Senior High
ชีววิทยา

BIOLOGY - Introduction to Biology

23

781

0

1 FEB

1 FEB

Senior High Kelas 1

BIOLOGY - Introduction to Biology
ม.4 เทอม 1

Comment

No comments yet

ノートテキスト

ページ1:

Introduction to blology
Biology (natural science)
มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกโบราณ
Bios = ชีวิต
• Logos = การศึกษา
* ชีววิทยาจึงหมายถึงการศึกษาเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต
(The scientific study of life)
นานงวิชา
เกี่ยวข้องกันรักษา
จัดจําแนกตามธรรรมชาติของสิ่งมีชีวิต
สัตววิทยา (Zoology)
- ศึกษาเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรสัตว์
- มีนวิทยา (Ichthyology) → ปลา
- ปักษีวิทยา (Ornithology) → นก
- กีฏวิทยา (Entomology) → แมลง
- หนอนพยาธิวิทยา (Helminthology)
- พฤติกรรมวิทยา (Ethology)
พฤกษศาสตร์ (Botany)
ศิกษาเกี่ยวกับพีช และการเจริญเติบโต
- ตฤณวิทยา (Agrostology) → ต้นหญ้า
- รุกขวิทยา (Dendrology) → ไม้ยืนต้น
จุลชีววิทยา (Microbiology)
• ฝึกษาเกี่ยวกับจุลินทรีย์
- ไวรัสวิทยา (Virology) – ไวรัส
- แบคทีเรียวิทยา (Bacteriology)
- ราวิทยา (Mycology) - เห็ดรา
จัดจำแนกตามวิธีการศึกษาถึงสิ่งมีชีวิต
สัณฐานวิทยา (Morphology) ศึกษาโครงสร้าง
– เซลล์วิทยา (Cytology)
- เนื้อเยื่อวิทยา (Histology)
- กายวิภาคศาสตร์ Anatomy)
สรีรวิทยา (Physiology)
• ศึกษาการทํางานของระบบต่างๆ
- ประสาทสรีรวิทยา (Neurophysiology)
ชีววิทยาการเจริญ (Developmentbiology)
- ศึกษาการเจริญเติบโตการเปลี่ยนแปลง
จัดจําแนกตามความสัมพันธ์
พันธุศาสตร์ (Genetics)
ศึกษาการถ่อยทอดลักษณะทางพันธุกรรม
วิวัฒนาการ (Evolution)
- ศึกษาการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่อดีต-ปัจจุบัน
นิเวศวิทยา (Ecology)
ศิกษาความสัมพันธ์-สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
ณสมบัติของมี properties of life. การศึกษา วิทยา (study biology)
1.การสืบพันธ์ (reproduction)
เป็นลักษณะที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นกระบวนการ
เพิ่มจำนวนของ sp. เดียวกันเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์
2.สารพันธุกรรม (genetic material)
ของสิ่งมีชีวิต กรดนิวคลีอิก ควบคุมลักษณะทาง
มธุกรรมถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งรุ่นฝรั่ง
3.การเจริญเติบโต (growth & development)
เป็นการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ทั้งโครงสร้างและ
หน้าที่ ถูกควบคุบด้วยพันธุกรรม+อายุขัย
4.กระบวนการจัดการพลังงาน (energy
processing)
สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต้องการพลังงาน จำเป็นต้องมี
กระบวนการจัดการพลังงานที่ดี
5.กระบวนการตอบสนองต่อสิ่งเร้า (responsive
process)
เป็นการตอบสนอง (response) ต่อการ
เปลี่ยนแปลงทางกายภาพหรือทางเคมีของสิ่ง
แวดล้อมเกิดได้จากสิ่งเร้า ภายนอกและภายใน
6.การรักษาดุลยภาพ (homeostasis)
การรักษาอุณหภูมิร่างกายให้คงที่และรักษาความเข้ม
บันของสารหรือปริมาณแก๊สต่างๆ ให้คงที่
7.การจัดลำดับโครงสร้าง (organization)
เริ่มตั้งแต่เซลล์ เนื้อเยื่อ อวัยวะ ระบบ
อวัยวะ สิ่งมีชีวิต ประชากร กลุ่มสิ่งมี
ชีวิต ระบบนิเวศ ชีวนิเวศ โลก
เป็นกระบวนการศึกษาความจริงในธรรมชาติอย่างมี
ระเบียบแบบแผนด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์
(scientific method) เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้
(knowledge) โดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์
1. การสังเกต (observation)
Knowledge
องค์ความรู้ที่ได้จากวิธีการทางวิทยาศาสตร์
1. ข้อเท็จจริง (fact) ความจริงที่ปรากฏในธรรมชาติ
พจนขึ้น การสังเกตและกรรมวิ
2. ข้อมูล (data) ข้อเท็จจริงที่ถูกรวมรวบได้โดยไม่ใส่
ความคิดเห็นใดๆ เพิ่มเข้าไป
เป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบความรู้ทางวิทยาศาสตร์ 3. ทฤษฎี (theory) สมมติฐานที่ผ่านการตรวจสอบ
2. msg (problem)
ควรมีความกระทัดรัดชัดเจน
3. การรวบรวมข้อมูล (gather information)
โดยการค้นคว้าเพิ่มเติม →→ การแก้ปัญหา
หรือพิสูจน์มาหลายครั้งจนได้รับการยอมรับ
4. กฎ (law) หลักการที่เป็นข้อเท็จจริงในตัวเอง
กล้องจุลทรรศน์ (microscope)
4. การตั้งสมมติฐาน (hypothesis) เป็นการคาดเดา เครื่องมือขยายภาพเพื่อใช้ศึกษาเซลล์ หรือวัตถุที่มีขนาด
การณ์ล่วงหน้าท้องเป็นพันธ์กับปัญหาที่ตั้งไว้ เล็กเกินกว่าจะคึกษาด้วยตาเปล่า โดยกล้องจุลทรรศน์
สมมติฐานที่ดีควรเข้าใจง่าย มีแนวทางไปสู่การตรวจ แต่ละแบบจะมีกำลังขยายลักษณะภาพและตัวอย่างที่ใช้
สอบ อยู่ในขอบเขตของข้อเท็จจริงที่ได้จากการสังเกต ศึกษาต่างกัน
และปัญหาที่ตั้งไว้ ex. "ถ้า.... ดังนั้น
5. การตรวจสอบสมมติฐาน (testing the
hypothesis)
5.1 ทําการทดลอง (experiment)
เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมเพราะสามารถวางแผนและ
ควบคุมปัจจัยที่เกี่ยวข้องเรียกว่าตัวแปร (Variable)
5.1.1 ตัวแปรต้น (independent variable)
1. กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง (light microscope: LM)
ใช้แสงขาว (visible light) + เลนส์แก้วมีอากาศในลำ
กล้อง ได้ภาพเสมือนหัวกลับส่อง ได้ทั้งมีชีวิตและไม่มี
กําลังขยายต่ำา Max 1,000 เท่า
1.1 ใช้แสงแบบธรรมดา (compound microscope)
อยู่ในห้องแล็บทั่วไปเหมาะสำหรับศึกษาโครงสร้างง่ายๆ
1.2 ใช้แสงแบบสเตอริโอ (stereo microscope)
ตัวแปรที่กำหนดขึ้นเพื่อตรวจสอบสมมติฐานต้องกำหนด ส่องวัตถุโปรงแสงและทึบแสงมองเห็นภาพเป็น 3 มิติมี
ให้แตกต่างกันในแต่ละชุดทดลอง
5.1.2 ตัวแปรตาม (dependent variable) ตัวแปรที่
เปลี่ยนไปตามด้วแปรต้น [ค่า/คิวเลข
5.1.3 ตัวแปรควบคุม (controlled variable)
ตัวแปรที่ส่งผลต่อการทดลอง ต้องมีเหมือนกัน
แต่อยากรู้รายละเอียด
ส่วนประกอบ
Coompound light microscope)
1.เลนส์ใกล้ตา (eyepiece) เลือกใช้โดยการถอด
ออกและใช้กําลังขยายที่ต้องการ
2.เลนส์ใกล้วัตถุ (Objective lens) มี 4 หัวคือ
4X,10X,40X,100X หมุนแป้นหมุนเริ่มจากกำลัง
ขยายต่ำสุดก่อน → 100X ใช้หยดน้ำมันช่วยหักเห
แสงแทนหยดนํ้า
3. ไดอะแฟรม (diaphragm) ปรับความเข้มแสง
4.เลนส์รวมแสง (condenser lans) รวมแสง
5.แหล่งกำเนิดแสง → พระอาทิตย์, หลอดไฟ
6.ปุ่มปรับภาพ (adjustment knob)
ภาพหยาบ
ภาพละเอียด
7.แท่นวางวัตถุ
อ
ส่องกล้องจุลทรรศน์
* กลับบนล่าง-ซ้ายขวา'
ตร าลังขยายของเลนส
0
ความชัดลึกมากเหมาะสำหรับส่องดูวัตถุที่ตาเปล่อมองเห็น (magnification of lens)
| กําลังขยายรวม (M) = กำลังขยายเลนส์ใกล้ตา (Mà
2. กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน (electron microscope: EM X กำลังขยายเลนส์ใกล้วัตถุ (Mà = ขนาด
ใช้ลำแสงอิเล็กตรอน + เลนส์แม่เหล็กไฟฟ้า ได้ภาพฉาย ภาพ image: D) / ขนาดวัตถุ object: O)
ปรากฏบนจอ สอง ได้เฉพาะสิ่งไม่มีชีวิต กําลังขยายสูง
5.2 ค้นคว้าจากเอกสารวิจัย (research) หรือบันทึก 2.1 แบบส่องกราด (scanning electron
ผลการทดลองที่เคยมีการศึกษาอาศัยประสบการณ์ใน microscopes SEM) ศึกษาโครงสร้าง 3 มิติ
การวิเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูลที่มีอยู่เพื่อนำมาต่อยอด 2.2 แบบส่องผ่าน (transmission electron
6. การวิเคราะห์และสรุปผล (analysis &
conclusion) เป็นการนำข้อมูลที่ ได้จากการตรวจสอบ
สมมติฐานด้วยวิธีต่างๆ มาหาความสัมพันธ์เพื่อให้ได้
ข้อสรุป ข้อเท็จจริงหรือคำตอบของปัญหา
Scientific Method
การสังเกต
การตั้งปัญหา
ทั้งสมมติฐานใหม่ การวบรวมข้อมูล
การตั้งสมมติฐาน ควรทำซ้ำอย่างน้อย 3 ครั้ง
“ไม่เป็นจริงตามสมมติฐาน” การตรวจสอบสมมติฐาน "เป็นจริงตามสมมติฐาน
วิเคราะห์และสรุปผลการทดลอง
microscope: TEM) ศึกษาโครงสร้าง 2 มิติ
| M== Mex Mb=1 / 0
* หลักการทําโจทย์
ดูตัวแปร แทนค่า แก้สมการ เปลี่ยนหน่วยตาม
ที่โจทย์ต้องการ
*หน่วยที่ควรจ้า
1 เมตร (m) =10
เซนติเมตร (cm) =10 มิลลิเมตร
(mm) =10 ไมโครเมตร (m) =10 นาโนเมตร (nm)
Ex. Paramecium มีขนาด 50 m ใช้เลนส์ใกล้ตา
กําลังขยาย 10X เลนส์ใกล้วัตถุ 40X paramecium
จะมีความยาวเท่ากับกีmm
M× M = 6 I
10 x 40 = 50 pm
I = 20,000um
=
20,000um x 10mm =20 mm
10 m