Thai
SMA

ช่วยสรุปหน่อย please🙏🏻🥺❤️

2. คําพิพากษา ผู้แต่ง ชาติ กอบจิตติ ปีที่พิมพ์ 2525 สํานักพิมพ์หอน ล ไอ้ฟัก เป็นภารโรงอยู่ในโรงเรียนแห่งหนึ่งในชนบทมาก แต่มีแม่เลี้ยงเป็นคนบ้า สติสตางค์ไม่ดี เลลก ต้องรับเลี้ยงแม่เลี้ยงที่สติสตางค์ไม่ดีนั้นจนลิ้นชีวิต.แม่เลี้ยงชื่อสมทรง พ่อของฟักไปเก็บ สมทรง มาจากในเมือง แล้วเอามาทําเมีย อยู่กระต้อบเดียวกันกับฟัก เมื่อพ่อตาย ฟักก็ไม่รู้จะเอาสมทรงไปไว้ที่ไหน เพราะไม่มีใคร อยากจะรับเลี้ยงคนบ้าหรอก ฟักจึงต้องรับเลี้ยงสมทรงเรื่อยมา แต่ด้วยความที่เป็นคนจน อยู่กระต็อบเดียวกัน ทั้งวันทั้งคืน ขาวบ้านก็ขอบนินทาหาว่าฟักเอาเมียพ่อทําเมีย ด้วยความที่ฟักเป็นคนจนไม่มีเกียรติมีศักดิ์ศรี พูดอะไรไปใครเขาก็ไม่เชื่อ พูดไปสองไพเบี้ย ฟักเลยไม่เถียงและโต้แย้งอะไรใครทั้งสิ้น มุ่งหน้าทําหน้าที่ของตน ไป คนไหนเลี่ยงได้ก็เสี่ยง วันหนึ่งฟักอยากจะเอาเผาศหพ่อตัวเองที่เก็บไว้ในคลังของวัด. เพราะพอจะมีเงินทํา ศพแล้ว ฟักได้ฝากเงินเดือนแต่ละเดือนข้องตนไว้ที่ครูใหญ่ของโรงเรียน ฟักไปเบิกเงินจากครูใหญ่เพื่อมาทําศพ พ่อ และไปเชิญสัปเหร่อมาทําพิธีเผาศพ แต่วันนั้นไม่มีลโครมางานเผาศพพ่อของฟักเลย คนทั้งหมู่บ้านติดธุระ ส่วนตัวกันหมด ฟักเริ่มมีความชัดเจนต่อชะตากรรมชีวิตของตัวเอง เมื่อเปรียบเทียบกับงานศพของคนอื่นๆ ใน หมู่บ้าน ฮั่งมีคนมาร่วมงานตั้งมากตั้งมาย สัปเหร่อจึงดับความเครียดของฟักด้วยสุรา ฟักได้เริ่มลิ้มรสสุราครั้ง แรก และได้ค้นพบว่า ฤทธิ์ของสุรานอกจากจะทําให้เมาแล้ว ยังทําให้เขานอนหลับสบายอีกด้วย เพราะไม่ต้อง คิดมากก่อนนอน อย่างที่เป็นอยู่ก่อนหน้านี้ หลังจากวันนั้น เขาเริ่มซื้อสุรากินเอง เพื่อให้ลืมความทุกข์ ที่ถูก ขาวบ้านหาว่าเอาสมทรงเมียของพ่อเป็นเมียของตัวเอง นานวันเข้าเขากลับเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง แล้วตายใน ที่สุด ศพของเขาถูกเก็บไว้เพื่อเผาวันที่ทดลองเตาเผาอันใหม่ของวัด ซึ่งเป็นศพที่น่าสมเพชมาก เพราะนอกจาก จะไม่มีใครมางานของฟัก เพื่อไว้อาลัยแล้ว ยังมาเพื่อมาดูเตาเผาใหม่ ไม่ใช่มางานของฟักอีกด้วย ส่วนสมทรง . ถูกนําไปส่งโรงพยาบาลบ้าในเมือง และขาวบ้านก็ได้รู้ความจริงว่าสมทรง หนีออกมาจากโรงพยาบาลบ้าแทห่งนี้ ย
พอรถเคลื่อนไปได้สักพักฝันก็เงิ่มตก อากาศในรถร้อนจนหายใจไม่ออกเพราะหน้าต่างทุกบานปิดหมด ผมรู้สึก เหนียวตัวและกําลังพยายามใช้ไหล่ปาดเหงื่อที่ข้างแก้ม ผมรู้สึกเหมือนจะเป็นลมด้วยความร้อนและความอับ อากาศหายใจ 'ผมรู้สึกหิวข้าว ผมหลับตาอย่างเหนี่อยอ่อน พักหน้าตัวเองไว้บนท่อนแขนข้างที่โหนราวอยู่ ทําไมผมต้องมาลําบากลําบนอะไรอ๊ย่างนื้อยู่ในกรุงเทพก็ไม่รู้ ผมน่าจะอยู่ที่บ้านต่างจังหวัดตกปลาหาเลี้ยง ตัวเองไปวันๆ ผมคิด ” ' รถเมล์เคลื่อนไปได้อีกหน่อย ฝนยังคงตกอยู่และน้้าตามถนนเงิมเจิ่งนอง ขาของผมเมือยและอ่อนแรง ผมอย่ากจะนั่งเต็มที แต่ไม่มีทีท่าว่าจะมีครลุกเลย เด็กสองคนมากับแม่ยืนเกาะพนักเก้าอื้อยู่ ชายหนุ่ทีนัง เรงนั้นไม่ลุกให้เลย ฝนขาเม็ตล่งบ้าง ผมมองออกนอกหน้าต่างเห็นผู้ชายคนหนึ่งกําลังเข็นรถซึ่งเสียอยู่กลาง ผม นําเห็นใจเขาอยู่เหมือนกัน ร่างเขาขุ่บไปด้วยน้าฝน .คนบนรถมองดูด้วยสีหน้าที่ปราศจากความรู้สึก ไม่ ๓1 บก ลพตป ริวยระจินเคล้ากลิ่นกองฟาง.... ผมชะจักกับเสียงเพลงนั้นเพรามันทําให้ อยจบต่งจงหวัตรุบเข้ามาใบทัวผม มีขายคนหนึ่งร้องเพลงขึ้นมาทําลายความเงียบบนรถ ภาพอดี ากาศดีขึ้น “เสียงเพราะมาก” ผมกล่าวชมเขาอยู่ในใจ ผมลืมความเคร่่งเครียดจากความอึดอัดบน ทําให้ปัร ๆ คนนั้นร้องเพลงต่อ คนในรถบางคนหัวเราะคิกคัก บางคนปรบมือชอบใจ บางคนก็ขุบชิบหาว่า เณ แต่สําหรับในความรู้สึกของผมตอน่นี้ เขาคือเพื่อนเกลอที่เข้าใจคนหัวอก ขาย/ กต กบ้านจากคนที่รักเข้ามาทํางานในเมืองหลวง เนื้อเพลงที่เขาร้องทําให้ผมคิดถึงบ้าน คิดถึง 1 รถจอดป้าย ไอ้หนุ่มนักร้องลุกขึ้นลงจากรถไปโดยไม่สนใจกับสาเ แก บหน้าของเขา ผมรีบเดินลงจากรถเพื่อตามเขาไป ผมอย่ากจะทักและ' สงถามเขาไปว่า “ขอโทษเถิด ถามจริง บ้าหรือเปล่า” เหมือนกัน” เขาตอบคําถามผมแล้วเดินหายไปกับกลุ่มคนที่ ยตาที่มองเขา ผมเห็นคราบน้้าตา 'คุยกับเขาแต่ไม่รู้จะพูดอย่างไรผม เขาตอบผมกลับมาว่า “เปล่า, น ---ไต่อยากจะบ้า เดินเบียดเสียดกันเต็มห้องถนน

Answers

No answer yet

Apa kebingunganmu sudah terpecahkan?