ノートテキスト
ページ1:
การศึกษาชีววิทยา ลักษณะเฉพาะของสิ่งมีชีวิต 1. มีกระบวนการเมท อลิซีย (metabolic process) 2. มีกระบวนการสืบพันธุ์และการเจริญเติบโต (Generative process) 3. มีกระบวนการตอบสนองต่อสิ่งเร้า (responsive process) 4. มีกระบวนการควบคุม (regulating process) สมดุลของร่างกาย 5. Hordo ruu ( organization) : udaa→ nionio วิธีการทางวิทยาศาสตร์ -> ย ร → บบ วะ → ร่างกาย ง า การสังเกต การตั้งสมมติฐาน การตรวจสอบสมมติฐาน การเก็บรวบรวมข้อมูลและ การวิเคราะห์ข้อมูล การสรุปผล การตั้งปัญหา/ ตั้งคำถา การทดลอง กลุ่มทดลอง กลุ่มควบคุม
ページ2:
คนที่เป็นพื้น นาด สิ่งมีชีวิต พันธะโคเวเลนต์ H. จะ โท O... --H H H มีนะไอเอเลนต์ อะตอม จาตุ อะตอม และสาประกอบ - ประกอบด้วย Proton, Neutron, Electron นิวเคลียส าตุและสารประกอบ พันธะเคมี 12 Lara (mass number): P' + n° LAVASMAN Catomic number) -เคลื่อนที่สอบนิวเคลียส -ระดับพลังงานนอกสุด : เวเลนซ์อิเล็กตรอน (valence electron) ธาตุองค์ประกอบหลักของสิ่งมีชีวิต : คาบอน ไฮโดรเจน ออกซิเจน • คือ แรงยึดเหนี่ยวในการรมดากันของอะตอมหรือไอออน D D เกี่ยวข้องกับเวเลนซ์อิเล็กตรอน - พันธะโคเวเลนต์ : ใช้เลนซ์อิเล็กตรอนร่วมกัน 1 พันธะไอออนิก : การให้และบอิเล็กตรอนระหว่างอะตอมเป็นการยึดเหนี่ยวระหว่าง 0 49 น้ำ * พบมากที่สุดในสิ่งมีชีวิต โครงสร้างโมเลกุลของน้ำ ประกอบด้วย อะตอมของไฮโดเจน & ออกซิเจน (ยึดเหนี่ยวกันด้วย พันธะโคเวเลนต์) สูตรเคมี : HO เป็นโมเลกุลมีช้า โมเลกุลของน้า ยึดเหนี่ยวกันสวย มันไปโดนจน ( H 40 น้ากับการหน วทําละลาย มีประโยชน์ต่อ การนำสารเข้าและออกจากเซลล์, การลำเลียงสารต่างๆไปยังเซลล์ของสิ่งมีชีวิต, กำจัดของเสีย น้ากับสารที่มีสมบัติไฮโดรลิกและไฮโด โฟก สารมีขั้ว (ละลายน้ำได้) เป็นสายที่มีสมบัติไฮโดรลิก (hydrophilic) (You cr. Not, C12-24 สารไม่มีขั้ว (ละลายได้น้อย? เป็นสารที่มีสมบัต ไฮโดรโปนิก (hydrophobic) (ไม่ชอบ) 3. น้ำมันฟิช, น้ำมันสัตว์ ขี้ผึ้ง น้า ความเ นก ด-เบส ภาวะปกติ โมเลกุลของน้ำ สามารถแตกตัวได้เล็กน้อย ให้ How น้ากับการดูดซับพลังงานความร้อน ความจุความร้อนจำเพาะ (Specific heat capacity) สูง : ดูดซับพลังงานความร้อนได้ดี น้ากับแรงทนและแนงแดด ชั้น แลกมาด้วยพันธะไฮโดเจนระหว่างโมเลกุลของน้ำ : แห่งโคชั่น (Cohesion) 4. เปิดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลน้ำกับพื้นผิว : แสงเทอดชั้น (adhesion) สางประกอบคาร์บอนในสิ่งมีชีวิต -> H₂O H+ + OH อะตอมของคาร์บอน มีเลนซ์อิเล็กตรอน เท่ากับ 4 - ใช้อิเล็กตรอนร่วมกับอะตอมอื่นเกิดเป็น พันธะโคเวเลนส์ได้สูงสุด 4 พัน กลุ่มของอะตอมที่แสดงสมบัติเฉพาะในโมเลกุล : ชามฟังก์ชัน (Function group), (มักใช้เป็นงาน)
ページ3:
ทางหมู่ฟังก์ชัน บางชนิดที่พบในประกอบคาร์บอน ชื่อแม่ฟังก์ชัน ไฮดรอกซิล โครงสร้าง -OH คา บอกซิล คาร์บอนิลกลุ่มศิ คาร์บอนิลกลุ่มอัลดีไฮ แอมิโน ชาฟได้เล -OH -E-H H H-N- -S-H ฟอสฟต 0- วอย่างของเวท งที่พบ กา ไปไสเสด เช่น นํ้าตาล แอลกอฮอล์ เช่น กลีเซอรอล กดแอมิโน ·ลิพิด เช่น กชมน - คาร์โบไฮเดรต ใน ปกโทส ไรคส "คนไปไฮเดรต เช่น กลูโคส ไรโบส กาแล็กโทส · ดแค น .กดแดมิโนบางชนิด เช่น ซิสเทอีน - ลิพิด เช่น ฟอสโฟลิปิด กรดนิวคลิอิก หุ่น DNA RNA .ATP ส่วนมากเป็นพอลิเมอ (polymer) เกิดจากหน่วยย่อย เรียกว่า มอนอเมอ (monomer) หลายโมเลกุลเชื่อมต่อกันด้วย พันธะเคม คาร์โบไฮเดรต สารอาหารหลักที่ให้พลังงานกับสิ่งมีชีวิต ปอบด้วย C,H4,0 แบ่งประเภท ตามขนาดของโมเลกุล ได้แก่ มอนอแซ็กคาไรด์ (monosaccharide) ▷ ขนาดโมเลกุลเล็กที่สุด - มีรสหวาน - ละลายได้ในน้ำ - แบ่งประเภทตาม จำนวน C ได้แก่ • swarf no <pentose) < C 5.ormon> ; Trucribose), Trylow (ribulose) OH OH ribose OH OH ribulose PHOH เอกโซส (exose) < C 6 euron) : กลูโคส (glucose), ฟรักโทส (fructose), กาแล็กโทส (Galactose) * แบ่งประเภทตามหมู่ฟังก์ชัน ได้แก่ jaunawaaddor (ribose), noma (glucose), mustabond (galactose). หมู่คาร์บอนิลกลุ่มที่ไหน : ไม่โสด tribulose), wind (fructose) Manombrot (disaccharide) • ประกอบด้วย มอในเซกา : โมเลกุลเชื่อมต่อกันด้วยพันธุ์คเลน เรียก มันไกลโคสอีก (glycosidic bond) ประเภทที่พบมาก ได้แก่ D ซูโครส (SUCTOSE) : กลูโคส + ฟรักโทส เชื่อมต่อกันด้วง พันธะไกลโคซิติก แบบ 4 - 1,0 : พบได้ทั่วไปในผลไม้ และฟิชสางๆ เช่น น้ำตาลที่ได้จากอ้อย มะพร้าว, ตาลสด มอลโทส (maltese) : nดูโคส + กลูโคส เชื่อมต่อกันด้วย พันธะไกลโคอีก แบบ 4 - 1,4 : พบได้ใน มอลต์ (alt) (แปรรูปจากหมดสัญ แล็กโทส (lactose) : กลูโคส + กาแล็กโตส เชื่อมต่อกันด้วย มันโกโคก แบบ B-144 : พบในน้ำนมของส่งเลี้ยงลูกด้วยน้านอ พอลินเซ็กคาไรด์ (polysaccharide) * ขนาดโมเลกุลใหญ่ เกิดจากมอนอนพักคาไรด์หลายโมเลกุลเชื่อมต่อกันเป็นสายยาง - ตั้งอย่าง เช่น แป้ง cstarch) - ปลาอบด้วย 1 โมเลกุล อ อะไมโลส (Culose) ▸ CH₂OH ความรู้เพิ่มเติม Monosaccharide + Benedict Sol" ให้ē กับ Cu ใน.. เกิด (10 (คอปเปอร์ (1) ออกไซ (ตะกอนสีแดงอิฐ) CH₂OH CH₂OH OH glucose OH OH HO CHOH OH H True tose galactos e CH₂OH OHH glucose Sucrose CHLOH CHADA CH₂OH CH₂OH glucose glucose CH₂OH CH₂OH maltose CH₂OH galactose glucose lactose พอลิเมอร์ของกลูโคสองต่อกันเป็นสายมา ไม่มีการแตกแขนง เชื่อมต่อกันด้วย มันไกลโคซิติก แบบ 4 14
ページ4:
โปรตีน ► ละลายน้ำได้ไม่ดี ทำปฏิกิริยากับสารละลายไอโอดีน ให้ สีน้ำเงิน อันโซโลเลกซิน (Alopectin) 4 P - พอลิเมอร์ของกลูโคสเรียงต่อกันเป็นสามขา มีการแตกแขนง ส่วนที่เป็นสายยาวเหมือนกับอะไมโลส ส่วนที่ตกแขนง เกิดจากกลูโคส เชื่อมต่อกันด้วย ฟันไกลโคซิติก แบบ 4 - 1,6 ละลายน้ำได้อีกท0 ไมโลส่ ทำปฏิกิริยากับสารไอโอนให้ เมื่อทำให้สุก มีลักษณะใส่และเหนียว สีม่วงหง * ดูดซับน้ำได้น้อย และ เกิดการพองได้น้อยกว่า อะไมโลส - INDIALAH (glycogem. - เก็บสะสมในเซสชั้นและกล้ามเนื้อของสัตว์ - ประกอบด้วย เคยกันเป็นสายยาง มันชนแตกกิ่งก้านเป็นสายสั้นๆ จำนวนมาก : โครงสร้างกล้ามองไม่โลมากินแต่มีแขนงมากกว่า เซลล์ (cellulose) - ประกอบด้วยกลูโคสจำนวนมากต่อกันเป็น สายโซ่ยาวหลง คล้ายอะไมโลส เชื่อมต่อกันด้วย พันธะไกลโคซิติก แบบ 2-14 ไม่ละลายน้ำ แต่ดูดซับน้ำ : เป็นโครงสร้างหลักของผนังเซลล์ - ไคติน (chitin) : พบใน อกของพอก กุ้ง ปู แมลง เพกติน (pectin) : พบใน ผนังเซลล์ฟิช เช่น ด้านในมีผลส้มโอ เมทโทสะคน (peptidoglucom) : มีสาย เพปได้ เป็นส่วนประกอบ พบที่ผนังเพลงของเขาที่ย สารโมเลกุลใหญ่ ประกอบด้วย กรดแอมิโน (amino acid) โปรตีนทำหน้าที่หลากหลาย ex. เป็น enzyme, เป็นองค์ประกอบของเมื่อหุ้มเซลล์, เป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อ กรดแอมิโน ปอบด้วย H, หมู่แอมิโน, หมู่บอกซัส, หมู่ 2 (ทำให้สมบัติเกรดแอมิโนต่างกัน) ซึ่งเชื่อมาอยู่กับ C เสียวกัน ประเภทของกรดอมิโน ได้แก่ กรดแอมิโนที่จำเป็น (essential amino acid) - ร่างกายต้องการและสังเคราะห์เองไม่ได้ 1 • อีสาน (Histidine) ( จำเป็นในเด็ก), ไอโซลิวซีน (Isoleucine), สิวขึ้น (Leucine), ไลซีน ( Lysine) ๆ กาดนอ ristor Threonines, milloras (Thryptophan), 218ths (Valine) ที่ไม่จำเป็น (nonessential amiyo acid) - ร่างกายสังเคราเองได้ * อะลานีน (Alanine) อาร์จินีน (Arginine) (ในเด็ก ร้องได้จาก อาการ ด้วย 1 แต่ละฝ่ายปิดกันด้วย H-bond. หมแอมิโน หมู่คาร์บอกซิล H-N -OH R 1 abortu Methionine), osmā (Phenylalanine) มหาวัน (Asparagine), กดแอสพาร์ก (Aspartic acid) Barney (Cysteine), nangonan (Glutamic acid), ngomis (Glutamine), Ines (Glycine), (use Proline), Isas (Serine), India (Tyrosine). กรดแอมิโน เชื่อมต่อกันเป็น สายเทปไทย (Peptide), ด้วย พันธะเพปไทด์ (Peptide, condo (ระหว่างหมู่นอนของกรดอมิโนโมเลกุลหนึ่ง กับ หมู่คนบอกซิลของกรดแอมิโน ในโมเลกุลหนึ่ง) - โครงสร้างโปรตีนแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ Casal yawa (primary structure) D * สายพอลิเพปไทด์ 1 สง โครงสร้างที่ปอม (secondary structure) * เกิดจากการสร้าง H-band ของตนเอง + สายพอลิเพปไทด์ บิดเป็นเกลียว เป็น โครงสร้างอายๆมิ (tertiary structure) →> * โครงสร้างทุติยภูมิ พับสอนเข้าหากันโดยแรงยึดเหนี่ยว - มีสเป็น 3D, 82, 8 โมงบิน Morna (quaternary structure) - เกิดจากการรวมกันของพอลิเพปไทด์ > 1. สาย - 23. อีโมโกลบิน
ページ5:
ลิพิด ละลายได้ดีในตัวทำละลายอินทรีย์ 1. อีเทอร์, เป็นน, คลอโรฟอร์ม, เอทานอล ประกอบสาย ธาตุหลัก คือ C, H, O เป็นองค์ประกอบของเชื่อมเพลง ให้พลังงานมากกว่า คาโบไฮเดรตและไข่เน ป้องก์นการสูญเสียน้ำ • ฉนวน ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย & ป้องกันการแทกของอวัยวะภายใน เป็นตัวทําละลาย A D E K กลุ่มที่สำคัญที่พบในสิ่งมีชีวิต ได้แก่ กรดไขมัน (fatty acid2 - สายไฮโดรคาร์บอนที่มี หมู่คาร์บอกซิลเป็นหมู่ฟังก์ชัน อยู่ที่ปลายด้านหนึ่ง - แต่ละชนิดมีจำนวน C ที่แตกต่างกัน - แบ่งออกเป็น 2 ชนิดตามความอิ่มตัว ได้แก่ กรดไขมันอิ่มตัว (soturated fatty acid) HO-C- HHH ได้จากไขมันสตาร์ car. เนย ไขมันจากสิว & ได้จากน้ำมันฟิช 4. น้ำมันมะพร้าว, น้ำมันป่าม กรดไขมันไม่อิ่ม (unsaturated fatty acid) : บางพันธะระหว่าง C เป็นพันธะคู่ HO- ARR I f f f f f f น้ามันงา ได้จากไข่มั่นพีช 4. น้ำมันข้าวโพด, น้ำมันถั่วเหลือง, น้ำมันทานตะวัน, * กรดไขมันอิ่มมา เหงาที่ อุณหภูมิห้อง ) กดไขมันไม่อิ่มตัว - แบ่งออกเป็น 4 ชนิดตามความจำเป็น ได้แก่ กรดไขมันที่จำเป็น (essential fatty acid) - ร่างกายต้องการและ สังเคราะห์ไม่ได้ nsolvíunilalanau (nonessential fatty acid? : ร่างกายสังเคราห์ได้เอง Townävvolsói ( triglyceride) - กรดไขมัน + กาซอรอล - กลีเซอร ถ้ามี กรดไขมัน 1 โมเลกุล : นอน ถูกเซอโร (monoglyceride) 2 โมเลกุล : เสกเซ (diglyceride) กลีบของอล 9 3 Callana: Tounavvol of triglyceride). * พบมากที่สุดในฟิชและสัตว์ H,C-OH HC-OH HC— ON - สถานะเป็นของเอ 0 25 : : ไขมัน ( fat) / สถานะเป็นของเขา A 25 °C : น้ำมัน coil) Weaklinin (phospholipid - เป็นองค์ประกอบหลักของเยื่อหุ้มเซลล์ HO-R1 0 HC-O R1 HC-O -R2 -R3 #-# + HO-C HO-C-R3 กรดไขมัน 3 โมเลกุล BH₂O HC-0 ไ ก ซ งด • โครงสร้างประกอบด้วย กรดไขมัน 2 โมเลกุล เชื่อมต่อกับ เซอรอง 1 โมเลกุล และ หมู่ฟอสเฟต 198 ที่เชื่อมต่อกับหมู่ R - ด้านหนึ่งของโมเลกุล มีสมบัติไฮโดรโฟบิก อีกด้าน มีสมบัติไฮโดรฟิล * เยื่อหุ้มเซลล์ มีฟอสเฟส 2 ชั้น โดยหันด้านไฮโดรไฟชิกเข้าหากัน สาขาตกอยid csteroid) - โครงสร้างทั่วไป เป็น จง C 6 0 1ea 3 จง & วง 8 5 8% ตาม 1 • มีหลายชนิดขึ้นกับ หมู่ 2 และหมู่ฟังก์ชั่นอื่นๆ ▷ สภา อย ที่สำคัญ ได้แก่ คอน,สเตอรอล (cholesterol) - เป็นองค์ประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ - เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์ เตอ เชิดอื่นๆ เช่น อิสโซเจน (estroyers, เทสโทสเทอโรน (testosterone) * ลิพิดอาจมีส่วนของคาร์โบไฮเดรตเชื่อมต่ออยู่ เรียกว่า ไกลโคลินิก (plucolipid) เป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ ทาดาฟัน 1 I HI HH HH W -------H HHHHO สมบัติไสด โฟปิก H- HH เทมฟองด กลอง หมู่ K สมบัลไฮโดลิฟลิก ความรู้เพิ่มเติม my กรดไขมันอิ่มตา (คอนสาว 1 - ไตรกลีเซ เดอะสเตอรอลส่วนเกินที่อยู่ใน LDL ส ผนังหลอดไส้ด m - กรดไขมันไม่อิ่ม HDL - คอเรสเตอง ส่วนบ้าน ไปทําลายที่สม
ページ6:
กรดนิวคลิอิก เป็นข้อมูลทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต ควบคุมการสังเคราะห์โปรตีน 7 RNA cribonucleic acid). 2 boh DNA deoxyribonucleic acid) ประกอบด้วยหน่วยย่อย ที่เรียกว่า นิวคลีโอไทด์ (nucleotide) นิวคลีโอไท ,หมู่ฟอสฟต - ประกอบ ส่วนย่อย 3 ส่วนย่อย ได้แก่ น้าตาลเพนเทศที่มี 06 อะตอม ในคนส - น้ำตาลเพนเทสใน RNA คือ ได้ (ribose) ( C คนหนึ่งที่ 2 มีหมู่ไฮดรอกซ น้ำตาเพนโทดใน DNA คือ ออกไป (deosribose) : 0 ตำแหน่งที่ 2 ไม่มีหมู่ไฮดออกซิน) - ในโรง สามี 5 ชนิด ได้แก่ เบสกวานี่น (quanine) เปลี่ยน (adenine) เบสไซโทซิน (Cosine) เบสไทมัน (thymine) เบสซิล (uracil) DNA & RNA DNA RNA O=P-CH เป ฟ ฟ เป O=P-CH₂ HO OH าด เลอก ไ 11 ไ * นิวคลีโอไทย เชื่อมต่อสายพันธ์ ฟอสโฟไอเอสเทค (phosphodiestas bond) เป็นสายยาว เรียกว่า พอลินิวคลีโอไทd (polynucleotide) เมื่อเกิดปฏิกิริยาของหมู่ไฮดรอกซิลที่ 2 ตำแหน่ง 3 (3 prime) ของน้ำตาลของนิวคดีได้ไหล่หนึ่ง กับ หมู่ฟอสเฟต C เหน่ง 5 (0) print) ของน้ำตาล ในนิวคลีโอไทด์ ถัดไป สายพอลินิวคลีโอไทด์ที่มีปลายแตกต่างกัน โดย ปลายสานหนึ่ง เรียก ปลาย 6 อีกด้าน เรียก ปลาย 3 DNA - ประกอบด้วย พอลินิวคลีโอไท 2 สาย 4 เสียง บทที่ 4 เขาจากแต่ละสายมืดกันสร้อย H-bond โดย A-1, C20 & บิดเป็นเสียงคล้ายกันไดวนขวา RNA - ปกง พอสินคไท 1 สาย 4 A-0 2. CEG ง ปฏิกิริยาเคมในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต พลังงานกับการเกิดปฏิกิริยาเคมี ต้องการพลังงานจากภายนอก เพื่อให้เกิดปฏิกิริยา : ปฏิกิริยาดูดพลังงาน เกิดปฏิกริยาเคมีแล้วมีพลังงานส่วนเกินถูกปล่อยออกมา : ปฏิกิริยาคายพลังงาน เอนไซม - คือ สารที่สามารถลดพลังงานกระตุ้นของปฏิกิริยา • การทำงานของเอนไซม์ ส่วนใหญ่เป็นโปงกัน พ งง 7น เร่งปฏิกิริยาเคมีในสิ่งมีชีวิตได้ ทำให้ สางค์ออร์น (substrate างตั้งสน พลังงานกระตุ้น เอไม่มีเอนไซม พลังงานกล น เอมี เคนใช มด ณ ปฏิกิโยดูดพลังงาน ผลิต ปฏิทิยา ยพลังงาน สารตั้งต้น ผลิตภัณฑ์ พันไ ยิงปล การ หันไป อปท ท เกิดปฏิกิริยาได้หัวขึ้น ได้สารผลิต (product) การเป็นไปของปฏิกิริยา สารตั้งคนจะเข้ารับกับเอนไซม์ที่บริเวณหมายเอนไซม์ เรียก เร่ง (active site) <- สารทั้งคนที่มีรูปร่างเหมาะกับเอนไซม์ แฟน จึงสามาจับกบลอกแห่งของเอนไซม์ - เอนไซม์ ชัยสน คอมเพลกซ์ (enzyme - substrate Couplex ) -> เปลี่ยนแปลงจนได้สารผลิตณฑ์ > เมื่อสิ้นสุดปฏิกิริยา ผลิตภัณฑ์และเอนไปแยกออกจากกัน <- ในอดีต บัวเก่งของเอนไซที่มีรูปร่างเข้ากันได้กับสาตั้งต้นและไม่เปลี่ยนรูปร่างทั้งก่อนลง การรับส่งงาน : lock and key model < ต่อมาพบว่า บริเวณแห่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้ เมื่อสองคนมาจับกับโหนง - ขนส่งเปลี่ยนรูปร่างให้เข้ากับสารตั้งต้นได้พอดี : induced fit model เอนไซม์ปริมาณ คงที่ + อัตราการเร่งปฏิกิริยา ขึ้นอยู่กับปริมาณสารตั้งต้น → - - ความเข้มข้นของสารตั้งต้น & เอนไซม์ พอ อัตราการเกิดปฏิกิริยาจะเพิ่มขึ้นจนถึงระดับหนึ่ง และคงที่ (ปริมาณเอนไซม์ เป็นปัจจัยจำกัด) - ความเข้มข้นของสารทั้งกันพอ 31 ความเข้มข้นเอนไซม์ - อัตราการเกิดปฏิกิริยาจะเพิ่มขึ้นจนถึงคนหนึ่ง และคงที่ ( ความเข้มข้นสารตั้งต้นสนปัจจัยจำกัด) บางชนิดอาจมีองค์ปรายที่ไม่ใช่โปรตีน - มีผลต่อการทำงานของเอนไซม์ โดยอาจเป็นคนมาเอง (Cotector) เป็นไอออน ไออาจเป็นคนอารม (coenzyme) การสนทั้งการงานของเอนไซม์ โดย ยงเอนไซม์ (enzyme inhibitor) อาจเกิดจาก จบยั้งแย่งจับกับเส่ง : ตัวยับยั้งแบบแข่งขัน (Cowpetitive inhibitor) เป็นวิตามิน อาจมีรูปบางส่วนคล้ายกับสตั้งต้น จับกับเอนไซมีบริเวณอื่นที่ไม่ใช่บริเวณแฝง เป็นไฟที่มีรูปร่างเปลี่ยนแปลง : อง แบบไม่นาน (prompetitive inhibitors >>
ページ7:
ปัจจัยที่มีผลต่อการทำงานของเอนไซม์ อุณหภูมิ : ประสิทธิภาพการทำงาน pH : มีช่วงที่เหมายส่ง เมทาบอลิซึม สิ่งมีชีวิตแบ่งได้ 2 กลุ่ม ได้แก่ - กลุ่มที่สร้างอานา เองได้ เช่น พืช - กลุ่มที่สร้างอาหารเองไม่ได้ เช่น สัตว์ * ปฏิกิริยาเคมีทั้งหมดที่เกิดขึ้นในสิ่งมีชีวิต แบ่งได้ 2 เคยได้แก่ 6666 (catabolism). - สลายสารโมเลกุลใหญ่ให้เป็นโมเลกุลเล็ก & ปล่อยพลังงานออกมา • เช่น การหายใจระดับเซลล์ แอนาบอลิซึม (anabolism) * สังเคราะห์สมเลกุลใหญ่ จากโมเลกุลเล็ก 4 สองทางพลังงาน • เช่น การสับเคราะห์ไป คนไปได้ พก การงดอก ปฏิกิริยาเคมีต่างๆ ในสิ่งมีชีวิตมักเกิดต่อเนื่องกันอย่างมีลำดับ : หมอสม (diabetic pathyou)
ページ8:
เซลล์และการทำงานของเซลล์ กล้องจุลทรรศน์ ใช้ศึกษาสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก & รายละเอียดโครงสร้างของเซลล์ ประวัติเริ่มกันการปวดิษฐ์กล้องจุลทรรศน พ.ศ. 2189 – 2143 ให้ตามขยาย 4-10 พา & ปรับและพ่อนาคุณภาพของกล้องจุลทรรศน พ.ศ. 24209 Robert Hook ประดิษฐ์กล้อง, คนเลนส์ประกอบ พ.ศ. 2414 >> ศึกษาสั่งต่างๆ (อบ) - เห็นผนังเซลล์ 13 จากเซลของเปลือกไม่ได้ ให้นิยามคำท่า เซลล์” -> >> 1st 9 → Antoni van Leeuwenhoek ดิษฐ์กล้องจุลทรรศน์เลนส์เดียว - 200 เท่า - สังเกตสิ่งมีชีวิตต่างๆ - อธิบายลักษณะของโมง และ แบคทีเรีย ประเภทของกล้องจุลทศ ได้แก่ กล้องจุลท คนใ จนใช้เอง (light microscope) * ใช้ลำแดงที่เป็นช่วงความยาวคนที่ตามองเห็นได้ 4 ชุดของเลนส์ทำให้เกิดภาพร - แบ่ง ออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ * M = 1ลังขยาย กล้องจุลท คนใช้แสงดังประกอบ (Compound microscope) เลนส์ประกอบ → เห็นภาพในลากลง ศึกษาโครงสร้างภายในของสิ่งมีชีวิตกับเนื้อเยื่อและเซลล์ 4 ลักษณะการจัดเรียงของเซลล์ เกิดภาพเหมือนหัวกลับ และกลับซ้ายเป็นขา ทั่วไปมี 12 1000 เท่า ส่วนประกอบ เลนส์ใกล้ตา (cyepiece or ocular lens) : ขยายความจากเจน ไกด์วัตถุให้มีขนาดใหญ่ขึ้น แขน (arm) : ยกหอเคลื่อนย้ายกล้อง เลนส์ใกล้วัตถุ (Objective lens) : ขยายงานของวัตถุ ปุ่มปรับภาพละ (tive adjustment knob) : ปรับภาพให้ชัดเจนขึ้น หลังจากปรับด้วย ปุ่มปรับภาพหยาบจนของ เห็นภาพแล้ว หรือใช้ปรับระยะระหว่างวัตถุกับเลนส์ใกล้วัตถุ สูง ปุ่มปรับยาบ (Course Adjustment knob) : เพื่อนแท่นวางวัตถุขึ้นลง ปรับให้เห็นภาพ ได้อย่างหยาบ และปรับระบบ ทางวัตถุกับเลนส์ใกล้วัตถุชนิด m ฐาน (bust) : 300 ส่วนประกอบอื่นๆ แหล่งกำเนิดแสง (light source) : ให้แสง เล่น มะสัง (condenser lens) : รวมแสงจากแหล่งกำเนิดแสง ไดอะแฟรม (diaphragm) : ปรับขนาดช่องที่ให้แสงผ่าน แท่นวางวัตถุ (stage) : รองรับสไลด์ : เป็นที่เลนส์ใกล้วัตถุติดอยู่ (revolving nonepiece) : หมุนเปลี่ยนเลนส์ใกล้ตา กล้องจุลทรรศน์ให้ส่งแบบสเตอle (stereoscopic microscope) : เลน ปลาอบ : ศึกษาโครงสรางภายนอกของวัตถุที่ที่มีแสง 1 ต่ำกว่า กล้องจุลทรรศน์ใช้แสงประกอบ เกิดภาพ 3 มิติ 4 ภาพเหมียวตั้งไม่เส้นซ้ายขวา m ≈ 30-40 m ส่วนประกอ เลนส์ใกล้ตา (eyepiece or ocular lens) : ขยายภาพจากเลนส์ใกล้วัตถุให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เลนส์ในวัตถุ (Objective lens) : ขยายของจัง แหล่งกำเนิดแสง ( lout source) : ให้ : แห่งอาจวัตถุ (stage) : (00 บ ฐาน (base) : รับสอนประกอบต่างๆ 100 แขน (on) : ยกเคลื่อนย้ายกล้อง - ปุ่มปรับภาพ (adjustment knob) : ปรับทางจักกับเลนส์ใกล้วัตถุ กล้องจุลทรรศน์ ใช้แสง เชิงประกอบ เลนส์ใกล้ตา (eyepiece or ocular lens) แบบ (arm) แป้น เลนส์ใกล้วัตถุติดอยู่ (revolving noseplece) แท่นวางวัตถุ (stage) - เลนส์ใกล้วัตถุ (objective lens) ไดอะแฟรม (diaphragm) เอน รวมแสง (condenser) แหล่งกำเนิดแสง (light source) ฐาน (base) ปุ่มปรับภาพละเอียด (fine adjustment knob) ปุ่มปรับภาพหยาบ (coarse adjustment knob) กล้องจุลทรรศน์ ใช้แสง แบบสเตอริโอ แบบ farm) ปุ่มปรับภาพ (focusing knob) ปุ่มเปิดปิดไฟบน (selector switch) ปุ่มเปิดปิดไฟล่าง (dimmer switch) เลนส์ใกล้ตา (eyepiece) TH (base) แป้นปรับกำาลังขยาย (zoom control ring) เลนส์ใกล้วัตถุ (objective lens) หลอดไฟ (illuminator lamp) แท่นวางวัตถุ (stage)
ページ9:
กำลังขยายของกล้องจุลทรรศน์ - กำลังขยายของเลนส์ใกล้ตา : กำลังขยายของเลนส์ใกล้วัตถุ ! กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน (electron microscope) - m สูงมาก :: ใช้ลำ : ที่มี 2 สูงแทนแห่ง - ศึกษาสิ่งที่มีขนาดเล็ก - มีองค์ประกอบหลัก ได้แก่ แหล่งกำเนิด, ชุดเลนส์สนามแม่เหล็กไฟฟ้า - แบ่งได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่ กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่งผ่าน (Transmission electron : สกการทํางาน จอรับภาพ microscope ย TEM) 1e แหล่งกำเนิด : ซึ่งลำ : ผ่านหนามไปยัง ตัวอย่างชิ้นบาง (ข้อมด้วยการอบโลหะหนักที่พบ 18) - ลำ 2 ส่องผ่านทั้งอย่าง (บริเวณที่ซ้อม) ได้มากน้อยแตกต่างกันตามปริมาณของโลหะหนักที่ย้อมด - ลำ ส่องผ่านไปยังชุดเลนส์ใกล้วัตถุ และเลนส์ฉาย - เกิดภาพบนจอรับภาพ ศึกษาโครงสร้างภายในของวัตถุหรือสิ่งมีชีวิตที่บางมาก m_m03 ≥ 3 ล้านเท่า กล้องจุลทรรศน์เล็กนอนแบบพ่อมาจาก (Scanning electron microscope หรือ SEM) : หล็กm ทํางาน 1 แหล่งกำเนิด ซึ่งลา ๕ ผ่านเลน ม - ผ่านขด ๑๓๙องทราย เพื่อคุม 6 ให้ผ่านเลนส์ใกล้วัตถุกรายไปบนมือ อย่าง เคลียนด้วย (0) - 8 จาก Au หลุดหายจางออกมา - กวนด้วย เครื่องทาง 14จับ e → เปลสัญญาณ คน 3D ศึกษาโครงสร้างผิว ร้านนอกของต : m max x 400,000 12/1 โครงสร้างและหน้าที่ของเซล - เซล เป็นหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ว (organelle) โครงสร้างพื้นฐานของเซลส์ ครีเอทแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ห่อหุ้มเซลล์ ไซโทพลาสซี นิวเคลียส ในไซโทพลาสซึม พบโครงสร้างขนาดเล็กที่มีลักษณะแตกต่างกันและทำหน้าที่เฉพาะ เรียก 60 แทน - eukaryote เป็นเซลล์ที่นี่ เมื่อหุ้มนิวเคลียสของพาเนลล์ที่มีเชื้อหุ้มหลากหลายชนิด มีการแบ่งแต่ละส่วนของ ไปทำหน้าที่เฉพาะ 8% พารามียม อะมีบา ( เซลล์ประสาท นิวเคลียส เอนโดพลาสมิกเรติคูลัม กอลจิคอมเพล็กซ์ ความรู้เพิ่มเติม เซลล์ 2 ประเภท คือ เซลงไพเรา (eukaryotic cel (prokaryotic cell และเซลล์ยูแคริโอต prokaryote เป็นเซลล์ที่ไม่มีเขียนนิวเคลียส ไม่มีออแกนเลสที่มีเอหุ้น D อยู่ใน ไซโทพลาสซึ่ม นียก นวคิด 2 (nute) 22. แบคทีเรีย สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน เอนโดพลาสมิกเรติคูลัม เซนทริโอล ไมโทคอนเดรีย M www - เพอรอกซิโซม เยื่อหุ้มเซลล์ ไรโบโซม ไมโทคอนเดรีย คลอโรพลาสต์ กอลจิคอมเพล็กซ์ ไรโบโซม -ผนังเซลล์ เพอรอกซิโซม ไลโซโซม เยื่อหุ้มเซลล์ นิวเคลียส แวคิวโอล
ページ10:
ส่วนที่ห่อหุ้มเซลล์ ▸ เปิดซลล์ ccel perbrar พบในเซลล์ทุกชนิด และไซโกเลตอนติดกับโปรตีนที่ผิวด้านใน • โครงสร้างหลัก ประกอบด้วย ปิด, เปน นอกจากนี้มีสามคาร์ไม่ได้หายอยู่ ผิวด้านนอก และ - พิพิตมีความเหลวเคลื่อนที่ในแนวระนาบได้ - โปรตีนเช่นกัน เริ่มการเรียงตัวนี้ว่า ฟลูมเซอิกโม 06 (fluid mosaic model) . . → โครงสร้างสัก คือ phospholipid เรียงตัว 2 ชั้น (biloner) - ด้านไฮโดรโฟบกเยงตัวเข้าหากัน & ไฮเดฟนออกด้านนอกเซลล์และด้านในเซลล์ โปรตีน เราหายอยู่ที่ตัวทั้ง 2 ด้านของ phospholipidl จำนวนและชนิด แตกต่างกันตามชนิดของ เซลล์และทำหน้าที่ต่างกัน เช่น - ภายนอกเบล โปรตีนที่แทรกหรืออยู่ที่ผิวทั้งสองด้าน ของฟอสไฟฟ้ ไกลโคลิพิ โท ภายในเซลล์ - เปน ลำเลียง (transport protein) : ลำเลียงสาร ex. โปรตีนที่ลำเลียงกลูโคส เป็นตัวกัน ( receptor protein) : ตอบสนองต่อสารเคมีที่มากระสุน 9. 49 41 66 นอนๆสิน โปรตีนเอนไซ (enzymatic protein) : เร่งปฏิกิริยาเคมีภายในเซลล์ 4 เ - คาร์โบไฮเดรต เชื่อมต่อกับลิขิต เรียก เทศ คลาด clucolipid) เชื่อมต่อกับโปรตีน ที่มา ไลค เน Colycoprotein) เคส ไกลโคโปรตีน - คอเลสเตอร -โซโทลเกเลตอน รูป 3.6 โครงสร้างเยื่อหุ้มเซลล์แบบฟลูอิดโมเซอิกโมเดล - เป็นเมื่อเลือกผ่าน (selectively permeable membrane) -3 คอบคุณเสียงสายออกจากวัด * ราคาขายตามเ ผนังเซลล์ (cell woll) - ซุ้มด้านนอกของเยื่อหุ้มเซลล์ - พบในเซลล์พืช สาหร่าย เคย ฟังใจ * ทำให้เซลคงรูป & เพิ่มความแซงใช้กับเซลล์ - ประกอบด้วย เซลลูโลส (cellulose) และ หิน (pectin) เป็นหลัก อายุเซลส์ 1 - สักวัน (hionin) ซูเปอริน (Subarin) มาสะสมเล่น บางชนิด มี คน (cut) สะสมผงผนังเซลล์สานนอก (สัมผัสอากาศ) ผนังเซลล์ของเซลล์ที่อยู่ชิดกัน เยื่อหุ้มเซลล์ H ไซโทซอลเซลล์ 1 ไซโทซอลเซลล์ 2 เอนโดพลาสมิกเรติคูลัม แบบเรียบ รูป 3.9 ผนังเซลล์ของพืชแสดงส่วนของพลาสโมเดสมาคา - บางบริเวณมี สายไซโทพลาสซม (cytoplasmic stand) เชื่อม 2 เซลส์ที่ขาดกัน เรียก พลาสโมเดลมา (plasmodesmata) - เส้นทางการลำเลียงสาร ไซโทพลาสซึม (Cytoplasm) สอมอบใจเคลียส ถัดจากเยื่อหุ้มเซลล์ ประกอบคอม 2 ส่วน คือ ออแกเนลล์ แกล D 2. corganelle) " ไซโทซอล (cytosol เอนโดพลาสมิกเกม (endoplasmic reticulum : ER) เชื่อหุ้มชั้นเดียว - เป็นถุง เป็นเชื่อมถึงกัน กายเป็นร่างแห เรียงซ้อนกันล้อมรอบนิวเคลียส เชื่อมต่อกับเยื่อหุ้มชั้นนอกนิวเคลียส > แบ่งเป็น 2 ชนิด ได้แก่ เอนโดพลาสมิกเรติคู่สมแบบขรุขระ ( rough endoplasmic reticulum ; REP) - มีไรโบโซม เกาะฮาด - สร้างโปรตีน เป็นส่วนประกอบ เพื่อหุ้มเซลล์ Laulamadānıqladı i →>> เข้าสู่ RER →→ 7 ถูกห่อหุ้มเป็น vesicle → ไปยังกอดจิคอมเพล็กซ์ (smooth endoplasmic reticulum ;. SER) : สังเคราะห์สฟิต 2. สะตออย (steroid, ge เมน เพศ (sex hormone) เอนโดพลาสมิกเรติคูมแบบผิวขรุขระ ไรโบโซม เอนโดพลาสมิกเรติคูลัมแบบผิวเรียบ รูป 3.10 โครงสร้างของเอนโดพลาสมิกเรติคูลัม ลำเสียง แนง ออก เซลส์ - กำจัดสารพิษ 4. เซลล์ตับ เป็นคนส่งสะสม ( ex. เซลส์กล้ามเนื้อโครงร่าง เซลส์กล้ามเนื้อหัวใจ ไบร์ (ribosome) › ขนาดเล็ก ไม่มีหั่งทุ้ม • ประกอบด้วย 1. หน่วยย่อย (subunit) คือ หน่วยย่อยเล็ก, หน่วยย่อยใหญ่ (ปกติอยู่แยกกัน เพิ่มกันเมื่อฟังเราไปเห็น - แต่งหน่วยย่อย ประกอบด้วย เปน, RNA * A ER สามปาน ส่วนปลาย เมื่อหุ้มเซลล์, ส่งออกนอกเซลล์ ไซโทซอล สร้างเข่งกันใช้ภายในเ รูป 3.11 โครงสร้างของไรโบโซม
ページ11:
4 › เปิดทุ้ม 1 ชั้น C Golgi complex) anio nonwoo (Golgi body) aão naturanmor (Golgi apparatus) เห็นถุงแบบซ้อนกันเป็นชั้นๆ คล้าย ER ชอบจะพองออก เป็น Vesicle - รวบรวมทำให้สน เข้มขัน เดิมตนไปได้ใช้ เปน, 30 จาก ER - ส่งออกนอกเขา, เป็นส่วนประกอบเยื่อหุ้มเซลล์ 70562 (Lysosome) - เวสเกิดที่สร้างจาก Goot complex › เยื่อหุ้ม 1 ชั้น - เป็นทุ่งกลม - พบในเสาร์ และอาจพบในฟังและโพสต์บางชนิด * มีเอนไซมีย ไฮเดล chaudrdose) ของ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ดิด โมเลกุลต่างๆ ที่เซลล์ไม่ต้องการ - ฟังสร้าง : เอนไซม์ไม่ทำงาน + ออกเลน : เอนไซ เปลี่ยนรูปทำงานได้ แนวคิ โลส (vacuole) * เป็นถุง เมื่อหุ้ม 1 ชั้น * รูปร่าง ขนาด ให้ แตกต่างกันตามแต่ละชนิด เช่น - คอนแทกไท เจโลส ( contractile vacuole) : รักษาดุลยภาพของน้า 6. พบในอะปา, พารามีเซียม - ฟูกเจลโล ( food vacuole) : งั้นต่างจากภายนอก เฟส 23. พบใน Jet, พงส (บางชนิด) แซบเงา สล (sap Vacuole) : พบใน ๕ ภายในส่วนใหญ่เป็นน้า + ค่าอื่นๆ ไมโทคอนเดรีย (mitochondries) \ พบใ< เลิก) อายุ า อายุ” ผมเป็นถุงเดี่ยวขนาดใหญ่ - เกี่ยวข้องกัน คงามเสงของเซลล์ คริส เยื่อหุ้มชั้นใน L เยื่อหุ้มชั้นนอก รูป 3.12 โครงสร้างของกอลจิคอมเพล็กซ์ - เมทริกซ์ * รูปร่างหลายแบบ ขึ้นอยู่กับชนิดของเซลล์ A เยี่อหุ้ม 2 ชั้น : ชั้นนอก เรียบ รูป 3.15 โครงสร้างของไมโทคอนเดรีย ชั้นในพับทบ นาไปด้านใน เรียก คริส (Cristae) ( มท.1 ไปเป็นเกี่ยวกับ electron transport chain จากการสลายสารอาหาร & ร้าง B TP ที่นี่) - ภายในมีของเลย เรียก เมทริกซ์ (matria) # eume on กระบวนการหายใจระดับเซลล์ 2 DNA, ribosome มาสู่ขิด cpotid) P เยื่อหุ้ม 2 ชั้น DNA, ribosome - พบในเซลล์ฟิช, พรทิศ บางชนิด - เป็นแหล่งสร้างอาคาร 8 0% ให้ สมช. - แบ่งชนิดตามสีที่ปรากฏ ได้แก คลอโรพลาสต์ (chloroplast) : รูปร่าง3 /ไข่ ไทลาคอยด์ — สโตรมา กรานุม สโตรมาลาเมตตา เยื่อหุ้มชั้นนอก - เยื่อหุ้มชั้นใน รูป 3.16 โครงสร้างของคลอโรพลาสต์ ภายในมี เชื่อถุงแบน เงิน ไทลาคอย (yakoid) ซ้อนกันเป็นทั้ง เรียก กรานุม (manu) เชื่อมเชื่อมของกาม เรียก สโตรมาลาเมตตา cstroma lamella não intergrana lamella, voor en aforran (stroma) <at enzyme> : กก. สังเคราะห์แสง •You (chromoplast> : สีเสียง, ส้ม, แทง แคโรฟิน ss - ex. ในทุกทาง ในกระท้อน มะเอเทศ, พริกชี้ฟ้า, มะม่วงสุก พลาส (leucoplast : ไม่มีสี : อาจสะสม เง น น · ซ. ตนสาวน้อยประแป้ง 1 * เกี่ยวกับ * สมช.- สั่ง ต
ページ12:
เพอร็อก โขม ง woomfora (peroxisome) ถุงเชื้อหุ้ม 1 ชั้น » รูปร่างกลม + รวมสารที่ทำให้เกิด 4,9 & engine เซนทอล (centriole) 6 ไม่มีเยื่อหุ้ม - อยู่ใกล้นิวเคลียส ไมโทคอนเดรีย คลอโรพลาส to Q + HO รูป 3.19 ลักษณะของเพอรอกซิโซม ไมโครทิวบูล กลุ่มละ 3 หลอด * ประกอบด้วย ไม่โค้งตัวบูล เรียงกัน ๆ กลุ่ม กลุ่มละ 5 ตลอด หอมกันเป็นแท่งทรงกระบอก - วางคู่ตั้งฉากกัน เซนโทรโขม รูป 3.20 โครงสร้างของเซนทริโอล และเซนโทรโขม - ถูกล้อมรอบสอบไปเห็น แยก เซนโทโซม (centrosome) ซึ่งเป็น แหล่งกำเนิดของเส้นใยสปินเดิล (spindle Fiber ที่ช่วยให้โครโมโซมเคลื่อนออกจากกัน - พบในเซลล์สัตว์, สมช. สม ไซโทสเกเลตอน (cytoskeleton) ► › เป็นเส้นใยโปรตีน คานเซลล์, เป็นที่ยึดเกาะของของแกเนลล์ ให้อยู่ในตำแหน่ง, ช่วย now ของออกเนสส์เลยเซลล์ * แบ่งเป็น 3 ชนิด ได้แ - ไม่เกลฟิลาเมนต์ (microfilament) หรือ แคนฟลาเมนท์ (actin flament) : เกิดจากปร นอกน ไมโครฟิลาเมนท์ ไมโครทิวบูล อินเทอร์มีเดียทฟิลาเมนท์ รูป 3.21 โครงสร้างของไซโทสเกเลตอน : กก. หนองของกล้ามเนื้อ การเคลื่อนที่ของตนเลย wat, การเปลี่ยนแปลง รูปร่างของเซลส์, คนให้ไมโครโดไลที่ผสานบนของเซลส์ผิว 1 แบ่งไซโทพลาสซึมในการแบ่งเซลล์สัตว์, การใหลเวียนของไซโทพลาสซึม (Cyclosis) - ไมโครอล (microtubule) เป็นหลอดกลอง เกิดจากไปนาน (bulin) โยงกันเป็นหลอด ในเซลล์พืช มีดและเสียงออ ทาน, เป็นโครงสร้างของ spindle fiber, เป็นนาน & ช่วย woveness (Clio.2 watt law a flagellow) - อินเทอร์มีเดียทฟิลาเมนต์ ( intermediate flower) - ประกอบด้วยเส้นใยไปเป็นหน่วยย่อย 4 สาย 1 ชุด ในปัดเป็นทาง เรียงเป็นร่างวัน ความ รูปร่างเซล : พบที่โปรตีน กองพัน (keratin) ที่ผิวหนัง ขน เล็บ ของ สัตว์มีกระดูกสันห Jonoran (cytosol - เป็นส่วนของไซโทพลาสซึม เป็นสายกึ่งแข็งกึ่งเหลว - ที่อยู่ติดกับเอมเทศ แยก เอกสาร (elopes) ด้านใน แยก เอนโดพลาซัน (endoplasm) & - เป็นอยู่ของeel Tuaheๆ 4 5 สร้างอื่นๆ นิวเคลียส พบได้ในสมช. ยูแคริโอต ทั่วไปมี 1 นิวเคลียส กลม รี หรีอ ยาว พบอยู่กลางเซลล์หรือค่อนไปทางด้านใดด้านหนึ่ง มีเมื่อหุ้ม 2 ชั้น เป็นคนกลาง การควบคุมการทำงาน - เยื่อหุ้มนิวเคลียส นอก นิวคลีโอลัส — -โครมาทิน ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การแสดงออกของปืน, การแบ่งเซลส์, การควบคุมการสังเคราะห์โปรตีน โครงสร้าง ประกอบด้วย เมื่อหุ้มนิวเคยส (nuclear membrane and muclear envelope) * เมื่อหุ้ม 2 ชั้น * มีเล็กๆ ทะลุเมื่อทั้ง 2 ชั้น - ทางผ่านของสว่างนิวเคลียส & ไซโทพลาสม ช่องของเยื่อหุ้มนิวเคลียส เยื่อหุ้มนิวเคลียสชั้นใน รูป 3.22 โครงสร้างของนิวเคลียส
ページ13:
4 นิงคลีโอลัส (nucleolus) - เห็นชัดเมื่อย้อมสีใหม ไม่มีเยื่อหุ้ม - สังเกตได้ชัดเมื่อ เซลล์สังเคราะห์ เห็นมาก - ประกอบด้วย โปรชั่น, RNA (ส่วนใหญ่), DNA (สังเคราห์ RNA > โครมาทิน (Chromotio 6 ประกอบด้วย โปรตีน, PNA ขอฟันกันในนิวเคล - ขณะแบ่งเซลส์ จะขดตัวแน่น → 16 เส้นลง — เห็นเป็น chromosome * DNA คนคุมการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรร การ เสียงสารเป่าแดงออกจากเซลล์ . กานพ ธรรมดา ผ่านชั้นสีพืดของเยื่อหุ้มเซลล์ ex. niสไซล์น, vitamin A D E K, สายเล็ก ๆ ที่ไม่มีประจุ 2, Co เกิดจากการเคลื่อนที่ของสาร & การเคลื่อนไหวของ ฟอสโฟลิพิด ความเข้มข้นสาย 1 →→ ออสโมซิส น้ำแพร่ผ่านเยื่อหุ้มเชลดั้ ความหมข้นสารละลาย - - - กะเพร่แบบฟาซิลเด แพร่ผ่านโป่งดิน ความเข้มข้นสาร 1 - เรียกว่า การแw สมสา :: เกิดผ่านโปรกัน ซึ่งมีความหมายต่อสาย • 4. กรดอมิโน, เคส, ion แอกทีฟทรานสปอต · ความเข้มข้นสาร + - 1 - ใช้พลังงานจากภายในเซลล์ 2. การสลายพันธะของ ATP เกิดผ่านไปเต้นที่มีความจำเพา • 2. การหลั่ง 17 จากชลบุผิวของกระเพาะอาณา เข้าสู่กระเพาะอา กางสเลียงสารโดยสร้างเวสเ การรักษาความเข้มข้นของ Not A K ในเซลล์ประสาทและเซลล์ทั่วไป สนใหญ่เข้าออกจากเซล โดยการสร้าง Vesicle จากเชื้อหุ้มเซล หรือเชื่อมออร์แกเนลล์ ลำเสียงออกเซลล์ เรียก เอกโซไซโทซัส (exocytosis) 1. หลั่งน้ำลาย, การหลั่ง enzyme ลำเลียงเข้าเซลล์ เรียก เอนโดไซโทซิส (endocytosis) มีหลายประเภท เช่น ฟาโกไซโทซิส (phagocytosis) - ลำเลียงสารที่ไม่ละลายน้ำ 6 24. นำเชื้อโรค หรือ สิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ WBC กลุ่มฟาโกไซ พิโนไซโทซิส (pinocytosis) * เสียง สางในรูปของคนสอ * ex. นำของเสวนาเซลกลับเข้าสู่เซลล์ NIMI15156919LYANDINUOJASI creceptor-mediated endocytosis). * ex. การนำ 6 โมนบางชนิดเข้าสู่เซล, การนำ LML เข้าสู่, ทาง HDL เค้าสู่เซลล์ต
ページ14:
การหายใจระดับเซลล์ กง่ายๆ” เพื่อสร้างพลังงานไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ ของเซลล์ - พลังงานที่ต้องการ คือ ATP (adenosine triphosphate) ได้จากการสลายสารอาหา การหายใจระดับเซลล์ในการที่มีออกซิเจนเพียงพอ การสลายสารอาหารเมื่อเกิดการหายใจ กับเซลอย่างสมบูรณ์ ประกอบด้วยกระบวนการต่างๆ ได้เท่า ไท เคไลซิส (glycolysis) (electron transport chain) ไก ล ส เนเจsi › @ ไซโทซลล - การสร้าง พอติดโคเอนไซม์ (acetyl coenzyme 4) Wordpress (Krebs cycle) - กวนทา การถ่ายทอด เล็กตรอน -ไม่สามารถผ่านเยี่อหุ้มไมโทคอนเดรียส คร วงโปงตีน พา ส่งพลังงานผ่านสายหมอกลาง - เกิด NADH ในไมโทคอนเดรียของ เซลล์กล้ามเปิดหัวใจไทย → เกิด FADH, ในไมโทคอนเ ง อ เ ล ก า ห อ ค าง * สารตั้งตน : กลูโค๊๙ CC,D ผลิตภัณฑ์ : ไพริก (pyruvic acid) (C) 2 โมเลกุล, ATP 4 โมเลกุล (ใช้ในกระบวนการ 2 โมเลกุล), NAH 2 เมเลกุล สมอง และ เลสอื่นๆ การสร้างแอซิทิลโคเอนไซม์.. (ortul teensure > 4 เมทริกซ์ ของ ไมโทคอนเดรีย - สารตั้งต้น : กรดไก (puruvic acid) (1 โมเลกุล) *ผลตอน : แอซิติลโคเอนไซ จัตุจักรเครปส์ (Krebs cycle) - 4 เมทริกซ์ ของ ไมโทคอนเดรีย a (C) 1 24 กุล, Co, 1 โมเลกุล, NADH 16 กุ - สายทั้งต้น : แอซิติลโคเอนไซม์ 50 4 1 โมเลกุล : 2 า - ผลิต : Co. 2 โมกุล, ATP 1 tana, NADH 3 โมกุล, FADH, 1 โมเลกุล กระบวนการถ่ายทอด เด็กตอน (electron transport chain) - ด. เมื่อหุ้มชั้นในของไมโทคอนเดรีย สารตั้งต้น : NAPH., Feb ผลิตภัณฑ์ : 3 ATP ANNASH From glycolysis Copyright C 1 Companies, Inc. Permission required for reproduction or display 7 2 ATP/ FADH2 acetyl coenzyme A Glycolysis กลูโคส 000000 ADP - ADP 000000 กลูโคส-6-ฟอสเฟต ATP 0000000 ฟรุกโตส-6-ฟอสเฟต 4 ATP 0000000 ฟรุกโตส1,6 บิสฟอสเฟต 0009 กลีเชอรอล ไฮ 3-ฟอสเฟต ← NAD*+ + NAD-> 9000 กลีเชอรอลดีไฮด์3-ฟอสเฟต H° + NADH 4 ATP 80008 1.3-บิสฟอสโฟกลีเชอเรต -ADP 0000 3-ฟอสโฟกลีเชอเรต 0000 * NADH + H* 1.3-มิลฟอสโฟกลีเชอเรต ADP -> - ATP 0000 3-ฟอสโฟกลีเชอเรต 000 2-ฟอสโฟกลีเชอเรต ATP 2-ฟอสโฟกลีเชอเรต 000 ฟอสโฟอีนอลไพรเวต E ADP 000 ไพรเวต 000 ฟอสฟอีนอลไพรเวต ADP- ATP 000 โพรเวต = คารบอน = ฟอสเฟต Krebs cycle Acetyl 000 Pyruvic acid Cytoplasm -Intermembrane space Matrix CO2 -NAD+ Coenzyme A (NADH) OO-COA Acetyl CoA To Krebs cycle COA _HCO,+CATP Pyruvate CoA SH + NAD - CO + NADH, H Acetyl-CoA CoA SH Pyruvate carboxylase Hydrogen 9 Carbon Oxygen 9) Sulfur Legend Coenzyme Q Sea Adenosine ATP triphosphate sala Guanosine CGTP triphosphate CoA Coenzyme A NADH Nicotinamide adenine dinucleotide Pyruvate dehydrogenase Enzyme Citrate ADP +P Citrate synthase Oxaloacetate Water NADH, H Malate dehydrogenase NAD Malate Citric acid cycle Fumarase Water Fumarate Aconitase QH - Succinate dehydrogenase 0 Succinate Col http://en.wikipedia.org/wiki/File:citric acid_cycle_noi.JPG Isocitrate NAD NADH, H Isocitrate dehydrogenase co₂ a-ketoglutarate Succinyl-CoA NAD CASH a-ketoglutarate o hydrogenase - NADH, H+ CO, Succinyl CoA Synthetase GDP +P cla SH + CGTPO Coa
ページ15:
ลพ การสลายลดและโปรตีน | (9, เพียงพอ) > กลีเซอ สล 6 กรดไขมัน – » acetyl coenzyme A → Krebs cycle โปรตีน D ถูกเปลี่ยนแปลงไปเป็นสาต่างๆ ได้หลายแนว ตามชนิดของกรดแอมิโน การหายใจระดับเซลล์ในการที่มีออกซิเจนไม่เพียงพอ ยูเรีย NH, หรือกรดยูริก -โปรตีน ↓ กรดแอมิโน กรณีที่เซลล์มีความต้องการ ATP ปริมาณมากในยาลาอันสั้น หรือ มีแก๊สออกซิเจนไม่เพียงพอ กระบวนการถ่ายทอด เล็กตรอน หยุดชะงักลง : ไม่มี ตอบ 6 สุดท้าย กระบวนการหมัก (fermentation) 4 750928477759957177501bnoin clactic acid fermentation) - ต้องการ ATP มากในระยะเวลาอันสั้น 2. เซลล์กล้ามเนื้อโครงร่างขณะออกกำลังกาย : เปลี่ยนทรงไพรวิทซ์ได้จากขั้นตอนไกลเล - กดแลกติก โดยอาศัย 6 จาก NADH ที่สะสมอยู่ สร้าง ATP ในขั้นตอนไกลโคไลซิส : กรดแลกติกที่เกิด ลำเลียงออกจาก เซลกล้ามเนื้อไปยังกับพ่อ สงเคราะที่กลับเป็นกลูโคส : เกิดใน แบคทีเรียบางชนิด, มนุษย์สามารถนำมาใช้ในการผลต โยเกิร์ต นมเปรี้ยว ผัก ผลไม้ ดอ ▷ nscuiunsnänvloans (alcohol fermentation). - เมื่อการสลายสารอาหารผ่านกลไกซัส - กอดไฟวิท - แอซิด ได้ (acetaldehyde) + co → คาร์โบไฮเดรต มอโนแซ็กคาไรด์ กลีเซอรอส | ไกลโคไลซิส แอซิทิลโคเอนไซม์เอ วัฏจักรเครบส พิค กรดไขมัน E-7 กระบวนการถ่ายทอดอิเล็กตรอน - NADH เปลี่ยนเป็น NAD กลับไปไร่ : เกิดใน เซลล์มีสต์, มนุษย์สามารถนำมาใช้ในการผลต ขนมปัง ข้าวหมาก alcohol - + --> alcohol + NAD การแบ่งเซลล์ - การเติบโต : การเพิ่มจำนวนของสายการแบ่งเซลล์ การแบ่งเซลต่ำลง นครโลก ประกอบด้วย 2 ขั้นตอน คือ การแบ่งนิวเคลียส (karuokinesis) 9 NADH glycolus is - ATP การแบ่งไซโทพลาสซึม (Cutekinesis) การแบ่งนิวเคลียส แบ่ง 2 แบบ คือ การแบ่งนิวเคลียสเชไมโทซิส (mitosis) การแบ่งนิวเคลียสเลยไมโอซิส (meiosis) การแบ่งนิวเคลียส ใช้เวลานานกว่า การแบ่งไซโทพลาสซึมมาก โคโมโซม โปรตีนหลายชนิดประกอบกัน เป็นโครงสร้างที่มีลักษณะเป็นสาย เรียก โกมาดิน (chromatin) → ของกันแน่นเป็นแห่ง เรียก โครโมโซม (Chromosome) โครโมโซม : มีสาระ 1 หรือ 2 แห่ง (ขึ้นอยู่กับพระของหลว ถังมี 2 แห่ง ประกอบด้วย 2 โครมาทิด (chromatid) ซึ่งติดกันที่เหน่ง เซนโทรเมีย (centromere) 14146 เรียก ซิสเตอร์โครมาทิด (sister chromatid) : เซนโทรเมีย พบโปรตีน แยก ใครโทคอร์ (kinetachore ) 4 ก. การเคลื่อนที่ของโครโม ชม ด สิ่งมีชีวิตแต่ ชนิด มี จำนวนโครโมโซมลงที่ โครโมโซม ที่เหมือนกันเป็นคู่ ๆ เรียก ฮอมอโล โคโซเซ (homologous chromosome) หรือ โคมโซมคู่เหมือน • จำนวนโครโมโซมของเซลส์ร่างกายที่มีลักษณะเหมือนกัน 2 40 เขียน 21 เรียก เดิน Gees (diploid) เซลล์สืบพันธุ์มีครึ่งหนึ่งของเซลล์ ร่างกาย เขียน ๆ เรียก แอ็พลอยด์ chaploid) มนุษที่มีจำนวนโครโมโซม 27 - 46 คู่ที่ 1 - 99 : autosome ( เหมือนทั้ง 1/ญ) วัฏจักรเชล และการแบ่งเซลล์แบบไมโทซัส 29 : sex chromosome <qXY, ng xx.Y นิวเคลียส Vend เซนโทรเมียร์ ไคนิโทค โครโมโซม รูป 3.43 โครโมโซม อิสเตอร์โครมาทิต ก. การบิดตัวของโครมาทินเป็นแท่งใครไม่ไซม ซิลเตอร์โครมาทิด 5. ลักษณะของใครไม่โหม ในการแบ่งเซลส์ เซเรียมความพร้อม โดย สร้าง RNA & เข่งกันที่จำเป็น - เพิ่มจำนวน DNA - - แบ่งนิวเคลียส & ไซโทพลาสซึม (จักรเซลล์ (cell cycle> - วัฏจักรเซลล์ ประกอบด้วย 2 ขั้นตอน 14 เอนเตอเฟส (interphase), ยะที่มีการแบ่งแบบไมโทซิส (mitotic phase หรือ M phase) ระยะอินเตอร์เฟส (interphase) - เตรียมพร้อมก่อน แบ่งนิวเคลียส & ไซโทพลาสซึม - นิวเคลียสใหญ่ เห็นได้ชัดเจน - ใช้ทลานานที่สุด - แบ่งเป็น 3 ระยะต่อเนื่องกัน 1. resertonbasing DNA to seek G, CG phase : First gap phase) : เซลล์มีการเติบโต ขนาดใหญ่ขึ้น จะอินเตอร์เฟ สาย DNA มีการช้างอตัวของ G, wrieur DNA M ไมโทมิล G โบยหาย DA
ページ16:
สังเคราะสายต่างๆ ep. โปรตีน ใช้หลานานสุด 2. DNA 27 Jugs (S phase : Synthesis phase) - จำลองโมโซม by ส่งเคทท์ NNA เพิ่มชุดหนึ่ง เมื่อสิ้นสุด (คอม ชม 2 โครมาทิด (ไม่มีกรด - WA เป็นโครมาทิน 3. DNA to russe G₁₂ <G₂ phase second gap phase). DNA ของไวมากขึ้น เตรียมพร้อมแบ่งเซลล์ สเปน และ แกเนลล์เพิ่มขึ้น - เคสบางชนิดอาจเข้า 6), CG : Resting shoe) ก่อนเข้า 6), เซลล์ พัก หรือท้อง การนอน (บางชนิด C., เชส ประสาทมนุษย์ อยู่ 9, 9.00 rese_M_phase - เหงได้ 4 ช 1. โพส์ (prophase) : เริ่มต้นการแบ่งแบบในเทส - เพิ่มกัน เห็นเคยสดเจน ต่อมา เมื่อหุ้ม เคยสละ คอส เพิ่มสลาย องค์ประกอบ คลีโอสายในนิวเคลีย : โครมาทินบกตาเป็นกาว -> เช่น เกมโชย สั้นลง 6. ใหญ่ขึ้น โครโมโซม 2 โครมาทิด - นม 2 ชุด เพิ่ม move สด ห่างไป คน ด้านของเซลล์ สร้าง เส้นใยสปีด (spindle fiber) 2. เมทาเฟส (metaphose) : โครโมโซมเรียงกันกลางเซลล์ : เยี่ยมเคลียสสลายหมด : เช่นทม move อยู่ตรงข้ามกัน 9 บริวเลทั้ง 2 ข้าง : เส้นใยสัปนเดล จับกับ ไคนีโทคอร์ บนโครโมโซม เรียก เมทาเฟส เยื่อหุ้มนิวเคลียส เนยเป็นศิล ex. -โครโมโซมประกอบด้วย 2 ใครมาทิด รูป 3.49 ระยะโพรเฟส นโยสปินเติล รูป 3.50 ระยะเมทาเฟล โคโมโซม มาอยู่ตรงกลางของเซลล์ในแนวระนาบเดียวกัน → ทดสั้นลง- (mophose plate) & - เหมาะต่อการลงม 3. 1941940s canophase) : การแยกกันของซิสเตอร์โครมาทิด ซิสเตอร์โครมาทิดแยกกาย อยู่ตรงข้ามกัน 2 เซลล์ by เป็นไปสปินเดิลทุก โครโมโซม มี 1 โครมาทิด 4. เทโลเฟส (telophase) : การเกิดเสียใหม่ 2 นิตเกลีย : เส้นใยสปินเกิด ลายตัว : สร้างเปิดหุ้มนิวเคลียส & นาคอสสขึ้นมาใหม่ : โครโมโซมคลายตัว เป็น เส้นปลาน การแบ่งไซโทพลาสซึม - เพิ่มทันที เมื่อสิ้นสุด Telophus e เซดสิทธิ์ 0 เกิดจากเยื่อหุ้มเซลล์ออกหากิน 5 ไมโครฟิลาเมนท์ > เซลล์ 1. สร้างแผ่นกั้นเซลล์ (cell plate) คนกลาง นางนิวเคลียสใหม่ทั้งสอง 2. นำเคิล จาก golo body ( มีองค์ประกอบของผนังเซลล์ 3. สร้างจาก พากลาง แล้ว ขายไปสู่ผนังเซลล์เอมทั้งสองข้าง 4. สร้าง เลส 6 แผ่นกันเซลล์ - เกิดผนังเซลล์ไม่ การแบ่งเซลส์แบบไมโอซิส แบ่งเซลล์เพื่อสมเซลล์สืบพันธุ์ ในสาหรือสปอยู่ในช เซลล์ลูก มีจำนวนโครโมโซม สกล จากเดิมครึ่งหนึ่ง 4 ได้ 4 เซล ( ฮอมอโลกัสโครโมโซม ที่มีชิน ควบคุมลักษณะเดียวกัน อยู่ตำแหน่ง พากัน เรียก เดส์ (Lotus) เพศเมีย ได้เซลส์ไข่ ท เพศผู้ ได้เซลล์อสุจิ 1 chaploid) 1 ก่อนแข่งเซลล์ → เตรียมพร้อมเหมือน interphase nitor is โครโมโซมแยกเป็น 2 กลุ่ม -โครมาทิน เยื่อหุ้มนิวเคลียส รูป 3.51 ระยะแอนาเฟส นิวคลีโอลัส รูป 3.52 ระยะเทโลเฟส ไม่ให้ ส 20 25 โนโกล 2n-46 ไมโทซีส การปฏิสนธิ พลอยด์ (2n) แอพลอยคี In) ไมโอซิส n = 23 n เชล ไข่ สเปิร์ม รูป 3.56 ระยะดิพลอยด์และแฮพลอยด์ที่อยู่ใน ช่วงหนึ่งของวัฏจักรชีวิตมนุษย์ แบ่งนิวเคลียส 2 ครั้ง ได้แก่ ระยะไม่ใส I (Meiosis I) เผยไม่ได้ 1 (Meiosis ) ->ได้ ลูก 4 เพลง พันกรมท่างกัน 1
ページ17:
V N ไมโอซิส I (Meiosis I - อ้อม โลกัสโครโมโซม แยกออกจากกัน - ประกอบด้วย 4 ร 1. rege I (prophase I>. สายไมโทซัส นอนซิสเตอร์โครมาทิด นอนดอร์โครมาทิด XB EX EX การอ การเกิดครองโล Me คน สมา ea aeria การแลกเปลี่ยน สารพันธุกรรมระหว่าง ฮอมอโลกัสโครโม 2. ต่างจากไมโทซัส ได้แก่ ฮอมอโลกัสโครโมโซมเข้าคู่กัน - แต่ละคู่ของออย เกสรเซมมี่ 4 โครมาทิด เกิดการไม้กัน ของ นอนซิสเตอร์โครมาทิน (non-Sister chromatid) เรียก ครอสชิงเenter (crossing over ) ; ตำแหน่งที่ไซร้ เรียก ไคเอสมา (chios) - แลกเปลี่ยนชิ้นส่วนกันของ ฮอมอโลกัสโครโมโซมเส้นที่อยู่จัดกัน I metaphase I) - เส้นใจเป็นเดลที่ยึดเกาะกับใคร คน สั้นลง 3. 589866 I canaphase I ฮอมอโลกัสโครโมโซมแยก ออกจากกัน ไปด้านตรงข้ามของส์ โครโมโซม มี 2 โคมาทิด 4. 999 I (telophose 1) : สร้างเขื่อหุ้มนิวเคลียส ล้อมรอบโครโมโซ ได้ นิ่งเคลียสใหม่ 2 นิวเคลีย สร้าง จ ส ใหม่ โคมโซมคลายตัว ยังมี 2 ครมาทิด โคมโซมลดครึ่งหนึ่ง จากเกม ( haploid) การแบ่งไซโทพลาสซีย - เหมือน mitesis debiuter รูป 3.60 ระยะเหไฟ!! BE BE โครโมโซมที่ประกอบด้วย 2 โครมาทิด รูป 3.59 ระยะแอนาเฟส ! *** ต่อมา เตรียมพร้อม เพื่อเข้าสู่ Meiosis - เรียก อินเทอคน 4 (interkinesis) 4 ไม่มีการจำลองโครโมโซ ระยะไมโอซิส It celosis - ต่อเนื่องจาก Meiosis D Palienerioso prophase II, metaphase II, anaphase #, telophase II P คล้าย Mitosis การแบ่งไซโทพลาสซึม ▷ Jou mitosis รูป 3.58 ระยะเมทาเฟส รูป 3.57 การเกิดครอสชิงโอเวอร์ ไมโอซิส I อินเตอร์เฟส ไมโอซิส II อินเตอร์โคเนซิส ro โพรเฟล! | โพรเฟส I เมทาเฟส I แอนาเฟส ! เทโลเฟส I เมทาเฟล !! แอนาเฟส II เทโลเฟส II บทที่ 3 เซลล์และการทำงานของเซลล์ 215 รูป 3.61 การแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส ก. ภาพถ่ายการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิสของหัวใจม่วง (Tradescantia pallida) 2n = 24 ข. ภาพวาดการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิสของเซลล์สัตว์ 2n = 4 ค. ภาพถ่ายการแบ่งเซลแบบไมโอซิสของอัณฑะตั๊กแตน (Chorthippus sp.) - สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การแบ่งไซโทพลาซีม สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ページ18:
โคมโซมแส ฬพันธุ์กรรม โครโมโซม รูปร่าง ลักษณะ และจำนวนโครโมโซม นำโครโมโซมมาทำ แครได้ไทป์ (karyotape) : จัดเรียงตามขนาดของโครโมโซม 4 ตำแหน่งของเซนโทรเมีย สิ่งมีชีวิตต่างสปีชง อาจมีจำนวนโครโมโซม ท่านได้ * ความรู้เพิ่มเติม koryoupe นิยมทำในระยะเมทาเฟส -> เซลล์ชนิดต่างๆ วิเคราะห์โคกมน เพื่อจุดประสงค์ต่างกัน ลิมโฟไซต์ → koruoluce เซลล์ไขกระดูก - มะเร็งเม็ดเลือดขาว เซลล์ฟอสที่ปะปนในน้าคว่ำ - ส่วนประกอบของโครโมโซม -> - ความผิดปกติทางพันธุกร โทน ในท 440 มา รูป 4.3 ส่วนประกอบโครโมโซมของเนตรีโก โครโมโซม และ ประกอบสาย 1/3 of DNA, 2/3 of เปน ( ส่วนใหญ่เป็น histone) ส่วนเป็นเป็น กรดแอมิโน 4 --> จับกับ DNA ได้ดี DNA ที่เป็นเส้น (linear. DNA) สายคู่ 1 เส้น ฟันสอบ กลุ่มอัสโทน 9 โมเลกุล - คล้าย ลูกปัด เบท ซึ่งคลี่ โอโซม (nucleosome) - DNA บางช่อง กำหนด ทางพันธุกรรม เรียก ซัน (gene) โครโมโซมโพรแคริโอต ชุดเดี่ย เป็นวงอยู่ใน ไซโทพลาสซึม ประกอบด้วย DNA สายคู่ เป็นงง 1 โมเดล & ไม่มี Mistone - มี พลาสมิด (plasmid) เป็น DNA สายคู่ เป็นขนาดเล็ก นอท คอม สารพันธุกรรมทั้งหมดของโครโมโซม 1 ชุด เรียก จีโนม (genome) * สี ขนาดของนม จำนวนโครโมโซม จำนวนปั่น ต่างกัน สหพันธุ์กรรม การค้นพบสารพันธุกรรม Friedrich Miescher WAY. 2412). - ศึกษา ส่วนประกอบในนิวเคลียสของ UBC ที่ติดมากับผ้าพันแผล * ต่อมามีผู้พบว่า เป็น 100 เยน กรดนิวคลิอิก (พ.ศ. 2454) : พัฒนาสี่คน (uchsin) - ย้อมติด WA ได้สีแดง *** ม้งมีนักวิทช์ คิดว่า โปรตีนน่าจะเป็นสายพันธุกรรม Fredrick Griffith :P. 2441). ฉีด Streptococcus pneumoniae (1869) เข้าไปในหนู L & สายพันธ์ 1 I :R (rough) roa. S (Smooth) 18. มีสารบางอย่างจาก 5 ที่ทำให้ตายด้วยความร้อน เข้าไปยัง P 8.เสี่ยนเป็น 5 ที่มีชีวิต ถ่ายทอดลักษณะสู่ลูกหลาน พลาสมิด โครโมโซม - เซลล์แบคทีเรีย รูป 4.4 โครโมโซมและพลาสมิดภายในเซลล์แบคทีเรีย ฟันกันมันเป็น โทรมาทิน ย่อยเอาไปออก ด้วย pepsin - ไม่สามารถย่อยสารชนิดหนึ่งในนิวเคลียสใช้ - มี N, P ติดที่นิวเคลียส์ & กามาหนาแน่นที่โคโมโซม มี amino acid 20 ชนิด -> • Oswald Avery, Colin Macleod, Maclyn McCarty (W.PY. 2484) : ต่อจาก Goftith ตรวจสอบว่า DNA RNA หรือโปรตีนเป็นสารที่เปลี่ยนพันธุกผม ยอง เค ฟัง ชุดการทดลองที่ 1 โคแบคทีเรีย สายพันธุ์ R ที่มีชีวิต หนูยังมีชีวิต DNA มีไปเดินมากพอที่จะคบคุมลักษณะของสิ่งมีชีวิต รูป 4.5 การทดลองของกริฟฟิท ต แบต 2 สายพันธุ์ 5 ที่มีชีวิต ชุดการทดลองที่ 3 ฉีดแบคทีเรียสายพันธุ์ S ที่ทำให้ตายด้วยความร้อน ในปี พ.ศ ชุดการทดลองที่ 4 ฉีดแบคทีเรียสายพันธุ์, คอลิน แมคลอ ที่ทำให้ตายด้วยความรู้ ผสมกับสายพันธุ์ 3 จาก ฟ หนูตาย หนูยังมีชีวิต หนูตาย สายพันธุ์ R สกัดเอา พิ แบคทีเรียน โปรดีเอส เลี้ยงในอ สารเฟ อิพิคฟ เลือดหนูที่ตายมีแบคทีเรียสายพันธุ์ 5 ที่มีชีวิตปนอยู่กับสายพันธุ์ R : 11 5 ตายด้วยความร้อน - สกัดเอาสิค คางไปได้ 10 - ที่หลือใส่ในหลอดทดลอง 4 หลอด - เป็นแบคทีเรีย & DNAse, Rose, protease
ページ19:
พบว่า DNA คือ สารที่เปลี่ยนพันธุ์กผม จาก 2 เป็น 9 - กรดนิวคลิอีกชนิด DNA เป็นสารพันธุกรรม *** Wave Griffith & Avery 160 Mase เป็นจุดเริ่มกันที่นำไปสู่ข้อสรุป คือ DNA เป็นสารพันธุกรรม ที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดลักษณะของสิ่งมีชีวิตไปสู่รุ่นต่อๆไป *** 60มาพบว่า NWA มีทั้งส่วนที่ควบคุมลักษณะทางพันธุกคน เรียก ซัน ส่วนที่ไม่ได้ควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม องค์ประกอบทางเคมีของ DNA | ดูชอมูลพื้นฐาน P.6 นิวคดีได้ไทด์” มี น้ำตาล ออกไปเปสเป็นแกนหลัก ไนโตรจีนัสเบส oto a. C., NEMOHD a. C5 Mai tôi sẽ đến mua tại DNA số 2 người ? Wod's (purine) : 2.00 : A, l G ℗ Iwiadoňis (pyrimidine) : 1.00) C₂T Erwin Chergaff (W.PY. 2492) สารสกัดจากแบคทีเรียสายพันธุ์ 5 ที่ทำให้ตายด้วยความร้อน และสกัดเอา พิตและคาร์โบไฮเดรต อก I เติม DNase เติม RName เติมแบคทีเรีย สายพันธุ์ B เต็มแบคทีเรีย สายพันธุ์ R 09 00 I 50 เติมแบคทีเรีย สายพันธุ์ R I เติมโปรติเอส เติมแบคทีเรีย สายพันธุ์ R GO พบแบคทีเรีย สายพันธุ์ S ไม่พบแบคทีเรียสายพันธุ์ S แต่พบแบคทีเรียสายพันธุ์ R พบแบคทีเรีย สายพันธุ์ ร พบแบคทีเรีย สายพันธุ์ S S LIN) • D ที่สกัดจากสิ่งมีชีวิตสปีชีส์ต่างๆ มีคนส่วนของของ 4 ชนิดแตกต่างใน - ปริมาณ A ใกล้เคียง T C. เทสเสียง G 1 • A:7 46 5 : C ใกล้เคียงกัน 1 โครงสร้างของ เค (Maurice Wilkins (พ.ศ. 2494-2495) พิม ทนส Sw Twy ใน หน รูป47 นิวคลีโอไทด์ โครงสร้าง - เอกชนฟาน (X-ray diffraction) : การสั่งสีเอกซ์ผ่านเส้นใย DNA - การยกพลของรังสีเอกซ์ทำให้เกิดภาพบนแผ่นฟิล์ม Rosalind Franklin & Raymond Gosling (N.A. 2495) * on www - ภาพถ่ายที่ชัดเจน - WA กอบด้วย พอลินิวคลีโอไทด์ 2 สาย เป็นทาสียว, หางาน รอบที่ 2 ห่างเท่าๆกัน, ทราบขนาดความกว้าง 8 ความห่างของเกลียวและรอย James Watson & Francis Crick (w.PY. 2496). i - เสนอแบบจอ คอสร้างโมเลกุลของ DNA 3 จากข้อมูลปริมาณเบสที่เป็นองค์ประกอบทางเคมีของโมเลกุล DNA & ภาพจากเอกชนของ DNA DNA ประกอบ พอนคดีได้ 2 สาย คนสวย H-born, ร่างเปล : AET, CE เสีย เบสคู่สม ( complementary bose pair) + = 7 = - DNA เป็น หาเสียง (double helin) เรียนขวา : น้ำตาลออกไป : หมู่ฟอสเฟต = ราวบันได เบส 1 คู่เบส - ชั้นซันไล เกลียวคู่กรัง 2 nm แต่ละรอบห่าง 3.4 nm, แอบห่าง 0.34 ทา - 1. เกม 10 บ 1 1 - พอลินิวคลีโอไทด์ 2 สาย มาเข้าคู่กัน มีทิศทางตรงกันข้าม (antiprallel) สมบัติของสารพันธุกรรม การจําลอง เอ็นเอ • Fest S ของ Interphase พ.ศ. 2496 เลน คอก : ตีพิมพ์บทความ โครงสร้าง DNA & เสนอทฤษฎี การจำลองเอ็นเอ (DNA replication) ค่อยพบว่า ในทางสอง DNA พอลินิวคลี 2 สายมาออกจากกัน - olare dhe u duniawin191 (DNA template). VAVA VAVA Mu รูป 41 นรงสร้างของ LA อ. โคราม ILCA sokun รูป 4.12 การจำลองที่เป็นเอ การจ่ายแบบอนุรักษ์ 5 สายใหม่ สายเดิม ระบ ข. นิวคลีโอไทด์เข้าทางด้านปลาย 3 ของสายพอลินิวคลีโอไทด์ที่กำลังสร้ and DNA จาก 1 โมเลกุล เป็น 2 โมเลกุล, พอลินิวคลีโอไทด์สายเดิม 1 สาย & สนใหม่ 1 สาย นิยม การจำลองพนงอนุรักษ์ (semiconservative replication) การสร้าง DNA สายใหม่ นำเคสไอไหร่ฟ้ามาต่อ 3 : เป็นการสร้าง DNA ในทิศทางจากปลาย 5 ไปปาย 3 นิวคลิโอไท ที่เข้ามาใหม่ มีสคู่สมกับเบสใน DNA template - - DNA สังเคราะห์ไม่เหมือนกับ DNA (เดิม ขั้น um จำลอง DNA 1. โปรตีน กระตุ้นให้ DNA คลายทั่ว 2 จุดเริ่มในการจำลอง (origin of replication) 2. เอนไซมีเฮ เคส (helicose) สลาย H-bond ระหว่างคู่เบส 3. ไพรเมอร์มากในงานหนึ่งที่เป็นเบสคูลเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างพอลินิวคลีโอไทด์สายใหม่ 4. múlváïðháuvělama . ( DNA ligase) lewend ben ตีเนยแม่แบบ พอลินิวคลีโอไทด์ลายเดิม จุดเริ่มต้นของการจำลองตัว พอลินิวคลีโอไทด์สายใหม่ เทรเบอร์ ทีมเอพอลิเมอวด Abuelaine ทิศทางการ าลอง = เลิเคส รูป 4.13 การจําลองดีเอ็นเอ
ページ20:
ลีดดิงสแทรนด์ สำหรับดีเอ็นเอแม่แบบสายบน ทิศทาง การสร้างพอลินิวคลีโอไทด์สายใหม่ จะมีทิศทางเดียวกับทิศทางการ คลายเกลียวของ DNA โมเลกุลเดิม โดย เอนไซม์ดีเอ็นเอพอลิเมอเรสจะสร้าง พอลินิวคลีโอไทด์สายใหม่จาก 5' ไป 3' ได้เป็นสายยาวต่อเนื่องกัน เรียกว่า ลีดดิงสแทรนด์ (leading strand) ส่วนดีเอ็นเอแม่แบบสายล่างที่มี ทิศทางการสร้างพอลินิวคลีโอไทด์ รถดรา MAVARA INA RNA พอลิเพปไทด์ WWWXX ไรโบโซม ไรโบโซม พ. เพปไท รูป 4.16 การสังเคราะห์โปรตีน ก. เจล ยูแคริโอต จ. เชองไพร ห การสังเคราะห์ RNA ไม่ได้เกิดทั้งสาย DNA แต่จะเกิดเฉพาะบริเวณที่เป็นยืน ซึ่ง พ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการสังเคราะห์โปรตีน ดังรูป 4.17 1 ยีน 2 แลกกิงสแทรนด์ สายใหม่สวนทางกับทิศทางการ คลายเกลียวของ DNA โมเลกุลเดิม ทำให้ไม่สามารถสร้างพอลินิวคลีโอไทด์ สายใหม่ต่อเนื่องกันเป็นสายยาวได้ เอนไซม์ดีเอ็นเอพอลิเมอเรสจึงสร้าง พอลินิวคลีโอไทด์สายสั้น ๆ มีทิศทางจาก ปลาย 5' ไปยังปลาย 3' จากนั้นเอนไซม์ ดีเอ็นเอไลเกสจะเชื่อมต่อสายสั้นเหล่านี้ ให้เป็นสายเดียวกัน เรียกพอลินิวคลีโอไทด์ สายนี้ว่า แลกกิงสแทรนด์ (lagging strand) รูป 4.14 การสังเคราะห์ลีดดิงสแทรนด์และแลกกิงสแทรนด์ การควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมของ DNA www พอลินิวคลีโอไทด์ ลายที่เป็นแม่แบบ mRNA ท. เทปไทร่ ปลาน รูป 4.17 การสังเคราะห์โปรตีนโดยใช้ข้อมูลทางพันธุกรรมจาก นส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมสเชนเจอร์ เอ็นเอ (messenger Ride ; TRNA) นำข้อมูลทางพันธุกรรมจากช่นบนโด ในเคลียส ไซโทพลาสซึม : มิได้เเซม สังเคราะห์ โปรตีน การนำข้อมูลทางพันธุกรรมจาก DNA ไปใช้ในการสั่งโปรตีน ซึ่งหายน - การสงเคราะห์ RNA Coใช้ DNA เป็นแฟน : manent crownscription) - * การสังเคราะห์ไปโดยได้โซลจากการอ่านพันธุกรรม) ที่เป็นลำดับเปลี่ยน RNA : กาแฟ (melta) การสงเคราะทั้งปรตีนในยูเครโดย : ถอดรหัสในนิวเคลียสได้ pre- mRNA ไปยังไซโทพลาสม → แปลทั่ เพลงโต : ถอดรหัสได้ Rag & ลง 05 transcription า * แห่งอานอื่น ( RNA processing) ได้ ผล สมบูน - - ออกจากว อาร์เอ็นเอท เมอเรส ในเพลาส * สังเคราะห์ RNA โดยใช้ DNA เป็นแบบ คล้ายการจำลอง NA แต่ DNA สายเดียวเป็นแม่แบบ - เติมนิวเอต ปลาย 2 ของ NA - สังเคราะห์ 4 ทิศ ลาย 5 ไป 3 P RNA polymerase + nucleotide รหัสพันธุ์กรม (A,U, C, G.) - ข้อมูลทางพันธุกผมใน DNA ถ่ายทอดให้ mp4 : เรียงลำดับนิวคลีโอไทด์ ชนิดต่างๆ ของ mA - ตัวกำหนดการเรียงลำดับของคนในเพื่อ สังเคราะห์งาน เรียก รหัสพันธุกรรม (genetic cole) - ประกอบด้วย 3 นิวคลีโอไทด์ ได้ GA รหัส - พ.ศ. 2504 คงทน คณะ .64 กรดแอมิโน โมเลกุลถูกควบคุมด้วยรหัสพันธุกรรม 13 - พ.ศ. 2504 - ต่อมา . พบรหัสพันธุกรรม จนถึง 61 รหัส นาค ไท * รหัสพันธุกรรมที่เป็นสสาวเบส (triple code) แยก เครน (codon) - และคอนเปลความหมายกดแอมิโนแต่ละชนิด - เบลอ ทรานสเฟอ อาร์เอ็นเอ (transfer RNA, RNA) ที่เข้าคู่กับ ลำดับเบสของโกดอนใน mp4 เบา แอนด์โคลอน (anticodon) ▸an 3 rd no UAA, VAG, UGA; fairf741260 TO 110262 : ทำให้ทางเลนสุด เรียก หยุด step colon) i > ลบ (ทน) เป็น เสมอกัน (start codon) บทตำแหน่งที่ 1 MAMA DNA ขั้นเริ่มต้น เอนไซม์อาร์เอ็นเอพอลิเมอเรสจะเข้าไปจับกับ DNA ตรงบริเวณที่จะสังเคราะห์ mRNA และสลาย พันธะไฮโดรเจนระหว่างคู่เบส พอลินิวคลีโอไทด์ 2 สายของ DNA จะคลายเกลียวแยกออกจากกัน โดยมีสายหนึ่ง ของ DNA เป็นแม่แบบ SUNMUMME mRNA ขั้นต่อสายยาว นิวคลีโอไทด์ที่มีเบสที่เป็นเบสคู่สมกับดีเอ็นเอแม่แบบ คือ C เข้าคู่กับ G และ U เข้าคู่กับ A จะเข้า มาจับกับนิวคลีโอไทด์ของดีเอ็นเอแม่แบบเอนไซม์อาร์เอ็นเอพอลิเมอเรสจะเชื่อมนิวคลีโอไทด์อิสระด้านปลาย 3 ได้เป็นสายยาวของ mRNA ทิศทางการสังเคราะห์ลาย mRNA จึงเป็นจากปลาย 5 ไปยังปลาย 3 ดังนั้นการสร้าง สาย mRNA นั้น จะสลับทิศกับสายดีเอ็นเอแม่แบบซึ่งเรียงจากปลาย 3 ไปยังปลาย 5 DNA mRNA ขั้นสิ้นสุด เอนไซม์อาร์เอ็นเอพอลิเมอเรสหยุดทำงานและแยกตัวออกจากดีเอ็นเอแม่แบบ สาย mRNA ที่สังเคราะห์ ได้แยกออกจาก DNA เบสตำแหน่งที่ 2 UGU LIAU UUU UCU Tyr UGC Cys UAC UGA รหัดน รหั รูป 4.19 ขั้นตอนการถอดรหัส UUC UCC UGA stop Ser LAA stop UUA UCA Leu UAG stop IGG Trp UUG UCG CGU 500 CAU CUU CCU His CGC น CAC AIR CUC CCC Leu Pro CGA CLA CCA CCA CAA Gin CGG n CUG CCG CAG AGU AUU ACU ACEL AAU Ser Asni AGC AUC lle ACC AAC ACC Thr AUA AGA ACA AAA Lys AIR ALIGA Met ACG AAG AGG GUU GCU GAU GGU GUC Asp GCC GAC GGC G Val Ala Gly GUA GUG GCA GAA GGA Glu GCG GAG GGG Phe หมายถึง ฟินิลอะลานีน Met หมายถึง เมไทโอนีน Leu หมายถึง ลิวซีน Ser หมายถึง ซีรีน Tyr หมายถึง ไทโรซีน Cys หมายถึง ซิสเทอีน Trp หมายถึง ทริปโตเฟน หมายถึง โพรลีน Pro His หมายถึง ฮิสทิดีน Gin หมายถึง กลูตามีน Arg หมายถึง อาร์จีนีน lle หมายถึง ไอโซลิวซีน Thr หมายถึง ทรีโอนีน Ash หมายถึง แอสพาราจีน Lys หมายถึง ไลซีน Val หมายถึง วาลีน Ala หมายถึง อะลานีน Asp หมายถึง กรดแอสพาร์ติก หมายถึง กรดกลูตามิก Glu Gly หมายถึง ไกลซีน รหัสเริ่มต้น รหัสหยุด
ページ21:
miแปลงฆ์ส D » RNA ที่สำคัญ 3 ชนิด * RNA : ข้อมูลพันธุกรสจาก DNA ไปสังเคราะห์ งาน - tRNA : นางสนองในที่จำเพาะกับรหัสพันธุกผมบนสาย ๆ มาต่อเป็นสายพอลิไทย • RNA : องค์ประกอบของโปโซม สังเคราะ » wปด6หัสโดย tRNA นำกรดแอมิโนมาเรียงต่อกันตามสนธุกรรม RNA ใช้สายพอลิเพปไทด์ ในโซนเคลื่อนที่บน mRNA จาก 8 - 3 - เริ่มที่ 26 แล้วเคลื่อนที่ไปที่โกดอน ตามลำดั - tRNA 1 โมเลกุล กดที่ทายกันได้ 1 โมกุล มายังไงบ 1. ขั้นเริ่มต้น mRNA ไรโบโซมหน่วยย่อยขนาดใหญ่ TRNA ไรโบโซมหน่วยย่อยขนาดเล็ก go ERNA รูป 4.20 RNA 3 ชนิ Met แอนติโคดอน โคตอน 3' 5' 5' ไรโบโซมหน่วยย่อยขนาดเล็กมาจับกับ mRNA แล้ว tRNA นำกรดแอมิโน เมไทโอนีนเริ่มต้น มายังรหัสเริ่มต้น AUG ของ mRNA ........ 3' ไรโบโซมหน่วยย่อยขนาดใหญ่จะเข้ามา จับกับไรโบโซมหน่วยย่อยขนาดเล็ก จึง ทำให้ไรโบโซมพร้อมจะทำงานต่อไป รูป 4.21 ขั้นตอนการแปลรหัส 3. ขั้นสิ้นสุด กรดแอมิโนจะมาเรียงต่อกันได้ เข้าจับ สายพอลิเพปไทด์ ความ มาก บาง และ 3' เมื่อไรโบโซมเคลื่อนที่บน mRNA จนพบกับรหัสหยุด ซึ่งอาจเป็น UAA UAG หรือ UGA รหัสใดร หนึ่ง จะไม่มี tRNA เข้ามาจับทำให้ หยุดการแปลรหัส ได้บ สัง อ แ เป็น ของ ปล 2 ชั้นการต่อสายยาว IRNA โมเลกุลที่ 2 ที่มีแอนติโคดอน เป็นคู่สมกับโคดอนถัดไปของ mRNA นำกรดแอมิโนโมเลกุลที่ 2 เข้ามาเรียง ต่อกับกรดแอมิโนโมเลกุลแรก สร้าง พันธะเพปไทด์เชื่อมระหว่างกรดแอมิโน ทั้งสองโมเลกุล โดยที่หมู่แอมิโนของ กรดแอมิโนตัวที่ 2 ทำปฏิกิริยากับหมู่ คาร์บอกซิลของกรดแอมิโนตัวแรกบน tRNA พอลิเพปไทด์จะแยกจาก tRNA โมเลกุลสุดท้าย ไรโบโซม หน่วยย่อยขนาดเล็กและหน่วยย่อยขนาดใหญ่จะแยกออกจากกัน และ mRNA จะหลุดออกจากไรโบโซม รูป 4.21 ขั้นตอนการแปลร c% cbcb o ไรโบโซมจะเคลื่อนที่ไปยังโคดอนถัดไป ในทิศทางจากปลาย 5' ไปยังปลาย 3 ซึ่ง IRNA โมเลกุลแรกจะหลุดออกจาก ไรโบโซมและสาย mRNA tRNA โมเลกุลที่ 3 ที่มีแอนติโคคอน เป็นคู่สมกับโคดอนถัดไปของ mRNA น่ากรดแอมิโนตัวที่ 3 เข้ามาเรียงต่อกับ กรดแอมิโนตัวที่ 2 แล้วสร้างพันธะ เพปไทด์เชื่อมระหว่างกรดแอมิโนตัวที 2 และกรดแอมิโนตัวที่ 3 ไรโบโซมจะเคลื่อนที่ต่อไปทีละโคคอน ตามลำาดับ และกระบวนการต่าง ๆ จะ ดำเนินต่อไปเช่นเดียวกับที่กล่าวมา รูป 4.21 ขั้นตอนการแปลรหัส
ページ22:
- การสังเคราะไปเป็น เกิดจากการทำงานของไมเซน หลายโรโบโซมมา RNA สายเดียวกัน ไรโบโซมเคลื่อนห่างจาก สมกัน 4 โบโซม เข้าจับกับ PS4 แล้วแปลงส แต่ละใบโซม สังเคราะห์ พอลิเพปไทด์ที่สมบูรณ์ เกิดขึ้นพร้อมๆกัน • Male 1 สาย เป็นแม่แบบ แปลรหัสได้ถ่ายพอสิไทยเหมือนกัน จํานวนมาก • 1.fuforamni, mRNA wakuaitindo wala sard Yan wenfrow poly some) wito was brfufira (polyribosome) มิวเทชั่น DNA ถอดรหัส ชนหรือ MA เปลี่ยนแปลง ลักษณะปากหรือ อเนก ของ สมช. เปลี่ยนไป 8 ถ่ายทอดลักษณะ ไปยังรุ่นละไม่ เกิดตามธรรมชาติในอัตราต่ำ สิ่งที่สามารถกระตุ้นชื่อชักนำให้เกิดมิวเทชั่นในอัตราที่สูงขึ้นได้ ยก ซึ่งก่อการกลาย หรือ ทาน (mugen) - 24. ดังสีเอกซ์, สนามมา, รังสีอัลตราไวโอเลต, สาวในควันบุหรี่, ฟลอกซัน • ทำให้เกิดการแบ่งเซลส์ผิดปกติ & เจริญอย่างควบคุมไม่ได้ แค็บ น * เกิดจากการเปลี่ยนแปลงชนิดจำนวนคดีได้ บนสาย NA - มี 2 แบบ ไฮ การแทนที่คู่เบส (buse-pair substitution) : แทนที่คู่เบสในบางงานหนึ่งของอื่น 424 การเกิดมา - มะเร็ง (สั่งก่อนเง (Carcinogen)) มีผลฟอนไทยของสิ่งมีชีวิต 4. เกลนิดหลายชนิด ซักเคิลเซลส์ (Sickle cell over id) อาจมีหรือไม่มีผลต่อการแสดงลักษณะทางพันธุกรรมก็ได้ การเพิ่มขึ้นหรือชานายของนิคส์ ไทด์ cinsertion or deletion of nucleotide) - เกิดการเปลี่ยนแปลง การทำงานของพอลิเพปไทด์ : : การเพิ่มขึ้น 40 ลง 1-2 นิวคลีโอไท ' 4.25mm mRNA พ ถ้าจำนวนนิวคลีโอไทด์ เปลี่ยนแปลงไม่ใช่เลขชุดของ 3 - ลำดับกรมในงานของที่มีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของโคดอน งของโคดอนเปลี่ยนไป was <frameshift mutation) → เกิดรหัสหลุดก่อนเฟสเดิม & มอลเพปไทด์สั้นลง นังคลี ไทยใน DNA เพิ่มขึ้น ลดลง โดยที่พียงกันใน mRNA จะเปลี่ยนแปลงด้วย * เกิดขึ้นได้ทั้ง เซลล์ร่างกายและเซลล์สืบพันธุ์ - 23. สกษณะเผือก, ทาสสซีเมีย, คอนโดเพลาเซีย tachondroplosion 4. แขนสั้น มิวเทชั่นเก็บโอโทโซม * เกิดจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของจำนวนโครโมโซม นิวคลีโอไทด์ปกติ mRNA นิวคลีโอไทด์เพิ่มขึ้น INA นิวคลีโอไม่ขาดหาย mRNA 3-TAC TCC CGA ACG TTA TCA ATA AUG AGG GCU UGC AAU AGUA Met Are Als Cys Asn Ser Tyr YTAC TTC CCG AAC GTT ATC AAT-S 5-AUG AAG GOC BUG C Met lys Gly Le Gin TEANA LING ULIA - ต่าย T-TAC TOC CGA ACT TAT CAA 5-AUG AGG OCU UGA AUA GUL Maes * ส่งผลให้ในไทย เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ex กลุ่มอาการดาวน์, กลุ่มอาการดา, กลุ่มอาการเดินทาง, กลุ่มอาการโคลนเฟสเตอร์ » การจัดทำแคงไทางทำให้ทราบถึงความผิดปกติได้ * การเปลี่ยนแปลงจำนวนโครโมโซม อาจเป็นผลจาก การเกิดนอนเซ็น (nondisjunction) ฮอมอโลกัสโครโมโซมไม่แยกจากกันใน anaphase I หรือ สองคนมาติด ไม่แยกออกจากกันใน anophos II → น. โครโมโซมชาติ ชุดโมโซม 2 40 : diploid (21) > 2 ชุด : polyplod สวน) * พอพลอย เลขคู่ สืบพันธุ์ได้ เผยศ หมั่น < การเกิดนอนคิดข้างขัน การเกิดนอนดิฉัน ในระยะไมโอซิล 1 ในระยะไมโล 11 ( ili ili I | n-l nel n-1 1 รูป 4.30 การแบ่งเซลล์ปกติและการเกิดนอนดิสจังชั่นในระยะไมโอซิส 1 และไมโอซิส 11 รูป 4.27 การ ท่าน ฟามิวเทร่ บางส่วนของโครโมโซมขาดหาย ส่วนกลางหรือส่วนปลายของแห่งใด ๆ บางส่วนของโครโมโซมที่ขาดไปจะกลั ต่อแบบกลับทิศทำให้ลำดับของ เปลี่ยนไป การเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนของโครโมโซม ต่างคู่กัน การแสดงตำแหน่ง ที่ใครไม่โอมหักขาด รูป 4.29 การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของโครโมโซม
ページ23:
การถ่ายทอดลักษ ทางพันธุกรรม การศึกษาพันธุกรรมของเมนเดล Gregor Mendel บิดาแห่งพันธุศาสตร์ ศึกษากระบวนการถ่ายทอดลักษณะโดย ทดลองผสมพันธุ์ถั่วลันเตา สรุป = ตั๊ดเกสรเพศผู้ → เอณูจาก บ.ของดอกอีกชั้นหนึ่งมาป้ายที่ยอดเกสรเพศเมีย ดอกนั้น เรียก การปฏิสนธิข้าม (crass - fertilization) ทดลอง & คัดเลือก ลักษณะ (trait) ของถั่วค้นหา : สีของกลีบดอก, ความสูงของลำต้น, รูปร่างของฝึก, รูปร่างของเมล็ด), สีของเมล็ด, ตำแหน่งดอก สีของฝึก (แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทดลองผสมพันธุ์โดยพิจารณาละลักษณะ เมก การผสมลักษณะ เดียว (Monoluorid cross) 1. ผสมภายในดอกเดียวกันหลายๆ รุ่น ได้, สายพันธุ์แท้ (True - breeding) line ice pure line) 2. ต้นแม่ดอกสีม่วงพันธุ์แท้ 4 คนพ่อดอก ชาวพันธุ์ : รุ่นพ่อแม่ 6 รุ่น P (parental generation) 3. Yor gneau nondo all: ¿'u F, ‹first filial generation) A. F, X F1 3. ได้ F (second filial generation) มีทั้งต้น ดอกสีม่วง 4 ดอกสีขาว ในอัลบาส่วน 3 : 1 Fo หน่วยที่ควบคุมลักษณะเหล่านั้นและถ่ายทอดได้ แจก win tee doctor) (แต่ละลักษณะ จะอยู่เป็นคู่ - ฝันที่ควบคุมลักษณะหนึ่งๆ มีรูปแบบที่แตกต่างกันได้ แยก weeds allele --> ภายหลัง เรียก จีน (gene) jul SUF น ยกสีม่ว จาก ดอกสีม่วงทั้งหมด มภายใน คอกเดียวกัน ดอกสีม่วง 705 น ดอกสีขาว 224 ตัน ดอกสีม่วง : ดอกสีขาว เป็น 3.15 : 1 F, ของการศึกษา เป็น ลักษณะ เป็น (Continent trait), ลักษณะที่ไม่ปรากฏในรุ่น F1 แต่ปรากฏในรุ่น F, เป็น ลักษณะ es crecessive trait) สมช. ที่เป็นดิพลอยด์ มิโคโม สมที่เหมือนกันเป็นคู่ๆ เขา ฮอมอโลกัสโครโมโซม - ชั้น แต่ลักษณะ มี คู่ของแอลลอยู่ที่ตำแหน่ง หรือโลส ( locus) เกี่ยงกันบน ฮอมอโลกัสโครโมโซม - เหมือนตอนจากต่างกันไป 2. สักลิ่นดอกถั่วลันเตา แอดดเด่น (dominant allele) ควบคุมสีม่วง, แอล) (recessive alleles ควบคุมสีขาว จีโนไทยมีแผลสดรูปแบบเดียวกัน แจก ในไทยแบบอ้อม ไซส์ (homo Bugous) : เด่น all (PP) เรียก ฮอมอไซท์สโต แนนท์ chomozygous dominont) : อ้อย all (pp) เรียก ต่อมอไซท์ เซฟ chomozygous recessive) จีโนไทป์มีแคลลัส รูปแบบต่างกัน (p) เรียก จีโนไทป์แบบเฮเทอโรไซต์ (heterozygous 2. จากการวิเคราะห์ผลการทดลองเมนเดล เสนอ หลักการพื้นฐานของพันธุศาสตร์ 1 ข้อ คือ กฎการแยก, กฎการกลุ่มส กฎการแยก ความน่าจะเป็น • หลักการคูณ : สอน :เกิดได้พร้อมกัน แอดลงที่อยู่เป็นคู่กันจะแยกออกจากกัน ในระหว่างการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ โดย เซลล์สืบพันธุ์แต่ละเซลล์จะมีเพียงแอดสดโดนอลดหนึ่ง : หลักการบอก : ไม่สามาถเกิดขึ้น กฎการรวมกลุ่มอย่างอิสระ ระหว่างการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ ฝันที่อยู่บนโคมโซมที่ไม่ได้เป็นคู่ ฮอมอโลกัสกันจะมีการจัดกลุ่มอย่างดี โดยผสมที่เป็น คู่กัน จะแยกออกจากกัน และจัดกลุ่มอย่างอิสระกับเอลลิสอื่นที่แยกออกมาจากคู่เช่นกัน การถ่ายทอด บนคอมชม - Walter Sutton true ทฤษฎี โครโมโซมในการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรม ว่า เป็นที่ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรมนั้นเป็น ส่วนหนึ่งของของโครโมโซม พร้อมกัน ตารางฟ้าเนต (Hunnett sayore) สสสิมพัน เพศเมีย เสส บน ค T TTTTT ความน่าจะเป็น จีโนไทยใน + T น qu 11 11 11 11 11 11 11 11 . 6
ページ24:
การประยุกต์ใช้กฎของเมนเดล ใช้อธิบายการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม 4 ทำนายเอกเกิดในไทยและในไท by นำลักษณะทางพันธุกรรมของ คนในครอบค จากหลายๆ รุ่น มาเชียน พันธุ์ประวัติ (pedigree) ประกอบคอม เพศ & Areey ทางพันธุกรรม กําหนดให้ เพศชาย 0 เทศหญิง D-O can • ปราณ กษณะ หรืออาการ Otto ลำดับการมีลูก เริ่มจากซ้ายไปขวา ไม่ระบุเทศ รุ่นที รูป 5.9 พันธุประวัติโรคทาลัสซีเมียของครอบครัวหนึ่ง ตรวจสอบว่า พืช ลักษณะเด่น เป็นพันธุ์แท้ หรือ พันธุ์ทาง by การผสมทดสอบ (testcross) : ฟิชที่สนใจ + ฟิชร้อย - * เด่น oll ปลั๊บปรุงพันธุ์ 'I'' → พืชที่สนใจเป็น ฟันเท เด่น : สอง - ฟิชที่สนใจเป็น พันธุ์ทาง →> by การผสมกาย (bockcross) : ลูกผสม + พ่อ/แม่ - ได้ลูกผสมที่มีลักษณะดีตามที่ต้องการเพิ่มขึ้น *** การทดลองของเมนเดล ศึกษามายการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของพื้นที่โลกเสียกัน 4 เป็นสมบุญ แต่ ในสามชาติไม่ได้เป็นการทดลองของ คนเกล ลักษณะทางพันธุกรรมที่เป็นส่วนขยายของเมนเดล ความเด่นไม่สมบูt (incomplete dominante) แอดสดหนึ่ง ไม่สามารถข่มอีก ทอดสดหนึ่งได้อย่างสมบูรณ์ - Heterozygous แสดงตนในระหว่างที่ในไทย ของ Homo 2400 45 • X 100 % ขาว - ชม ความเป็นร่วม (codominance) แอลดีทั้งสองแอดสดบน Horologous Chromosome สามารถแสดงออกให้เท่าๆ กัน ex. ระบบ ABO Sean MN, J. Rh 9 1 Namiñalonda (multiple alleles) → Heterozygous คนไทยทั้งสองร่วมกัน มีการควบคุมด้วยมิโลสยบนออมสโคนม แต่มีแอลสดมากกว่า 2 แบบ • ex. J ABO ลักษณะควบคุมด้วยยันหลายคู่ (polygenic trait) ทั้งสอง ลักษณะทางพันธุกรรมหนึ่ง ลักษณะที่ถูกควบคุมสอบปินหลายคู่ที่มีตำแหน่งบนโครโมโซมากต่างกัน อาจอยู่ในฮอมอโลกัสโครโมโซมเดียวกันหรือต่างกันก็ได้ • ex. ของเมล็ดข้าวสาลีมีขึ้นควบคุม) 3 4 R1, R2 ให้สีแดง 1, 2, ให้เช ความแตกต่างของการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม แบบมักเกิดแผลสด 4 ลักษณะ ควบคุมด้วยปืนหลายคู่ ควบคุมสอบปั่นตำแหน่งเสียว - และในไทยเราต่างกันชัดเจน 24. หมู่เลือด 890 - เรียก การแต่งต้นไม่เนื่อง (discontinuous variation) ควบคุมด้วยยีนหลายคู่ - มีโนไทป์ หลากหลาย และ แกต่างกันเล็กน้อย 23. ส่วนสูงมนุษย์, สมิง (ส่งเองมีอิท เรียก การแปรผันต่อเนื่อง (continuous variation) การถ่ายทอดยีนบนโครโมนเพศ ลักษณะทางพันธุกผสมบางลักษณะ ควบคุมด้วยยาที่อยู่บนโครโมโซมเพศ เรียก ยีนที่เกี่ยวเนื่องกับเพศ (sex-linked gene) 23. ทาบอดสีเขียว-แดงในมนุษย์ ควบคุมอง ชินบนเกม X CX - linked gene), ex. ลักษณะทาปากสีเขียว-แดง, โรคฮีโมฟีเลย, โครงเคร่องเอนไซม์ G-6-PD * เหล่านี้เป็นลักษณะด้อย ควบคุมด้วยยีนบนโครโมโซม Y C9 - linked gene) ถ่ายทอดจากพ่อไป ลูกชาย หลานชาย และเพศชายทุกคนในครอบครั * ลักษณะงาน ที่ควบคุมด้วยกันบนออโทโซม : เพศชาย 88 มีรษะล้าน, เพศหญิง BP ซึ่งไม่ผ่าน ยีนบนโครโมโซมเดียวกัน กลุ่มปินที่มีตำแหน่งอยู่บนโครโมโซมเดียวกัน ถ้าอยู่ใกล้ชิดทนมากมักจะมีการถ่ายทอดไปพร้อม ๆ กัน เรียก สิวหาย (linkaget) 23. ผสมพันธุ์แมลงหวี โดยพิจารณาสอง ลักษณะ คือ สีของลำตัว & ลักษณะของปัก ระหว่างการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส ใน Pets prophase I โครโมโซมที่เข้าคู่กันจะเกิด ครอส ซึ่งโอเค (Crossing over) แลกเปลี่ยนชิ้นส่วนโครมาทิด - ชั่นที่เคยถ่ายทอดไปด้วยกันบางส่วนแยกจากกันไปยังเซลส์สืบพันธุ์แต่ละเซลล์ - เกิดเซลล์สืบพันธุ์ที่มีการจัดกลุ่มใหม่ของปืนต่างสาบหน่งที่ทำให้ได้กลุ่มพื้นที่ต่างไปจากพ่อหรือแม่ เรียก SAO crecombination) TU L | || แทบผลักเด่นที่ควบคุมตัวห " แทน ควบคุมก รูป 5.27 กา ยีนที่เป็นสิ่งเ
ページ25:
เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ พันธุวิศวกรรมและการโคลนขึ้น การตัดต่อและถ่ายอื่นที่ต้องการเข้าสู่สิ่งมีชีวิต - สิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม (genetically modified organism : G10) - เทคนิค พันธุวิศวกรรม (genetic engineering) ขั้นตอนการสร้างสิ่งมีชีวิตสดแปรพันผม ได้แก่ การโคลน นโดยใช้พลาสมิดของแบคที่เรีย การเพิ่มปริมาณขึ้น หรือ DNA ที่ต้องการโดยดีเอ็นเอมาหนหรือเวกเตอร์ (Vector) 1. พลาสมิดของแบคทีเ * พลาสมิด : DNA สายคู่ - เป็นใจอยู่แยกจากโคโมโซมของแบคทีเรีย ยีนต้านมาปส่วน บริเวณที่เป็นตำแหน่งตัดของ เอนไซม์ ดาหาร หลาย โด - มีการสร้าพลาสมิดที่เป็นทานยาปฏิชีวนะ 3. แอมเซลลิน - ใช้คัดเลือกเซลล์แบบที่เขาได้รับพลาดไปในเซลล์ แม้บริเวณที่เหมาะสมต่อการแทรกสาย DNA ที่มีใน word การสร้างดีเอ็นเอ คอมเมนท์ (recombinant PNA) ทำได้โดยใช้ . การต่อสาย DNA สายเอนไซม์ด เพาะ : restriction พันธะฟอสโฟไอเอสเทอร์ ในสาย DNA บริเวณที่มีลำดับนิวคลี่ได้ไทด์ จำเพาะ enzyme • 4 roses ที่มีสายนิวคลีโอไทด์ สามเสี่ยงออกมา เรียก ปลายเข็ม) (Sticky ed.) ตำแหน่งรัดของ สาย NA ทั้งสองเส้นอยู่ตรงกันพอดี แยก ปลาม ( blunt end) การเชื่อมสาย DNA สวมเอนไซน์ดีเอ็นเอไลเก ด • DNA tiger เล่งปฏิกิริยา สร้างจนฟอสโฟไอเอส ๓ ปลายสาย DNA การถ่ายดีเอ็นเอ คอม เนชั่นเข้าสู่เซล เคเงิน และคัดเลือกเซลล์ที่ต้องก เซลล์แบคซีฟัยที่ได้จับพลาสมิด เจริญได้ในอาหารเลี้ยงเชื้อที่ใส่ยาชั่วน เมื่อแบคทีเรียแห่ง เซลส์ พลาสมิด จำลองเอง 4 ถ่ายทอดไปยังเซลล์ลูกทั้งสอง การเพิ่มจำนวน DNA ด้วยเทคนิค PCR แยก กับเบสนี้ว่า บริเวณจดจำ (recognition site) by เทคนิคพอลิเมอนเซนนอกซ์หลับ มีอา (polymerase chain reaction ; Pots by เครื่องเทอลไซเดอร์ (thermal cutler) materials ภายใน2000 ทดลอง : DNA template หา ตาราง 6.1 ตัวอย่างเอนไซม์ตัดจำเพาะ ลำดับเบสที่เป็นบริเวณจดจำ และตำแหน่งตัดจ่า แบคทีเรียที่ผลิต ลำดับเบสที่เป็นบริเวณจดจำ ผลิตภัณฑ์จากการ เอนไซม์ เอนไซน์ Ecol Escherichia coli RY13 Pall Providencia shart Xanthomonas malvanaum Xanthomonas Xeyl cyanopsidis Smal Serratia marcescens Hell Haemophilus aegypticus และตำแหน่งตัดจำเพาะ (4) ของเอนไซม์ SCTGCAG 2 GACGTCS 5.CCCGGG X GOOCCES CCCGGG : Primer : nucleotide : DNA polymerase in Buffer. Methods 1. เพิ่ม Ta 45 C - DNA template 2 สายแยกจากกัน 2. Ao Ta so-cot 3 ปรับ TQ & c Primer จับ NA template a บริเวณที่ต้องการเพิ่มจำนวน A polymerase จำลองสาย DNA 9 บริเวณที่ต้องการ * DNA polymerase ใน FCR สามาแทน สูงได้ (จากแบคทีเรียในน้ำร้อน กางเขนาดของ DNA และนางสมร คดีโอไทด์ การหาขนาด DNA ด้วยเทคนิคเจลอิเล็กโทรฟองซิส แยกโมเลกุลของ DNA ที่มีความแตกต่างออกจากกันในสนามไฟฟ้าผ่านท์ทกลางที่มีลักษณะเป็นหุ้นที่มีรูพรุน ใน DNA เคลื่อนผ่านกลาง (s, opponent gel, polyacrylamide gel ภายใต้สนามไฟฟ้า DNA มีประจุ © เคลื่อนเข้าหา @ • DNA ขนาดเล็ก เคลี่อนเร็วก ขนาดใหญ่ สองย้อมสีในทางตรวจสอบ MA (as thidium bromide etc. - เมืองแสงใน UV - DNA ขนาดเท่ากัน เคลื่อนไปอยู่ด้วยกันจำนวนมาก มองเห็นเป็น แถบ chand • การหาขนาด DNA ทำโดย เทียบกับ DNA Parker - DNA ที่ทรมานาย ในจำนวนคู่เป กางนา ลำดับ นิง ครี ไท = การหา DNA (DNA sequencing) ใช้เครื่องมือ เรียก เครื่องหาลำบาก โฮไทยปนอัตโนมัติ (automated sequencer)
ページ26:
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทาง DNA 0 ด้านการแพทย์และเภสัชกรรม การสร้างผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์และเภสัชกรรม - สร้าง สมช.ดัดแปรพัน กรรม for ผลิตไปจนที่นำมาใช้ประกอบทางกา . Insulin. Growth hormone อัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกัน การวินิจฉัยค - ตรวจหาโรคทางพันธุกรม ความเสี่ยงในการเกิดอ - วิธีที่นิยม คือ PCR โดย ไพมองไม่สามารถจับกับ DNA ของแอดลองได้ - ไม่เกิดผลิต ของ PR การบำบัดสองยื่น * โดย ถ่ายสดปกติ หาเซลล์ หรือ เนื้อเซีย ที่ผิดปกติ - จีนเทสกาโนมมนุษย์ 4. ควบคุมในวันนั้น แสดงออก และสร้างโดยที่ปกติ ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม ปรับปรุงพันธุ์พืช เฟ่ตร์ ใช้ในการคัดเลือกพืชและสัตว์ ด้วยการหาเครื่องหมายโมเลกุล (molecule marker) ของสกะที่ต้องการเพื่อช่วยลดระยะ 4 อาการบปรุงพันธุ์ ดัง เล ด้านนิติวิทยาศาสดา ใช้เทคนิค การวิเคราะห์ STR (short tender repeat analysis) - สาย DNA จะมีงานที่มีลำดับเบสประมาณ 2 - 0 เปส ซ้ำๆ กันต่อเนื่องเป็นช่อยาว เรียก short tender repeat (STP) โคโมโซมเป็น Horologus กันมี STR ที่ตำแหน่งเดียวกัน แต่ ความยาวต่างกัน ในแต่ละแอดสด ขึ้นอยู่กับจำนวนใน STR และ ต่างกันในแต่ บุคคล การวิเคราะห์ STR = ทางวงหา จนของ STR ในเลย เหน่ง 09 Pat เมื่อใช้ไม่หมองที่นอกต่างกันหลายๆ เอ อาจสอบ 5% ในหลาย ๆ แหน่งเกิด เป็น รูปแบบเฉพาะบุคคล - ลายพิมพ์ PINA (DNA meetprint) • ใช้ตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์ ทาง สายเสียง โดย สามแบบ ลายพิมพ์ DNA ซึ่งหนึ่ง เหมือนพ่อ และอีกฝั่งหนึ่งเหมือนแม่
ページ27:
วัฒนาการ หลักฐาน และข้อมูลข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาวิจัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ซาก ก เบง บางครั้งซากหอร่องรอยของสิ่งมีชีวิต) เสียอยู่ในรูป ซากดึกดำบรรพ์ (fossil) ต. ไทย, ปราง, เพลง ในอำพัน te บางครั้ง สมช. ในปัจจุบัน ยังคงมีลักษณะใกล้เคียงที่พบตั้งแต่อดีต เรียก สิ่งมีชีวิตคงสภาพดึกดำบงาน Chiving fissile ex, wasan14, หอยงวงช้าง, แปะก๊วย etc. ทั่วไป ซากดึกดำของพ่อายุมากกว่า อยู่ในหินชั้นล่างที่มีอายุมากกว่า 2 สามาถบอกลำดับการเกิดของ สนช. บนโลกได้ ปากกบรรพ อายุน้อยกว่า มีโครงสร้างที่ซับซ้อน & ลักษณะใกล้เคียงกับสมช. ในปัจจุบันมากว่า กายวิภาคเปรียบเทียบ = โครงสร้างคล้ายกัน ทำหน้าขี้แตกต่างกัน - โครงสร้างกาเนิดเดียวกัน (homologous structure) Ch63dร้างที่ทำหน้าที่คล้ายกัน โครงสร้างทางกายวิภาค งาน = โครงสร้างกำหนดต่างกัน (Apologous structure) วิทยาเสมอ เปรียบเทียบการหงิญเติบโตใน เอ็มบริโอ ซึ่งวิทยาโมเลกุล เป็นหลักฐานที่ได้จากข้อเท็จจึงที่ว่า สิ่งมีชีวิตมี DNA เป็นสารพันธุกร การแwn ยายสั่งมีชีวิตทางภูมิศาสตร์ เป็นหลักฐานที่ได้จากการศึกษา ซึ่งมีชีวิตที่เพาะกายในขณะต่างๆ บนพื้นส แนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต แนวคิดเกี่ยวกับ นาการของสมา เสนอแนวคิดเพื่ออธิบายว่า สมช. มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างให้เข้ากับสภาพแวดล้อมขณะเกิดจาการ แนวคิดอาศัยทดั่กการ 2 ปก 16 * กฎการใช้และไม่ใช้ clos of use and disuse) - โครงสร้างที่ใช้งานมากจะใหญ่ 6 หนอง, โครงสร้างที่ไม่ได้ใช้งาน จะอ่อนแอ & เสื่อมลง • กฎการถ่ายทอด กษณะที่เกิดขึ้นใns claws of inheritance of ampire characteristics) - โครงสร้างเปลี่ยนแปลง สามารถถ่ายทอดไปยันลูกได้ เป็น...คิด ไม่มีมาหาน สนับสนุน ว่าตามเกิดได้จริง แนวคิดเกี่ยวกบ นาการของคาเน เสนอ ทฤษฎีทาง คือ เสกโดย งงมา หากคิด คือ กพช. ในปัจจุบัน เป็นรุ่นลูกหลานที่มีศักษณะแตกต่างจาก สมช.ที่มีมาในอดีต โดย ลักษณะที่เหมาะสมเท่านั้นจะถูก คัดเลือกให้คงอยู่ในสภาพแวดล้อมนั้น การ สมช. มิได้กษณะที่เหมาะสมกับสภาพ100 คอม - การปรับ ซึ่งวิฒนาการ Cevolutionary, adoptation) ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดสปีดใหม่ <speciotion) - ทฤษฎีการเสียโดย สมชาติ ( theory of natural selection) ของจริงที่ 1. สมช. ทุกชนิดมีความสามาถในการสืบพันธุ์ 6. ให้กำเนิดลูกหลานจำนวนมาก ) ข้อสรุปที่ 1 สมช มีการต่อสู้กันบนเพื่อการอยู่รอด & ให้ได้ ข้อเท็จจริงที่ 2 จำนวนสมาชิกของประชากรและในแต่ละรุ่นมักคงที่ ข้อเท็จจริงที่ 3 ปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของ สนช. มีปริมาณ จำกัด 6 สิ่งที่จำเป็นต่อการดำรง ซึ่งมีจำนวนจำกัด จึงมีสมาชิกเพียงส่วนหนึ่งที่อยู่รอดในแต่ละ (ข้อเท็จจริงที่ 4. สมาชิกและสาวในประชากรมีสักชกต่างกัน นั่นคือมี ความ ฝน (variation) ๆ ของสปที่ 2 การอยู่รอดของสมาชิกในสิ่งเพื่อดร้อนไม่ได้เกิดขึ้น ใช้คนที่จจริงที่ 5 ความแปรผันในประชากรเป็นลักษณะที่ถ่ายทอดไปยังรุ่นต่อไป โดยการสืบพันธุ์ได้ ในทุกป * ข้อสรุปที่ 3 การสมาชิกและสาวในประชากรมีศักยภาพในการออดและให้กำหนัด ดูกหลานไม่เท่ากัน ทำให้ประชากรเปลี่ยนแปลงไปทีละเล็กน้อย และมีลักษณะที่เหมาะสม กับสภาพเหดล้อม สะสมเพิ่มขึ้นในแต่ละรุ่น อย่างคุ้ม แต่เป็นผลมาจากทางพัน นางนอง สมช. สมช. ที่มีลักษณะ เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมให้กำเนิด คุกดานได้มากกว่า
ページ28:
ดาร์วินยังไม่สามารถอธิบายได้ว่า ความแปะทางพันธุกรรมของประชากรเกิดขึ้นได้อย่างไร และมีการถ่ายทอดลักษณะที่เกิดขึ้นจากพ่อแม่ไปยังรุ่นลูกได้อย่างไร พันธุศาสต ประชากร ประชากร (population) = สมช. สปีชีส์เดียวกัน อาศัยอยู่รวมกันในพื้นที่เดียวกัน ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง และสามารถผสมพันธุ์ระหว่างกันได้ ศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงความถี่ของแอadd callele frequency) และ ความถี่ของจีโนไทป์ (gendly pe frequency) ความถี่ของแอล ละเลยความถี่ของจีโนไทป์ - ยื่นทั้งหมดที่มีอยู่ในประชากร ในช่วงเวลาหนึ่ง = ปิ่นพูล (gene pool) ความถี่ของแอลลีล = จ้านจนเลสดใดแอลดี่สหนึ่งของขึ้นที่ต้องการศึกษาในฝันพล จำนวนแอดดีลทั้งหมดของชั้นที่ต้องการศึกษาในชั้นพล สมช. ที่เป็น digoid ในเซลส์ร่างกายและจะมีจำนวนโคลัมโซม 2 ชุด และแบบฮอมอโลสโครโมโซม จึงมีแอคคลที่อยู่บน 44 เสียงกัน 2 แอดล เช่น ถ้าขึ้นหนึ่งมี 2 แสน จะประกอบสวย แดง 4,9434 4 ความถี่ในไทย – จำนวนสมาชิกในไทยและแบบของขึ้นที่ตองการศึกษา สกาของฮาร์ดี้-ไวน์ ก จำนวนสมทั้งหมดในประชาก6 ความถ่าย 164 465 ความถี่ของ จีโนไทยในปั่นพูลของประชากรจยมีค่าคงที่ในทุก ๆ ชื่อรุ่น ประชากรอยู่ในเงื่อนไข ๕๕๕ 9 » ประชากรขนาดใหญ่ - ไม่มีการถ่ายเท เคลื่อนย้าย นะหว่างประชากรจากการอพยพเข้าหรือออก ไม่เกิดมิวเทชั่น สมาชิกทุกโอกาสผสมพันธุ์ได้เท่ากัน หรือการผสมพันธุ์ เคยม • ไม่เกิดการคัดเสียงโดยสมชาติ สมการของฮา - ไทย 0 + 100 + 9 = 1 - 2 = ความถี่ของแอดดเด่น <p+qp² = 1 า 0 = ความของ on - ประชากรที่มีความถี่ของแอลลล, ความเองในไทยคงไม่เปลี่ยนแปลง เรียกว่า ประชากรที่อยู่ในสมดุลฮา - ไทย เอก ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความถี่ของแอลล การเกิดวิสัยมนาการในจะสลบ หรือในประชากรของ สมช. มักปรากฏขึ้นที่จะเล็กๆ น้อย และใช้เวลาไม่กี่รุ่น แยก 24ฒนาการ จุลภาค (microevolution) การเปลี่ยนแปลงที่ใช้เวลานานก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในไทยในประชากร ซึ่งมากพอ จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับที่ทำให้หัวสปาใหม่ของหนัก 1 ระดับ เรีย วิธีอมนาทางภาค (macroevolution) ปัจจัยที่ทำให้ความของแอลในประชากรเปลี่ยนแปลง เกิดจิตนาการลาก ? Laowaiwaq. crandom genetic drift) . การเปลี่ยนแปลงความถี่ของแอดคมที่เกิดขึ้นในประชากรขนาดเล็ก - แอสคอที่มีกามถี่ต่ำในประชากร หายไปจากวันฟูลของประชากรได้ ประชากรขนาดใหญ่ถูกทำให้เล็กลงอย่างมาก เรียก ปรากฏการณ์ คอขวด (bottleneck effect) หากสมาชิกกลุ่มน้อยของประชากรขนาดใหญ่ ทางช้ายถิ่นไปอยู่ แหล่งที่อยู่ใหม่ จีน ลาว ประชากร 1 สกา จากประชากรตอนเริ่ม กา เรียก ปรากฎการณ์ผู้ก่อตั้ง (founder (fect) กา ถ่ายเท น . (gene flow) การเคลื่อนย้ายขึ้นหรือแอดสด สว่างประชากร ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปจะทำให้ความถี่ของเสียในปาก เปลี่ยนแปลงไปได้ * การผสมพันธุ์แบบไม่ดื่ม (nonrundorn rating) • อาจเกิดได้จากการผสมพันธุ์เอกลักษณะ (Assortchive moting) และ การผสมพันธุ์ในเครือญาติ (inbreding) - มาเทน (mutation) . เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งในระดับอื่น และในระดับโครโมโซมในลักษณะทาง การเกิดมาทานเพียงอย่างเสียวไม่มีผลมากพอ จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางพันธุกผมของขึ้นพูดในประชากรขนาดใหญ่ภายในตัวรุ่นเดียว แต่เป็นการสร้าง แอด สดใหม่มาสะสม ทำให้เกิดความหลากหลายทางพัน - การเสื่อมของมชาติ (natural selection) ของประชาก ทำให้สมาชิกของประชากรที่มีสาณะเหมาะสมกับสภาพ 10 ล้อมมีลูกหลานได้มาก จึงมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
ページ29:
กำเนิดสปีชีส์ ความหมายของสปี ทางสาย วิทยา - สมช ที่สามารถผสมพันธุ์กันได้ในชาย และให้กำเนิดลูกที่ไม่เป็นทอง ทางด้านสัณฐานวิทยา = สมช. ที่มีโครงสายนอกเหมือนกันหรือการทำงานของโครงสร้างนั้น คล้ายกัน ทางด้าน สายวิวัฒนาการ - สมช. ที่มีนากานานพอที่จะเกิดลักษณะใหม่ที่ทำให้แตกต่างจากสปีชีส์เดิมจนจากการศึกษาโดยอาศัยข้อมูลทางบวกดี (reproductive isolation) แบ่งเป็น 2 ป การแยกตากสิน - การแยกการสืบพันธุ์ก่อน ไซโกต 4 แหล่งที่อยู่ > พฤติกรม ช่องเวลาในการผสมพัน - สร้างของครับ สินธุ์ P เซลล์ดับพันธุ์ เหตุกเสืบพันธุ์สังเวย ไซโกต กางเบทเทอ D ลูก มาย - ลูกผสมปั่น * ลูกผมสมเทส กาห 6 สปีชี่ ใหม่ ฟ เกิดขึ้นเมื่อไม่มีการถ่ายเท และ หว่างประชากรในรุ่นบรรพบุรุษ ทำให้ประชากรทั้งสอง โครงสร้างทางพันธุกรรมมากต่างกัน หาการเกิดเป็นสปีชีสไหลขึ้นได้ อาจเกิดได้ 2 แนวทาง 2. - กำเนิดลมบน แอดมาทริก (alopatric speciation) . เกิดเป็นสปีชีส์ใหม่จากการแปลนเยกทางภูมิศาสร์ และไม่มีการถ่ายมายืนรอหว่างกัน 2 - กาเนิด ที่เป ซิมมาก (Synpolitic speciation) . เกิดสปีใหม่ ในเขตภูมิศาสตร์ยวกัน โดยมีกลไกป้องกันไม่ให้ประชากกลุ่มย่อยมาผสมพันธุ์กับประชากเดิมได้ เช่น การเกิด poudiploid ของฟัง การกินอาหารต่างชนิดกัน จนที่สุดเกิดเป็นปีใหม่
ページ30:
โครงสร้างของดอกและชนิดของผล ซึ่งมีใบพันธุ์ของพีซอยู่ โครงสร้างและประเภทของดอก ดอกโดยทั่วไปมีส่วนประกอบ 4 ชั้น เรียงเป็นวงที่ฐานดอก (receptacle) วงกลีบเลี้ยง c colug) : กลีบเลี้ยง (Seal) - วงกลีบดอก (corolla) : กลีบดอก (peal) candroecium): une estamen * งเกงเพศเมีย (gynoecture) : เทสเพศเสีย (pishi) เกสรเพศผู้ อับเรณู - ก้านชูอับเรณู ยอดเกสรเพศเมีย ก้านเกสรเพศเมีย - เกสรเพศเมีย รังไข่ วงกลีบเลี้ยง กลีบดอก วงกลีบดอก กลีบเลี้ยง ออ ล ├วงเกสรเพศผู้ เกสรเพศผู้ ประกอบด้วย อับเa Cartier), ก้านชูอับwas filament) เกสรเพศเมีย แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ▸ ส่วนล่างสุด : ติดกับฐานดอก : มัก (ซึ่งพองcon มากกว่าส่วนอื่น เอก ทั้งไข่ (ovara) * ส่วนกลาง : ต่อจากสั่งไข่ขึ้นไป คือ ก้านเกสรเพศเมีย (sale) ส่วนปลายสุด : ขออาสาเพศเมีย (stro) ภายใน มีโครงสร้างกลม หรือ เรียก ออล (ovule) กลับเลี้ยงและกลีบดอก ติดอยู่เป็น วงบนฐานดอก เรียก วงกลับ การจำแนกประเภทดอ » ตามส่วนประกอบ nanny (complete flower) : มี ส่วน rene ครบทั้ง 4 สม ฐานดอก ดอกไม่สมบูรณ์ (incomplete Power : ขดส่วนประกอบส่วนใดส่วนหนึ่ง * ตามเกสรเพศ . ก้านดอก ดอกสมบูณ์เพศ (perfect flower) : มีทางแยก 4 เสียอยู่ภายในดอกเดียวกัน ดอกไม่สมบูรณ์ (imperfect flower) : มีเกสรเพศใดเพศหนึ่ง • เหน่งไปเสียเทียบกับคนหนึ่งวงกลับ . วงเกสรเพศเมีย ดอกที่มียังไม่เหนียว กลิ่น (Superior ovary) เช่น มะ, ตบ, จำปี, พรก, ง, มะละกอ, ส้ม etc. - ดอกที่ยังไม่ให้ จงกลับ ( interior ovary) เช่น คำสั่ง, ฟักทอง, แต่งงา, ขอบ, ทับทิม, สวย, สยพลัง จานวนดอกที่อยู่บนก้าน . ดอกเดี่ยว (solitary Tower) : 100ยน 14000 เช่น จำปี,ปอ, คุณนายตื่นสาย, ทิวลิป etc nono inflorescences). ชนิดของผล ผลเดี่ยว (simple fruits * เจริญจากดอก 1 6 ที่มี 1 ยังไม่ 1 ดอกย่อย ) 4 ดอกลดอยู่บนก้านช่อดอก เช่น สายไฟ, เต็ม, ผกากร, พฤกษ์ et. : ดอก มักเข้าใจว่าเป็นดอกเดี่ยว เช่น ทานตะวัน, ดายเอง, การกระจาย, บาน etc. - กานช่อดอกหดสั้น 6 แผ่ขยายออกเป็นวงคล้ายจาน แยก 1 ในดอก ส่งม (Common receptacle) * จากดอกเดี่ยว เช่น ตะขบ, ส้ม, เรือน, มะ, - จากดอกซ้อ หุ้น กระถิ่น, อุ่น, มะพร้าว etc. Wanda caggregate fruity ท้อยติ่ง ce * เจริญจาก 0 0 1 0 0 ที่มี หากเพศเมีย ) 1 อยู่บนฐานดอกเดียวกัน : co ) 1 • ผลย่อยอาจแยกจากกัน เช่น จำปี, ป่า, ทาง, 90, 1863 07 - ยอยยางหยอดกันคล้ายผลเคียง เช่น น้อยหน่า, หลง, สอนของ etc. Wow multiple fruits. • เจริญจากดอกช่อ ซึ่งดอกย่อยเยอะ และอยู่ เขียดชิดกัน • ผลอยอยู่เซี้ยสดนบนแทน ดอก จนดูคล้ายเป็นหนึ่งผล • เช่น ยอ หล่อน, ศิบปมด, ฟาก, ขนุน, มะเดี่ย etc.
ページ31:
วัฏจักรชีวิตแบบสมของฟิชดลูก วัฏจักรชีวิตของพืชเป็นวัฏจักรชีวิต พบสลับ (alternation of generation) ประกอบด้วย ** สปอโรไฟ (sporophyte) : สร้างสปอร์ * แกมีโทไฟต์ (gametophyte) : สายเซลล์สืบพันธุ์ โครงสร้างของ sporophyte ประกอบขึ้นจากเซลล์ที่อยู่ในสภาพ diploid Sporophyte สร้างเอง จากการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิสของ มาเย (spore mother cells) ซึ่งอยู่ในสภาพ haploid - แบ่งเซลส์, ไมโทซิส เพื่อเจริญ เลยพัฒนาไปเป็นแกมีโทไฟต์ และเพศเมีย ได้เป็น ไซ 10 - ไม่โทษ เพิ่ม 41หวนเซลล์และพัฒนาไปเป็นเดือนเ - เอ็มบริเจริญ เป็น sporophyte สปอโรไฟต์ เอ็มบริโอ สปอร์มาเทอร์เซลล์ ไมโทซิส ไชโกต ติพลอยด์ (2n) แฮพลอยด์ (n) ปฏิสนธิ เซลล์สืบพันธุ์ สปอร์ ไมโทซิส แกมีโทไฟต์ ไมโอซิส พืชมีช่องเสียงที่ไร้เมล็ด เช่น พัน คนที่เห็น เป็น sporophyte ; เมื่อโตเต็มที่ จะมีโครงสร้างที่สร้างสปอร์ เมื่อมีการกระจาย สปอ. สปองจะหลุด 110 sporophyte พิชาดา ต้นที่เห็นเป็น sporophyte : โครงสร้าง ของไม่ได้446-47 sporophyte ทั่วไปแล้ว จะมองไม่เห็น gando phut e460 46en we ของ เฟิน จะเห็นเป็นแผ่นสี ยบางๆ การบน แบบอาศัยเพศของฟิชดอก การสร้างไมโครสปอนเลยเมกะสปอร์ และการสายเซลล์สืบพันธุ์ เพศผู้ สร้าง microspore จาก Microspore mother cell In megasporen megaspore mother cell microspore & teaspore อาจสร้างใน ดอกเสียงกัน เช่น ชบา, กุหลาบ, พลับพลัง etc. - การสร้างเซลล์ ฟัน ฟ ► , ต่างดอกในต้นเดี่ยวกัน เช่น ปัตตาเวีย, ข้าวโพด etc. ต่าง ดอก ต่าง เช่น ตาม Note etc. * ภายในอับหนู จะพบ “พยังสบ (pollen sac) เป็นลักษณะ 4 ช่อง ภายในมีไมโครสปอร์ มาเmeter (microspore musthese cell). เซลล์ ▸ microspore mother cell. wala bold microspore 4 microspore แบ่งไมโทซิสได้ 2 เซลล์ คือ เซลล์ และ เจเนอเรทีฟเซลล์ เรียกรวม ๆ 696 (poler) 65526= เกรทไฟ เพศผู้ (mole gametophyte) - แตกบนยอดเสาส่ง เพศเมีย - เซลส่งอก หลอด (4 เจเนอเรทิฟเซลล์แบ่งไมโทซิสได้ สม 2 เซลส์ การสร้างเซลล์สับหั่น พศเมีย เ า * ออวุล nends ผนัง08 จุด (integument) ซึ่งชุดเนื้อเชื่อ ทางใน ที่เรียก 1 เซลส์ส (nucellus) * เซลล์ เซลล์จำนวนมาก แต่จะมีเซลขนาดใหญ่ 1 เซลส์ Lion vannbleka modrad (megospore mother cello. • megaspore mother cell major in megaspore 4 berast * ออลที่ยังเจริญไม่เต็มที่ ผนังออกหุ้มไม่ชอบ จึงเกิดเป็นร่องคิด เรียก ไมโครไพล์ micropyle การสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ การสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย โพรงอับเรณู อับเรณู ผนังออกูล นิวเซลลัส — เมกะสปอร์มาเทอร์เซลล์ (2n) — ไมโครสปอร์มาเทอร์เซลล์ (2n) ไมโอซิส เป็น ไมโอซิส ไมโครไพล์ 4 ไมโครสปอร์ (ก) ไมโครสปอร์ (n) - ไมโทซิส ทิวบ์เชลล์ —— ทิวบ์นิวเคลียส เจเนอเรทีฟเซลล์- เมกะสปอร์ (n) 4 เซลล์ (3 เชล สลายไป) ไมโทซิส แอน ในแคล ซินเนอร์จิต เรณู (แกมีโทไฟต์เพศผู้) -โพลาร์นิวคลีโอ เชล ไข่ (1) ถุงเอ็มบริโอ (แกมีโทไฟต์เพศเมีย) potamureballs Ea balie หลอดเรณู สเปิร์มเซลล์- ( ทิวบ์นิวเคลียส - TAUR ออวุล megaspore A เซลส์ จะมี 3 เซลล์สลายไป เหลือ 1 เซลล์ ไปเป็น หากมีเพศเมีย (female gametophyte) + ไมโทซิส 3 ครั้ง - 9 เคลียส แยกกันอยู่ ตรงข้ามกัน ทั้งลบ 4 หัวเคลียส์ : 3 เคลียสาวช่อน อยู่ตรงข้ามไมโครไพล์ & สร้างเชื่อมสอมอน และนิวเคลียส เรียกกลุ่มเซลส์ นี้ว่า แอน (พ.04 cantipglos 1 L 4 เซลล์ ด้านไมโครไพล์ : เซลล์ไข่ cegg. : 6 นิวเคลียสของจานล่าง อยู่ ด้านไมโครไพล์ & เปลี่ยนสภาพเป็นเซลล์ cell = เซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย wad our mata (synergids | นิวเคลียสที่เฉลี่ย ของแต่ละตัว เคลื่อนมาตรงกลาง เกิดเป็นสภาพนิวเคลียส เรียก เพลาคลอ (polar nuclei) : มีไซโทพลาซ ล้อมรอบเกิดเป็นเซลล์ขนาดใหญ่ เรียก เชนทร์, เซลล์ (Central cell อยู่งกลางของ ตุง เอ็มบริโอ (embryo spot)
ページ32:
. ผล การถ่าย และการงอกของหลอด การเกลี่ยนย้าย จากอับเรณูไปตกบนยอดเกสรเพศเมีย เรียก การถ่ายเ • ในสมาธิอาจเกิดโดย ผม น้า นมสูง หรือสิทธิ์ เป็น พาหะถ่าย เมนูของฟิชต่างชาเคมีกราม,เอากัน ซึ่งส่งผลต่อรูปแบบการถ่าย (pollinator ) • เมื่อกางถ่าย เกิดแล้ว และ จะงอกหลอดผ่านขาดทางเพศเมีย ไปจนถึงยังไม่ * เรณูของพืชบางชนิดอาจ36, 2006, 4 สลายอัน แต่มันเพาะ ตลอดทั้งปี เคยเคลื่อนไปเท่านั้นส่งอกมา ไปถึงออดุล และ สมเซลทั้งสองเซลล์ เคลื่อนตามที่เคยตายในหลอด ซึ่งจะผ่านเข้าไปในออวุลทายไม่ไกล แล้วปล่อย สม เคสัย หาภายในกุย, มโน เกิดการปฎิสนธิ การปฏิสนธิ เป็นการปฏิสนธิ (double fertilization) คู่หนึ่ง สมเซลล์ + เซลล์ไข่ - ไซโก - เอ็มบริโอ คู่หนึ่ง : สติมเซลล์ + เพลงคาย - เอนโดสเปิร์ม นิวหา เบส - เอนโดสเปิร์ม (endosperm กากดผลเเละเมล็ด = หลังปฏิสนธิ : กลีบดอก กลีบเลี้ยง, เพศผู้ จะเผลองไป ง : วอล ไปเป็น เมล็ดอยู่ ภายในผล ซึ่งพัฒนาจาก รังไข่ ผนัง๕๕d ไปเป็น ผนังผล (pericarp) ง • ผนังผลอาจแบ่งเป็น 3 ชั้น คือ ผนังผลชั้นนอก (exoCorp), ผนังผลชั้นกลาง (mesocarp), ผนังผลชั้นใน (endoco tp) • ผลบางชนิด แขกผนังผล ออกเป็น 4 ชั้น หน เช่น มะม่วย ไม่ชัดเจน ฝุ่น องุ่น,มะเขือเทศ พิจารณาจากลักษณะของหนึ่งพล แห่งผลไม้เป็น 2 กลุ่ม , ผลมีเนื้อ : ผนังผลทั้งทหารหรือเงียบ เพื่ออาจอ่อนนุ่ม เมื่อเจ เสมที่ผนังผลกระทบน้ำ ชั้น พุทธ, ส้ม, สะดุด, ล่อง Ch. • ผลแห้ง : เมื่อเจริญเต็มที่หรือแก่แล้ว ผนังผลสดขณะแห่งหนึ่ง ไม่มีเนื้อเหลืออยู่ เช่น ประดู่, ยางนา, โว๊ค Dre Hum etc. เมล็ด และเอ็ม ก การปฏิสนธิของพืชดอกเกิดภายใน ออดุล - เกิด ไซโกต & เอนโดสเปิร์มนิวเคลียส • ไซโกต - เอ็มบริโอ 90 => เมล็ด 1 weee 8 - เอกเมล็ด (seed Coat) หุ้มสมองคนสวน เอ็มบริโอที่อยู่ภายในได้ เนื้อเซอนิวเซลส์สหมดไป ว่างทางพัฒนาของหมอ เมล็ก ประกอบด้วย - เปลือกเมล็ด (seed coat) ง - แวคิวโอล - เอนโดสเปิร์ม นิวเคลียส — โชโกส เอนโดสเปิร์ม —— เอ็มบริโอ เอนโดสเปิร์ม — เอ็มบริโอ - เปลือกเมล็ด- เอนโดสเปิร์ม— เอ็มบริโอ - เจริญจากผนังคอ 1 เอ็มบริ อยู่นอกสุด ป้องกันเต็มบล พืชบางชนิด ป้องกันไม่ให้เมล็ดงอกจนกว่าอยู่ในงานเวดล้อมที่เหมาะสม ที่ผิว เลยแผลเป็น เด็กๆ ยก ได้สม chilus) : เกิดจากก้านออกหลุดออกไป 6 ใกล้ๆ มีไมโครไพล์ ซึ่งเป็นช่องเปิดขวดเล็กให้น้ำค้า เมด และเมื่อมดเมอก ส่วนที่เป็นมากพอเกิดจากผ่านทางเพ เจริญจากไซโกต ประกอบสวยส่วนสำคัญ ด่วน • เอนเตส กาด (radicle) : ปลายสุดของนวย อ - ส่วนเผาที่เจริญออกมา เมื่อเมล็ดมีทางออก และจะเจริญเป็น จากปฐมภูมิของฟิช - คำนunina C caulicle) : 611 เกิดขึ้นไป ใน เป็นลำต้นสั้นๆ ให้ใบเลี้ยง เรียก ลำต้น ใช้ในเสียง หรือ ไฮโพคาล (hypocetub - Showa ( plurale ) : ยอดของเมด ที่อยู่ เนือยส่ง - ใบเลี้ยง (Caledon) : แกนหลักของเมปโอ ม - เก็บสะสมอานา สาย ก เ เ ล เอ็มบ
Other Search Results
Recommended
Senior High
ชีววิทยา
อยากติดสอวน ชีวะแต่เวลาเหลือสามเดือนทำไงให้เก็บหมดดีคะ
Senior High
ชีววิทยา
หาเพื่อน dek70 เมคเฟรนด์อ่านหนังสือคั้บบ
Senior High
ชีววิทยา
สอบถามหน่อยค่ะตอนนี้เราอยู่ม.3ช่วงปิดเทอมเราอยากจะเก็บเนื้อหาม.4ควรเริ่มต้นยังไงคะและเราอยากลองสอบสอวนชีวะควรเริ่มต้นอ่านหนังสือยังไงดีคะ
Senior High
ชีววิทยา
หาเพื่อนที่ชอบชีวะคะ พอดีอยากทำแฟลชการด์เนื้อหาชีวะ แล้วเราทำกับเพื่อน1คนอยากหาคนทำด้วยกันคะจะได้ประหยัดเวลาสามารถแบ่งเนื้อหาที่ทำและแชร์เนื้อหาที่ทำเป็นแฟลชการด์ด้วยกัน #เหตุผลที่จะทำแฟลชการด์เพราะว่าท่องแล้วมันมันส์มือมากพออ่านแล้วก็พลิกสามารถใช้เวลาท่องทำวันแทนโทรศัพท์ได้เลย😂
Senior High
ชีววิทยา
Tgat คณะแพทย์ขั้นต่ำ 78 -76 ใช่มั้ยคะ มช. มข. จุฬา อยากได้แนวทางเตรียมตัวกับติวพร้อมอยากถามพี่ๆที่เคยผ่านรอบสัมภาษณ์ด้วยค่ะ ว่าคำถามยากรึป่าว
Senior High
ชีววิทยา
ขอเฉลยหน่อยได้มั้ยคะ ทำไม่เป็น🥹
Senior High
ชีววิทยา
ช่วด้วยค่ะะ
Senior High
ชีววิทยา
ใครมีสรุปชีวะ ม4 เทอม1-2บางค้าบบบบบบ
Senior High
ชีววิทยา
ข้อ 5 และ ข้อ6 ช่วยหน่อยค่ะ
Senior High
ชีววิทยา

Comment
Komentar dinonaktifkan untuk catatan ini.