term) ความหมายแคบกว่า (Narrower term) และมีการเชื่อมโยงคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกัน (Related term) ปัจจุบันมีอรรถาภิธานที่ให้บริการออนไลน์ เช่น Thesaurus.com เป็นแหล่งรวมคำศัพท์สัมพันธ์ออนไลน์ที่ให้บริการแบบไม่มีค่าใช้จ่าย โดยเชื่อมโยงคำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง เช่น ความหมายเหมือนกัน ความหมายกว้างกว่า ความหมายแคบกว่า เป็นต้น 2. คำค้นแบบไม่ควบคุม (Uncontrolled vocabularies) หรือคำสำคัญ (Keyword) เป็นคำหรือวลีที่อาจ ปรากฏในส่วนต่าง ๆ ของทรัพยากรสารสนเทศ เช่น ชื่อเรื่อง หัวเรื่อง เนื้อหาสาระสังเขป เป็นต้น คำสำคัญ เป็นคำ วลีที่ผู้สืบค้นนึกขึ้นมาเอง ดังนั้นคำสำคัญช่วยให้สืบค้น สารสนเทศได้รวดเร็วขึ้นแม้จะไม่ทราบ รายละเอียดเกี่ยวกับทรัพยากรสารสนเทศ แต่ในบาง เช่น หนังสือชื่อเรื่อง: การบริหารรัฐกิจโฉมใหม่ในยุคแห่งความพลิกผัน หัวเรื่อง: คำสำคัญ: การบริหารรัฐกิจ นโยบายสาธารณะ อินเทอร์เน็ตในการบริหารรัฐกิจ การบริหาร รัฐกิจ อินเทอร์เน็ต * เทคนิคการสืบค้น เทคนิคการสืบค้น เป็นวิธีการต่างๆ ที่ใช้ประกอบในการสืบค้นสารสนเทศ เพื่อให้ได้สารสนเทศที่สอดคล้องกับความ ต้องการโดยมี 3 เทคนิค คือ การใช้ตัวดำเนินการ การแทนที่และตัดปลายคำ และการใช้เครื่องหมาย ดังนี้ 1. การใช้ตัวดำเนินการ (Operators) เป็นการสืบค้นสารสนเทศโดยใช้วิธีการของตรรกะเชิงสัญลักษณ์ที่พัฒนาโดย จอร์จ บูล (George Boole) เพื่อจำกัด ขยายขอบเขต กำหนดการสืบค้นสารสนเทศ ดังนี้ * ตัวดำเนินการ (Boolean operators) หรือ ตรรกบูลีน (Boolean logic) ประกอบด้วย AND, OR, NOT AND (สัญลักษณ์ +) เป็นการจำกัดผลการสืบค้นสารสนเทศให้แคบลงโดยใช้ AND เชื่อมคำค้น เช่น รถยนต์ AND การขาย AND 2564 หรือ รถยนต์ + การขาย + 2564 หมายถึง สืบค้นทรัพยากรสารสนเทศที่ปรากฏคำว่า รถยนต์ การขาย 2564 เท่านั้น ดังภาพการสืบค้นสารสนเทศ AND รถยนต์ การขาย 2564 ภาพ การสืบค้นสารสนเทศ AND
ページ59:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 57 - OR (สัญลักษณ์ การเว้นวรรค) เป็นการขยายผลการสืบค้นสารสนเทศ โดยใช้ OR เชื่อมคำ เช่น ศิลปะ OR ดนตรี OR การละเล่น ผลการสืบค้น คือ แสดงทรัพยากรสารสนเทศที่ปรากฏคำว่าศิลปะ หรือ ดนตรี หรือ การละเล่น ดัง ภาพการสืบค้นสารสนเทศ OR ภาพ สารสบค้นสารสนเทศ OR NOT (สัญลักษณ์ ) เป็นการจำกัดผลการสืบค้นสารสนเทศให้แคบลงโดยตัดเรื่องที่ไม่ต้องการออก เช่น สัตว์ เลี้ยง NOT แมว ผลการสืบค้น คือ แสดงทรัพยากรสารสนเทศที่ปรากฏคำว่าสัตว์เลี้ยง แต่ไม่มีคำว่าแมวปรากฏในทรัพยากร สารสนเทศนั้น ๆ ภาพการสืบค้น สารสนเทศ NOT แมว ภาพ การสืบค้นสารสนเทศ NOT 2. การตัดปลายคำและแทนที่คำ (Truncation / Wildcard) เป็นเทคนิคการสืบค้น สารสนเทศที่ช่วยให้การสืบค้น สารสนเทศได้กว้างขึ้น ครอบคลุมมากขึ้น โดยการละข้อความบางส่วนของ คำค้นที่มีการสะกดใกล้เคียงกัน เหมือนกัน ซึ่งอาจ ใช้สัญลักษณ์แทน เช่น * # ! ? $ เป็นต้น ขึ้นอยู่กับ ข้อกำหนดและความสามารถของฐานข้อมูล ค่าค้น drug+ robot* teen##### ความหมาย ผลลัพธ์ คำค้นที่ขึ้นต้นด้วย drug คำค้นที่ขึ้นต้นด้วย robot คำค้นที่ขึ้นต้นด้วย teen drug or drugs robol, robots and robotics Teens, teenager, teenagers 3. การใช้เครื่องหมาย (Marks) เป็นเทคนิคการสืบค้นสารสนเทศที่ต้องการโดยการกำหนดขอบเขตการสืบค้น เช่น เครื่องหมายวงเล็บ เครื่องหมายอัญประกาศ เป็นต้น เครื่องหมายวงเล็บ (Nesting) เป็นการกำหนดขอบเขตการสืบค้น สารสนเทศในแต่ละส่วนของคำสั่งที่ต้องการ สืบค้น ซึ่งมักใช้รวมกับตรรกบูลีนอื่น ๆ เครื่องหมายอัญประกาศ (quotation) เป็นเทคนิคการสืบค้นสารสนเทศที่ต้องการให้คำค้นที่มีลักษณะเป็นคำ วลี หรือกลุ่มคำแสดงผลทุกคำค้นติดกัน
ページ60:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ ค่าค้น University Library AND (AI OR robotics) "dose your eyes make a wish" ความหมาย ผลการสืบค้น คือ ห้องสมุด มหาวิทยาลัยและหุ่นยนต์ 58 ผลการค้น คือ เพลงที่มีคำค้นเหล่านี้ คิดกันทั้งหมดในเนื้อหาของเพลง ขั้นตอนการสืบค้นสารสนเทศ การสืบค้นสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ คือ การสืบค้นที่ได้สารสนเทศตอบสนองความต้องการ โดยใช้ระยะเวลาการ สืบค้นที่เหมาะสม ดังนั้นการวางแผนการสืบค้นสารสนเทศอย่างมีขั้นตอนจึงเป็นสิ่งที่ผู้สืบค้นควรตระหนัก ซึ่งตำราเล่มนี้ จำแนกขั้นตอนการสืบค้นออกเป็น 6 ขั้นตอน ดังนี้ 1. ขั้นเตรียมตัว (Prepare) เป็นขั้นตอนเริ่มต้นที่ผู้สืบค้นต้องรู้จุดมุ่งหมายในการสืบค้น รู้ความต้องการสารสนเทศ โดยผู้สืบค้นต้องรู้หรือเข้าใจในโจทย์ ปัญหา หัวข้อ เช่น ผลการแทรกแซงของอินเทอร์เน็ดที่มีต่อการดำเนินธุรกิจและสังคม ผลกระทบของอินเทอร์เน็ตห้องสมุด เป็นต้น 2. การกำหนดคำค้น (Identify search terms) เป็นขั้นตอนของการแปลโจทย์ ปัญหา หรือความต้องการสารสนเทศ ออกมาเป็นคำค้น ซึ่งการกำหนดคำค้นเป็นขั้นตอนที่สำคัญเนื่องจากการกำหนดคำค้นที่ถูกต้องจะส่งผลต่อความเที่ยงตรงของ สารสนเทศที่สืบค้นได้ โดยผู้สืบค้นต้องใช้หัวเรื่อง หรือศัพท์สัมพันธ์ 3. การเลือก (Selection) เป็นการเลือกแหล่งสารสนเทศและเครื่องมือการสืบค้นสารสนเทศ ทั้งนี้การเลือกแหล่ง สารสนเทศขึ้นอยู่กับความต้องการสารสนเทศ เช่น ต้องการสารสนเทศที่เป็นหนังสือ แหล่งสารสนเทศ คือ ห้องสมุด เครื่องมือ การสืบค้น คือ บัตรรายการออนไลน์ ในขณะเดียวกัน ต้องการบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารต่างประเทศ แหล่งสารสนเทศ ออนไลน์ ดังนั้น เครื่องมือการสืบค้น คือ โปรแกรมการค้นหา เป็นต้น 4. การสืบค้น (Searching) เป็นการสืบค้นสารสนเทศโดยใช้คำค้นตามที่ได้กำหนดไว้ในขั้นตอนที่ 3 เมื่อได้รับผลการ สืบค้นแล้ว 5. การประเมินผล (Evaluate) เป็นการสืบค้นสารสนเทศที่ได้รับการสืบค้นตอบสนองกับโจทย์ ปัญหา หรือไม่ ซึ่งผล ของการสืบค้นของแต่ละโปรแกรมค้นหาจะแตกต่างกัน อาจทำการสืบค้นใหม่โดยใช้เทคนิคการสืบค้นร่วมด้วย 6. การใช้ (Use) เป็นการนำสารสนเทศที่ได้ไปใช้ประโยชน์ ทั้งนี้ผู้สืบค้นต้องมีการอ้างอิงที่ถูกต้องตามแนวทางที่ หน่วยงานกําหนด * รูปแบบการสืบค้นสารสนเทศ การสืบค้นสารสนเทศสามารถจำแนกได้หลากหลายระบบทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิธีการจำแนก เช่น ระบบการจัดการเอกสาร ระบบฐานข้อมูลซีดีรอม ระบบการเข้าถึงรายการบรรณานุกรมออนไลน์ เป็นต้น ในตำราเล่มนี้จำแนกระบบการสืบค้น สารสนเทศโดยพิจารณาจากการใช้งานจำแนกเป็น 3 กลุ่ม คือระบบการสืบค้นฐานข้อมูลทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุด ระบบการสืบค้นฐานข้อมูลออนไลน์ และ ระบบการสืบค้นสารสนเทศบนอินเทอร์เน็ต - 1. ระบบการสืบค้นฐานข้อมูลทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุด (Online Public Access Catalog – OPAC) เป็นการสืบค้นฐานข้อมูลรายการบรรณาทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุด เช่น หนังสือ วิทยานิพนธ์ วารสาร เป็นต้น ปัจจุบันสำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้นำโปรแกรมห้องสมุดอัตโนมัติ VTLS มาใช้ในการให้บริการ ผู้ใช้ สามารถเข้าใช้ได้ที่ https://www.lib.ru.ac.th ขั้นตอนการสืบค้น ดังนี้
ページ61:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 59 2922 1.1 เลือกฐานข้อมูลโดยจำแนกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ Single search และฐานข้อมูลทรัพยากรห้องสมุด * 1.1.1 Single search เป็นการสืบค้นฐานข้อมูลหลายฐานพร้อมกัน ด้วยการใช้ คำค้นเพียงครั้งเดียวได้ ทรัพยากรสารสนเทศครอบคลุมรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์จากทุกฐานข้อมูล ดังภาพการสืบค้นแบบ Single search ค้นฐานข้อมูลโอแพกผ่าน Single Search ภาวะโลกร้อน Expanders Also search within the full text of the articles Apply equivalent subjects Limit To Full Text Available in Library Collection Peer Reviewed Book 0 By อุดม เชยวงศ์ กรุงเทพฯ: แสงดาว, 2555,306, 14) หน้า : ภาพประกอบ (ภาพสีบางภาพ), แผนที่ : 21 ซม. Language: Thail, Database: STOU Resource Subjects: การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก, ความร้อน – ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม, ภาวะโลกร้อน ภัยธรรมชาติ Go to STOU Resource Location ฐานข้อมูลหนังสือและวารสาร Call No. STOU Resource Library QC981.8 G56 a73 2555 2 ภาวะโลกร้อน / โอภาส สุขหวาน. 2005 Publication Date 2019 Block Show Mora Status View Catalog Record By: โอกาส สุขหวาน, IN: วารสารสารานุกรมศึกษาศาสตร์, ฉบับที่ 42 (ต.ค. 2551), หน้า 54-65 12 หน้า : ภาพประกอบ, Language: Thias, Database: STOU Journals Index Subjects: การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลก Go to STOU Journal Index ฐานข้อมูลดัชนีวารสาร ภาพ การสืบค้นแบบ Single search SUKHOUSI Thammathirat Open University Update RSS Feeds - ห้องสมุดมส ตอบคำถามดิบของรางวัล Wiley ห้องสมุด มสธ. ขอเชิญร่วมตอบ คาถามเกือบรับของรางวัลกับ Wiley ในหัว a "Are You A WOL WLP ได้ตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ – 22 มีนาคม 2562 หลังจ Mar 6, 2019 3:38:27 AM ทดลองใช้งานฐานข้อมูล saws Gale Academic OneFile ห้องสมุด มสธ. ขอเชิญทดลองใช้ านจาน ตบด Glake Academic 1.1.2 ฐานข้อมูลทรัพยากรห้องสมุด เป็นการสืบค้นฐานข้อมูลทรัพยากร สารสนเทศของห้องสมุดเท่านั้น ดังภาพ การสืบค้นฐานข้อมูลทรัพยากรห้องสมุด RAMLINET RiRamkhamhaeng University Misney Namwork สืบค้นหนังสือ, ชื่อวารสาร, วิทยานิพนธ์ และอื่นๆ คําสําคัญ Advanced Search บ นดรรชนีบทความวารสาร: จําสําคัญ Saberit ตรวจสอบการยืม-คืน/ยืมต่อ แนะนำหนังสือ (สมาชิก) ข้อร้องเรียน/ข้อเสนอแนะ EX รายชื่อหนังสือใหม่ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ Submit
ページ62:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ ญญญญญญ ภาพการสืบค้นฐานข้อมูลทรัพยากรห้องสมุด 1.2 เลือกรูปแบบการสืบค้นสารสนเทศ ได้แก่ การสืบค้นแบบขั้นพื้นฐาน และการสืบค้นแบบขั้นสูง 60 * 1.2.1. การสืบค้นแบบขั้นพื้นฐาน เป็นการสืบค้นโดยระบุคำสำคัญ ชื่อเรื่อง ผู้แต่ง หัวเรื่อง ชื่อวารสาร เลขหมู่ระบบ LC เลขหมู่ระอยอื่นๆ และเลขมาตรฐานสากล * 1.2.2 การสืบค้นแบบขั้นสูง เป็นการสืบค้นที่มีการกำหนดขอบเขตของการสืบค้น เช่น การใช้ตรรกบูลีน (AND OR NOT) การกำหนดสถานที่จัดเก็บของทรัพยากรสารสนเทศ (Location) ประเภทของทรัพยากรสารสนเทศ (Material type) ภาษา (Language) ปีพิมพ์ เป็นต้น (หอสมุดกลาง หัวหมาก ไวท์, เอเลน 3 - ตัวอย่างโครงสร้างของรายการบรรณานุกรมออนไลน์ เมืองรอง มหัศจรรย์แห่งการรักษา : แนวทางการบำบัดรักษาโรคของนายแพทย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล = The ministry of healing / เซเลน จี. ไวท์ กรุงเทพฯ : ข่าวประเสริฐ, 2558 weiqlcott cut อาคาร บอกลาลา ลาล BR115.H4 294 255 สั่งมา พิมพ์ครั้งที่ 2 Ines 61: หน้า : 22 ซม. Link ที่เกี่ยวข้อง ปกและสารบัญ BR115 H4 32942558 BR35.H-5294-2558 แปลจาก The ministry of healing. การแพทย์ -- แง่ศาสนา White, Elle Courid Hommon, 1927-1915 29786169212119 10 "บได้รับอนุญาตจากไป มหา หมายเลข 1 ผู้แต่งหนังสือ (author or writer) หมายเลข 2 ชื่อเรื่อง (Title) ให้รายละเอียดเกี่ยวกับชื่อเรื่องหนังสือ หมายเลข 3 การแจ้งความรับผิดชอบ (statement of responsibility) ให้รายละเอียด เกี่ยวกับผู้รับผิดชอบหนังสือ ทั้งหมด เช่น ผู้แต่ง บรรณาธิการ ผู้แปล ผู้รวบรวม ผู้วาดภาพประกอบ ฯลฯ หมายเลข 4 การพิมพ์และการเผยแพร่ (publication, distribution, etc.) ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่พิมพ์ (place of publication) สำนักพิมพ์ (publisher) และปีที่พิมพ์ (date of publication) หรือปีลิขสิทธิ์ (copyright date) หมายเลข 5 เลขเรียกหนังสือ (call number) เป็นสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายเฉพาะของหนังสือแต่ละเล่ม เลขเรียก หนังสือที่ปรากฏบนรายการออนไลน์เป็นเครื่องชี้บอกตำแหน่งหนังสือในห้องสมุด หมายเลข 6 ครั้งที่พิมพ์ (edition) ให้รายละเอียดเกี่ยวกับครั้งที่พิมพ์ งานที่มีการ พิมพ์ต่างจากการพิมพ์ครั้งอื่น ๆ หมายเลข 7 ลักษณะรูปร่าง (physical description) คือ รายการเกี่ยวกับรูปร่าง และ ลักษณะจำนวนหน้าของ หนังสือ หรือจำนวนเล่ม ภาพประกอบ (ถ้ามี) ส่วนสูงของหนังสือ หมายเลข 8 หมายเหตุ (note) ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังสือเล่มนั้น ๆ เช่น มีบรรณานุกรมและดรรชนีท้าย เล่ม รายละเอียดเกี่ยวกับการแปลของหนังสือ รายละเอียดเกี่ยวกับการได้รับทุน หรือรางวัลต่าง ๆ สารบัญของหนังสือ เป็นต้น
ページ63:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ JJ44944JJJLLY. 61 หมายเลข 9 แนวสืบค้น (tracing) เป็นรายการที่บอกให้ทราบว่า นอกจากการสืบค้น ด้วยชื่อเรื่องแล้ว สามารถสืบค้น ด้วยรายการอื่น ๆ ได้ เช่น หัวเรื่อง ผู้แต่งร่วม ผู้แปล ผู้วาดภาพประกอบ เป็นต้น หมายเลข 10 เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ (International Standard Book Number) คือ เลขรหัสสากลที่ กำหนดขึ้นใช้สำหรับสิ่งพิมพ์ประเภทหนังสือทั่วๆ ไป มีความมุ่งหมายเพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ของหนังสือแต่ละชื่อเรื่อง เพื่อ ความสะดวก ถูกต้องในการควบคุม ข้อมูลสิ่งพิมพ์ในด้านการสั่งซื้อ การแลกเปลี่ยน การบริการ เมื่อกำหนดให้หนังสือไปแล้ว ห้ามนำกลับมา ใช้ช้าอีกโดยเด็ดขาด 2. ระบบการสืบค้นสารสนเทศฐานข้อมูลออนไลน์ เป็นการสืบค้นสารสนเทศเต็มรูป (Fulltext) ที่มีการจัดเก็บไว้ใน รูปแบบของฐานข้อมูลซีดีรอม ฐานข้อมูลออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันมีฐานข้อมูลออนไลน์จำนวนมากในตำราเล่มนี้แนะนำการใช้ ฐานข้อมูลออนไลน์เพียงบางส่วน เช่น 2.1 ฐานข้อมูล Thai Digital Collections (TDC) ฐานข้อมูลให้บริการสืบค้นสารสนเทศเต็มรูป เช่น วิทยานิพนธ์ รายงานการวิจัย บทความวิชาการ หนังสือหายากเป็นต้น โดยรวบรวมจากมหาวิทยาลัย หน่วยงานต่าง ๆ ทั่ว ประเทศ สามารถสมัครใช้บริการออนไลน์เว็บไซต์ http://yhailis.or.th/tdc/ http://dcms.thailis.or.th/tdc/ http://tdc.thailis.or.th/tdc/ การสืบค้นในฐานข้อมูล Thai Digital Collection จำแนกเป็น 2 รูปแบบ คือ การสืบค้น แบบขั้นพี่ ขั้นพื้นฐาน และการสืบค้นแบบขั้นสูง เป็นต้น สารสนเทศ 2.1.1 การสืบค้นแบบขั้นพื้นฐาน มีลักษณะดังนี้ หมายเลข 1 พิมพ์คำค้นลงในช่องสำหรับสืบค้น (Textbox) หมายเลข 2 ระบุตำแหน่งของคำค้นที่ปรากฏได้แก่ ขึ้นต้นด้วย ส่วนใดส่วนหนึ่งตรงตัวและแยกคำตามช่อง หมายเลข 3 ระบุให้คำค้นปรากฏในส่วนต่าง ๆ ของทรัพยากรสารสนเทศ เช่น ชื่อเรื่อง ชื่อผู้แต่ง บทคัดย่อ หมายเลข 4 ระบุหน่วยงานที่เป็นแหล่งจัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศหรือเป็นแหล่งเผยแพร่ทรัพยากร หมายเลข 5 ระบุประเภทของทรัพยากรสารสนเทศที่ต้องการ เช่น บทความวิจัย บทความวิชาการ วิจัย วิทยานิพนธ์ เป็นต้น รับฟ már modas มหาลัยช (2) AS ประ เราสามดว faudag กลาง โท กระทรวงธรร menin Sale Cat As Shin แล้วควรหาวิทยาลัยรา กระทรวงการ any Rare Book . ภาพ การสืบค้นฐานข้อมูล Thai Digital Collection แบบพื้นฐาน ทางมหาวิท
ページ64:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ * 62 2.1.2 การสืบค้นแบบขั้นพื้นฐาน เป็นการกำหนดขอบเขตการสืบค้นให้เฉพาะหรือแคบลง โดยคลิกเลือกที่ Advance Search มีลักษณะการสืบค้นหมายเลข 1 - หมายเลข 5 เหมือนกับการสืบค้นแบบพื้นฐาน โดยอธิบายเพิ่มเติม ดังนี้ หมายเลข 6 กำหนดขอบเขตของการสืบค้น โดยระบุปีของทรัพยากร สารสนเทศ ระบุภาษา รวมทั้งดการ แสดงผลการสืบค้น นอกจากนั้นหากต้องการกำหนดเงื่อนไขการสืบค้นให้เฉพาะมากยิ่งขึ้น สามารถเพิ่มเติมได้โดยกดเครื่องหมาย + ซึ่งในส่วนนี้เป็นการเรียกใช้ตรรกบูลีน คือ “และ” “หรือ” ต้องการสืบค้น ข่าว 1 2 จากเขตข้อมูล : (เลือกได้มากกว่า 1 รายการ) กดปุ่ม Ctrl หรือ Shift แล้วคลิกบนเขตข้อมูล ต้องการ ทุกเขต อมู อเรื่อง ผู้สร้างผลงาน หัวเรื่อง 3 เลือกมหาวิทยาลัย/สถาบัน (เลือกได้มากกว่า 1 รายการ) คาม Ctrl หรือ Shim 4 แล้วคลิกบน อมหาวิทยาลัย/สถาบัน 0 ชิ้นต้นด้วย O ส่วนใดส่วนหนึ่ง แรงตัว ) แยกค่าตามช่องว่าง - + กดปุ่ม - เพื่อลบเงื่อนไขท้ายสุด กดปุ่ม + เพิ่มเงื่อนไขการสืบค้น ทุกมหาวิทยาลัยสถาบัน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงยุติธรรม ฐานข้อมูลเฉพาะ ปีที่เผยแพร่ข้อมูล - ระหว่างปี (yyyy) 2563 6 จํากัด อมูล เฉพาะที่เป็นภาษา ไทย เลือกชนิดเอกสาร (เลือกได้มากกว่า 1 รายการ) กดปุ่ม Ctrl หรือ Shift - แล้วคลิกบนชนิดเอกสาร ถึงปี (yyy) 2554 เรียงสาดับการแสดงผล ตาม ชนิดเอกสาร - เรื่อง สาบการเรียง จากมากไปหาน้อย 2-A (สก) คันท ทนง ยหาย TINUINGIE BOOK เอกสารจดหมายเห / Archive งานวิจัย Research report วิทยานิพน Thesis Lauin 5 ภาพ การสืบค้นฐานข้อมูล Thai Digital Collection 2.2 ฐานข้อมูลคำพิพากษาและคำสั่ง ฐานข้อมูลออนไลน์ให้บริการสืบค้นสารสนเทศด้านกฎหมาย วิธีการสืบค้น โดยพิมพ์คำค้นในช่องช่องสำหรับสืบค้น (Textbox) กรอกรายละเอียดที่ต้องการสืบค้น เช่น เลขคดี ชื่อข้อหา ฐานความผิด เป็นต้น นอกจากนั้นสามารถสืบค้นตามหน่วยงาน เช่น ศาลชั้นต้นในเขตกรุงเทพมหานคร ศาลพิเศษ ศาลชำนัญพิเศษ ศาล อาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบ สำนักศาลยุติธรรมประจำภาค เป็นต้น สามารถใช้บริการออนไลน์เว็บไซต์ https://decision.coj.co.th 2.3 ฐานข้อมูลออนไลน์อื่น ๆ ที่น่าสนใจโดยจำแนกตามสาขาวิชา สามารถใช้บริการผ่านเว็บไซต์ของสำนัก หอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง (2565) โดยจำแนกเป็นฐานข้อมูล ออนไลน์ต่าง ๆ เช่น ฐานข้อมูลวารสารฉบับเต็ม (e- Journals) ฐานข้อมูลหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e- Books) ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ (e-Theses) ฐานข้อมูลข่าว (e-News) เป็นต้น ในตำราเล่มนี้ยกตัวอย่าง เพียงบางส่วนเท่านั้น Journal Link ฐานข้อมูลออนไลน์ http://www.journallink.or.th ฐานข้อมูลสหบรรณานุกรมห้องสมุด สถาบันอุดมศึกษาไทย (UCTAL) https://uc.thailis.or.th/main/index.aspx สารสนเทศและวิธีการสืบค้น ฐานข้อมูลชี้แหล่งวารสารในประเทศไทยเป็นร่วมมือ ระหว่าง ห้องสมุดต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ฐานข้อมูลรายการบรรณานุกรมทรัพยากรสารสนเทศของ ห้องสมุดสมาชิกเครือข่ายทั่วประเทศไทย
ページ65:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ ฐานข้อมูลข่าว iQNewsClip https://app.iqnewsclip.com/#/main ฐานข้อมูลข่าว NewsCenter Academic Search Ultimate (ASU) Business Source Complete (BSC) EBSCO Discovery Service (EDS) Plus Full Text Emerald Management (EM240) Political Science Complete ACM Digital Library Engineering Source IEEE/IET Electronic Library (IEL) Oxford Law Online 63 944944 กฤตภาคข่าวออนไลน์จากหนังสือพิมพ์ภายในประเทศ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษกว่า 30 ฉบับ ข่าวออนไลน์รวบรวมจากแหล่งข้อมูลทั้งใน และต่างประเทศ เช่น หนังสือพิมพ์ นิตยสาร สำนักข่าว สำนักวิจัย และ หน่วยงานราชการ สามารถสืบค้นข้อมูลทั้งภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ ย้อนหลังได้กว่า 10 ปี ฐานข้อมูลสหสาขาวิชารวบรวมวารสารทาง วิชาการนิตยสาร สิ่งพิมพ์ และวีดีโอ ในทุก สาขาวิชาเช่น วิศวกรรมศาสตร์ ดาราศาสตร์ มานุษย์วิทยา สุขภาพ กฎหมาย ศึกษาศาสตร์ เป็นต้น ฐานข้อมูลด้านธุรกิจ รวบรวมข้อมูลจาก แหล่งข้อมูลทางธุรกิจ ครอบคลุมเนื้อหา เกี่ยวกับการบริหาร, การตลาด, การโฆษณา , การบัญชี, การเงิน, การลงทุน, เศรษฐศาสตร์ การธนาคาร เป็นต้น ฐานข้อมูลครอบคลุมสหสาขาวิชา เช่น ศึกษาศาสตร์ ครุ ศาสตร์ ศิลปศาสตร์ นิเทศศาสตร์ เป็นต้น ฐานข้อมูลครอบคลุมสหสาขาวิชา เช่น การเงิน การบริหาร นโยบายสาธารณะและ สิ่งแวดล้อม การจัดการทรัพยากร มนุษย์และ การบริหารองค์กร การจัดการการขนส่ง การ จัดการการท่องเที่ยวและการโรงแรม ศึกษาศาสตร์ บรรณารักษ์ สาธารณสุขศาสตร์ เป็นต้น ฐานข้อมูลครอบคลุมเนื้อหาด้านการเมือง การ ปกครอง กฎหมาย ฐานข้อมูลทางด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ จากสิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง จดหมายข่าว และเอกสารในการประชุม วิชาการ ที่จัดทำโดย ACM (Association for Computing Machinery) ฐานข้อมูลทางด้านวิศวกรรม เช่น การบิน ไฟฟ้า โยธา เครื่องกล ซอฟต์แวร์ เป็นต้น ฐานข้อมูลที่รวบรวมสารสนเทศจาก Electronics Engineer(EEE) รวบรวมเอกสารมาตรฐานของ IEEE บทความจากวิชาการ ฐานมูลด้านกฎหมาย จำแนกเป็นกฎหมาย เฉพาะด้าน เช่น ฐานข้อมูล Oxford Reports on International Law
ページ66:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 64 44442 (ORIL) ฐานข้อมูลด้าน กฎหมายสากลโลก Max Planck Encyclopedia of Comparative Constitutional Law (MPECCOL) สารานุกรมกฎหมายสากล เป็นต้น 3. ระบบการสืบค้นสารสนเทศ อินเทอร์เน็ต (Internet) เป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ที่เกิดจากการเชื่อมโยงของเครือข่ายขนาดเล็กจากหน่วยงาน ต่างๆ รวมเป็นเครือข่ายเดียวทั้งโลก วัตถุประสงค์ของอินเตอร์เน็ต คือ เพื่อการสื่อสาร แลกเปลี่ยนสารสนเทศ ปัจจุบัน อินเทอร์เน็ตกลายเป็นแหล่งสารสนเทศขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เข้าด้วยกันหรือสมาร์คดีไวซ์ (Smart device) เช่น สมาร์ตโฟน (Smartphone) แท็บเล็ตพีซี (Tablet PC)เป็นต้น ส่งผลให้สามารถสื่อสารแลกเปลี่ยน สารสนเทศผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ได้จนกระทั่งเกิดคำว่า “อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things -- loT)” การเข้าใช้อินเทอร์เน็ตต้องอาศัยโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ (Web browser) ซึ่งเป็น โปรแกรมที่พัฒนาและ ออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ เช่น Google Chrome, Safari, Microsoft Edge เป็นต้น เมื่อต้องการสืบค้น สารสนเทศบนอินเทอร์เน็ตผู้ใช้ต้องระบุตัวชี้แหล่งในอินเทอร์เน็ต (Uniform Resource Locator - URL) หรือ ยูอาร์แอล ซึ่งเป็นที่อยู่ของทรัพยากรสารสนทศที่ต้องการ เช่น www.ru.ac.th เว็บไซต์มหาวิทยาลัยรามคำแหง www.lib.ru.ac.th เว็บไซต์สำนักหอสมุดกลาง เป็นต้น ๆ * เมื่อเข้าสู่หน้าแรกของเว็บไซต์ (Web site) จะเรียกว่าโฮมเพจ (Home page) โดยส่วนใหญ่หน้าโฮมเพจจะ ปรากฏรูปภาพ ข้อความ หัวข้อที่จะเชื่อมโยง (Link) ไปยังหน้าเว็บเพจ (Web page) อื่น ๆ ทั้งนี้การเชื่อมโยงเป็นลักษณ เชื่อมโยงภายในเว็บไซต์เดียวกันหรือหรือเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์อื่น ๆ โดยลักษณะของการเชื่อมโยงจะเป็นการเชื่อมโยงหลาย มิติ หรือ ไฮเปอร์ลิงค์ (Hyperlink) ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงจากข้อความสู่ข้อความ จากข้อความสู่รูปภาพ จากข้อความเสียง ฯลฯ สารสนเทศที่ปรากฏบนเครือข่ายมีเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการสืบค้นสารสนเทศบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จำเป็นต้องอาศัยเครื่องมือ การสืบค้น โปรแกรมค้นหา (Search engine) เป็นโปรแกรมซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อสืบค้น สารสารสนเทศบนอินเทอร์เน็ต วิธีการสืบค้นโดยการพิมพ์ คำค้น (Keyword) โปรแกรมจะทำการสืบค้นสารสนเทศที่ต้องการ ปัจจุบันโปรแกรมค้นหาถูกพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพให้สูงมากยิ่งขึ้น โดยหลังจากที่ทำการสืบค้นเรียบร้อยแล้ว โปรแกรม ค้นหาจะสามารถทำการเลือกผลลัพธ์ของผู้ใช้ และบันทึกประวัติการสืบค้นไว้สำหรับการกรองผลลัพธ์การสืบค้นต่อไป เพื่อ ช่วยให้การสืบค้นสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้องแม่นยำ โปรแกรมค้นหาที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน เช่น Google, Bing, Yahoo, Baidu, AOL เป็นต้น ในตำรานี้จะยกตัวอย่างการสืบค้นสารสนเทศโดยโปรแกรมค้นหา Google กูเกิลเป็นโปรแกรมค้นหาที่เป็นที่รู้จักและนิยมใช้มากที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากการออกแบบหน้าเว็บเพจที่เรียบ งาย เน้นการแสดงผลการสืบค้นที่รวดเร็วมีการแสดงคำที่เกี่ยวข้องสามารถสืบค้นสารสนเทศที่เป็นไฟล์รูปภาพ (Images) กลุ่มข่าว ( News Groups) และสารระบบเว็บ (Web directory) และครอบคลุมภาษาต่าง ๆ กว่า 100 ภาษา เทคนิคการ สืบค้น มีดังนี้
ページ67:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 9433 65 * 1. การสืบค้นแบบพื้นฐาน พิมพ์คำค้นลงในช่องสำหรับสืบค้น ทั้งนี้ สามารถกำหนดขอบเขตการสืบค้นโดยใช้ ตัวดำเนินการสืบค้น เครื่องหมายต่าง ๆ ได้ เช่น 1.1 เครื่องหมายลบ (-) เป็นการกำหนดขอบเขตโดยกำจัดหรือคัดแยกสารสนเทศที่ไม่ต้องการออกไป เช่น สัตว์ เลี้ยง แมว ผลการสืบค้นจะได้สารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงเท่านั้น 1.2 เครื่องหมายดอกจัน (*) เป็นการสืบค้นโดยการแทนที่คำ เช่น สมาคมห้องสมุด" ผลการสืบค้นจะปรากฏ รายชื่อสมาคมห้องสมุด 1.3 การค้นหาเฉพาะเว็บไซต์ (Site:) เป็นการกำหนดขอบเขตการสืบค้นสารสนเทศที่ต้องการให้ปรากฏเฉพาะ ในเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่งเท่านั้น เช่น อธิการบดี site: ru.ac.th ผลการสืบค้นจะปรากฏเฉพาะเว็บไซต์ ru.ac.th ที่ปรากฏคำ ว่าอธิการบดีเท่านั้น * 1.4 เครื่องหมายอัญประกาศ (“...”) เป็นการสืบค้นโดยกำหนดขอบเขต คือ ให้คำ หรือวลีปรากฏในเว็บไซต์ เช่น "การประชุม ผู้สูงอายุ ประเทศไทย อาเซียน” ผลการสืบค้นได้สารสนเทศเกี่ยวกับการประชุมเกี่ยวกับผู้สูงอายุของ อาเซียนที่จัดขึ้นในประเทศไทย 1.5 การสืบค้นข่าวหรือบทความในหนังสือพิมพ์ สามารถสืบค้น ข่าวเก่าๆ หรือบทความที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ เก่าๆ ซึ่งจัดเรียงหนังสือพิมพ์ตามลำดับตัวอักษร A-Z ใช้บริการออนไลน์ https://news.google.com/newspapers 1.6 การสืบค้นด้วยรูปภาพ เป็นการสืบค้นแหล่งที่มาของรูปภาพ โดยใช้ภาพที่มีการบันทึกไว้ในเครื่อง คอมพิวเตอร์หรือถ่ายจากมือถือ หรือสืบค้นโดยการพิมพ์ยูอาร์แอลของภาพที่ต้องการสืบค้น 1.7 การสืบค้นผลงานทางวิชาการ เช่น บทความ รายงานการวิจัยใช้บริการออนไลน์ https://scholar.google.com 1.8 การสืบค้นประเด็นน่าสนใจหรือประเด็นที่มีการสืบค้นบนอินเทอร์เน็ต เหมาะสำหรับการสืบค้นประเด็น หรือหัวข้อในการจัดทำรายงาน โครงงาน รวมทั้งการ วางแผนการตลาด ใช้บริการออนไลน์ https://trends.google.com 2. การสืบค้นแบบขั้นสูง เป็นการสืบค้นที่เฉพาะเจาะจง โดยคลิกที่ Setting เพื่อเลือก Advance Search ทั้งนี้ สามารถกำหนดขอบเขตต่าง ๆ ได้ เช่น กำหนดคำ หรือวลีให้ปรากฏในเนื้อหาของเว็บไซด์และคำเหล่านี้อยู่ติดกันทั้งหมด กำหนดภาษา กำหนดปี กำหนดเว็บไซต์ กำหนดรูปแบบไฟล์ เป็นต้น ผลการสืบค้นจะได้สารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการบริการ สารสนเทศ ที่มีนำเสนอเป็นภาษาไทยเมื่อ ปี พ.ศ. 2564 เท่านั้น
ページ68:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ มหาหน้าเว็บที ล่าเหล่าปิ เหรียนให้ตรงตามนี้ สาโท เ ใช้ค่าเหล่านี้ ทวน แล้วจํากัดผลลัพธ์ของคุณ โดย โทนหรือโดเมน สาปรากฏ หลงกับ บทเด่นไฟล์ สิทธิในการโปรน อานท สารเทศ มาได้ ภูมิภาคน ICB แฟนฟ สำคัญ อาลี เทเลเซ ในการให้จัดการให้แกะลายร้อนแรง wallet" Reso โดยเรียงหมายบนหน้าทำงานไม่ต้องการ สัมพันธร, u f wwwww.dacade การชำไรกินแตกในนิยามโดยมีภาคเหนือ ทุนใน sams หากจ่ายไปในรูปแบบที่คุณต้องการ 66 * บทสรุป ภาพ การสืบค้นแบบขั้นสูง การสืบค้นสารสนเทศ เป็นกระบวนการหรือวิธีการในการได้มาซึ่งสารสนเทศที่ต้องการ ซึ่งสารสนเทศในปัจจุบันมี การบันทึกและเผยแพร่ไว้รูปสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโสตทัศน์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ การสืบค้นจะประสบความสำเร็จมาก น้อยเพียงไรขึ้นอยู่กับเทคนิคการสืบค้นของผู้สืบค้น - แบบฝึกหัดท้ายบท 1. 2. ข้อใดกล่าวถึงการสืบค้นสารสนเทศได้ถูกต้องที่สุด 1. แดงโทรถามครูเรื่องการเดินทางไปสอบแข่งขัน 2. คำถามแม่เรื่องการปรุงอาหารเพื่อขายในตลาดนัด 3. ขาวค้นเรื่องการฉีดวัคซีนในเว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข 4. เขียวตามเพื่อนเรื่องการลงทะเบียนเรียน ข้อใดคือการสืบค้นแบบพื้นฐาน 1. สุสืบค้นโดยใช้ชื่อเรื่องของหนังสือ 2. นุสืบค้นโดยใช้ชื่อสำนักพิมพ์ 3. พุสืบค้นโดยใช้คำสำคัญ 4. ยุสืบค้นโดยใช้หัวเรื่อง ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการสืบค้นสารสนเทศ 3. 1. เพื่อการศึกษา 3. เพื่อพัฒนาศักยภาพ 2. เพื่อสืบเรื่องของบุคคลอื่น 4. เพื่อประกอบการตัดสินใจ
ページ69:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 50500 4. ข้อใด คือ หัวเรื่องสำหรับการสืบค้นสารสนเทศเกี่ยวกับ “อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย พ.ศ. 2563 1. อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว - ไทย 2. อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย พ.ศ. 2563 3. การท่องเที่ยว – แง่เศรษฐกิจ - ไทย 4. อุตสาหกรรมท่องเที่ยว - ไทย – 2563 2. สัตว์เลี้ยง 5. ข้อใด คือ คำศัพท์ไม่ควบคุม 1. การทำก๋วยเตี๋ยว 3. คอมพิวเตอร์ 4. การบริการสารสนเทศ 6. ข้อใดคือ การกำหนดขอบเขตผลการสืบค้นที่เฉพาะเจาะจง 1. รถยนต์และฮอนด้า 2. การบริหารรัฐกิจ 67 7. 8. 3. การตลาดรถยนต์ ข้อใดคือการสืบค้นเนื้อหาบางส่วนเพลง 1. “Locking it just like that" 3. OK Are you ready? ข้อใด คือ สัญลักษณ์บอกตำแหน่งหนังสือในห้องสมุด 1. เลขเรียกหนังสือ 3. ชื่อเรื่อง 4. การผลิตรถยนต์ 2. Song Tiktok 4. Edu Sitepu XDS 2. เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ 4. แนวสืบค้น ข้อใด คือ รายการที่ใช้สำหรับการสืบค้นกรณีไม่ทราบชื่อเรื่อง ชื่อผู้แต่ง 9. 1. เลขเรียกหนังสือ 2. การพิมพ์และการเผยแพร่ 4. แนวสืบค้น 10. 3. ลักษณะรูปร่าง ข้อใด คือ การสืบค้นที่ไม่แน่ใจในคำสะกด 1. Teen* 2. Robot 3. Robotics OR Robof 4. Robot AND AI
ページ70:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ โครงร่างเนื้อหา บทนํา ความหมายของการประเมินสารสนเทศ ความสำคัญของการประเมินสารสนเทศ หลักเกณฑ์ในการประเมินสารสนเทศ บทที่ 5 การประเมินสารสนเทศ 68 การประเมินแหล่งสารสนเทศ บทสรุป สาระสำคัญ * การประเมินสารสนเทศ หมายถึง การคิดวิเคราะห์ เลือกสรรสารสนเทศที่สืบค้นได้ โดยใช้แนวทาง หลักเกณฑ์ใน การประเมินสารสนเทศอย่างรอบคอบ เพื่อตัดสินใจได้ว่าสนเทศใดที่เหมาะสม หรือมีเนื้อหาตรงกับความต้องการอย่าง ครบถ้วน มีความน่าเชื่อถือ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดี ตัวอย่างหลักเกณฑ์การประเมินสารสนเทศที่ห้องสมุดต่างๆ นิยมและนำให้กับผู้ใช้ ได้แก่ 1) AAOCC 2) RADAR 3) CRAAP 4)TPAAP และ 5) SIFT (The Four: Movies) โดยทั้ง 5 หลักเกณฑ์ สามารถสรุปข้อหลักเกณฑ์การประเมินสารสนเทศได้ 6 ประการ คือ 1) ความน่าเชื่อถือของผู้จัดทำ (Authority) 2) ความ ถูกต้อง (Accuracy) 3) วัตถุประสงค์ (Purpose) 4) ความเกี่ยวข้อง (Relevance) 5) ความทันสมัย (Currency) และ 6) ความครอบคลุม (Coverage) การประเมินแหล่งสารสนเทศสามารถจำแนกการประเมินตามประเภทของแหล่งสารสนเทศ ได้ดังนี้ 1) แหล่งสารสนเทศบุคคล เกณฑ์การประเมินแหล่งสารสนเทศบุคคล คือ การพิจารณาที่ตัวบุคคลเป็นสำคัญว่า บุคคลนั้นมีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชานั้นหรือไม่ และควรเป็นบุคคลที่เป็นที่ยอมรับในสังคม ชุมชน แวดวงวิชาชีพ หรือวิชาการ 2) แหล่งสารสนเทศสถาบัน ต้องพิจารณาที่ความน่าเชื่อถือของสถาบันเป็นประการสำคัญ โดยส่วนใหญ่แหล่ง สารสนเทศสถาบันมีความ น่าเชื่อถือค่อนข้างมาก 3) แหล่งสารสนเทศสื่อมวลชน ประเมินโดยใช้หลักเกณฑ์การประเมิน 6 ประการ แต่มีข้อพิจารณาเพิ่มเติมคือ จริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาชีพสื่อมวลชน 4) แหล่งสารสนเทศอินเทอร์เน็ต ประเมินโดยใช้หลักเกณฑ์การประเมิน 6 ประการ แต่มีข้อพิจารณาเพิ่มเติมคือ ชื่อโดเมน (Domain name) และ การเชื่อมโยง (LINK) วัตถุประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมายและความสำคัญของการประเมินสารสนเทศได้ 2. อธิบายหลักเกณฑ์การประเมินสารสนเทศ และการประเมินแหล่งสารสนเทศได้
ページ71:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ น ›› บทนํา 69 การประเมินสารสนเทศ เป็นหนึ่งในเนื้อหาของทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ที่จะต้องทำความเข้าใจ สารสนเทศ สามารถ จำแนกแยกแยะสารสนเทศได้ สารสนเทศในยุคปัจจุบันมีการผลิตและเผยแพร่ ออกมาเป็นจำนวนมาก ทั้งในรูปของสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ จึงทำให้สารสนเทศจำนวนมาก เหล่านั้นมีทั้งที่มีคุณภาพสูงและด้อยคุณภาพ หรืออาจมีคุณค่าต่อการใช้ งานแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ความหมายของการประเมินสารสนเทศ การประเมินสารสนเทศ หมายถึง กระบวนการอย่างเป็นระบบในการคิดวิเคราะห์ เลือกสรรสารสนเทศที่สืบค้นได้ โดย ใช้แนวทาง หลักเกณฑ์ในการประเมินสารสนเทศอย่างรอบคอบ ได้ว่าสารสนเทศได้ว่าสารสนเทศใดที่เหมาะสม หรือมีเนื้อหา ตรงกับความต้องการอย่างครบถ้วน มีความน่าเชื่อถือ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดี ความสำคัญของการประเมินสารสนเทศ 1. เพื่อให้ได้สารสนเทศที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด 2. เพื่อทำให้มั่นใจในคุณภาพของสารสนเทศที่ค้นหามาได้ 3. เพื่อค้นหามุมมอง ความคิดเห็น และงานวิจัยในหัวข้อที่เกี่ยวข้อง 4. เพื่อเพิ่มคุณภาพและความน่าเชื่อถือในงานของตัวเอง 5. เพื่อคัดข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ มีอคติ ล้าสมัย หรือไม่ถูกต้องจากการค้นหาได้ หลักเกณฑ์ในการประเมินสารสนเทศ ในตำรานี้ขอเสนอหลักเกณฑ์การประเมินสารสนเทศ จำนวน 5 หลักเกณฑ์ ได้แก่ 1) AAOCC 2) RADAR 3) CRAAP 4) TRAAP และ 5) SIFT (The Four Moves) รายละเอียดของแต่ ละหลักเกณฑ์มีดังนี้ ◇ AAOCC AAOCC เป็นหลักเกณฑ์การประเมินสารสนเทศที่ห้องสมุดหลายแห่งแนะนำแก่ผู้ใช้ เกณฑ์นี้ สามารถใช้ได้กับ สารสนเทศทุกประเภท โดยเฉพาะเว็บไซต์ (University of Alaska Fairbanks, Elmer E. Rasmuson Library, 2022 ; Princeton University, Princeton University Library, 2022) * หรือไม่ หลักเกณฑ์ AAOCC ประกอบด้วย 1. ความน่าเชื่อถือของผู้จัดทำ (Authority) พิจารณาในประเด็นย่อย ดังต่อไปนี้ 1.1 มีการการระบุชื่อผู้จัดทำ หรือผู้รับผิดชอบเนื้อหาหรือไม่ 1.2 มีข้อมูลบ่งชี้เกี่ยวกับระดับการศึกษา ความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ของผู้จัดทำ หรือผู้รับผิดชอบเนื้อหา 1.3 มีข้อมูลการติดต่อกับผู้จัดทำหรือผู้รับผิดชอบเนื้อหาหรือไม่ 1.4 ผลงานของผู้จัดทำ หรือผู้รับผิดชอบเนื้อหาได้ถูกอ้างถึงในแหล่งสารสนเทศอื่นบ้างหรือไม่
ページ72:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ น * 2. ความถูกต้อง (Accuracy) พิจารณาในประเด็นย่อย ดังต่อไปนี้ 2.1 สารสนเทศทั้งหมดจะต้องสามารถตรวจสอบได้ 70 2.2 หากเป็นงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการแสวงหาความจริง จะต้องให้ความสำคัญกับความถูกต้องมากที่สุด 2.3 มีรายการอ้างอิง บรรณานุกรม หรือเชิงอรรถ หรือไม่ 2.4 ความถูกต้องในการเขียนผลงาน ดูจากรูปแบบการเขียน ไวยากรณ์ การสะกดคำและเครื่องหมายวรรคตอน 3. ความเป็นกลางของสารสนเทศ (Objectvity) พิจารณาในประเด็นย่อย ดังต่อไปนี้ 3.1 มีการโฆษณาหรือชักชวนให้ร่วมบริจาค เป็นการแอบแฝงหรือไม่ 3.2 ภาษาที่ใช้ในงานเขียนก่อให้เกิดความลำเอียง หรือสร้างอคติแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือไม่ 3.3 ผู้จัดทำหรือผู้รับผิดชอบเนื้อหานำเสนอเนื้อหาด้วยมุมมองด้านใดบ้าง 4. ความทันสมัย (Currency) พิจารณาในประเด็นย่อย ดังต่อไปนี้ 4.1 งานในสาขาวิทยาศาสตร์ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องความทันสมัยเป็นอย่างมาก เพราะเนื้อหาสาขาวิชามีการ เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ 4.2 ส่วนงานในสาขาศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์ที่มักจะมีการศึกษางานฉบับเก่า ดังนั้น เรื่องความทันสมัยจึง อาจพิจารณาเป็นรายหัวข้อตามความเหมาะสม หรือไม่ 4.4 ควรมีการระบุวัน เดือน ปี ของการผลิต เผยแพร่ หรือปรับปรุงเนื้อหา 5. ความครอบคลุมของเนื้อหา (Coverage) พิจารณาในประเด็นย่อย ดังต่อไปนี้ ๆ 5.1 การครอบคลุมเนื้อหาอาจพิจารณาโดยเปรียบเทียบเนื้อหาจากหลาย ๆ แหล่งสารสนเทศ 5.2 ในบางเนื้อหาอาจมีการแจ้งวัตถุประสงค์ของการจัดทำซึ่งอาจบอกได้ว่าเนื้อหามีความลึกซึ้งตามที่ต้องการ 5.3 พิจารณาจากเนื้อหาว่าครอบคลุม หรือเพียงพอตามต้องการหรือไม่ บางเนื้อหามีเพียงหัวข้อโดยไม่มี รายละเอียดเพิ่มเติมซึ่งอาจไม่ตรงตามที่ต้องการ ◇ RADAR RADAR เป็นกรอบแนวความคิดในการประเมินสารสนเทศ ที่พัฒนาโดย เจน เมนดาเลียส (Jane Mandalios) เพื่อ ใช้ในการประเมินสารสนเทศทางอินเทอร์เน็ต แต่ปัจจุบันสามารถประยุกต์ใช้ RADAR สำหรับการประเมินสารสนเทศทั่วไป ได้ RADAR มีกรอบแนวความคิดในการประเมินสารสนเทศ ดังนี้ 1. ความเกี่ยวข้อง (Relevance) การพิจารณาประเด็นนี้จำเป็นต้องใช้ทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์เป็นสำคัญที่จะบอกได้ว่าสารสนเทศที่ได้มามีความ เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กับเนื้อหาที่ต้องการอย่างไร * 2. ความน่าเชื่อถือของผู้จัดทำ (Authority) พิจารณาในประเด็นย่อย ดังต่อไปนี้ 2.1 ใครคือผู้แต่ง 2.2 ผู้แต่งมีความน่าเชื่อถือหรือเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางหรือไม่ 2.3 ผู้แต่งมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับเนื้อหาหรือไม่ 2.4 ใช้ยูอาร์แอล (URL) ในการพิจารณาเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของผู้จัดทำได้ เช่น
ページ73:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 99449 URL ลงท้ายด้วย .edu หรือ .ac เป็น URL ของสถาบันการศึกษา URL ลงท้ายด้วย .gov เป็น URL ของหน่วยงานรัฐบาล URL ลงท้ายด้วย .org เป็น URL ของหน่วยงานที่ไม่แสงหาผลกำไร เป็นต้น 3. วัน เดือน ปีที่จัดทำ (Date) 71 การพิจารณาวัน เดือน ปีที่ผลิตสารสนเทศแตกต่างกันไปตามความต้องการสารสนเทศของแต่ละบุคคล แต่สิ่งที่ สำคัญคือจะต้องมีการตรวจสอบ วัน เดือน ปี ที่ผลิตสารสนเทศทุกครั้งในการสืบค้น 4. ลักษณะของสารสนเทศที่ปรากฏ (Appearance) พิจารณาในประเด็นย่อย ดังต่อไปนี้ 4.1 ภาษาที่ใช้ในสารสนเทศเป็นภาษาทางการ หรือภาษาวิชาการหรือไม่ 4.2 มีการอ้างอิง หรือการอ้างถึงในงานเขียนหรือไม่ 4.3 ลักษณะของสารสนเทศที่ปรากฏในบางลักษณะอาจทำให้ดูน่าเชื่อถือได้แม้กับกลุ่มคนที่มีความเชี่ยวชาญใน การใช้เว็บไซต์ เช่น รูปแบบหรือขนาดของตัวอักษร การออกแบบหรือการใช้สีของเว็บไซต์ 5. เหตุผลในการสร้างสรรค์ผลงานของ (Reason for writing) พิจารณาในประเด็นย่อย ดังต่อไปนี้ 5.1 ผลงานนี้ถูกผลิตขึ้นเพื่อเป็นองค์ความรู้ หรืองานทางวิชาการหรือไม่ 5.2 ผลงานนี้ถูกผลิตขึ้นเพื่อโน้มน้าวใจ โฆษณา หรือโจมตีฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ 5.3 ผลงานนี้ถูกผลิตขึ้นเพื่อต้องการขายบางสิ่งบางอย่างหรือไม่ ◇ CRAAP CRAAP เป็นหลักเกณฑ์การประเมินสารสนเทศที่พัฒนาโดย ซารา เบลกชลี (Sarah Blakestee) บรรณารักษ์ ห้องสมุดเมอเรียม มหาวิทยาลัยรัฐแคลิฟอเนีย ซิกโค (Meriam Library, California State University, Chico) ที่ใช้ บรรยายให้กับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ในหัวข้อการประเมินสารสนเทศ ปัจจุบัน หลักเกณฑ์ CRAAP ได้รับการแนะนำให้เป็น หลักเกณฑ์การประเมินสารสนเทศที่ห้องสมุดโดยทั่วไป แนะนำให้กับผู้ใช้ CRAAP มีเกณฑ์ในการประเมินสารสนเทศ ดังนี้ 1. ความทันสมัย (Currency) พิจารณาในประเด็นย่อย ดังต่อไปนี้ 1.1 สารสนเทศถูกจัดทำขึ้นเมื่อใด หรือโพสบนเว็บไซต์เมื่อใด 1.2 มีการปรับปรุงหรือแก้ไขสารสนเทศให้ทันสมัยหรือไม่ 1.3 พิจารณาถึงสารสนเทศที่แต่ละบุคคลต้องการว่า ต้องการสารสนเทศที่ทันสมัยเป็นปัจจุบัน หรือต้องการ สารสนเทศย้อนหลัง 1.4 สำหรับเว็บไซต์ตรวจสอบการเชื่อมโยงของเว็บไซต์ว่ายังสามารถเชื่อมโยงได้ปกติหรือไม่ 2. ความเกี่ยวข้อง (Relevance) เป็นการตรวจสอบความสำคัญของสารสนเทศที่บุคคลต้องการพิจารณาในประเด็น ย่อย ดังต่อไปนี้ 2.1 สารสนเทศที่ได้มาตรงกับหัวข้อคำถามของแต่ละบุคคลหรือไม่ 2.2 กลุ่มเป้าหมายของสารสนเทศนี้คือใคร 2.3 ระดับของสารสนเทศเหมาะสมกับความต้องการหรือไม่ 2.4 มีแหล่งสารสนเทศอื่นให้เลือกพิจารณาอีกหลายแหล่งหรือไม่
ページ74:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 3. ความน่าเชื่อถือของผู้จัดทำ (Authority) พิจารณาในประเด็นย่อย ดังต่อไปนี้ 3.1 ใครคือผู้แต่ง ผู้จัดพิมพ์ แหล่งผลิต หรือผู้สนับสนุน 3.2 ผู้แต่งอยู่ในสังกัดองค์กรหรือหน่วยงานใดที่จะให้คำรับรองหรือไม่ 3.3 ผู้แต่งมีคุณสมบัติในการเขียนเรื่องนั้นหรือไม่ 3.4 มีข้อมูลในการติดต่อกับผู้แต่งหรือไม่ 4. ความถูกต้อง (Accuracy) พิจารณาในประเด็นย่อย ดังต่อไปนี้ 4.1 สารสนเทศนั้นมาจากแหล่งใด 4.2 มีหลักฐานอื่นใดมาสนับสนุนสารสนเทศนั้นหรือไม่ 4.3 สารสนเทศนั้นได้ถูกอ้างถึงบ้างหรือไม่ 4.4 ภาษาที่ใช้ในสารสนเทศบ่งบอกถึงความไม่มีอคติและมีอิสระทางอารมณ์หรือไม่ 4.5 มีการสะกดคำ การใช้ไวยากรณ์ หรือการพิมพ์ผิดพลาดบ้างหรือไม่ 5. วัตถุประสงค์ (Purpose) พิจารณาในประเด็นย่อย ดังต่อไปนี้ 72 5.1 วัตถุประสงค์ของสารสนเทศคืออะไร? เพื่อแจ้งข่าว เพื่อสั่งสอน เพื่อค้าขาย เพื่อให้ความบันเทิง หรือเพื่อโน้มน้าวใจ? 5.2 เนื้อหาสารสนเทศได้บรรลุวัตถุประสงค์ของผู้แต่งหรือไม่ 5.3 สารสนเทศนั้นเป็นข้อเท็จจริง ความคิดเห็น หรือโฆษณาชวนเชื่อ 5.4 มุมมองในสารสนเทศนั้นมีความเป็นกลางหรือไม่ 5.5 สารสนเทศนั้นมีอคติในทางการเมือง วัฒนธรรม ศาสนา องค์กร หรือความคิดส่วนบุคคลหรือไม่ > TRAAP เป็นหลักเกณฑ์การประเมินสารสนเทศที่ได้ปรับปรุงมาจาก CRAAP และเป็น หลักเกณฑ์ที่ห้องสมุดทั่วไปแนะนำให้ ผู้ใช้ใช้ในการประเมินสารสนเทศโดยเฉพาะงานทางวิชาการ TRAAP มีเกณฑ์ในการประเมินสารสนเทศ 1. ความทันต่อเวลา (Timeliness) พิจารณาในประเด็นย่อย ดังต่อไปนี้ ประวัติศาสตร์ 1.1 สารสนเทศนั้นถูกผลิตหรือโพสเมื่อใด 1.2 หลังจากสารสนเทศถูกผลิตขึ้นแล้วมีการปรับปรุงใด ๆ หลังจากนั้นบ้างหรือไม่ 1.3 มีการเชื่อมโยงกับแหล่งอ้างอิงที่ทันสมัยหรือไม่ 1.4 พิจารณาความต้องการสารสนเทศแต่ละบุคคลว่าต้องการสารสนเทศทันสมัย หรือสารสนเทศที่เป็น 2. ความเกี่ยวข้อง (Relevance) พิจารณาในประเด็นย่อย ดังต่อไปนี้ 2.1 สารสนเทศนั้นตอบโจทย์คำถามในการวิจัยของแต่ละบุคคลหรือไม่ 2.2 สารสนเทศนั้นครอบคลุมเนื้อหาที่ต้องการทั้งหมดหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่บางส่วน 2.3 สารสนเทศนั้นมีเนื้อหาที่ง่ายหรือซับซ้อนเกินความต้องการหรือไม่ 3. ความน่าเชื่อถือของผู้จัดทำ (Authority) พิจารณาในประเด็นย่อย ดังต่อไปนี้ 3.1 ผู้แต่ง หรือผู้รับผิดชอบคือใคร 3.2 ผู้แต่งเป็นศาสตราจารย์หรือไม่ มีความเชี่ยวชาญด้านใดที่เกี่ยวกับสารสนเทศที่ต้องการ 3.3 ผู้แต่งเป็นสมาชิกของหน่วยงาน องค์กร สถาบันใดหรือไม่
ページ75:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 49349 3.4 สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของผู้แต่งได้จากแหล่งอื่นหรือไม่ 3.5 มีงานเขียนอื่นอ้างอิงงานของผู้แต่งนี้หรือไม่ 4. ความถูกต้อง (Accuracy) พิจารณาในประเด็นย่อย ดังต่อไปนี้ 4.1 เนื้อหาสารสนเทศนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ หรือมีหลักฐานมาสนับสนุนอย่างดีหรือไม่ 4.2 ผู้แต่งมีการอ้างอิงถึงงานเขียนอื่นหรือไม่ 4.3 มีข้อผิดพลาดในการสะกดคำ ไวยากรณ์ หรือเครื่องหมายวรรคตอนหรือไม่ 4.4 มีการตรวจผลงานโดยผู้เชี่ยวชาญ หรือบรรณาธิการก่อนจะจัดพิมพ์หรือไม่ 5. วัตถุประสงค์ (Purpose) พิจารณาในประเด็นย่อย ดังต่อไปนี้ แจ้งให้ทราบ 73 5.1 วัตถุประสงค์ของผู้แต่งคืออะไร เพื่อการค้า เพื่อโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อความบันเทิง เพื่อให้การศึกษา หรือเพื่อ 5.2 ความมีอคติของงานเขียนปรากฏให้เห็นอย่างชัดแจ้งหรือไม่ 5.3 มีมุมมองอื่นของงานที่นำเสนออีกหรือไม่ 5.4 ผู้แต่งมีทัศนคติอื่น ๆ เกี่ยวกับทางการเมือง วัฒนธรรม ศาสนา องค์กร หรือต่อตัวบุคคลอย่างไร » SIFT (The Four Moves) SIFT (The Four Moves) เป็นหลักเกณฑ์การประเมินสารสนเทศที่ถูกพัฒนาโดย ไมค์ โคลฟิลด์ (Mike Caulfield) เมื่อปี ค.ศ. 2017 ปัจจุบัน ไมค์ โคลฟิลด์ ทำงานในตำแหน่งผู้อำนวยการด้านการเรียนรู้แบบผสมผสานและแบบ เครือข่ายที่มหาวิทยาลัยรัฐวอชิงตันแวนคูเวอร์ (Washington State University Vancouver) หลักเกณฑ์ SIFT (The Four Moves) ใช้หลักการ “สิ่งที่ต้องทำ” ในการประเมินสารสนเทศ มีองค์ประกอบ 4 ประการ ดังนี้ (Caulfield, 2019) 1. หยุด (Stop) “หยุด” เป็นก้าวแรกที่ง่ายที่สุด หยุดเพื่อพิจารณา 2 ประเด็น คือ ประเด็นที่หนึ่ง เมื่อพบเว็บเพจ หรือโพสให้หยุดและพิจารณาว่า รู้จักเว็บไซต์ หรือแหล่งสารสนเทศเหล่านั้น หรือไม่ ถ้าไม่มีข้อมูลใด ๆ ควรเริ่มหาข้อมูล จะรู้จักเป็นอย่างดี ประเด็นที่สอง การพิจารณาเนื้อหาที่สอดคล้องกับสิ่งที่ต้องการ เช่น หากต้องการทำวิจัย จะต้องมีการติดตาม รายการที่อ้างอิงที่ถูกอ้างถึงในงานนั้นเพื่อตรวจสอบด้วย 2. ตรวจสอบแหล่งที่มา (Investigate the source) การตรวจสอบว่าสารสนเทศนั้นมาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือหรือไม่ หรือสารสนเทศนั้นมาจากผู้เชี่ยวชาญหรือไม่ 3. ค้นหาสิ่งที่ครอบคลุมมากขึ้น (Find better coverage) บางครั้งอาจไม่จำเป็นต้องตรวจสอบแหล่งที่มา แต่ต้องเพิ่มการค้นหาสารสนเทศจาก แหล่งอื่นอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อมาสนับสนุนข้อมูลที่ได้รับว่าเป็นจริงตามที่กล่าวอ้างไว้หรือไม่ 4. ติดตามการอ้างสิทธิ์ คำพูด และสื่อกลับไปยังบริบทแวดล้อมเดิม (Trace claims, quotes, and media back to the original context) บางครั้งสารสนเทศที่ได้มา อาจเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งหรือเสี้ยวหนึ่งของเนื้อหาทั้งหมด ควรพิจารณา ตรวจสอบ ติดตามการอ้างสิทธิ์ คำพูด และสื่อกลับไปยังแหล่งที่มา เพื่อที่จะได้ดูบริบท แวดล้อมดั้งเดิมทั้งหมด และทำความเข้าใจว่า สารสนเทศที่ได้มานั้น นำเสนออย่างถูกต้อง เหมาะสมหรือไม่
ページ76:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ ญญ จากหลักเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้น 74 พอจะสรุปหลักเกณฑ์การประเมินสารสนเทศที่ใช้ได้กับสารสนเทศทุกประเภท ดังนี้ 1. ความน่าเชื่อถือของผู้จัดทำ (Authority) ผู้จัดทำ หมายถึง ผู้แต่ง ผู้จัดพิมพ์ บรรณาธิการ หรือผู้สนับสนุน ที่เป็นบุคคล สถาบัน องค์กร หรือหน่วยงาน ในขั้นตอนแรกของการพิจารณาความน่าเชื่อถือของผู้จัดทำ คือ การค้นหาว่าสารสนเทศที่ได้มามีผู้จัดทำปรากฎ เด่นชัดหรือไม่ หากไม่พบชื่อผู้จัดทำสามารถพิจารณาได้ว่าสารสนเทศนั้นขาด ความน่าเชื่อถือ เพราะไม่สามารถหาผู้ที่ รับผิดชอบในเนื้อหาได้ หากพบชื่อผู้จัดทำแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการพิจารณาว่า มีข้อมูลติดต่อของผู้จัดทำหรือไม่ เช่น ที่อยู่ เบอร์ โทรศัพท์ สถานที่ทำงาน ช่องทางติดต่อทางออนไลน์ (e-mail, LINE, Facebook etc.) รวมถึง ข้อมูลเกี่ยวกับต้นสังกัดของ ผู้จัดทำที่จะให้การรับรองผู้จัดทำด้วย ต่อมาคือการพิจารณาความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ คุณวุฒิว่าตรงกับเนื้อหาสารสนเทศหรือไม่ มีความชำนาญ งานในการจัดทำเนื้อหาสาขาวิชานั้น ๆ และเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในแวดวงเนื้อหาสาขาวิชาอย่างกว้างขวางหรือไม่ ประการสุดท้ายในการพิจารณา คือ มีงานเขียนอื่นอ้างอิงงานของผู้จัดทำ หรือไม่ หากมีจึงเป็นการยืนยันข้อมูลว่า ผู้จัดทำรายนี้เป็นที่รู้จักแลได้รับการยอมรับในแวดวงเนื้อหาสาขาวิชาอย่างกว้างขวางจริง 2. ความถูกต้อง (Accuracy) สำหรับงานเขียนประเภทงานวิจัยควรให้ความสำคัญกับความถูกต้องของเนื้อหามากที่สุด หากเราไม่มีความ เชี่ยวชาญในสาขานั้นเพื่อจะพิจารณาความถูกต้องของเนื้อหา สามารถพิจารณาจากประเด็นดังต่อไปนี้ประกอบได้ เช่น สารสนเทศนั้นมีการอ้างอิงในงานเขียน เช่น รายการอ้างอิง บรรณานุกรมหรือเชิงอรรถหรือไม่ เพราะการ อ้างอิงในงานเขียนถือเป็นหลักฐานที่แสดงแหล่งที่มาของข้อมูล และ ความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ใช้ในงานเขียน สารสนเทศนั้นได้มีงานเขียนอื่นอ้างถึงกลับมาหรือไม่ เพราะการมีงานเขียนอื่นอ้างถึงกลับมาแสดงให้เห็นว่า งานเขียนชิ้นนี้มีข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ และเป็นที่ยอมรับในแวดวงวิชาการนั้น จัดพิมพ์ - รูปแบบการเขียนที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ มีการสะกดคำถูกต้อง ใช้ ร้อง และไม่ควรมีข้อผิดพลาดในการ หากมีการตรวจผลงานโดยผู้เชี่ยวชาญ หรือบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ จะเป็นของผลงานได้ระดับหนึ่ง 3. วัตถุประสงค์ (Purpose) การพิจารณาวัตถุประสงค์ในการผลิตหรือจัดทำสารสนเทศ มีผลต่อการประเมินสารสนเทศอย่างมากเพราะ วัตถุประสงค์ต่างกัน มีผลต่อระดับเนื้อหาสารสนเทศ และกลุ่มเป้าหมายของสารสนเทศที่แตกต่างกันด้วย การประเมินสารสนเทศโดยการพิจารณาวัตถุประสงค์ในการผลิตหรือจัดทำสารสนเทศสามารถพิจารณาจาก ประเด็นดังต่อไปนี้ 1. เพื่อเป็นองค์ความรู้ หรืองานทางวิชาชีพ งานลักษณะนี้มีความน่าเชื่อถือในเนื้อหามากที่สุด เพราะมีเนื้อหาที่เป็นข้อมูล ข้อเท็จจริงทางวิชาการที่ พิสูจน์ได้ แต่บางงานอาจเป็นข้อคิดเห็นทางวิชาการที่จะต้องพิจารณา ความน่าเชื่อถือของข้อคิดเห็นนั้นอีกครั้ง * 2. เพื่อโน้มน้าวใจ โฆษณา หรือเพื่อการค้าธุรกิจ สารสนเทศที่จัดทำในวัตถุประสงค์ลักษณะนี้ต้องมีความระมัดระวังในการพิจารณาเนื้อหาอย่างมาก เพราะ เนื้อหาจะไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด และจะเต็มไปด้วยความลำเอียงในเนื้อหา
ページ77:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 444494 3. เพื่อให้ความบันเทิง 75 สารสนเทศที่จัดทำเพื่อให้ความบันเทิงอาจไม่มีข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด รวมถึงอาจมีการเติมเสริมแต่ง ข้อมูลด้วยอารมณ์ จินตนาการ และความรู้สึกนึกคิดของผู้จัดทำด้วย 4. ความมีอคติในทางการเมือง วัฒนธรรม ศาสนา องค์กร หรือความคิดเห็นส่วนบุคคลมีผลต่อเนื้อหา สารสนเทศอย่างมาก เพราะอาจทำให้มีเนื้อหาเอนเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไปจนขาดข้อมูลเนื้อหาอีกฝั่งหนึ่ง 4. ความเกี่ยวข้อง (Relevance) การพิจารณาประเด็นนี้ผู้ประเมินควรมีคุณสมบัติประการหนึ่งคือ ความสามารถในการอ่าน (Reading ability) โดยเฉพาะการอ่านเชิงวิเคราะห์ (critical reading) จึงจะสามารถตัดสินได้ว่าสารสนเทศสามารถพิจารณาได้ว่าสารสนเทศที่ ได้รับมีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่ต้องการหรือไม่ การประเมินสารสนเทศสามารถพิจารณาได้จากประเด็นดังต่อไปนี้ ระดับของเนื้อหาสารสนเทศ สามารถจำแนกได้ ดังนี้ * สารสนเทศปฐมภูมิ (Primary information) สารสนเทศปฐมภูมิ คือ สารสนเทศที่เป็นงานต้นฉบับหรืองานที่ผู้เขียนเผยแพร่ครั้งแรก ถือว่าเป็นสารเทศที่มี ความน่าเชื่อถือมากที่สุด (.....) เช่น งานวิจัยที่นำเสนอข้อมูลที่ค้นพบครั้งแรก บทความวารสาร หนังสือ หรือสิ่งพิมพ์อื่น ๆ ที่ นำเสนอการค้นพบใหม่ ทฤษฎีใหม่ หนังสือพิมพ์ที่นำเสนอข่าวสารเหตุการณ์ประจำวัน ต้นฉบับตัวเขียน เอกสารจดหมายเหตุ เป็นต้น สารสนเทศทุติยภูมิ (Secondary information) สารสนเทศทุติยภูมิ คือ การนำสารสนเทศปฐมภูมิมารวบรวม เรียบเรียง ตีความใหม่ เนื้อหามีความน่าเชื่อถือ รองจากสารสนเทศปฐมภูมิ เช่น บทวิจารณ์หนังสือ ตำรา หนังสือทั่วไป สารานุกรม เป็นต้น สารสนเทศตติยภูมิ (Tertiary information) สารสนเทศตติยภูมิ คือ สารสนเทศที่ชี้แนะแหล่งสารสนเทศ เช่น ดรรชนี สาระสังเขป บรรณานุกรม กลุ่มเป้าหมายของสารสนเทศ จะสะท้อนความง่ายหรือความซับซ้อนของสารสนเทศได้ เช่น หากต้องการ สารสนเทศเพื่อการทำวิจัย จะต้องค้นหาเนื้อหาสารสนเทศผลิตเพื่อกลุ่มเป้าหมายนักวิจัย นักวิชาการ เพื่อให้ได้เนื้อหาที่มี ความซับซ้อน เชิงลึกตามที่ต้องการ เป็นต้น 5. ความทันสมัย (Currency) ความทันสมัย หรือในบางเนื้อหาใช้คำว่า “ความเป็นปัจจุบัน” ของสารสนเทศอาจไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนต้องการ เหมือนกัน กล่าวคือ หากต้องการงานทางสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นศาสตร์ที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็วมาก จึงจำเป็นต้องใช้สารสนเทศที่ทันสมัยที่สุด ในทางกลับกัน สาขาวิชามนุษยศาสตร์ ศิลปศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์ มีการศึกษางานทั้งในรูปของอดีต ความเป็นประวัติศาสตร์ จึงสามารถใช้สารสนเทศที่เป็นอดีตได้ ดังนั้น จึงต้องมีการพิจารณา ความทันสมัยของเนื้อหาสารสนเทศตามความต้องการของแต่ละบุคคล ความทันสมัยของสารสนเทศสามารถพิจารณาอย่างง่ายได้จากวัน เดือน ปี ที่ผลิตสารสนเทศ ได้มีการระบุไว้หรือไม่ บางแหล่งอาจมีวัน เดือนปีที่เผยแพร่เนื้อหา วัน เดือน ปีที่ปรับปรุง เนื้อหา หรือวัน เดือน ปีที่จดลิขสิทธิ์ หากไม่มีการระบุใด ๆ หรือต้องใช้ประเด็นอื่นในการพิจารณาประเมินสารสนเทศเพิ่มเติม
ページ78:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ บทที่ 6 การเขียนและการนำส่งเสนอเชิงวิชาการ 79 - วัตถุประสงค์การเรียนรู้ 1. เพื่อให้ผู้เรียนได้มีความรู้ความเข้าใจในหลักการเขียนและการนำเสนอเชิงวิชาการ 2. เพื่อให้ผู้เรียนได้นำความรู้ไปประยุกต์ในการเขียนและนำเสนองานเชิงวิชาการ > 1. ความหมายของของการเขียนการเขียน การเขียน คือ การแสดงความรู้ ความคิด อารมณ์ความรู้สึกและความต้องการของผู้ส่งสารออกมาเป็นลายลักษณ์ อักษร เพื่อให้ผู้รับสารอ่านเข้าใจได้รับความรู้ ความคิด อารมณ์ ความรู้สึก และความต้องการต่าง ๆ เหล่านั้น การเขียนเป็นพฤติกรรมของการส่งสารของมนุษย์ ซึ่งมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการส่งสารการพูดและการอ่าน เพราะการเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรหรือตัวหนังสือจะคงทนถาวรและกว้างขวางกว่าการพูด และการอ่าน การที่เราได้ทราบ ความรู้และความคิดและวิทยาการต่างๆ ของบุคคลในยุคก่อนๆ ก็เพราะมนุษย์รู้จักการเขียนสัญลักษณ์แทนคำพูดถ่ายทอดให้ เราทราบการเขียนเพื่อส่งสารมีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหนนั้นย่อมขึ้นอยู่กับผู้ส่งสารหรือผู้เขียนซึ่งจะต้องมีความสามารถใน หลายด้าน ทั้งกระบวนการคิดกระบวนการเขียนความสามารถในด้านการใช้ภาษาและอื่น ๆ ดังนี้ 1. เป็นผู้มีความรู้ ในเรื่องที่จะเขียนเป็นอย่างดี มีจุดประสงค์ในการถ่ายทอดเพื่อจะให้ผู้อ่านได้รับสิ่งใดและทราบ พื้นฐานของผู้รับสารเป็นอย่างดีด้วย 2. สามารถเลือกรูปแบบและกลวิธีในการเขียนได้เหมาะสมกับเนื้อหาและโอกาส เช่น การเขียคำชี้แจงก็เหมาะสมที่ จะเขียนแบบร้อยแก้ว หากเขียนคำอวยพรในโอกาสต่าง ๆ อาจจะใช้การเขียนแบบร้อยกรองเป็นโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน จะ เหมาะสมกว่า เป็นต้น 3. มีความสามรถในการใช้ภาษาโดยเฉพาะภาษาเขียนทั้งการเขียนคำและข้อความตามอักขรวิธี รวมทั้งการเลือกใช้ ถ้อยคำสำนวนต่างๆ 4. มีความสามารถในการศึกษาค้นคว้าและการฝึกฝนทักษะการเขียน 5. มีศิลปะในการใช้ถ้อยคำได้ไพเราะเหมาะสมกับเนื้อหาหรือสารที่ต้องการถ่ายทอด > 2. หลักการเขียนที่ดี 1. เขียนตัวหนังสือชัดเจน อ่านง่าย เป็นระเบียบ 2. เขียนได้ถูกต้องตามอักขรวิธี สะกดการันต์ วรรณยุกต์ วางรูปเครื่องหมายต่าง ๆ เว้นวรรค ตอนได้ถูกต้อง เพื่อจะ สื่อความหมายได้ตรงและชัดเจน ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจสารได้ดี 3. เลือกใช้ถ้อยคำได้เหมาะสม สื่อความหมายได้ดี กะทัดรัด ชัดเจนเหมาะสมกับเนื้อหา เพศ วัย และระดับของผู้อ่าน 4. เลือกใช้สำนวนภาษาได้ไพเราะ เหมาะสมกับความรู้ ความคิด อารมณ์ ความรู้สึก ที่ต้องการถ่ายทอด > 3. การเขียนงานเชิงวิชาการ ความหมายของการเขียนรายงานเชิงวิชาการ รายงานทางวิชาการหมายถึง งานเขียนทางวิชาการที่เกิดจากการศึกษา ค้นคว้า รวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ โดยศึกษาค้นคว้าจากเอกสาร จากการสำรวจ การสังเกต การทดลอง ฯลฯ แล้วนำมา
ページ79:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ ญญ * 6. ความครอบคลุม (Coverage) 76 ความครอบคลุมของเนื้อหา สามารถพิจารณาได้ 2 ประเด็นหลัก ดังนี้ 1. ความครอบคลุมของเนื้อหาครบทุกประเด็นความต้องการสามารถพิจารณาจากขอบเขตความต้องการสารสนเทศ ของแต่ละบุคคล เช่น ความต้องการที่มีขอบเขตกว้าง จะค้นหาสารสนเทศอย่างกว้างขวางอาจเลยออกไปสู่ขอบเขตอื่นด้วย หรือถ้ามีความต้องการสารสนเทศที่ตรง เป้าหมาย จะมีการจำกัดขอบเขตการค้นหาให้แคบลง 2. ความครอบคลุมของเนื้อหาในทุกแง่มุมอย่างครบถ้วน โดยต้องเพิ่มการค้นหาสารสนเทศจากแหล่งอื่นอีกเป็น เพื่อมาพิจารณาเปรียบเทียบว่ามีส่วนใดที่เหมือนหรือแตกต่างกัน และเพื่อสนับสนุนมูลที่ได้รับว่าเป็นจริงตามที่ จำนวนมาก กล่าวอ้างไว้หรือไม่ * การประเมินแหล่งสารสนเทศ แหล่งสารสนเทศ หมายถึง แหล่งที่ผู้ใช้สารสนเทศสามารถแสวงหาสารสนเทศที่ต้องการได้ซึ่งแหล่งสารสนเทศไม่ได้ มีเพียงห้องสมุดเท่านั้นยังมีแหล่งสารสนเทศอื่นๆอีกมากมายที่ผู้ใช้สามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับความต้องการ * การประเมินแหล่งสารสนเทศสามารถจำแนกการประเมินตามประเภทของแหล่งสารสนเทศได้ 1. แหล่งสารสนเทศบุคคล สารสนเทศที่ได้จากบุคคล สามารถใช้เป็นข้อมูลสำหรับการศึกษาค้นคว้าหรือวิจัยได้ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มเติมความรู้ จากสารสนเทศที่มีอยู่หรืออาจมีไม่ครบถ้วนได้ เกณฑ์การประเมินแหล่งสารสนเทศบุคคล คือ การพิจารณาที่ตัวบุคคลเป็น สำคัญว่าบุคคลนั้นมีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชานั้นหรือไม่ และควรเป็นบุคคลที่เป็นที่ยอมรับในสังคม ชุมชน แวดวงวิชาชีพ หรือวิชาการ วิธีการเข้าถึงแหล่งสารสนเทศบุคคลมีหลายวิธี เช่น การพูดคุย โดยตรง การสัมภาษณ์ การ ใช้แบบสอบถาม การติดต่อทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) เป็นต้น 2. แหล่งสารสนเทศสถาบัน * แหล่งสารสนเทศสถาบันมีหน้าที่รวบรวม จัดเก็บและให้บริการสารสนเทศในทุกรูปแบบ เช่น ห้องสมุด ศูนย์ สารสนเทศ ศูนย์เอกสาร หอจดหมายเหตุ เป็นต้น การประเมินแหล่งสารสนเทศนี้ต้องพิจารณาที่ความน่าเชื่อถือของสถาบัน เป็นประการสำคัญ โดยส่วนใหญ่แหล่งสารสนเทศสถาบันมีความน่าเชื่อถือค่อนข้างมาก เพราะแหล่งสารสนเทศนี้ดำเนินการ โดยวิชาชีพบรรณารักษ์ และบุคลากรวิชาชีพอื่นที่เกี่ยวข้อง ที่มีมาตรฐานกำกับในการดำเนินการต่าง ๆ รวมถึงการพิจารณา ข้อมูลในการติดต่อกับแหล่งสารสนเทศสถาบันที่ต้องมีที่อยู่ที่ตั้งที่เป็นหลักแหล่ง และชัดเจน และสามารถติดต่อได้ตาม ช่องทางที่ระบุไว้ 3. แหล่งสารสนเทศสื่อมวลชน แหล่งสารสนเทศสื่อมวลชนเป็นแหล่งสารสนเทศที่มุ่งเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร เหตุการณ์ ต่อ มวลชนส่วนใหญ่ เน้น ความทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์รวมทั้งสาระความรู้ในเรื่องต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ ใช้การถ่ายทอดข่าวสารในรูปของการกระจาย เสียง ภาพและตัวอักษรโดยผ่านสื่อประเภท โทรทัศน์ วิทยุและหนังสือพิมพ์ การประเมินแหล่งสารสนเทศสื่อมวลชนสามารถใช้หลักเกณฑ์การประเมิน 6 ประการ ดังกล่าวข้างต้นได้ (ความ น่าเชื่อถือของผู้จัดทำ (Authority) ความถูกต้อง (Accuracy) วัตถุประสงค์ (Purpose) ความเกี่ยวข้อง (Relevance) (Currency) และความครอบคลุม (Coverage)) แต่มีข้อเพิ่มเติมที่เป็นลักษณะเฉพาะของแหล่งสารสนเทศที่จะต้อง พิจารณา คือ จริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาชีพสื่อมวลชน
ページ80:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 944494AY 80 รวบรวมวิเคราะห์ เรียบเรียงขึ้นใหม่ ตามโครงเรื่องที่ได้วางไว้โดยมีหลักฐานและเอกสารอ้างอิงประกอบของการเขียนรายงาน เชิงวิชาการรายงานเชิงวิชาการมีส่วนประกอบที่สำคัญ 3 ส่วน คือ ส่วนนำ ส่วนเนื้อเรื่อง และส่วนท้ายมีรายละเอียดดังนี้ 1. ส่วนนำประกอบด้วย 1.1 ปกนอก คือ ส่วนที่เป็นปกหุ้มรายงานทั้งหมด มีทั้งปกหน้าและปกหลังกระดาษที่ใช้ เป็นปกควรเป็นกระดาษ แข็งพอสมควร สีใดก็ได้ข้อความที่ปรากฏบนปกนอกดูได้ตามตัวอย่างที่ได้แสดงไว้ 1.2 ใบรองปก คือ กระดาษเปล่า 1 แผ่นอยู่ต่อจากปกนอก เพื่อความสวยงาม และเป็นเครื่องช่วยป้องกันไม่ให้ เสียหายถึงปกในหากปกฉีกขาดเสียหายไป 1.3 ปกใน คือ ส่วนที่อยู่ต่อจากปกนอกนิยมเขียนเหมือนปกนอก 1.4 คำนำ คือ ส่วนที่อยู่ถัดจากหน้าปกใน ผู้เขียนรายงานเป็นผู้เขียนเอง โดยกล่าวถึงวัตถุประสงค์และขอบเขตของ รายงาน อาจรวมถึงปัญหา อุปสรรคในการศึกษาค้นคว้าทำรายงาน ตลอดจนคำขอบคุณผู้ที่ให้ความช่วยเหลือในการรวบรวม ข้อมูล หรือการเขียนรายงาน (ถ้ามี) ให้ลงท้าย ด้วยชื่อผู้จัดทำรายงาน หากมีหลายคนให้ลงว่าคณะผู้จัดทำ และลงวันที่กำกับ 1.5 สารบัญ คือ ส่วนที่อยู่ต่อจากหน้าคำนำในหน้าสารบัญจะมีลักษณะคล้ายโครงเรื่องของรายงาน ทำให้ผู้อ่านได้ ทราบว่าขอบเขตเนื้อหาของรายงานครอบคลุมเรื่องใดบ้าง ในหน้านี้ให้เขียน คำว่าสารบัญไว้กลางหน้า ข้อความในหน้าสารบัญ จะเริ่มต้นจากคำนำ หัวข้อใหญ่ หัวข้อรองและหัวข้อย่อย ซึ่งเป็นหัวข้อสำคัญ ๆ ของรายงาน เรียงตามลำดังเรื่องและท้ายสุด เป็นรายการอ้างอิงที่ใช้ ประกอบการเรียบเรียงรายงาน ข้อความในหน้าสารบัญควรเขียนห่างจากขอบซ้ายของหน้ากระดาษ ประมาณ 1.5 นิ้วและด้านขวาจะมีเลขหน้าแจ้งให้ทราบว่าแต่ละหัวข้อเริ่มจากหน้าใดหน้าสารบัญควรจัดทำเมื่อเขียนรายงาน เสร็จแล้วเพื่อจะได้ทราบว่าแต่ละหัวข้อเริ่มจากหน้าใดบ้าง ไว้ 2. ส่วนเนื้อเรื่อง เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของรายงาน ผลงานการศึกษาค้นคว้าจะนำมาเสนอตามโครงเรื่องที่ได้กำหนด 3. ส่วนท้ายเป็นส่วนที่ทำให้รายงานน่าเชื่อถือและสมบูรณ์ ประกอบด้วย 3.1 บรรณานุกรม (Bibiogeophy) หมายถึง รายชื่อเอกสารต่างที่ใช้ประกอบในการทำรายงาน โดยให้ รายละเอียดต่าง ๆ เช่นเดียวกับเชิงอรรถ แต่มีวิธีเขียนที่แตกต่างกันเล็กน้อย บรรณานุกรมนี้จะเขียนไว้ท้ายเล่มโดยแยกตาม ประเภทของเอกสารดังต่อไปนี้ 3.2 ภาคผนวก เป็นรายละเอียดเพิ่มเติมช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องได้ดียิ่งกว่ารายละเอียดเพิ่มเติมนี้ไม่เหมาะที่จะ รวมไว้ในส่วนของรายงานเพราะจะทำให้เนื้อเรื่องมีมีรายละเอียดมากเกินไป เช่น ตารางข้อมูล สถิติต่าง ๆ กฎระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ภาคผนวกนี้จะไม่มีในรายงานก็ได้ ๆ 4. การนำเสนอผลงานทางวิชาการ เป็นการสรุปให้ผู้ฟังได้รับทราบถึงความสำคัญของผลงานที่ผู้นำเสนอได้ศึกษามา ผู้นำเสนอจะต้องถ่ายทอด สาระสำคัญทั้งหมดที่เกี่ยวข้องออกมาสู่ผู้ฟังในรูปแบบที่เข้าใจได้ง่าย โดยใช้สื่อประกอบอย่างเหมาะสมและมีคุณภาพ เนื้อหา ต่อไปนี้คือ ข้อแนะนำสำหรับการนำเสนอผลงานทางวิชาการ เหมาะสำหรับนิสิตและบัณฑิตในสาขาธรณีวิทยาและโลกศาสตร์ 1. สิ่งควรรู้ก่อนนำเสนอผลงาน ผู้นำเสนอจะต้องทราบก่อนว่าจะต้องไปนำเสนอในงานประเภทใด เป็นการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ หรือเป็น งานประชุมสัมมนาเฉพาะกลุ่มในมหาวิทยาลัย จุดประสงค์หรือเป้าหมายของงานคืออะไร เพื่อที่จะคาดเดาระดับความรู้และ ความเชี่ยวชาญของกลุ่มผู้ฟัง หากผู้ฟังมีความหลากหลาย ผู้นำเสนอจะต้องไปปรับปรุงเนื้อหาและวิธีการบรรยายให้เข้าใจได้ ง่ายมากขึ้น โดยเฉพาะศัพท์เฉพาะที่ต้องอธิบายให้ผู้ฟังทราบอย่างชัดเจน สอบถามเกี่ยวกับภาษาที่ใช้ในการบรรยาย
ページ81:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 77 จริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาชีพสื่อมวลชนเป็นเครื่องมือที่ใช้กำกับดูแลพฤติกรรมของสื่อมวลชนในขณะ ปฏิบัติหน้าที่ที่ทางสมาคมวิชาชีพสื่อได้กำหนดไว้ โดยสื่อมวลชนควรจะต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม ต่อผลประโยชน์ของ ปัจเจกบุคคลและสถาบันต่าง ๆ ความมีเสรีภาพอิสระในด้านการนำเสนอข่าวสาร ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือติดสินบน ว่าจ้างให้นำเสนอข่าว มีความจริงใจ ไม่บิดเบือนข้อมูล หรือไม่ทำข่าวขึ้นมาเพื่อเรียกร้องความสนใจหรือเรียกเรตติ้งให้แก่ องค์กรตนเอง สื่อมวลชนต้องมีความเที่ยงธรรม วางตัวเป็นกลาง ไม่มีความลำเอียงเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ในขณะเดียวกันต้อง นำเสนอข้อมูลให้ครบถ้วน รอบด้านทั้งสองฝ่าย ไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล มีมารยาท ใช้ภาษาที่สุภาพ 4. แหล่งสารสนเทศอินเทอร์เน็ต แหล่งสารสนเทศอินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งสารสนเทศที่เผยแพร่ได้โดยไม่ผ่านการตรวจสอบข้อมูล ความน่าเชื่อถือ จากบุคคล หน่วยงาน หรือองค์กรใด ๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งยังเต็มไปด้วยทั้งข่าวสาร ข้อมูล ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ฯลฯ อีกจำนวน มาก จึงต้องประเมินแหล่งสารสนเทศนี้ด้วยความระมัดระวัง และรอบคอบอย่างมาก การประเมินแหล่งสารสนเทศอินเทอร์เน็ตสามารถใช้หลักเกณฑ์การประเมิน 6 ประการดังกล่าวข้างต้นได้ (ความ น่าเชื่อถือของผู้จัดทำ (Authority) ความถูกต้อง (Acuracy) วัตถุประสงค์ (Purpose) ความเกี่ยวข้อง (Relevance) ความ ทันสมัย (Currency) และความครอบคลุม (Coverage)) แต่มีข้อเพิ่มเติมที่เป็นลักษณะเฉพาะของแหล่งสารสนเทศที่จะต้อง พิจารณา ดังนี้ * 1. ชื่อโดเมน (Domain name) พิจารณาชื่อโดเมน .edu หรือ .ac ซึ่งเป็นชื่อโดเมนของเว็บไซต์ สถาบันการศึกษา และชื่อโดเมน .gov ซึ่ง เป็นชื่อโดเมนของหน่วยงานรัฐบาล จะมีเนื้อหาที่น่าเชื่อถือมากกว่าโดเมน .co หรือ .com ซึ่งเป็นชื่อโดเมนของบริษัท หรือ องค์กรเชิงพาณิชย์ที่ให้ข้อมูลในเชิงโน้มน้าวใจ โฆษณา หรือขายสินค้ามากกว่าการให้ข้อเท็จจริงทางวิชาการ ข้อพึงระวังสำหรับชื่อโดเมน .edu หรือ .ac คือ ถึงแม้จะเป็นชื่อโดเมนของเว็บไซต์สถาบันการศึกษา แต่อาจมี นักเรียน นิสิต หรือนักศึกษาที่สร้างเว็บไซด์และเผยแพร่ผลงานที่อาจจะเป็นการบ้าน หรือรายงานประจำวิชาผ่านชื่อในสมาชิก ของสถาบันการศึกษานั้นซึ่งจะทำให้ได้สารสนเทศที่ยังไม่ถูกต้อง ชื่อโดเมน .or หรือ .org คือชื่อโดเมนขององค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไร โดยปกติข้อมูลของเว็บไซต์ที่มีชื่อ โดเมนนี้มีความน่าเชื่อถือและเป็นกลาง แต่มีบางองค์กรที่จะต้องพิจารณาอย่างละเอียด เพราะอาจมีความลำเอียงในเนื้อหาไป ทางด้านที่สนับสนุนองค์กรของตัวเองเพียงอย่างเดียว หรืออาจจะมีเรื่องผลประโยชน์ทางการค้าที่อาจเป็นผู้สนับสนุนสูงสุด ขององค์กรนี้ 2. การเชื่อมโยง (LINK) หากแหล่งสารสนเทศที่เลือกใช้มีการเชื่อมโยงเนื้อหาไปยังแหล่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีการปรับปรุง หรือ ติดตามความเคลื่อนไหวของแหล่งที่เชื่อมโยงไว้อย่างสม่ำเสมอ จะยิ่งทำให้แหล่งสารสนเทศนี้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ใน บางครั้งอาจมีแหล่งที่เชื่อมโยงไว้ไม่สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาของการเชื่อมโยงบนอินเตอร์เน็ตที่มีการ เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่หากไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเชื่อมโยงทุกแหล่งทั้งหมดได้ แสดงให้เห็นว่าแหล่งสารสนเทศไม่ได้ รับการดูแลหรือปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ
ページ82:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 81 ระยะเวลาของการนำเสนอ ชนิด ของโปรแกรมที่ใช้นำเสนอ ในกรณีที่ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนตัว ให้ตรวจสอบเวอร์ชันของ PowerPoint หรือ Keynote ที่ผู้จัดงานเตรียมไว้ให้ ตรวจสอบสถานที่นำเสนอ ขนาดของหน้าจอ จำนวนผู้ชมโดยประมาณ และอื่น ๆ เช่น การลงทะเบียนเข้าร่วมงาน กำหนดการส่งบทคัดย่อ ข้อมูลการเดินทางและ ที่พัก การขอวีซ่า เป็นต้น 2. การเตรียมสื่อประกอบการบรรยาย ๆ 1. ภาพประกอบ ก่อนที่จะใส่ภาพใด ๆ ลงไปในสื่อ ลองตรวจเช็คดูว่าภาพนั้นมีความละเอียด หรือมีขนาดใหญ่ เพียงพอหรือไม่ กล่าวคือต้องมีความคมชัดและไม่แตกหรือเบลอเมื่อนำขึ้นแสดงบนจอภาพ ปัญหาที่พบบ่อยคือการคัดลอก ภาพจากอินเตอร์เน็ต ซึ่งส่วนใหญ่มีความละเอียดต่ำ เมื่อฉายขึ้นจอภาพเส้นจะแตกจนดูไม่น่าสนใจ การคัดลอกภาพจากอินเตอร์เน็ต หรือจากผลงานตีพิมพ์ควรมีการอ้างอิงเจ้าของผลงานทุกครั้งโดยผู้นำเสนอ สามารถทำการวาดใหม่และปรับแต่งให้แตกต่างจากต้นฉบับได้แต่ต้องอ้างอิงแหล่งที่มาของต้นฉบับด้วย เช่น การภาพแผนที่ ภาพลำดับชั้นหิน ภาพแนวคิด เป็นต้น 2. สี โดยทั่วไปการนำเสนอในห้องประชุมจะเป็นการฉายภาพไปยังจอรับภาพแล้วสะท้อนกลับมายังผู้ชม ซึ่ง สายตามนุษย์จะตอบสนองต่อแสงสว่างได้ดี ดังนั้นควรให้สิ่งที่จะเน้นในสไลด์ เช่น แผนที่รูปภาพ เส้นกราฟ หรือตัวหนังสือ มี ความโดดเด่นมากกว่าสีของพื้นหลัง สีพื้นหลังที่สว่างจ้ามากเกินไปจะทำให้เกิดแสงสะท้อนมากรบกวนสายตาและลดความโดดเด่นของรายละเอียด หลักได้ โดยเฉพาะการนำเสนอในห้องบรรยายที่มีแสงน้อย นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงสีพื้นหลังและสีตัวหนังสือที่มีความ ใกล้เคียงกัน ตัวหนังสือสีเหลืองมักไม่ค่อยโดดเด่น สีที่ใช้แสดงชนิดหินยุคต่างๆ ควรสามารถแยกออกจากกันได้ง่าย และให้ใช้สี เดียวกันตลอดการนำเสนอ 3. ตัวหนังสือ โดยทั่วไปคนผู้ฟังจะอ่านมากกว่าฟัง ดังนั้นตัวหนังสือจึงมีความสำคัญในการนำเสนอควรใช้แบบ อักษรเดียวกันทั้งหมดตลอดการนำเสนอหรือมากไม่เกินสองแบบ เพื่อให้อ่านได้อย่างสบายตา แบบอักษรควรเป็นแบบทางการ ที่ผู้ชมทุกคนคุ้นเคย ตัวหนังสือทุกตัวควรมีขนาดใหญ่พอที่จะสามารถอ่านได้จากที่นั่งหลังห้อง ในหลายๆ กรณีมักพบการ วางตัวหนังสือทับเส้นในแผนที่หรือ รูปภาพซึ่งจะทำให้ภาพดูรกและอ่านยากมาก หากจำเป็นปัญหานี้หลีกเลี่ยงได้โดยการเพิ่ม สีพื้นหลังให้ ตัวหนังสือ หรือใส่เงา สิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งคือการวางตัวหนังสือในแนบราบ หรือเอียงเล็กน้อย ไม่ควร วางตัว หนังสือในแนวตั้ง โดยเฉพาะคำอธิบายแกนตั้งในกราฟหรือในแผนที่ ยกเว้นจำเป็นจริง ๆ อย่างเช่นเชื่อยุคในตารางธรณีกาล 4. องค์ประกอบภาพและตัวหนังสือควรถูกจัดวางอย่างลงตัวตามความสำคัญ สิ่งที่เน้นควรจะเป็นสิ่งแรกที่ลืม ตามาเห็นสไลด์นี้ ควรใช้พื้นที่บนสไลด์ให้เต็มที่ด้วยการขยายภาพให้ใหญ่ที่สุด ภาพหรือ แผนที่ที่ดีควรมีการบอกชื่อ ตำแหน่ง ทิศทาง มาตราส่วน และแหล่งอ้างอิง (ถ้ามี) ให้สังเกตขนาดของ ลูกศรทิศเหนือและแถบมาตราส่วนใต้แผนที่ว่าดูใหญ่เกินไป หรือไม่ โดยปกติทิศเหนือควรอยู่ด้านบนและมาตราส่วนอยู่ด้านล่าง มาตราส่วนควรเป็นเลขที่ลงตัว เช่น 500 เมตร 1 กิโลเมตร 10 กิโลเมตร คนส่วนใหญ่ถนัดในการอ่านจากซ้ายไปขวา ดังนั้นควรจัดวางข้อความบรรยายทางด้านขวาของภาพประกอบที่ เป็นแนวตั้ง เช่น ในสไลด์ที่แสดงการลำดับชั้นหิน หรือ ตารางธรณีกาล ภาพแผนที่ ธรณีวิทยาควรมีคำอธิบายสัญลักษณ์ ประกอบด้วยทุกครั้ง 5. การจัดลำดับ การนำเสนอเปรียบเสมือนการเล่าเรื่องอย่างมีจุดประสงค์ ควรวางลำดับขั้นตอน การนำเสนอให้ ต่อเนื่อง ไม่ข้ามไปข้ามมา ในระหว่างการนำเสนอหากอ้างถึงสิ่งใด สไลด์ถัดมาควรจะเป็นสิ่งนั้น เช่น แสดงตำแหน่ง ภาคตัดขวางในแผนที่ก่อนแสดงภาคตัดขวางในสไลด์ถัดมา ซึ่งจะช่วยให้ผู้ฟังโยงความคิดระหว่างสไลด์ได้และไม่หลงทาง
ページ83:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ → บทสรุป 78 การประเมินสารสนเทศเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องทำเมื่อได้รับสารสนเทศมาแล้ว ไม่ว่าจะนำสารสนเทศนั้นไปใช้เพื่อ งานวิจัย งานวิชาการ หรืองานเขียนทั่วไปทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ผู้ประเมินสามารถเลือกใช้หลักเกณฑ์การ ประเมินสารสนเทศที่มีหลายหลักเกณฑ์ให้เหมาะสมหรือครอบคลุมกับสารสนเทศที่ต้องการได้ สารสนเทศที่ผ่านการประเมิน อย่างดีจะเป็นสารสนเทศที่มี คุณภาพพร้อมนำไปใช้งาน ผลงานที่ใช้สารสนเทศที่มีคุณภาพนี้ก็จะเป็นผลงานที่มีคุณภาพด้วย - แบบฝึกหัดท้ายบท หลักเกณฑ์การประเมินสารสนเทศใดที่มีการปรับปรุงมาจาก CRAAP 1. 1. TRAAP 2. 1. โทรทัศน์ 2. SIFT 3. AAOCC 4. RADAR ข้อใดจัดอยู่ในกลุ่มแหล่งสารสนเทศสถาบัน 3. www.redcross.or.th ข้อใดคือสารสนเทศปฐมภูมิ 3. 1. ตารา 3. ดรรชนี 4. ข้อใดคือข้อพิจารณาความน่าเชื่อถือของผู้แต่ง 1. วัน เดือน ปีที่ผลิต 3. วุฒิการศึกษา ชื่อโดเมนข้อใดในของเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไร 2. หอจดหมายเหตุ 4. นายสาเนา คาบัน 2. บรรณานุกรม 4. ต้นฉบับตัวเขียน 2. การสะกดค้า 4. การเชื่อมโยง 5. 1. .ac 2. or 3. .go 4. .edu
ページ84:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 94349 น 82 6. ปริมาณเนื้อหา ในสไลด์หนึ่งๆ ไม่ควรมีตัวหนังสือหรือรูปภาพมากเกินไป อาจใช้สัญลักษณ์ ช่วยแยกเป็นหัวข้อ ย่อย ๆ แต่ไม่ควรมีเกิน 5 หัวข้อในหนึ่งสไลด์ ควรตรวจสอบเวลาในการนำเสนอและ จำนวนสไลด์ โดยที่มีเวลาให้ผู้ฟังได้เห็น สไลด์อย่างเหมาะสม ในการนำเสนอแต่ละครั้ง ผู้ฟังจะฟังเพียงบางส่วนของเวลาที่นำเสนอ ดังนั้นในสไลด์ที่มีภาพประกอบควร พยายามทำให้ภาพนั้นช่วยบอกเรื่องราวในตัวมันเอง กล่าวคือผู้ฟังต้องสามารถเข้าใจสิ่งที่อยู่บนสไลด์ได้ แม้จะไม่ฟังสิ่งที่ผู้นำเสนอพูด ซึ่งภาพที่แสดงในสไลด์ต้อง กระชับและครบถ้วน อย่าลืมว่าภาพแผนที่ต้องมีทิศทาง มาตราส่วนและคำอธิบายคุณภาพของภาพประกอบและข้อความที่ กระชับจะช่วยให้ผู้ฟังมีสติสมาธิตลอดการนำเสนอ 7. การอ้างอิงรูปภาพหรือบทความของผู้อื่น ในกรณีที่มีการนำรูปภาพ บทความ หรือแม้กระทั่งบทสนทนาของ ผู้อื่นมาใช้อ้างอิงในการนำเสนองานจะต้องมีการใส่ชื่อเจ้าของผลงานและที่มาไว้ใกล้ๆกับ บริเวณรูปภาพหรือบทความนั้นๆ ทุกครั้ง เช่น Wenk et al. (2014) Geophysics หากเป็นรูปภาพที่ นำมาจากเว็บไซต์ก็ต้องมี URL ที่สามารถเชื่อมต่อไป ยังรูปภาพนั้นได้ นอกจากนี้การจัดขนาดตัวอักษร และรูปแบบการอ้างอิงควรทำให้เหมือนกันทุกหน้าสไลด์ 8. ระหว่างการนำเสนอ พูดด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจน ไม่ควรพูดเร็วหรือช้าจนเกินไป และควรทำการซักซ้อมการ นำเสนอก่อนการนำเสนอจริง พยายามสบตาผู้ฟังตลอดการนำเสนอ ถ้ามี Laser Pointer ให้ใช้เท่าที่จำเป็นและไม่ควรให้จด เลเซอร์เคลื่อนที่ไปมามากเกินไปนอกจุดที่กำลังสนใจ พยายามอธิบายสไลด์ให้ชัดเจนก่อนว่า สไลด์นี้คืออะไร เป็นภาพอะไร ขนาดในภาพเท่าไหร่ ทิศทางเป็นอย่างไร ให้ดูเพื่ออะไร ก่อนที่จะพูดลงรายละเอียดต่อไป 9. ช่วงตอบคำถาม พยายามฟังคำถามให้จบก่อนตอบคำถาม คิดสักครู่แล้วจึงตอบคำถามด้วยคำตอบที่กระชับ และตรงประเด็น หากไม่เข้าใจคำถามควรถามผู้ถามให้แน่ใจ ในบางกรณีสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ถามได้ในกรณีที่ ไม่ทราบค่าตอบ 10. หลังการนำเสนอกล่าวขอบคุณผู้ฟังทุกท่าน พร้อมทั้งจดคำถามและ Feedback ที่ได้จากผู้ฟังเพื่อนำไป พัฒนาการนำเสนอในครั้งต่อไป
ページ85:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ บทที่ 7 การเขียนอ้างอิงและบรรณานุกรมตามหลักสากลและจริยธรรม (Citation writing and Reference based on international and ethics > 7.1 วัตถุประสงค์การเรียนรู้ 1. เพื่อให้นักศึกษามีความรู้เกี่ยวกับการเขียนอ้างอิง 2. เพื่อให้นักศึกษามีความรู้เกี่ยวกับหลักจริยธรรมในการเขียนผลงานวิชาการ > 7.2 บทนำ 83 การอ้างอิงข้อมูลถึงแหล่งที่มาในการเขียนผลงานวิชาการคือหลักฐานที่ทำให้เขียนได้รวบรวมข้อมูลวิชาการต่าง ๆ แล้ว นำมาอ้างอิงในงานเขียนเพื่อเป็นการยืนยันความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูล สามารถตรวจสอบได้และแสดงถึง จริยธรรมของผู้เขียน เคารพสิทธิของผู้เขียนต้นฉบับ จากนั้นจึงมีการรวบรวมสิ่งที่อ้างอิงทั้งหมดในเอกสารเพื่อเขียนเป็น บรรณานุกรม ในบทนี้กล่าวถึงรูปแบบการเขียนบรรณานุกรมแบบ APA เวอร์ชัน 7th (American Psychological Association 7th) และจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ > 7.3 หลักเกณฑ์การเขียนอ้างอิงแบบ APA (7th ed) การเขียนอ้างอิงแบบ APA style เป็นมาตรฐานสากลมีการใช้กันอย่างแพร่หลายกับการเขียนผลงานวิชาการ ทั้งด้าน สังคมศาสตร์ บริหารธุรกิจ การศึกษา และ วิทยาศาสตร์สุขภาพ เป็นต้น ซึ่งรูปแบบการเขียนอ้างอิงแบบ APA นี้ได้จัดทำครั้ง ล่าสุดฉบับที่ 7 ซึ่งมีการเผยแพร่ ปี 2020 ในการเขียนอ้างอิงจะประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ส่วนอ้างอิงในเนื้อหา (In-text citation) และส่วนบรรณานุกรม (References) หรือการอ้างอิงท้ายเล่ม 7.4 การอ้างอิงในเนื้อหา 1. ในการอ้างอิงเนื้อหาใช้ระบบนาม-ปี โดยมีรูปแบบการเขียนดังนี้ ผู้แต่ง 1 คน ไทย ชื่อ/สกุล/(ปี) หรือ (ชื่อ/สกุล/ปี) อังกฤษ สกุล/(ปี) หรือ (สกุล/ปี) ผู้แต่ง 2 คน ไทย ชื่อ/สกุล/และ/ชื่อ/สกุล/(ปี) หรือ (ชื่อ/สกุล/และ/ชื่อสกุล/ปี) อังกฤษ สกุล/&/สกุล/(ปี) หรือ (สกุล/&/สกุล,/ปี) et/al../ปี) ผู้แต่ง 3 คน ไทย ชื่อ/สกุล/และคณะ (ปี) หรือ (ชื่อ/สกุล/และคณะ/ปี) อังกฤษ สกุล/et/al./ปี) หรือ (สกุล/ เช่น มงคล รัชชะ (2564) ได้วิจัยเรื่อง.... หรือ ในหรือฤดูร้อนต้องมีการระมัดระวังเรื่องโรคท้องร่วง (มงคล รัชชะ, 2565) หรือ Nakju (2022) ได้ทำการศึกษาเรื่อง..... หรือ บุหรี่ส่งผลก่อให้เกิด โรคมะเร็งปอด (Nakju, 2022) 2. การอ้างอิงจากข้อมูลมากกว่า 2 แหล่ง มีวิธีการอ้างอิงดังต่อไปนี้ คือ สอดคล้องตามงานวิจัยของ จักรกฤษ เสลา (2563) และ อนุ สุราช (2564) หรือ สิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดโรค นาคจู, 2565, องอาจ รัชชะ, 2563) 3. การอ้างอิงจากข้อมูลจากแหล่งข้อมูลระดับทุติยภูมิงานของผู้เขียนคน 1 ของผู้เขียนคนที่ 2 มีวิธีการอ้างอิง ดังต่อไปนี้ คือ
ページ86:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 84 ไทย ชื่อ/สกุล1/(ปี/อ้างถึงใน/ชื่อ/สกุล2. ปี) และ อังกฤษ สกุล1/(ปี/as cited in/สกุล2/ปี) ตัวอย่างเช่น มงคล รัชชะ (2563, อ้างถึงใน สาโรจน์ นาคจู, 2560) หรือ Marechal (2021, as cited in Dontal,2015) - การอ้างอิงจากบทสัมภาษณ์ มีวิธีการอ้างอิงดังต่อไปนี้ คือ ไทย ชื่อผู้ถูกสัมภาษณ์/สกุลผู้ถูกสัมภาษณ์ (การสื่อสารส่วนบุคคล/วัน/เดือน/ปี) หรือ (ชื่อผู้ถูกสัมภาษณ์/สกุลผู้ถูกสัมภาษณ์/การสื่อสารส่วนบุคคล/วัน/เดือน ปี อังกฤษ อักษรย่อชื่อผู้ถูกสัมภาษณ์/สกุลผู้ถูกสัมภาษณ์ (personal communication,/เดือน/วัน/ปี) หรือ (สกุลผู้ถูกสัมภาษณ์/อักษรย่อชื่อผู้ถูกสัมภาษณ์/ personal communication,/เดือน/วัน/ปี) ตัวอย่าง สาโรจน์ นาจู (การสื่อสารส่วนบุคคล, 1 มีนาคม 2565) หรือ (อนุ สุราช, การสื่อสารส่วนบุคคล, 15 ตุลาคม 2565) หรือ Mi Rocky (personal communication, October 1, 2019) หรือ (M. Rocky, personal communication, March 1, 2011) 4. การอ้างอิงไม่ปรากฏชื่อผู้แต่งให้ใช้ชื่อเรื่อง หรือชื่อหนังสือ หรือชื่อหน่วยงานหรือสถาบัน เพื่อทำการอ้างอิง ตัวอย่างเช่น อาชีวอนามัยและความปลอดภัย (2560) หรือ (อาชีวอนามัยและความปลอดภัย, 2560) เป็นต้น 5. การอ้างอิงราชกิจจานุเบกษา ตัวอย่างเช่น (พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535, 2535) > 7.4 การอ้างอิงบรรณานุกรมท้ายเล่ม 1. หนังสือ เป็นรูปเล่ม ผู้แต่ง 1 คน ไทย ชื่อ/สกุล / (ปีพิมพ์) / ชื่อเรื่อง/ (พิมพ์ครั้งที่) /สำนักพิมพ์ อังกฤษ สกุล /อักษรย่อชื่อ (ปีพิมพ์), ชื่อเรื่อง/(พิมพ์ครั้งที่) /สำนักพิมพ์ ผู้แต่ง 2 คน ไทย ชื่อ/สกุล/และชื่อ/สกุล /(ปีพิมพ์) / ชื่อเรื่อง/(พิมพ์ครั้งที่) /สำนักพิมพ์ อังกฤษ สกุล /อักษรย่อชื่อ., /&/สกุล/อักษรย่อชื่อ /(ปีพิมพ์) / ชื่อเรื่อง/(พิมพ์ครั้งที่) สำนักพิมพ์ ผู้แต่ง 3 - 20 คน ให้ใส่ชื่อทุกคน กรณีขึ้นบรรทัดใหม่ให้เคาะวรรค 7 ครั้งมีวิธีเขียนดังต่อไปนี้ไทย ชื่อ 1/สกุล/ชื่อ2/สกุล2/ชื่อ/สกุล3//ชื่อ4สกุล4/ชื่อ5/สกุล5/ชื่อ6/สกุล6/และ/ชื่อ7/ IIIII/สกุล7/ (ปีพิมพ์./ชื่อเรื่อง (พิมพ์ครั้งที่/สำนักพิมพ์ อังกฤษ สกุล1/อักษรย่อชื่อ 1./ สกุล 2/ อักษรย่อชื่อ2./สกุล3/อักษรย่อชื่อ3./สกุล4/ IIIII/อักษรย่อชื่อ4./สกุล5/อักษรย่อชื่อ5./สกุล6/อักษรย่อชื่อ6./&/สกุล7/ III/อักษรย่อชื่อ7./(ปีพิมพ์) ชื่อเรื่อง/(พิมพ์ครั้งที่/สำนักพิมพ์ ตัวอย่าง มงคล รัชชะ, อนุ สุราช, จักรกฤษ เสลา, สาโรจน์ นาคจู, และ สุนารี ทะนะเป๊ก (2560), ชีววิทยาพื้นฐาน (พิมพ์ครั้งที่ 2), สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ページ87:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ ผู้แต่ง 21คน ขึ้นไปไทย ชื่อ1/สกุล1/ชื่อ2/สกุล2/ชื่อ3/สกุล3/ชื่อ/สกุล4/ชื่อ5/สกุล5/ชื่อ6/สกุล6/ชื่อ/สกุล7/ 85 IIIII ชื่อ8/สกุล8/ชื่อ/สกุล/ชื่อ10/สกุล10/ชื่อ11/สกุล11/ชื่อ12/สกุล12/ชื่อ13/สกุล13/ IIIII/ชื่อ14/สกุล14./ชื่อ15/สกุล15/ชื่อ16/สกุล16/ชื่อ17สกุล17/ชื่อ18/สกุล18/ IIIIIชื่อ19/สกุล19,////ชื่อคนสุดท้าย/สกุลคนสุดท้าย./ (ปีพิมพ์) / ชื่อเรื่อง/(พิมพ์ครั้งที่) / IIIII/สำนักพิมพ์. อังกฤษ สกุล1/อักษรย่อชื่อ1./สกุล2. อักษรย่อชื่อ2./สกุล3/อักษรย่อชื่อ3./สกุล4/ III/อักษรย่อชื่อ4./สกุล5/อักษรย่อชื่อ5./สกุล6/อักษรย่อชื่อ6/ IIIIIสกุล7/อักษรย่อชื่อ7./สกุล8/อักษรย่อชื่อ8./สกุล, อักษรย่อชื่อ9./ IIIII/สกุล10/อักษรย่อชื่อ10./สกุล11/อักษรย่อชื่อ11./สกุล12/อักษรย่อชื่อ12. IIIII|สกุล13/อักษรย่อชื่อ13./สกุล14/อักษรย่อชื่อ14./สกุล15/อักษรย่อชื่อ15/ IIIII|สกุล16/อักษรย่อชื่อ16./สกุล17/อักษรย่อชื่อ17./สกุล18/อักษรย่อชื่อ18./ IIIIIIสกุล19/อักษรย่อชื่อ19.////สกุลคนสุดท้าย /อักษรย่อชื่อคน (ปีพิมพ์)/ IIIIII ชื่อเรื่อง/(พิมพ์ครั้งที่) สำนักพิมพ์ 2. หนังสือ (ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่มีเลข DOI) ไทย ชื่อ/สกุล./(ปีพิมพ์)./ชื่อเรื่อง/(พิมพ์ครั้งที่) /URL อังกฤษ สกุล/อักษรย่อชื่อ /(ปีพิมพ์) / ชื่อเรื่อง/(พิมพ์ครั้งที่) /JURL 3. หนังสือแปล ไทย สกุล /อักษรย่อชื่อ /(ปีพิมพ์) / ชื่อเรื่องภาษาต้นฉบับ (ชื่อหนังสือภาษาไทย)/ IIIIII (พิมพ์ครั้งที่) /สำนักพิมพ์ อังกฤษ สกุล/อักษรย่อชื่อ /(ปีพิมพ์) / ชื่อเรื่องภาษาต้นฉบับ (ชื่อหนังสือภาษาอังกฤษ IIIIII (พิมพ์ครั้งที่)/สำนักพิมพ์ 4. บทในหนังสือ ไทย ชื่อ/สกุล./(ปีพิมพ์)./ชื่อบทหรือชื่อบทความ ใน/ชื่อบรรณาธิการ/(บ.ก.) ชื่อหนังสือ/ IIIIII (น./เลขหน้า)./สำนักพิมพ์ อังกฤษ สกุล/อักษรย่อชื่อ /(ปีพิมพ์) ชื่อบทหรือชื่อบทความ/In/ชื่อบรรณาธิการ/
ページ88:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ IIIIII (Ed. หรือ Eds.)/ชื่อหนังสือ/(pp./เลขหน้า)/สำนักพิมพ์ 5. บทความในวารสารแบบรูปเล่ม/อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่มีเลข DOI ไทย ชื่อ/สกุล./(ปี พิมพ์) /ชื่อบทความ/ชื่อวารสาร /เลขของปีที่(เลขของฉบับที่) เลขหน้า อังกฤษ สกุล/อักษรย่อชื่อ /(ปีพิมพ์) ชื่อบทความ/ชื่อวารสาร /เลขของปีที่(เลขของฉบับที่) IIIIII เลขหน้า 6. บทความในวารสารแบบรูปเล่ม/อิเล็กทรอนิกส์ที่มีเลข DOI ไทย ชื่อ/สกุล./ปีพิมพ์)/ชื่อบทความ/ชื่อวารสาร/เลขของปีที่(เลขของฉบับที่ IIIII/เลขหน้า./https://doi.org/เลขdoi อังกฤษ สกุล /อักษรย่อชื่อ /(ปีพิมพ์) ชื่อบทความ/ชื่อวารสาร/เลขของปีที่(เลขของฉบับที่) IIIIII/เลขหน้า./https://doi.org/เลขdoi 7. หนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์ ไทย ชื่อ/สกุล./ปี /วัน/เดือน) / ชื่อคอลัมน์ ชื่อหนังสือพิมพ์ /เลขหน้า อังกฤษ สกุล/อักษรย่อชื่อ /(ปี/เดือน/วัน) / ชื่อคอลัมน์ ชื่อหนังสือพิมพ์ /เลขหน้า 8. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิตและวิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต 8.1 วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิตและวิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิตที่ไม่ได้ตีพิมพ์ ไทย ชื่อ/สกุล./(ปีที่เผยแพร่)./ชื่อวิทยานิพนธ์ (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์ IIIII หรือ วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์] ชื่อมหาวิทยาลัย อังกฤษ สกุล/อักษรย่อชื่อ /(ปีที่เผยแพร่) / ชื่อวิทยานิพนธ์[Unpublished doctoral IIIIII/dissertation or Unpublished master's thesis]/ ชื่อมหาวิทยาลัย วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิตและวิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิตจากเว็บไซต์ (ไม่อยู่ในฐานข้อมูลเชิงพาณิชย์) ไทย ชื่อ/สกุล./(ปีที่เผยแพร่) /ชื่อวิทยานิพนธ์ (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต หรือ IIIIII วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]./ชื่อเว็บไซต์./URL อังกฤษ สกุล /อักษรย่อชื่อ./ (ปีที่เผยแพร่) / ชื่อวิทยานิพนธ์/ [Doctoral dissertation or 86
ページ89:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ IIIII/Master's thesis)./ชื่อเว็บไซด์./URL วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิตและวิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต จากฐานข้อมูลเชิงพาณิชย์ ไทย ชื่อ/สกุล /(ปีที่เผยแพร่) / ชื่อวิทยานิพนธ์ (หมายเลข UMI หรือ เลขลำดับอื่น ๆ)/ IIIIII [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต หรือวิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, IIIIII ชื่อมหาวิทยาลัย]. ชื่อฐานข้อมูล อังกฤษ สกุล /อักษรย่อชื่อ3 (ปีที่เผยแพร่)3/ ชื่อวิทยานิพนธ์ (หมายเลข UMI หรือ IIIIIII เลขลำดับอื่น ๆ)/ [Doctoral dissertation or Master's thesis, IIIII ชื่อมหาวิทยาลัย]./ชื่อฐานข้อมูล 87 9. เอกสารประกอบการประชุม/การประชุมวิชาการ ที่ไม่มี proceeding (Symposium) ไทย ชื่อ/สกุล./วันที่/เดือน/ปี) เรื่องที่ประชุม/ใน/ชื่อ(ประธาน) ชื่อการประชุม/ IIIIII[Symposium]./ชื่องานที่จัดประชุม/สถานที่ประชุม อังกฤษ สกุล/อักษรย่อชื่อ /(ปี/เดือน/วันที่) /Title of contribution./In/ชื่อ/(Chair), IIIIII Title of symposium/[Symposium]./Conference Name/Location. 10. การนำเสนองานวิจัยหรือการนำเสนอโปสเตอร์ (Paper/Poster/Presentataion) ไทย ชื่อ/สกุล./ (วันที่/เดือน/ปี)/ ชื่อ paper หรือ poster/[Paperหรือ Poster IIIIII presentation]./ชื่อการประชุม/สถานที่ อังกฤษ สกุล/อักษรย่อชื่อ/ปี /เดือน/วันที่/ชื่อ paper หรือ poster [Paperหรือ Poster IIIIII presentation]./Conference Name, Localion. 11. รายงานการประชุมเชิงวิชาการ (Proceedings) 11.1 ในรูปแบบรูปเล่มหนังสือ ไทย ชื่อ/สกุล./ปี)/ ชื่อบทความ/ ใน/ชื่อบรรณาธิการ/(บ.ก.)/ ชื่อหัวข้อการประชุม/ IIIIIชื่อการประชุม/(น./เลขหน้า) /ฐานข้อมูล อังกฤษ สกุล/อักษรย่อชื่อ /(ปี) ชื่อเรื่อง/In/ชื่อบรรณาธิการ/(Ed. หรือ Eds.) / IIIIII ชื่อหัวข้อการประชุม / ชื่อการประชุม/(pp./เลขหน้า) /ฐานข้อมูล กรณีมีเลข DOL หรือ URL ให้เติมต่อท้ายจากฐานข้อมูล ตัวอย่าง ชื่อฐานข้อมูล/ http://doi.org/xxxx
ページ90:
วิชาRAM1132 ทักษะทางสารสนเทศ 11.2 ในรูปแบบวารสาร ไทย ชื่อ/สกุล./ปี)/ชื่อเรื่อง:/ชื่อเรื่องย่อย ชื่อวารสาร/เลขของปีที่(เลขของฉบับที่ IIIIII เลขหน้า./URL 88 อังกฤษ สกุล /อักษรย่อชื่อ (ปี) ชื่อเรื่อง : ชื่อเรื่องย่อยชื่อวารสาร/เลขของปีที่(เลขของฉบับที่ IIIIII เลขหน้า./URL 12. เอกสารที่ไม่ได้ตีพิมพ์ (เอกสารประกอบการเรียน) ไทย ชื่อ/สกุล3/(ปี)/ชื่อเอกสาร เอกสารที่ไม่ได้ตีพิมพ์]./คณะ/มหาวิทยาลัย อังกฤษ สกุล /อักษรย่อชื่อ../ปี)/ชื่อเอกสาร [(Unpublished manuscript]./คณะ/มหาวิทยาลัย 13. เว็บไซด์ ไทย ชื่อ/สกุลผู้เขียน/ปี/วัน/เดือนที่เผยแพร่) ชื่อบทความ/ชื่อเว็บไซด์/JURL อังกฤษ สกุล /อักษรย่อชื่อผู้เขียน (ปี, เดือน/วันที่เผยแพร่) / ชื่อบทความ/ชื่อเว็บไซด์./URL. 14. ราชกิจจานุเบกษา ไทย ชื่อกฎหมาย/ปี /วัน/เดือน)/ราชกิจจานุเบกษา เล่ม/ตอนที่/หน้า เลขหน้า > 7.5 การเรียงรายการบรรณานุกรม 1. การเรียงลำดับให้รายการภาษาไทยก่อนรายการภาษาอังกฤษ 2. กรณีผู้แต่งชาวไทยให้เรียงตามลำดับตัวอักษรของชื่อและสกุลของผู้แต่งคนแรกโดยยึดหลักตามลำดับอักษร ก-ฮ 3. กรณีผู้แต่งชาวต่างประเทศตามลำดับอักษรของนามสกุลของผู้แต่งคนแรก ตั้งแต่ A-Z 4. ถ้าไม่มีผู้แต่ง ให้ใช้ชื่อเรื่อง หรือชื่อบทความ เรียงรายการตามลำดับตัวอักษร 5. ผู้แต่งคนเดียวกัน ลงชื่อผู้แต่งทุกรายการ เรียงลำดับตามปีที่พิมพ์จากปีน้อยไปมาก 6. ผู้แต่งหลายคนและผู้แต่งคนแรกเดียวกันให้เรียงรายการตามชื่อผู้แต่งคนที่สอง > 7.6 หลักจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ จริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ คือแนวทางการประมวลหลักประพฤติที่ดีที่ผู้วิจัยควรยึดถือในการทำวิจัยในมนุษย์ เพื่อ ความเป็นธรรม สวัสดิภาพ สิทธิ ศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์แก่ผู้เข้าร่วมวิจัย F โดยแนวทางจริยธรรมในการทำวิจัยในมนุษย์ที่ นิยมปฏิบัติคือ ปฏิญญาเฮลซิงกิ (Declaration of Helsinki) ซึ่งถือว่าเป็นแนวปฏิบัติสากลที่ใช้กันทั่วโลกที่มีหลักจริยธรรม พื้นฐานสำหรับการวิจัยในมนุษย์ ดังรายละเอียดต่อไปนี้
News

コメント
コメントはまだありません。