ノートテキスト
ページ1:
ww UNIVER โรงเรียนสาธิต "พิบูลบำเพ็ญ” มหาวิทยาลัยบูรพา 2. การตรึงคาร์บอนในพืช CAM กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ว32242) กลุ่มพืชอวบน้ำที่พบในสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้ง มีการลดรูปของใบให้มีขนาดเล็กลง และปิดรูปากใบ ในเวลากลางวันเพื่อลดการคายน้ำ ส่งผลให้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ไม่สามารถแพร่เข้ามาภายในเซลล์ได้ กลไก นี้พบครั้งแรกในพืชวงศ์กุหลาบหิน (Crassulaceae) จึงเรียกพืชกลุ่มนี้ว่า พืช CAM (Crassutacean acid metabolism; CAM) แต่ในปัจจุบันพบในพืชวงศ์อื่นอีก เช่น กระบองเพชร กล้วยไม้ ศรนารายณ์ ลิ้นมังกร ว่านหางจระเข้ เป็นต้น SucculenT" การตรึงคาร์บอนของพืชกลุ่มนี้เกิดขึ้น 2 ครั้งเช่นเดียวกับพืช C4 แต่แตกต่างกันตรงที่การตรึงคาร์บอน ทั้งสองครั้งเกิดขึ้นในเซลล์เดียวกัน แต่เกิดต่างช่วงเวลา ในเวลากลางคืน ซึ่งมีอุณหภูมิต่ำลง และความชื้นสูง พืชกลุ่มนี้เปิดรูปากใบเพื่อตรึง คาร์บอนที่อยู่ในรูปของ HCO3 โดยใช้ เอนไซม์ PEP carboxylase ในเซลล์มีโซฟิลล์ โดย HCO, จะทำปฏิกิริยากับ PEP ได้เป็น OAA ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นกรดมาลิกและเก็บ สะสมไว้ในแวคิวโอล ในเวลากลางวัน รูปากใบจะปิดเพื่อ ลดการสูญเสียน้ำ พืชจะมีปฏิกิริยาแสง กรด มาลิกจะถูกลำเลียงออกจากแวคิวโอล สลาย เป็นกรดไพรูวิกและ CO2 โดย CO2 จะถูก นำเข้าสู่วัฏจักรคัลวินในคลอโรพลาสต์ซึ่งอยู่ใน กลับเป็น PEP อีกครั้ง เซลล์เดียวกัน ส่วนกรดไพรูวิกจะถูกเปลี่ยน กลางคืน CO,ในอากาศ HCO3 PEP PEP (3C) OAA (4C) carboxylase ไกลโคไลซิส กรดมาลิก (4C) คาร์โบไฮเดรต ↑ กรดมาลิก (4C) แวคิวโอล กรดไพรูวิก (3C) กรดมาลิก (4C) วัฏจักร คัลวิน คลอโรพลาสต์ เซลล์มีโซฟิลล์ กลางวัน การตรึงคาร์บอนในพืช CAM การที่รูปากใบปิดและเกิดการสลายของกรดมาลิกในเวลากลางวัน จึงไม่มีการปล่อย CO2 ออกนอก เซลล์ ทำให้ความเข้มข้นของ CO2 ภายในเซลล์สูง โฟโตเรสไพเรชันจึงเกิดขึ้นได้น้อยมาก Cam : Pathway เกิดที่ : Mesophy กลางวัน _ PEP ← → c0, HC0, | ปากใบเปิด OAA Malic à (40) (4C) a เช มีแสง Vacuole (4C) Pyruvic a 2 Molic a C021 → Calvin 3 Cycle
ページ2:
UNIVERS Rubis co Bundle Sheath - โรงเรียนสาธิต "พิบูลบำเพ็ญ” มหาวิทยาลัยบูรพา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ว32242) การตรึงคาร์บอนครั้งที่หนึ่ง เกิดขึ้นที่ไซโทพลาซึมของเซลล์มีโซฟิลล์ โดยจะตรึง HCO3 ด้วย PEP (phosphoenolpyruvate) ซึ่งเป็นสารที่มีคาร์บอน 3 อะตอม โดยมีเอนไซม์ PEP carboxylase เร่งการ เกิดปฏิกิริยาได้เป็น OAA (oxaloacetic acid) ซึ่งเป็นสารที่มีคาร์บอน 4 อะตอม จากนั้น OAA จะถูก เปลี่ยนเป็นสารอินทรีย์ที่มีคาร์บอน 4 อะตอม เช่น กรดมาลิก (malic acid) แล้วลำเลียงผ่านพลาสโมเดสมาตา ไปยังเซลล์บันเดิลชีทที่อยู่ติดกัน การตรึงคาร์บอนครั้งที่สอง เกิดขึ้นที่เซลล์บันเดินชีท โดยกรดมาลิกจะถูกสลายเป็นกรดไพรูวิกและ CO2 โดย CO2 นี้จะถูกนำเข้าสู่วัฏจักรคัลวินในคลอโรพลาสต์ของเซลล์บันเดิลชีท ส่วนกรดไพรูวิกจะถูกลำเลียง กลับไปยังเซลล์มีโซฟิลล์และเปลี่ยนกลับเป็น PEP โดยใช้พลังงานจาก ATP HCO₂ PEP - CO.ในอากาศ OAA carboxylase PEP (4C) (3C) AMP+PP KAPP ATP+P กรดมาลิก กรดไพรูวิก (4C) (3C) เซลล์มีโซฟิลล์ กรดมาลิก กรดไพรูวิก (4C) CO2 (3C) คลอโรพลาสต์ วัฏจักร คัลวิน - เซลล์บันเดิลชีท —█ การตรึงคาร์บอนในพืช C4 กระบวนการดังกล่าวนี้ทำให้เซลล์บันเดินชีทของพืช C4 มีปริมาณ CO2 สูงกว่า O2 มาก ซึ่งในเซลล์ บันเดิลชีทของพืช C4 จะมีรูบิสโก ในขณะที่เซลล์มีโซฟิลล์ไม่มีเอนไซม์นี้ จึงทำให้รูบิสโกในพืช C4 มีโอกาสน้อย มากที่จะทำปฏิกิริยากับแก๊สออกซิเจนทำให้เกิดโฟโตเรสไพเรชันน้อย หรือไม่เกิดขึ้น จึงช่วยป้องกันการสูญเสีย คาร์บอนอะตอมที่เกิดจากโฟโตเรสไพเรชันได้ การตรึง C 909 C-Cam Hatch-Slack pathway? ·Mesophyll 1st PEP carboxylose st PEP HCO OAA(4C) Bundle Sheath 21 st C02 RUBP PGA Rubisco Malic Acid (สารประกอบ) Calvin Cycle 4C C02 2 →Pyruvate "
ページ3:
โรงเรียนสาธิต "พิบูลบำเพ็ญ” มหาวิทยาลัยบูรพา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ว32242) บทที่ 11 การสังเคราะห์ด้วยแสง 11.4 การเพิ่มความเข้มข้นของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ พืชบางชนิดที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนหรือแห้งแล้งจะมีการปรับตัวทางเมแทบอลิซึม โดยมีกลไกใน การเพิ่มความเข้มข้นของ CO2 ทำให้อัตราส่วนของ CO2 ต่อ O2 เพิ่มสูงขึ้น และส่งผลให้รูบิสโกสามารถตรึง CO2 ได้เร็วกว่า O2 ทำให้เกิดโฟโตเรสไพเรชันได้น้อยมาก กลไกนี้สามารถพบได้ในพืช C4 และพืช CAM 1. การตรึงคาร์บอนในพืช C4 พืชบางชนิดที่มักพบในเขตร้อน เช่น ข้าวโพด ข้าวฟ่าง อ้อย หญ้าแพรก บานไม่รู้โรย จะตรึงคาร์บอน ได้สารประกอบคาร์บอนชนิดแรกที่เสถียรซึ่งมีคาร์บอน 4 อะตอมจึงเรียกพืชในกลุ่มนี้ว่าพืช C4 เมื่อศึกษาโครงสร้างภายในของใบพืช C3 และพืช C4 จะพบว่ามีลักษณะที่แตกต่างกัน - ใบพืช C3 ชั้นมีโซฟิลล์ประกอบด้วยเซลล์ 2 ชนิด คือ แพลิเซดมีโซฟิลล์และสปองจีมีโซฟิลล์ และ ในเซลล์บันเดิลชีทจะไม่พบคลอโรพลาสต์ - ใบพืช C4 ชั้นมีโซฟิลล์จะพบเซลล์ที่มีลักษณะคล้ายกัน และในเซลล์บันเดิลชีทจะมีคลอโรพลาสต์ คิวทิเคิล เอพิเดอร์มิสด้านบน แพลิเซดมีโซฟิลล์ T มัดท่อลาเลียง . เซลล์บันเดิลชีท สปองจีมีโซฟิลล์ เอพิเดอร์มิสด้านล่าง T 1. เดี่ยว เลยว เปนแค้ก มีโซฟิลล์ ลักษณะคล้ายกันหมด มัดท่อลาเลียง เซลล์บันเดิลชีท โครงสร้างภายในของใบพืช C3 a ตรึง C 1 ครั้ง โครงสร้างภายในของใบพืช C4 a ตริง C 2 ครั้ง พืช C4 มีการสังเคราะห์ด้วยแสงที่ประกอบด้วยปฏิกิริยาแสงและการตรึงคาร์บอนเช่นเดียวกับพืช C3 โดยพบว่าปฏิกิริยาแสงในพืช C3 และพืช C4 นั้นไม่แตกต่างกัน แต่การตรึงคาร์บอนของพืช C4 มีกลไกที่ แตกต่างจากพืช C3 โดยพืช C4 จะมีการตรึงคาร์บอน 2 ครั้ง โดยครั้งแรกจะเป็นการตรึงคาร์บอนของ ไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออน (HCO3) เกิดที่เซลล์มีโซฟิลล์ ส่วนครั้งที่สองจะเป็นการตรึงคาร์บอนในรูปของ CO2 เกิดที่เซลล์บันเดิลชีท การตรึงคาร์บอน 300, สารเสถียรตัวแรก C 3 Cy ส่วนใหญ่เป็น monocot CAM PEPCO OAA (4C): C4 Dicot บานไม่รู้โรย หงอนไก่ 3RUBP6PGA (3C): C3 Conocot ลี เจ้า เรย์ ข้าวโพด หญ้าแพรก 1
他の検索結果
おすすめノート
[ปลายภาค] ชีวะ ม.5 เทอม1🔬🌿
1915
2
การสังเคราะห์ด้วยแสง ม.5
1258
2
การสังเคราะห์ด้วยแสง ม.5
838
1
การสังเคราะห์แสง ม.5
493
3
このノートに関連する質問
Senior High
ชีววิทยา
ช่วยหน่อยค่ะ🙏🙏🙏
Senior High
ชีววิทยา
ช่วยหน่อยค่ะ🙏🙏🙏
Senior High
ชีววิทยา
ช่วยหน่อยนะคะฮือ🙏🏼💖
Senior High
ชีววิทยา
บอกคำตอบหน่อยค่ะ
Senior High
ชีววิทยา
ช่วยหน่อยค่ะ
Senior High
ชีววิทยา
ช่วยทำหน่อยนะคั้บบ
Senior High
ชีววิทยา
ช่วยหน่อยนะคะฮื่อออ
Senior High
ชีววิทยา
ช่วยหน่อยนะคะ ต้องส่งพรุ่งนี้ค่ะ🥺 #ขอบคุณล่วงหน้านะ🙏💕
Senior High
ชีววิทยา
ช่วยหน่อยค่ะ ทำยังไงคะ พอดีคุณครูไม่ได้ให้หนังสือมาค่ะ😅
Senior High
ชีววิทยา
ช่วยหน่อยได้ไหมคะงงมากๆเลยค่ะ
News
コメント
コメントはまだありません。