🩷รวม ๆ ภาษาไทย ม.6🩷
40
608
0
Senior High Kelas 3
- การใช้ภาษาเพื่อการโน้มน้าวใจ
- ฉันท์ ( วิชชุมมาลาฉันท์ 8 & อินทรวิเชียรฉันท์ 11 )
- ขุนช้างขุนแผน
ノートテキスト
ページ1:
. . ภาษาไทย • การใช้ภาษาเพื่อก.โน้มน้าวใจ ฉันท์ (วิชชุม & อินทร) ยุนช้าง ขุนแผ M. 6 mid a @kkwhnii
ページ2:
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 การใช้ภาษาเพื่อโน้มน้าวใจ การโน้มน้าวใจ โน้มน้าวใจ : เป็นคำประสม ระหว่าง โน้ม + น้าว + ใจ - - โน้ม = + ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เปลี่ยนทิศทางไปจากเดิม น้าว = เหนี่ยวลง = - โน้มน้าว หมายถึง กระทำโดยพยายามเปลี่ยนสภาพเดิม ของสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เป็นไปตามทิศทางที่ผู้กระทำต้องการ การโน้มน้าวใจ : การใช้ความพยายามที่จะเปลี่ยน ความเชื่อ ทัศนคติ ค่านิยม และการกระทำของบุคคลอื่น ด้วยกลวิธีที่เหมาะสม ให้มีผลกระทบใจบุคคลนั้น ทั้งที่เป็นวัจนภาษาและอวัจนภาษา จนเกิดการยอมรับ และยอมเปลี่ยนตามที่ผู้โน้มน้าวใจต้องการ สารโน้มน้าวใจ : สารประเภทที่ผู้ส่งสารมีเจตนาจะก่อให้เกิด ความเปลี่ยนแปลงขึ้นในตัวผู้รับ เช่น โฆษณา การหาเสียง การรณรงค์ การเชิญชวน เป็นต้น
ページ3:
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์กับการโน้มน้าวใจ เป็นสาเหตุสำคัญที่ผลักดันให้มนุษย์สร้าง ทัศนคติ ความเชื่อ ค่านิยมและการกระทำพฤติกรรมต่าง ๆ เพื่ เพื่อสนองความต้องการ ของตน ดังนั้นการโน้มน้าวใจถ้าใช้ความต้องการพื้นฐานเป็นสิ่งเร้าก็จะ ทําให้มนุษย์ปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมไปตามแนวทางที่ ถูกเร้าได้โดยง่าย
ページ4:
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 กลวิธีการโน้มน้าวใจ 1. ผู้โน้มน้าวใจต้องให้เห็นว่าตนเป็นผู้ที่มีความรู้ มีคุณธรรม และมีความปรารถนาดีต่อผู้อื่น เพื่อให้ผู้อื่นศรัทธาเกิดความ เชื่อและคล้อยตาม 2. แสดงให้เห็นว่าเรื่องที่กำลังโน้มน้าวใจอยู่นั้น มีเหตุผล หนักแน่น ควรแก่การยอมรับอย่างแท้จริง 3. ใช้กลวิธีแสดงให้เห็นว่าตนเองมีความรู้สึกหรืออารมณ์ร่วม ex. บุคคลต่างมีค่านิยมเชื่อถือในสิ่งเดียวกัน 4. ควรจะให้โอกาสผู้ที่ตนโน้มน้าวได้ใช้ความคิดของเขาเอง โดยชี้ให้เห็นทางเลือกทั้งด้านดีและด้านเสีย เปรียบเทียบ ให้เห็นว่า ด้านที่เป็นโทษมีมากกว่า เพื่อให้เขาตัดสินใจ กระทำตามด้วยตัวของเขาเอง 5. สร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลาย สร้างความหรรษา 6. เมื่อมนุษย์เกิดอารมณ์ ก็มักจะละเลยเหตุผลและความคิด พิจารณาอย่างรอบคอบ อาจจะคล้อยตามผู้โน้มน้าวใจได้ง่าย ดังนั้น อาจใช้กลวิธีเร้าให้เกิดอารมณ์อย่างแรงกล้า ex. อารมณ์โกรธ เสียใจ ภาษาที่ใช้โน้มน้าวใจ การโน้มน้าวใจไม่ใช่การข่มขู่ บีบบังคับ ดังนั้นน้ำเสียงของ ภาษาที่โน้มน้าวใจจะต้องไปในเชิง เสนอแนะ ขอร้อง หรือเร้าใจ
ページ5:
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 การใช้ภาษาโน้มน้าวใจ “คำขวัญ” คำขวัญ : ถ้อยคำที่แต่งขึ้นเพื่อเตือนใจ/เพื่อให้เป็นสิริมงคล ซึ่งความหมายของ ขวัญมักเป็นไปในในทางเชิญชวนให้ปฏิบัติ ตามมากกว่าคำสั่ง ลักษณะของคำขวัญ : 1. เป็นคำกล่าวสั้น ๆ อาจจะมีตั้งแต่วรรคเดียว ถึง 4 หรือ 5 วรรค ถ้ามีหลายวรรค แต่ละวรรคก็จะไม่ใช้คำมาก 2. จังหวะของคำในวรรค หรือระหว่างวรรคจะมีดุลยภาพ คือ ฟังเป็นจังหวะเท่า ๆ กัน ฟังรื่นหู 3. คำที่ใช้มีความหมายเด่น สะดุดใจอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ 4. คำขวัญของไทยใช้คำที่คล้องจองกัน มีทั้งสัมผัสสระและ สัมผัสอักษร ตัวอย่างคำขวัญ : - บ้านเมืองสะอาด ประชาชาติปลอดโรค - ทิ้งขยะไม่เลือกที่ หมดราศีไปทั้งเมือง - สะอาดกายเจริญวัย สะอาดใจเจริญสุข เห็นอะไรผิดสังเกต รีบแจ้งเหตุให้ยามรู้
ページ6:
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 การพิจารณาสารโน้มน้าวใจในรูปแบบต่าง ๆ 1. คำเชิญชวน เป็นการแนะนำให้ช่วยกันกระทำ ส่วนมากมัก เชิญให้ช่วยกันทำประโยชน์แก่ส่วนรวม ปรากฏในรูปแบบ ประกาศ แผ่นปลิว โปสเตอร์ วิทยุ โทรทัศน์ ดังนั้น การพิจารณาคำเชิญชวน ต้องรอบคอบก่อนที่จะปฏิบัติ ตาม อาจมีมิจฉาชีพมักแอบอ้างหาผลประโยชน์ 2. โฆษณาสินค้าหรือบริการ เป็นสารโน้มน้าวใจเพื่อ สินค้าหรือบริการแก่สาธารณชน ผ่านสื่อสารมวลชน ex. หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วิทยุ อินเตอร์เน็ต โทรทัศน์ ดังนั้น ในการพิจารณาโฆษณาสินค้าหรือบริการ ต้อง พิจารณาความสมเหตุสม หลักความเป็นจริง 3. โฆษณาชวนเชื่อ พยายามเปลี่ยนความเชื่อและการกระทำ จเพื่อการขาย ของบุคคลจำนวนมากให้ไปในทางที่ฝ่ายตนต้องการ โดยไม่ คำนึงถึงความถูกต้องตามเหตุผลและข้อเท็จจริง มี 2 ชนิด : การโฆษณาชวนเชื่อทางการค้า & ทางการเมือง ดังนั้น เราต้องพิจารณให้ดี อย่าหลงเชื่อตามง่าย ๆ เนื่องจากเจตนาของสารชนิดนี้มักจะเป็นไปในทางหาผล ประโยชน์ให้แก่ผู้โฆษณา
ページ7:
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 ลักษณะของโฆษณาสินค้าและบริการ 1. ใช้ถ้อยคำแปลกใหม่ สะดุดตา น่าสนใจ 2. ใช้ประโยค หรือวลีสั้น ๆ 3. ใช้ภาษาที่สามารถสนองความต้องการพื้นฐานของผู้รับสาร 4. พูดถึงเฉพาะจุดเด่นของสินค้า 5. เนื้อหาไม่หนักแน่น ไม่ถูกต้องตามวิชาการ 6. โฆษณาผ่านช่องทางต่าง ๆ ซ้ำ ๆ ๆ ประโยชน์ของโฆษณาสินค้าและบริการ : 1. ทำให้ทราบว่าต้องไปซื้อ / รับบริการที่ไหน 2. เมื่อมีการโฆษณาของสินค้าหรือบริการเดียวกันแต่ต่างยี่ห้อ มากขึ้น ราคาของสินค้าจะถูกลง 3. เมื่อมีการโฆษณา ประชาชนก็ได้ความรู้คู่ความบันเทิง โทษของโฆษณาสินค้าและบริการ : 1. อาจทำให้ประชาชนหลงผิด ซื้อของเกินความจำเป็น 2. การแข่งขันทางโฆษณา ทำให้ต้นทุนการผลิตสูง อาจ ทําให้สินค้ามีราคาสูงขึ้น 3. การใช้ภาษาในงานโฆษณา มีการใช้ภาษาที่แปลกใหม่ อาจทำลายคุณค่าทางเอกลักษณ์ และวัฒนธรรมของชาติได้
ページ8:
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 กลวิธีการโฆษณาชวนเชื่อ 1. การตราชื่อ เป็นการทำลายฝ่ายตรงข้าม ให้คนเชื่อศรัทธา และปฏิเสธความคิดของบุคคลที่ถูกตราชื่อนั้น ex. ตราชื่อว่า “พวกหัวรุนแรง” “ฝ่ายซ้าย” 2. การกล่าวรวม ๆ ด้วยถ้อยคำหรูหรา เพื่อให้เลื่อมใส ศรัทธาและหลงคล้อยตาม เรียบเรียงข้อความขึ้นให้ผูกพัน กับความคิด หลักการ บุคคล สถาบัน หรืออุดมการณ์ 3. อ้างบุคคลหรือสถาบันที่เป็นที่เคารพนับถือ ก็จะเชื่อถือสิ่งที่ โฆษณานำมาเสนอโดยไม่ทันหยุดคิดพิจารณา 4. การทำเหมือนชาวบ้านธรรมดา คือ จะเชื่อมโยงตนเองและ หลักการหรือความคิดของตนให้ผูกพันกับชาวบ้าน หรือทำ ตนเป็นพวกเดียวกับผู้รับสาร เพื่อผู้รับสารจะได้ไว้ใจและ หลงเชื่อตามโฆษณา 5. อ้างแต่ที่เป็นประโยชน์ และพยายามกลบเกลื่อนแง่อื่น ๆ ที่เป็นโทษแก่ฝ่ายตนให้ผู้ฟัง 6. อ้างคนส่วนใหญ่ เพื่อให้ผู้รับสารฝังใจว่าความคิดนั้น คน ส่วนใหญ่ยอมรับกัน ผู้รับสารก็ควรจะยอมรับด้วยเช่นกัน
ページ9:
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 ฉันท์ ฉันท์ : คือลักษณะถ้อยคำที่กวีได้ร้อยกรองขึ้น เพื่อให้เกิด ความไพเราะ โดยกำหนดครุลหุและสัมผัสไว้เป็นมาตรฐาน ฉันท์นี้ไทยได้แบบแผนมาจากอินเดียซึ่งเดิมแต่งเป็นภาษา บาลีและสันสกฤต โดยเฉพาะในภาษาบาลีมีตำราที่กล่าวถึงวิธี แต่งฉันท์ไว้เป็นแบบเฉพาะโดยเรียกชื่อว่า “คัมภีร์วุตโตทัย” ต่อมาไทยได้จำลองแบบมาแต่งในภาษาไทยโดยเพิ่มบังคับ สัมผัสขึ้นเพื่อให้เกิดความไพเราะตามแบบนิยมของไทย
ページ10:
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 ลักษณะบังคับของฉันท์ ฉันท์ ประกอบด้วยลักษณะบังคับ 3 อย่าง คือ “พยางค์” “คณะ” และ “สัมผัส” - ♡ เป็น 1. พยางค์ ในฉันท์แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ 1) พยางค์ที่มีเสียงหนัก เรียกว่า ครุ ใช้ สัญลักษณ์แทน ซึ่งมีลักษณะดังนี้ เป็นพยางค์ที่ประสมด้วยสระเสียงยาวในแม่ ก กา รวมทั้งสระ ไอ ใอ เอา ex. มา เสีย จำไป เอา - เป็นพยางค์ที่มีตัวสะกด ex. กิน ลม โชย เหยียบ 2) พยางค์ที่มีเสียงเบา เรียกว่า ลหุ ใช้ เป็นสัญลักษณ์ แทน ซึ่งมีลักษณะดังนี้ - 9 - เป็นพยางค์ที่ประสมด้วยสระเสียงสั้นในแม่ ก กา ex. จะ ติ บุ และ เลอะ - เป็นพยัญชนะตัวเดียว เช่น บ บ ๆ ณ ธ สำหรับคำ 2 พยางค์ ที่เป็นอักษรนำ เช่น ขยาย สมาน จะนับเป็น 1 พยางค์ คือ เป็นครุ หรือจะนับเป็น 2 พยางค์ คือ ลหุ กับ ครุ ก็ได้
ページ11:
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 *** เนื่องจากฉันท์ต้องใช้คำครุลหมาก คำไทยแท้จึงไม่เพียงพอ จำเป็นต้องอาศัยคำศัพท์บาลีสันสกฤตดัดแปลงให้เหมาะสมไม่ขัด กับหลักภาษา ex. บางครั้งกวีต้องการคำลหุ 3 คำเรียงกัน ให้มีความหมายว่า ใจ คำว่า ใจ นั้นมีอยู่มากในภาษาบาลีสันสกฤต ex. ฤดี หฤทัย มนัส มโน ก็ต้องเลือกคำให้เหมาะ อาจเลือก คำ หทัย โดย ใช้รูป หทย (ออกเสียง หะ-ทะ-ยะ) ซึ่งไม่ขัดกับหลักภาษาเดิม เพราะคำนี้ใช้ในภาษาบาลีว่า หทย อยู่แล้ว 2. คณะ ในลักษณะบังคับของฉันท์ หมายถึงลักษณะการเรียง กันของเสียงครุ ลหุ กลุ่มละ 3 เสียง จึงจัดเป็น 1 คณะ ซึ่งมีทั้งหมด 8 คณะ ดังนี้ มะ คณะย่อมาจาก มารุต แปลว่า ลม ประกอบด้วย ครุ 3 เสียง เรียงกันดังนี้ * 6 * นะ คณะย่อมาจาก นรา แปลว่า ฟ้า ประกอบด้วย ลหุ 3 เสียง เรียงกันดังนี้ ภะ คณะย่อมาจาก ภูมิ แปลว่า ดิน ประกอบด้วย ครุ ลหุ หุ เรียงกันดังนี้ ง ง 9 ยะ คณะย่อมาจาก ยชมาน แปลว่า พราหมณ์บูชายัญ ประกอบด้วย ลหุ ครุ ครุ เรียงกันดังนี้ * * * ชะ คณะย่อมาจาก ชลน แปลว่า ไฟ ประกอบด้วย ลหุ ครุ ลหุ เรียงกันดังนี้ ๑ * ระ คณะย่อมาจาก รวิ แปลว่า พระอาทิตย์ ประกอบด้วย ครุ ลหุ ครุ เรียงกันดังนี้ 9 9 4 สะ คณะย่อมาจาก โสม แปลว่า พระจันทร์ ประกอบด้วย ลหุ ลหุ ครุ เรียงกันดังนี้ 9 9 - ตะ คณะย่อมาจาก โดย แปลว่า น้ำ ประกอบด้วย ครุ ครุ ลหุ เรียงกันดังนี้ 9 - 1
ページ12:
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 3. สัมผัส สัมผัสเป็นส่วนที่กวีไทยเพิ่มเติมขึ้น เพื่อปรับปรุงฉันท์ ให้เข้ากับลักษณะของร้อยกรองไทย แบ่งได้เป็น 3 แบบ คือ 1) สัมผัสแบบกาพย์ คือ ไม่มีสัมผัสระหว่างวรรคที่ 3 กับ วรรคที่ 4 ซึ่งฉันท์ส่วนใหญ่จะส่งสัมผัสแบบนี้ 2) สัมผัสแบบกลอนสังขลิก คือ ไม่มีสัมผัสระหว่างวรรค สุดท้ายของบทแรกกับวรรคที่สองของบทต่อไป ฉันท์ที่ส่งสัมผัส แบบนี้ได้แก่ฉันท์บทละ 3 วรรค 3. สัมผัสแบบกลอนสุภาพ คือ มีการส่งสัมผัสทั้งระหว่าง วรรคทุกวรรคและระหว่างบทด้วย ฉันท์ชื่อต่าง ๆ ตามที่ปรากฏในคัมภีร์วุตโตทัย มีถึง 108 ฉันท์ แต่ไทยได้เลือกเอาแต่เฉพาะที่เห็นว่าไพเราะ มีทำนองอ่านสละสลวยและเหมาะแก่การที่จะบรรจุคำ ในภาษาไทยได้ดีเท่านั้น
ページ13:
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 ฉันท์À วิชชุมมาลาฉันท์ 8 วิชชุมมาลาฉันท์ 8 (อ่านว่า วิด - ชุม - มา - ลา - ฉัน) แปลว่า ฉันท์ที่เปล่งสำเนียงยาวดุจสายฟ้าแลบที่มีรัศมียาว บาท ด บาท le บาท บาท ๔ มะ มะ ... ครู ครู บท บาท ด ├สัมผัสระหว่างบท !! บาท ๒ บท มา บาท ๔ กฎ : 1. คณะและพยางค์ : บทหนึ่งมี 4 บาท บาทหนึ่งมี 2 วรรค วรรคหนึ่งมี 4 คำ บาทหนึ่งมี 8 คำจึงเรียกว่าฉันท์ 8 รวม บทหนึ่งมี 8 วรรค 32 คำ 2.ครุ - ลหุ : ประกอบด้วยคณะฉันท์ มะ มะ ครุลอย 2 กล่าวคือ เป็นคำครุทั้งหมด ไม่มีคำลหุอยู่เลย 3.สัมผัส : ส่งสัมผัสแบบกาพย์ ตามฉันทลักษณ์และตัวอย่าง
ページ14:
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 ตัวอย่างวิชชุมมาลาฉันท์ •แรมทางกลางเถื่อน ห่างเพื่อนหาผู้ หนึ่งใดนึกดู หลายวันถิ่นล่วง เห็นใครไปมี เมืองหลวงธานี นามเวสาลี ดื่มเดาเข้าไป ๏ผูกไมตรีจิต เชิงชิดชอบเรื่อง กับหมู่ชาวเมือง ฉันอัชฌาสัย เล่าเรื่องเคืองขุ่น จำเป็นมาใน ว้าวุ่นวายใจ ด้าวต่างแดนตน มะ มะ ครู ครู บาท www บาท บาท ต บาท ๔ บาท บาท บาท ∞ www บาท ๔ www (สามัคคีเภทคำฉันท์ : ชิต บุรทัต) บท ├สัมผัสระหว่างบท บท
ページ15:
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 ฉันท์ 90 อินทรวิเชียรฉันท์ 11 อินทรวิเชียรฉันท์ (อิน - ทุระ - วิ - เชียน - ฉัน) แปลว่า ฉันท์ที่มีลีลาอันรุ่งเรืองงดงามประดุจสายฟ้าซึ่งเป็นอาวุธ ของพระอินทร์ บาท คะ บาท - บาท บาท คะ ชะ ครู ครู "& ๑ บท สัมผัสระหว่างบท บท หมายเหตุ : สัมผัสที่โยงเป็นจุดประเป็นสัมผัสไม่บังคับ แต่ถ้ามีจะทำให้ฉันท์บทนั้น ไพเราะยิ่งขึ้น นักแต่งสมัยใหม่นิยมให้มีสัมผัสดังกล่าว กฎ : 1. คณะและพยางค์ : บทหนึ่งมี 2 บาท บาทหนึ่งมี 2 วรรค วรรคแรกมี 5 คำ วรรคหลังมี 6 คำ รวมบาทหนึ่งมี 11 คำ จึงเรียกว่าฉันท์ 11 2.ครุ - ลหุ : ประกอบด้วยคณะฉันท์ ตะ ตะ ชะ ครุลอย 2 กล่าวคือ คำที่ 3 ของวรรคแรก กับคำที่ 1 ที่ 2 และคำที่ 4. ของวรรคหลังเป็นลหุ นอกนั้นเป็นครุ 3.สัมผัส : ส่งสัมผัสแบบกาพย์ ตามผังภูมิและตัวอย่าง 4.ความนิยม : อินทรวิเชียรฉันท์ นิยมใช้แต่งข้อความที่เป็นบท ชมหรือบทคร่ำครวญ นอกจากนี้ยังแต่งเป็นบทสวด หรือบท พากย์โขนด้วย
ページ16:
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 ตัวอย่างอินทรวิเชียรฉันท์ 11 (1) กุ้งเวิ้งชะวากขา ช่องชานชโลทร ๏ ปรอยปรอยประเล่เห ซาบซ่านสราญกาย • ท่อธารละหานห้วย ฆนแผ่นศิลาสลอน ชลเผ่นกระเซ็นสาย มอุทกพะพร่างพราย กระอุร้อนก็ผ่อนซา ก็ระรวยระรินวา รีหลั่งถะถังมา บมิขาดผะผาดผัง ๏ไม้ไล่สล้างชม ขณะลมกระพือวัง- เวงเสียงก็เสียดดัง ดุจซอผสานสาย (อิลราชคําฉันท์ : พัน สาลักษณ) (2) สายัณห์ตะวันยาม เข้าภาคนภาตอน • รอน ๆ และอ่อนแสง เป็นครามอร่ามใส ขณะข้ามทิฆัมพร ทิศะตกก็กำไร นภะแดงสีแปลงไป สุภะสกพิสุทธิ์สี ๏เรื่อ เมื่อรัต - - ติจะผลัดก็พลันมี เรื่อ ๆ ณ เมอร์ต มืดมามิช้าที ดริว ๆ ระริวเรื่อย เย็นกายสบายแดน ศศิธรจะจรแทน ระยะเฉื่อยฉะฉิวแสน มนะด้วยระรวยลม (ณ หาดทรายชายทะเลแห่งหนึ่ง : ชิต บุรทัต)
ページ17:
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 ขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวาย กา ที่มาของเรื่องขุนช้างขุนแผน 1. เรื่องนี้เชื่อว่าเกิดขึ้นจริงในแผ่นดินสมเด็จพระพันวษาแห่ง กรุงศรีอยุธยา 2. ต่อมามีการนาเรื่องขุนช้างขุนแผนมาแต่งเป็นกลอนสุภาพ และใช้เป็นบทขับเสภา 3. วรรณคดีสโมสรยกย่องเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนว่าเป็น ยอดของกลอนสุภาพที่มีความไพเราะ ดีเลิศทั้งเนื้อเรื่องและ กระบวนกลอน บทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ที่แต่งในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ มหาราชเบื้องต้นคงเล่าเป็นนิทานขนาดยาว แล้วแต่งเป็นกลอน เสภา เฉพาะบางตอนที่สนุกสนานหรือสะเทือนอารมณ์ กลอนเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนที่ตกทอดมาถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ตอนต้นมีสภาพไม่สมบูรณ์เพราะแต่ละตอนได้สูญหายไป ได้มี การแต่งเพิ่มเติมให้เนื้อเรื่องสมบูรณ์ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2
ページ18:
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 เรื่องที่ไม่เป็นไปตามใจหวัง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ทรงแสดงความคิดเห็นไว้ว่า สาเหตุที่ทำให้คนชอบเรื่องขุนช้าง ขุนแผน เพราะเรื่องที่ไม่เป็นไปตามใจหวัง ความสนุกของ วรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผนอยู่ที่อุปสรรค อุปสรรคที่คอยขัดขวางเส้นทางรักมิให้สมหวัง 1. พลายแก้วรักนางพิม ขุนช้างก็รักนางพิมเช่นกัน 2. เอาใจช่วยให้พลายแก้วได้สมนึก แต่เคราะห์ร้ายต้องจากไป ทัพ ขุนช้างก็ขวางเข้ามาให้ใจหวามอีก 3.กลัวจะเสียที่ขุนช้างเกือบตาย พลายแก้วกลับมาทันยังไม่ทัน เสียตัว 4.ช่วยดีใจเจียนตาย กลับเกิดความวิวาทกับลาวทองถึงตัดขาด กัน ต้องเป็นเมียขุนช้างด้วยจำใจ น่าสงสารและเสียใจมาก 5. ครั้นขุนแผนคิดถึงจะมาลักพากลับไป ช่วยดีเนื้อดีใจ วัน ทองกลับไม่ไปอาลัยรัก ขุนช้างมันขวางใจที่สุด เป็นนานจึง รักใคร่ลงรอยกันอย่างเดิม 6. นึกว่าจะเป็นสุขกันเสียที แต่ก็ไม่ ขุนช้างถวายฎีการับสั่ง ให้หาเข้าไปชำระ ฟังเรื่องราวใจกับความกลัวจะตัดสินให้ ได้แก่ขุนช้าง แต่มีหวังที่ขุนแผนเป็นผัวเก่ามีทางจะได้ แต่ก็ ทำผิดไว้ เรื่องกลับกลายเป็นวันทองต้องถูกตัดหัว ร้ายแรง กว่าเดิมอีก
ページ19:
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 ลักษณะคำประพันธ์ กลอนสุภาพ ใช้เป็นบทเสภาขับในเทศกาล หรือวาระสำคัญ เรื่องขุนช้างขุนแผนนิยมนํามาขับเสภามากที่สุดเพราะเป็นเรื่องที่ รู้จักอย่างแพร่หลายที่สุดและได้รับการยกย่องจากวรรณคดี สโมสรว่าเป็นยอดของกลอนสุภาพ ที่มีความไพเราะดีเลิศทั้งเนื้อ เรองและกระบวนกลอน ลักษณะสำคัญของกลอนเสภา เป็นกลอนสุภาพ ใช้ขับเป็น ทำนอง โดยใช้กรับเป็นเครื่องประกอบจังหวะ บทที่ ๑ กลอนเสภา บทที่ ๒ - สัมผัสภายในบท สัมผัสระหว่างบท บ้านกลอนน้อยลิตเติลเกิร์ล บาท บาท
ページ20:
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 ขุนช้างขุนแผนตอนถวายฎีกา มีลักษณะเด่น คือ การเล่าเรื่องย้อนความหลังให้ผู้อ่านติดปะต่อ เรื่องได้ ตัวละครแต่ละตัวจะเล่าย้อนไปถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ตน ได้มีส่วนในการรับรู้ เรื่องราวตอนนั้นโดยแสดงอารมณ์ ความ รู้สึก ทรรศนะของตนที่มีต่อเหตุการณ์ในอดีตด้วย บทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา ทําให้ผู้ อ่านรู้บุคลิกลักษณะนิสัยตัวละครอย่างนางวันทอง พระพันวษา ขุนแผน ขุนช้าง จมื่นไวย ซึ่งแฝงข้อคิดเรื่องความรักของแม่ที่มี ต่อลูก แสดงค่านิยมและความเชื่อของคนในสังคมอยุธยา = 99 ผู้หญิงที่รักผู้ชายพร้อมกันทีเดียวสองคน = “วันทองสองใจ สำนวน “วันทองสองใจ” มีที่มาจากวรรณคดีเรื่องขุนช้าง ขุนแผน ที่นางวันทองได้เป็นภรรยาของขุนแผนแล้ว ภายหลัง ยังได้เป็นภรรยาของขุนช้างอีกคน
Other Search Results
Recommended
สรุปเนื้อหาภาษาไทย ม.4 - ม.6
2973
2
สรุปภาษาไทย หลักภาษา
2736
3
[กลางภาค]ลิลิตตะเลงพ่าย ม.5
2225
5
[ปลายภาค] สามก๊ก ม.6
1797
3
Recommended
Senior High
ภาษาไทย
วิชาภาษาไทย เรื่อง กัณฑ์มัทรี หน้า 33-34 เราต้องการเนื้อเรื่อง เฉพาะ 2 หน้านี้ เราทำไปผิด ได้โปรดช่วยที
Senior High
ภาษาไทย
ช่วยแต่งโคลงสี่สุภาพเกี่ยวกับ’ขนมไทย‘ 2บทหน่อยค่ะ (ขอตามฉันทลักษณ์ด้วยนะคะ) ขอบคุณล่วงหน้าค่าา🙏🏻🙏🏻🙏🏻
Senior High
ภาษาไทย
แต่งฉันท์เรื่องดอกไม้ให้หน่อยค่ะ
Senior High
ภาษาไทย
ช่วยหน่อยค่ะ
Senior High
ภาษาไทย
ยกตัวอย่างโคลงสองสุภาพเรื่องการเรียนให้หน่อยค่ะ
Senior High
ภาษาไทย
ช่วยคิด -ข้อดี -ข้อเสีย -การนำมาใช้ของขุนช้างขุนแผนหน่อยครับ
Senior High
ภาษาไทย
ทำยังไงหรอคับ
Senior High
ภาษาไทย
อธิบายให้หน่อย
Senior High
ภาษาไทย
ตรงคำบาลีสันสกฤตนี่อ่านยังไงหรอคะ🥹
Senior High
ภาษาไทย
Comment
No comments yet