ノートテキスト
ページ1:
เอกภพและกาแล็กซี่ กำเนิดและวิวัฒนาการของเอกภพ เมื่อระเบิดหรือบิ๊กแบงขึ้น ทำให้เกิดสสารต่างๆ ระหว่างวิวัฒนาการ เอกภพจะมีการเปลี่ยนแปลงสสาร อุณหภูมิลดลง และขนาด [ขยายใหญ่ขึ้น และ สสารจะรวมตัวกันจนกลายเป็นกาเเล็กซี่ -43-6 - โดยช่วงก่อน 10 วินาที หรือ 10 - 10 วินาที หลังบิ๊กแบง เอกภพเกิดการขยายใหญ่ขึ้น เกิดสสาวขึ้น และเกิดกระบวนการประลัยขึ้น อุณหภูมิ (เคลวิน) 10 10th 10 10° 5000 10' 2.73 โฟตอน . อนุภาคมูลฐาน ปฏิอนุภาค /ปฏิยานุภาค ควาร์กประจุ-V3 (ลง) แอนติควาร์ก ประจ + 3 (จีน) พลังงานจลน์ จึงเอ อุณหภูมิสูง -1 บิกแบง ควาร์กประจุ + 3 (จีน) : แอนติควาร์กประจำ 3 (30) อิเล็กตรอน นิวทริโน โพชิตรวน แวน นิวทริโน ควาร์กประจุ · < ควาร์กประจุ + N < แอนควา ประจุ + H แอนติควาร์กประจุ - % . 0 เลิกตรอน 0 ไพ ตรอน 0 นิวทริโน ° นอน นิวทริโน นิวตรอน โปรดจบหรือนิวเคลียสของไฮโดรเจน จะตอมของไฮโดรเจน นิวเคลียสของฮีเลียม จะทอนของ เคียม กระบวนการประส มีประจุตรงข้ามกับอนุภาคมูลฐาน ชนิดเดียวกัน (รอมกัน) อนุภาคมูลฐานและปฏิยานุภาคของอนุภ ของอนุภาคมูลฐาน เกิดการชน หรือ รวมตัวกัน ทำให้สลายกลายไปเป็นโฟตอน (คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) 2 พอชนกันแล้วจะเหลือเฉพาะอนุภาคมูลฐาน เพราะอนุภาคมูลฐานมีมากกว่าปฏิอนที่ค สสารที่พบในช่วงนี้คือ อนุภาคมูลฐาน ปอนุภาค และโฟตอน โดยที่เมื่อ 2 คลายพลังาน - เดแสง e (โฟตอน) อนุภาคของแสง K มีแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แล้ว หายไป หลังจาก [เพราะมีน้อยกว่า - เมื่ออุณหภูมิลดลงเหลือ 10 % หรือ ช่อง 10 วินาที - 3 นาที ทำให้ควาร์ก รวมตัวกันเป็นโปรตอน นิวเคลียของไฮโดรเจน และนิวตรอน โปรตอน นิวตรอน + + 2+ 2-1= 1 1+1=0 + 3 3 3 พบสสาร +อิเล็กตรอน นิวทรีโน .โฟตอน •แอนตินิวทรีโน - โปรตอน โม ตรอน -นิวตรอน เวลา 104 10 วินาที วินาที วินาที 10 3 นาที 300,000 ปี 1,000 13,800 านปี านปิ กาพลิก เมื่อเวลาผ่านมา 3 นาที หลังเกิดบิกแบง ที่เอกภพมีอุณหภูมิลดลงเหลือ = 1000 ล้าน k (10) จะเริ่มเกิดนิวเคลียสของธาตุฮีเลียม ที่เกิดการรวมตัวของ โปรตอนและนิวตรอน 4 P N N P พบสาร -อิเล็กตรอน - นิวตรอน ชื่อเคลียสของไชโดรเจน นิวทรีน โปรตอน /นิวเคลียสของไดรเจน โฟตอน นิวเคลียสของ เส้ 300000 ปีหลังบิกแบง อุณหภูมิลดลงเหลือ : 5000 k อิเล็กตรอนมีพลังงานจลน์ ลดลง ทำให้นิวเคลียสของไฮโดรเจน และนิวเคลียสของฮีเลียม ดึงอิเล็กตรอนเข้ามาอยู่ด้วยกันด้วยแรงแม่เหล็ก เกิดเป็น อะตอมไรเดรเจน และอะตอม เสียม P e- e สุดท้าย เวลาประมาณ 1,000 ล้านปี อุณหภูมิลดลงเหลือ 3 100 k อะตอมของธาตุไฮโดรเจน และ ชาตรีเลียม รวมตัวกันด้วยแรงโน้มถ่วง เกิดเป็น “เนบิวลารุ่นแรก บ ง ๆ
ページ2:
หลักฐานที่สนับสนุนทฤษฎี แบ่ง การค้นพบคลื่นไมโครเวฟพื้นหลังอวกาศ - รอเบิร์ต ดิก และคณะแห่งมหาลัย ปรินซ์ตัน ได้ให้สมมติฐานว่า หากเอกภพกำเนิดมาตามทฤษฎีบิกแบง - ปัจจุบันควรมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหลงเหลืออยู่ - อุณหภูมิของเอกภพ สอดคล้องกับการแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่หลงเหลืออยู่ I ปี พ.ศ. 2509 อาร์โน เพนเซียส และรอเบิร์ด วิลสัน ทดสอบระบบเครื่องสัญญานของกล้องโทรทรรศน์วิทย ปรากฏว่า มีสัญญาณรบกวน ต่อมาจึงทราบว่าเป็น คลื่นไมโครเวฟที่เหลือจากการขยายตัวของเอกภพ โดยช่อง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ตรงกับ การแผ่รังสีของวัตถุดำที่มีอุณหภูมิประมาณ 2.73 k ในยี่ ค.ศ. 1922 ข้อมูลจากดาวเทียม CUBE พบว่ามีคลื่นแม่เหล็กกระจายตัวสม่ำเสมอ สอดคล้องกับ การแผ่รังสีของวัตถุดิบที่อุณหภูมิเท่ากับ 2.73 k การขยายตัวของเอกภพ เอ็ดวิน ฮับเบิล VaD - ความเร็วที่ถอยห่าง มีความสัมพันธ์ คือ กาแล็กซี่ที่อยู่ไกล ผู้สังเกตฯ - เคลื่อนที่ด้วยความเร็วกว่ากาแล็กซี่ที่อยู่ใกล้ กับระยะทาง o dd 19 ป กาแล็กซ์ทอยู่ไกล ผู้สังเกต เคลื่อนที่ช้ากว่ากาแล็กซีที่อยู่ไกล * เรียกว่ากฎรัมเบิล - เลอแมร์ (Hubble - Lemaitre's law - ค่าคงตัวรับเบิล (จากความชัน) ความเร็ว → V = HoD [um=s'.Mpc'] [km 5'] ระยะทางของ เล็ก - (Mpc) ดาราจักรถอยห่าง - แสงจะยืดยาว - เปลี่ยนเป็น "สีแดง (Redshift) ปี
ページ3:
กาแล็กซ ประกอบด้วย ว ก จํานวนมาก เนบิวลา สสารระหว่างการรวมตัวกันด้วย แรงโน้มถ่วงระหว่างมวลสารทั้งหมด กาแล็กซีหลายอันรวมกัน จะเรียกว่า “กลุ่มการเล็ก กระจกการเล็กๆ รูปร่างกาแล็ก 1 - กาแล็กซีปกติ แบ่งรูปร่างตามภาพได้ 3 กลุ่ม กาเลกซกงนน 22 กาแลการ กาแล็กซีรี [elliptical galaxy กาแลกซีกังหัน มีดาน - ไม่มีดาน [Spiral galaxy] กาเล็ก ลูกสะบ้า / กาแล็กซี่เลนส์ (Lenticular galaxy] - ไม่มีรูปร่าง . ไม่เป็นระเบียบ • ดาวฤก กระจายตัวไม่สม่ำเสมอ ส่วนใหญ่เป็นดาวฤก อายุน้อย กาแล็กซี่ทางช้างเผือก แบบกังหันมีคาน -มีดาวฤกษ์มากว่า 200,000 ล้านดวง โดยบริเวณใกล้จุดศูนย์กลางมีแรงโน้มถ่วงมาก 6 จึงทำให้ดาวฤกษ์ อยู่รวมกันอย่างหนาแน่นกว่าบริเวณที่ไกลออกไป → ANATOMY OF THE MILKY WAY Bulge esa EO E3 E7 S0 กาแล็กซี่ลูกสะบ้า การแล็กซี่เลนส์ 6 dd กาแล็กซเพื่อนบ้าน 6 d Sa Sc SBa SBb SBC ดังนันแบบ ดาน เล็ก แมเจลแลนใหญ่ ไม่มีรูปร่าง D≈ 20000 ปีแสง ห่างจากทางช้างเผือก 160,000 ปีแสง แล็กซี่หมอเจลแลนเล็ก ไม่มีรูปร่าง D ≈ 7000 ปีแสง ห่างจากทางช้างเผือก - 200000 ขี่แสง กาแล็กซี่แอนดรอเมดา มีรูปร่างเป็นกาแล็กซีทั้งนั้น D≈ 2200 ปีแสง ห่างจากทางช้างเผือก 4 2.5 ล้านปีแสง www.esa.int Sun ซาโล (halo) มีลักษณะเป็นทรงกลมขนาดใหญ่ ครอบคลุมแล็กซีทางช้างเผือก จาน (disk) เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ความหนา 1000 ปีแสง 100000 Sun 100000 3,000√√√ nucleus Globular clusters 100 ล้ Disc Stellar halo European Space Agency ดุมเล็กๆ (bulke) หนาประมาณ 3,000 , ปี๒๖สง ปีแสง ระบบสุริยะ – นิวเคลียส ห่างกันประมาณ 30000 ปีแสง
ページ4:
สมบัติของดาวฤกษ์ การส่องสว่างของดาวฤกษ์บนท้องฟ้า ดาวฤกษ์ การส่องสว่าง Brightess) เป็นพลังงานที่ดาวทุกดวงนั้นปลดปล่อยออกมา ในหนึ่งหน่วยเวลา ต่อ หนึ่งหน่วยพื้นที่ (N) วัตต์ต่อตารางเมต ✓ ซึ่งขึ้นอยู่กับ / ระยะทางของ ดาวกับผู้สังเกต /หนังส่องสว่างของดาวฤกษ์ [Luminosity คือ ปริมาณพลังงานที่ปล่อยออกมาจากดาว ในหนึ่งหน่วยเวลา (W) วัตต์ ขึ้นอยู่กับ ขนาดและอุณหภูมิผิวดาวฤกษ์ เช่น เราเห็นดาวฤกษ์ 2 ดวง บนท้องฟ้า การที่เราเห็นดาวฤกษ์ดวงที่ 1 สว่างกว่า ดวงที่ 2 ไม่ได้แปลว่า ดวงแรกจะมีกำลังส่องสว่างมากกว่า เพราะ ดวงที่ 2 อาจ มีกำลังส่องสว่างมากว่าก็ได้ แต่แค่มีระยะที่ ห่างจากเรามากว่าดวงที่ 1 ทำให้ดูแล้วมองว่า สว่างน้อยกว่า อันดับสวงสว่าง หรือโชติมาตร ตัวเลขที่ใช้กําหนดความส่องสว่างของดาวที่สังเกตได้จาก ไม่มีหน่วย 2 ประเภท 1. โชติมาตรปรากฏ [Apparent magnitude สังเกตจากโลก - ขึ้นอยู่กับระยะห่างระหว่างโลกกับดาว และความสว่างที่แท้จริง เอาไปใช้เปรียเทียบกำลังส่องสว่างของดาว ไม่ได้ ปัจจัยที่มีผลต่อการสังเกต - สภาพอากาศ การรบกวนของแสง เซฟพลัส (Hiperchus ดาราศาตร์ชาวกรีก คนแรกที่ทำการเปรียบเทียบความสว่างปรากฏด้วยตาเปล่า www ความสัมพันธ์ระหว่าง ค่าโชติมาตรกับความส่องสว่าง หลักการดั้งเดิม การทําหนดค่า ส่องสว่างมาก - โชติมาตรน้อย ส่องสว่างน้อย - โชติมาตรมาก ดาวฤกษ์ตาเปล่า เห็นแสงริบหรี่ที่สุด = โชติมาตร เป็น 6 เห็นแสงสว่างมากที่สุด = โชติมาตร เป็น 1
ページ5:
6 โชติมาตรสมบูรณ์ Absolute magnitude กําลังส่องสว่างในระยะเดียวกัน ค่าโชติมาตรของดาวฤกษ์ที่สังเกต (โชติมาตรปรากฏ) การเปรียบเทียบความส่องสว่างจากระยะเท่ากัน คือ 10 พาร์เซก / 32.41 ปีแสง พาร์เซก/32.61 ระยะจริง ปรากฏ ค่านัย → เห็นมาก ค่ามาก เห็นน้อย 10 PC (® สัมบูรณ์ มาจากการคำนวณ สี อุณหภูมิ และชนิดสเปกตรัมของดาวฤกษ์ 0 30,000 k B 20000 k A 10,000 k F 7,000 k 6 6000 k สีของดาวฤกษ์แตกต่างกัน เพราะ อุณหภูมิที่ผิวต่างกัน งมาจาก การแผ่รังสีความร้อน โดยมาจากการผลิต พลังงาน อุณหภูมิมากกว่า 0 % จะมีการปล่อยคลื่นอินฟาเรด (เราปล่อย ที่เราไม่เห็นดาวสีเขียว - เพราะ แต่ละสีต่างกันไม่เยอะมาก จึงรวมกันจนเห็น เง็น “สีขาว” แทน Ligsterkte (Son = 1) 106 60 Mson 105 104 108 10 10 30 Meon Leeftyd 107 jaar Beta Centauri Spica Rigel 10 Mson Deneb Betelgeuse Superreuse Canopus Antares Bellatrix Hoof- Leeftyd 108 jaar 6 Mson Polaris Achernar Reuse Aldebaran reekssterre Mson Vega Arcturus Pollux 10-1 Sirius B 10-2 Wit- dwerge 10-3 10-4 10-5 30 000 Sirius Leefty 109 jaa Altair Procyon A 1,5 M Mone Alpha Centauri A Ceti tottiya, Sony Alpha Centauri B Procyon B Epsilon Eridani 61 Cygni A 61 Cygni B Leeftyd 1011 jaar Gliese 725 A Gliese 725 B Lacaille 9352 0.3 Mon Barnard se ster Ross 128 1 Mson Proxima Centauri 10000 6 000 3000 Oppervlaktemperatuur (in grade)
ページ6:
กำเนิด และวิวัฒนาการของดาวฤกษ์ รูปแบบวิวัฒนาการของดาวฤกษ์จะขึ้นกับมวลของดาวฤกษ์ก่อนเกิด เนบิวลารวมตัวกัน ดาวฤกษ์ก่อนเกิด ↑ เนบิวล่ายุบตัว ดาวฤกษ์ จุดจบ ดาวฤ ดลบดาวฤก เน็น 0.08 13 4 1 4 9 13 → มวลน้อย - ดาวฤกษ์คล้าย ดวงอาทิตย์ Ms 9 7 4 1 4 25 มวลมาก - ดาวฤกษ์ยักษ์ใหญ่สีน้ำเงิน เน้น 2505 - 1 - 100 % E มวลมาก - ดาวฤกษ์ยักษ์ใหญ่สีน้ำเงิน กำเนิดดาวฤกษ์ 1) ในเนบิวลา มีแก๊สกระจายตัวอย่างไม่สม่ำเสมอ โดยมัดรวมกลุ่ม ทำให้มีแรงโน้มถ่วงดึงดูด สสาร โดยสอบ มารวมกัน และหมุน 3 จากนั้นเกิดการยุบตัวเป็นแผ่นจาน กลุ่มสาร ช่องนี้ เรียกว่า “ดาวฤกษ์ก่อนเกิด 2) ดาวฤกษ์ก่อนเกิด มีการยุบตัวด้วยแรงโน้มถ่วง ทำให้เป็นของดาวมีความหนาแน่น ความดัน และอุณหภูมิที่สูงขึ้น จนถึงประมาณ 15 ล้านเคลวิน เกิด ปฏิกิริยาเทอร์มอนิวเคลียร์ 4 กลายเป็น He โดยมวลสารบางส่วนของ H กลายไปเป็นพลังงาน ซึ่งพลังงานนี้อยู่ในรูปความร้อน คลื่นแม่เหล็ก ดังนั้น ดาวฤกษ์ก่อนเกิดจึงกลายเป็น ดาวฤกษ์ ถ้า ดาวฤกษ์ก่อนเกิดมีมวลตั้งต้น < 0.05 เท่าของมวล - ไม่เป็นดาวฤกษ์ แต่จะมีวิวัฒนาการเป็น “ดาวแคระ าตาล” วิวัฒนาการของดาวฤกษ์ : ช่วงการใช้ชีวิตของดาวฤกษ์ "1 - ปฏิกิริยาเทอร์มอนิวเคลียร์ฟิวชั่นที่เป็นกลาง ทำงานอย่างราบรื่น และมีเสถียรภาพ ทำให้ดาวฤกษ์มีพฤติกรรมที่ ค่อนข้างคงที่ แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดจากภายนอก - ดาวฤกษ์จะใช้ชีวิตอยู่ในช่วงระยะนี้เกือบทั้งหมดของชีวิต เป็นช่วงเวลา การดำเนินชีวิต ที่เรียกว่า ลำดับหลัก (Main sequence)
ページ7:
ดาวฤกษ์มวลน้อย ดาวฤก มวลมาก • ความดัน และอุณหภูมิบริเวณศูนย์กลางไม่สูงมาก • ความดัน และอุณหภูมิบริเวณศูนย์กลางสูงมาก อัตราการเกิดปฏิกิริยาฟิวชัน แสงสว่างน้อย • ดำเนินไปอย่างช้าๆ จึงมีชีวิตนาน • อัตราเกิดปฏิกิริยาฟินเร็ว แสงสว่างมาก d ส • าเนินไปอย่างรวดเร็ว มีชีวิต น 9 จุดจบวิวัฒนาการของดาวฤกษ์ ระยะเข้าใกล้จุดจบของดาวฤกษ์ หรือเ ด อ นได้น้อยลง ดาวฤกษ์ได้เผาผลาญเชื้อเพลิงไฮโดรเจนที่แกนกลาง เปลี่ยนไปเป็นฮีเลี่ยม จนหมด - ดาวฤกษ์มีจุดจบแตกต่างกันชัดเจน เกม มวลของดาวฤกษ์ จดจบดาวฤก มวลน้อย ใหญ่กว่าปกติ การต่อลมหายใจ น ฟชั่น H ผิวอณหภูมิลดลง 6 ท 1 กลายเป็นสีแดง “ดาวยักษ์แดง ไฮโดร คนที่เหลือน้อยมาก มารวมตัวกันให้แน่นพื้น ไต่ระดับอุณหภูมิสูงขึ้นจนฟิวชั่นได้อีกรอบหนึ่ง ซึ่งการเกิดรอบนี้ ก็จะส่งไป 2 บริเวณ คือ ตรงกลาง (He) และ งานนวด โดยที่สอบนี้จะเกิดรุนแรงกว่ารอบไหนๆ ↓ จะเกิดแรง 300กอย่างรวดเร็ว เมื่อทําไปเรื่อยๆ จํานวนอนุภาคก็จะลด ลงไป สั่งยๆ H → He = 20 He → C = 5 เมื่อ He ตรงแกนกลางได้รับพลังงานจนมีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 100 ล้าน เควิน ทำให้เกิดฟิวชั่น 2 บริเวณ - บริเวณรอบแกนกลาง จาก H - He O บริเวณแกนกลาง เกิดฟิวชั่น He d
ページ8:
และหากภายในแกนกลางของดาวฤกษ์มีอุณหภูมิสูงถึง 600 ล้านเควิน ก็จะเกิด ว น ซึ่งจะหลอม ให้ได้ 0 และ Ne ได้ H-He He C O-Ne ต่อมาไม่สามารถยุบแกนกลางของดาวฤกษ์ เพราะอุณหภูมิไม่สูงพอที่จะเกิดฟิวชัน Ne ได้ เมื่อเกิดไม่ได้ แรงโน้มถ่วงจะทำให้แกนกลางดาวฤกษ์ ยุบตัวลง กลายเป็น ๓ นครทาว ผิวดาวที่อยู่รอบนอก หลุดแล้วขยายตัวออกไป เรียกว่า เนบิวลาดาวเคราะห์ (white dwarf) มีพลังงานหลงเหลื อยู่คือ แรงโน้มถ่วง wwwww จดจบมวลมาก 1 ตอนเริ่มต้น มีกระบวนการที่คล้ายมวลน้อย ต่างกันตรงที่ ใช้เวลาเร็ว เกิดพอกันต่อได้จากจุดจบมวลน้อย เกิดเป็น ปฏิกิริยาฟิวชัน เปลือกหลายชั้น ในระยะสุดท้ายเกิดผิวจีนที่ซับซ้อนมาก เมื่อธาตุ แกนกลางหมด การยุบตัวจนมีอุณหภูมิสูงมากพอ ที่จะเกิดพ่อชื่น ซึ่งจะเกิดฟ้อนเปลือก หลายขึ้น ทำให้ได้ธาตุหนักที่แกนกลาง ตั้งแต่ 0 Ne Pla Si Fe ตามลำดับ For a 25 solar mass star: H-H He-C CIO 819 Stage H→ He Duration He→C 7x10 years 7x10$ years C+O 600 years O-S 6 months St-Fe 1 day Core Collapse 14 second
ページ9:
ข้อมูลสารสนเทศทางอุตุนิยมวิทยากับการใช้ประโยชน์ ข้อมูลและสารสนเทศทางอุตุนิยมวิทยา ข้อมูลองค์ประกอบลมฟ้าอากาศจากสถานี ตรวจอากาศทั่วโลกมาแสดงผลในรูปแบบสารสนเทศทางอุตุนิยมวิทยา เพื่อให้ง่ายต่อการนำไป พยากรณ์อากาศ เช่น แผนที่อากาศ ข้อมูลเรดาร์ตรวจอากาศ ภาพถ่ายดาวเทียม แผนที่ า ส ว น ประกอบด้วย สารประกอบทางอุตุวิทยา ( ค. กดอากาศ ลม T ความชื้นสัมพัทธ์ (3) หยาดน้ำฟ้า สี - การระเหย ทัศนะวิสัย) ที่เป็นปัจจัยหลักที่มี ค. สัมพันธ์โดยตรงกับลักษณะอากาศที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ลูก ต้องมีการวิเคราะห์ และศึกษาติดตามการเปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง แบ่งได้ 3 แบบ คือ การตรวจจากผิวพื้น การตรวจอากาศชั้นบน การตรวจอากา๗ พิเศษ การตรวจวัดอากาศผิวพื้น สถานีตรวจอากาศผิวพื้น (Surface station) 331 มีการตรวจทุก ๆ 3 ชั่วโมง โดยยึดตาม เวลาสากลเชิงพิกัด โดยเริ่ม 7.00 น. - 08.00 น. ของวันถัดไป จะส่งข่าวมาที่ส่วนกลาย เครื่องมือที่ใช้ตรวจวัด : เครื่องมือวัดอุณหภูมิอากาศ เครื่องวัดวณหภูมิใต้ดิน 1 เครื่องมือวัดความชื้นสัมพัทธ์ เครื่องมือวัดน้ำฝน เครื่องมือวัดน้ำระเหย เครื่องมือวัดความยาวนานของแสงแดด การตรวจอากาศชั้นบน เป็นการจัดสารประกอบอุตุนิยมวิทยา ตั้งแต่ ผิวพื้นโลก - ชั้น บรรยากาศสูง โดยเฉพาะ โทรโพสเฟียร์ เครื่องมือที่ใช้ Radiosornde โดยอาศัยรับสัญญาณจากเครื่องหนึ่ง อากาศที่ติดไปกับบอลลูน - คอม ภาครับภาคพื้นดิน การตรวจวัดอากาศพิเศษ ช่วยเสริมในการวิเคราะห์พยากรณ์อากาศ 6 เรดาร์ตรวจอากา๗ ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา 11 เครื่องมือสาหรับตรวจวัดความสูงของคลื่น
ページ10:
เหล็กอยากเกิดฟิวชันแต่ทำไม่ได้ พลังงานไม่พอ พอเหล็กโดนอัดพลังงาน เข้าไปมากๆ จนทำให้ทนไม่ไหว และระเบิดตัวเองอย่างรุนแรง คือ ซุปเปอร์โนวา มหานวดารา การระเบิดมีความดัน และอุณหภูมิสูง ทำให้เกิดรายหนัก เช่น ดีบุก ตะกั่ว ยูเรเนียม เงิน ทองค้า ส่วนที่เหลือจากระเบิด จะยุบตัวด้วยแรงโน้มถ่วง กลายเป็น ดาวนิวตรอน หรือ หลุมดำ ดาวนิวตรอน → 2 ชนกับ โปรตอน จนเหลือแค่นิวตรอน < หลุมดำ - วัตถุที่มีแรงดึงดูด มากมาย มาฝาก วิจัฒนาการ ควรอาทิตย์ ขึ้นอยู่กับมวลตั้งกัน 4 มีแบบดาวฤกษ์มวลน้อย ดาวฤกษ์สีเหลือง อยู่ภายใต้แรงอุทกสถิต
ページ11:
สัญลักษณ์แสดงข้อมูลองค์ประกอบลมฟ้าอากาศ เลยชั้นกลาง เอนคะ ทิศทางความเร็วลม ความหลากห wim - 31.5/110 จํานวน บนท้องฟ้า +0.5 - การเปลี่ยนแปลง ความกดอากาศ - ลักษณะอากาศที่ผ่านมา ความฐานะ เลยขั้นต่ำ จำนวนเมฆชั้นต่ำ 58F แนวโน้ม ความกดอากาศ เอาหั - 25.3 ปัจจุ ปริมาณเมริ คิดเป็นเวลาไทย → เวลา 6100 + 7 ชั่วโมง ง เวลาไทย ภาพถ่ายดาวเทียม เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สามารถให้ข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยา เช่น ชนิดและปริมาณของเมฆที่ปกคลุมท้องฟ้า อาศัยหลีกการจากตรวจวัดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า Himawari 6 คือ ดาวเทียมของญี่ปุ่น เป็นดาวเทียมวงโคจรต่างฟ้า ความรุนเเรง ความเร็วลม อยู่กับเราตลอดเวลา โคจรเท่ากับโลกหมุนรอบตัวเอง สังเกตการเปลี่ยนแปลงในมุมฝั่งทวีปเอเชียแปซิฟิกตลอดเวลา ใช้พยากรณ์อากาศของเอเชียแปซิฟิก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และไทยได้ ความละเอียดสูง จับภาพได้ทุก 2 นาที (6) ทุก 10 นาที สำหรับภาครวมภูมิภาค ภาพถ่ายดาวเทียม ช่วงคลื่นอินฟาเรด บอกอุณหภูมิได้ - วัดปริมาณรังสีอินฟาเรดที่แผ่ออกมาจากวัตถุ - สามารถตรวจวัดได้ทุกช่วงเวล วัตถุอุณหภูมิ ขาว ด ข้อจำกัด สีใกล้เคียงกันเกินไป ซึ่งยากต่อการแปลความหมาย วิธีแก้ ปรับสีของภาพ และความละเอียดมากขึ้น ULAN ช่วงคลื่นที่มองเห็น - ได้ภาพจากการสะท้อนรังสีของวัตถ ตรวจวัดได้เฉพาะช่วงที่มีแสง (กลางวัน) วัตถุมีความ งว หนาแน่นมาก ดา น้วย ภาพที่ได้สามารถแสดงรูปร่าง และลักษณะพื้นผิวเมฆได้
ページ12:
• • ข้อมูลเรดาร์ตรวจอากาศ เครื่องมือที่ใช้ในการติดตามข้อมูล เช่น หยาดน้ำฟ้า ฝน ฝนฟ้าคะนอง หิมะ ที่เกิดขึ้นแล้วในบรรยกาศ มีรัศมี หลาย 100 gm - ตรวจวัดค่าความเข้มขึ้นของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่สะท้อนกลับมายังเรดาห์ตรวจอากา หลักการทำงาน ตรวจหยาดน้ำฟ้า กระทบ เรดาห์ - คลื่นแม่เหล็กไมโครเวฟ → เมฆฝนฟ้าคะนอง ไปหาตัวรับ สะท้อนกลับ ชนิดของผลการตรวจด้วยเรดาห์ตรวจอากาฟ ข้อมูลและสารสนเทศทางอุตุนิยมวิทยา ข้อมูลและสารสนเทศทางอุตุนิยมวิทยาอื่น ๆ ข้อมูลเรดาร์ตรวจอากาศ ข้อมูลเรดาร์ตรวจอากาศ ชนิดของผลการตรวจด้วยเรดาร์ตรวจอากาศ 2. CAPP (Constance Altitude PPI) เป็นการตรวจแบบ PP) แต่จะมีการตรวจวัด ในหลายค่ามุมเลย เมื่อสตาร์เก็บข้อมูลครบทุกมุมตามที่กำหนดแล้ว จะสามารถ แสดงภาพการตรวจกลุ่มฝนที่ระดับความสูงที่ต้องการได้ ข้อมูลและสารสนเทศทางอุตุนิยมวิทยา ข้อมูลเรดาร์ตรวจอากาศ ชนิดของผลการตรวจด้วยเรดาร์ตรวจอากาศ 1. PRE (The Pan Position indicator) เงินการตรวจวัด จะมีการกำหนดค่ามุมเลยเพียงค่าเดียวในระดับที่ใกล้กับ พื้นโลกมากที่สุดที่คลื่นจะสามารถข้ามสิ่งกีดขวางต่าง ๆ ได้เพื่อให้เรดาร์กวาดมุมได้ 360 องศา รถตำแหน่ง ที่ตั้งของเวคา ข้อผิดพลาด : ข้อมูลไม่ได้แสดงความแรงของฝนที่แท้จริง * ต้องดูควบคู่กับภาพถ่ายดาวเทียม #
ページ13:
การเกิดลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการรับรังสีดวงอาทิต ของพื้นผิวโลก สัณฐานโลก และการเอียงของแกนโลก 2 โลกมีสันฐานคล้ายทรงกลม ทำให้แต่ละบริเวณเสียความเพิ่มรังสี - ได้ไม่เท่ากัน - บริเวณพื้นผิวโลกที่ได้รับรังสี - ตกในแนว E จะมีความเข้มรังสีมาก - บริเวณพื้นผิวโลกที่ได้รับรังสี่ Ó ตนในแนวเฉียง จะมีความเข้มรังสีน้อย แกนหมุนโลกเอียง 23.5 องศา กับแนวตั้งฉาก และระนาบการโคจรโลกรอบ ๆ G- * ทำให้ตำแหน่งรังสีดวงอาทิตย์ ตก 5 กับพื้นโลก จะเปลี่ยนแปลงไปในรอบ 4 ปี เมมและละออง สวย 2 C อนุภาค 3w /เหลว ขนาดเล็ก และลอยอยู่ในอากาศ Ex ฝุ่น เกลือ เขม่า ประเภทเฟ ทั้งสี่ไม่สามารถผ่านมายังโลกได้โดยตรง เพราะโลกนั้นมีชั้นบรรยากาศอยู่ โดยเฉพาะ ชั้นโทรโพสเฟียร์ (ชั้นที่มีเมฆ ละอองลอย มาก) ทำให้ทั้งสี่ - ถูกดูดกลืน สะท้อน และกระเจิงได้มาก จึงทำให้ สิ่งที่ตกกระทบพื้นโลกมีความเข้มของรังสีน้อยลง แสงเดินทางไปกระทบกับอนุภาคในอากาศ ทำให้การเดินทางเปลี่ยนไป ทองฟ้า มีสีต่างกันในแต่ละช่วงเวลา คือเกิดจากการกระเจิงแสง แต่ถ้าฟ้า ปลอดโปร่ง - ผ่านลงมาบนพื้นโลกได้ง่าย ! ลักษณะของพื้นผิวโลก ๆ พื้นผิวโลกแต่ละบริเวณ มีความแตกต่างกัน เช่น 8 สิ่งปกคลุม ชนิด และความเงียบของพื้นผิว ความสามารถในการสะท้อนที่แตกต่างกัน 4 ปีมะสะท้อนได้ดีที่สุด K High Albedo Low Albedo ดูดซับน้อย สะท้อนเยอะ ดูดซับเยอะ สะท้อนน้อย อัตราส่วน สีสะท้อน (Albedo] - ความหมรังสี สะท้อนจากพื้นผิววัตถุ ระยะทางที่รังสีดวงอาทิตย์เดินทางผ่านชั้นบรรยากาศมายังพื้นโลก - ระยะไกล โดนรังสี น้อยกว่า เพราะมีโอกาสที่เกิดการกระเจิงได้มากกว่า - ระยะไกล โดนรังสีมากกว่า เพราะมีการเกิดการกระเจิงได้น้อยกว่า อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรไม่ได้แปลว่ารับจึงมากกว่าบริเวณอื่นขนาดนั้น ขึ้นอยู่กับหลานจึง 1 รงมากกว่า สบíoยกว่า = ความเข้มรังสีทั้งหมดสะท้อนจากพื้นผิววัตถุ น รส 1 ฟ ๆ
ページ14:
การหมุนเวียนของอากาศ ๆ ความแตกต่างของความกดอากาศ กับการหมุนเวียนของอากาศ ความกดอากาศ /ความดันอากาศ แรงที่อากาศ กระทำตั้งฉาก ต่อหนึ่ง หน่วยพื้นที่ หรือน้ำหนักของอากาศที่กดลง การหมุนเวียนของอากาศ อุณหภูมิอากาศระหว่างสองบริเวณ แตกต่างกัน จะเกิดความแตกต่างของความกดอากาศ และมีการเคลื่อนที่จากบริเวณหนึ่งไปสู่บริเวณหนึ่ง ท้องฟ้า → โปร่ง ← มีเมฆ ท้องฟ้า โปร่ง มีเมฆ 11 บริเวณที่มีอุณหภูมิ (ตามกด กา สูง) บริเวณที่มีอุณหภูมิสูง (ความกดอากาศต่ำ) - วิ่งช้า - วิ่งเร็ว ( พลังงานจลน์สูง) บริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำ (มก ทก สูง) วิ่งช้า บริเวณที่มีอุณหภูมิสูง (ความสดจาก งา) - วิ่งเร็ว พลังงานจลน์สูง) * อากาศจะเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีความกดอากาศสูง ไปยังอากาศที่มีความกดอากาศต่ำ # สองบริเวณ มีความกดอากาศที่ต่างกัน - อากาศเกิดการเคลื่อนที่ คือ แรงที่เกิดจากการความแตกต่างของความกดอากาศ * การหมุนเวียนอากาศทั้งในแนวราบ และแนวดิ่ง ทำให้เกิดลมฟ้าอากาศ ต่างๆ * ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ในแนวราบ และแนวดิ่ง - T, ความชื้น, ลักษณะพื้นดิน และพื้นน้ำ ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (ลมหนาว) เดือน พ.ย - ต.ค. ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (ลมร้อน) พ.ค. - ต.ค. 777 2278 จอร์จ แฮดลีย์ ได้เสนอการไหลเวียนอากาศแบบเซลล์เดียว → O → ขั้วlan บริเวณศูนย์สูตร ได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์มากกว่า ขั้วโลก OT (กด) > เส้นศูนย์สูตร T4 (0) และเกิดการยกตัวสูงขึ้น - แทนที่อาตามบริเวณ 3 เกิดทั้งซีกโลกใต้ และซีกโลเหนือ เช่นเดียวกัน แฮดลีย์เซลล์ ใช้อธิบายไม่ได้ มัน หยาบเกินไป - อธิบายได้ไม่หมด
ページ15:
แสงคอริออส (Coriolis force แสงเสมือน เกิดจากการหมุนรอบตัวเองของโลก รักโลกเหนือ เห็นวัตถุเป็นไปทาง ขวา ของ ทิศทางเดิม 1 โลกใต เห็นวัตถุเป็นไปทาง ซ้าย ของ ทิศทางเดิม ไม่มีอิทธิพลต่อกระแสลมที่บริเวณเส้นศูนย์ส และมีอิทธิพลมากขึ้นในละติจูดสูงฟ้าใกล้ จิ๋วโลก ย การหมุนเวียนของอากาศบนโลก แต่ละบริเวณความกดอากาศไม่เท่ากัน ผลมาจากแสง คอยออลล์ 26 แฮนลีย์เซลล์ การหมุนเวียนอากาศ เลยตอน เป็นการหมุนเวียนระหว่าง เส้นศูนย์สูตร ถึง ละติจูดที่ 30 องศา (เหนือ ใต้) ที่บริเวณศูนย์สูตร มีความเข้ม รังสีของดวงอาทิตย์มาก ทำให้ * สูง ก่อตัวเป็นความกดอากาศต่ำ มีการยกตัวขึ้น และกระจายตัวที่ โทรโฟน ที่จะติดสูงขึ้น Tลดลง จากฝนนาแน่นมากขึ้น และจมลงที่ละติจูด 30 ลงมา ได้เป็นบริเวณ ความ00 อาพสูง ป มีการเกิดสมดังพื้นที่บริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตร (con - 60) ตกลงมา 1 ความกดอากาศสูง ลดลง] ยกตัว 30 องฝ เส้นศูนย์สูตร กดอากาฟ เต๋า T ลา กดอากาฟสูง โพลาเซลล์ กลงมา ความกดอากาศสูง ลดลง] ยกตัว น 6 ขั้วโลก Ta กดอากาฟ สูง เฟอร์เรสเซลล์ /หมุนเวียนแถบประจุดกลาง 60 องศา Tสูง กดอากาฟ ตา การหมุนเวียนอากาศ ที่ไม่ได้เป็น แต่เป็นผลมาจากการหมุนเวียนอาการระหว่างแฮดลีย์เซลล์ และ โพลาร์เซลล์ ที่ไม่ได้เป็นผลมาจากแรงที่เกิดจากความแตกต่างของความกดอากาศโดยตรง กดสูง กดต่ำ กง To Tสูง Th ชั่วโลก 60 30 กดต่ำ โรง เ ย น สตร
ページ16:
การหวนเวียนของฝ่าผิวหน้ามหาสมุทร 1 น้ำชั้นบน Surface Water ความหนาแน่นต่ำ อุณหภูมิสูง ได้รับพลังงานจาก G- มีความเค็ม (น้ำฝน น้ำท่าผสมอยู่) เทอร์โมไคลน์ Thermocline อุณหภูมิลดลง ตามความลึกอย่างรวดเร็ว เรียกว่า แฮโลไคลน์ เพราะความเค็ม เพิ่มขึ้น ตามความลึก ความหนาแน่นส่ง น้ำชั้นล่าง Deep water อุณหภูมิต่ำ ความเค็มสูง การหมุนเวียนของน้ำในมหาสมุทร การหมุนเวียนของน้ำผิวหน้ามหาสมุทร หรือการหมุนเวียนของน้ำในแนวราบ (Surface Current Circulation) การหมุนเวียนของกระแสน้ำลึก หรือการหมุนเวียนของน้ำในแนวดิ่ง (Deep Current Circulation) Osanic Conveyor Ball -COLD -HOT OCEAN CURRENTS ปัจจัยที่มีผลต่อการหมุนเวียนของน้ำผิวหนักมหาสมุทร ผมประจำถิ่น และ แรงคอรออลิส • ลม ลมตะวันออก ที่ใกล้ศูนย์สูตร มีอิทธิพลขัดให้น้ำในมหาสมุทรไปทางตะวันตก • ลมตะวันตก ใกล้ขั้วโลก มีอิทธิพลพัดน้ำในมหาสมุทรไปทางตะวันออก 6 ซีกโลกใต้ ไหลเป็นวงตามเข็มนาฬิก ซีกโลกเหนือ ไหลเป็นวง ทวนเข็มนาฬิก ขอบทวีป กระแสน้ำไหลย้อนกลับไปตามแนวเส้นศูนย์ ต ร กระแสน้ำบริเวณเส้นศูนย์สาร ไหลไปชนกับขอบทวีป น้ำบางส่วนจะไหลชวนกลับมาทางตะวันออก
ページ17:
กระแสน้ำอุ่น และกระแสน้ำเย็น โลกคล้ายทรงกลม ทำให้อุณหภูมิของน้ำมหาสมุทร มีความแตกต่างกัน บ ทำให้เกิด กระแสน้ำอุ่น และกระแสน้ำเย็น บริเวณที่ได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์ ไหลจาการติดต่ำ → ลดสูง 1 บริเวณที่ได้รับพลังานจากดวงอาทิตย์ น้อยกว่า ไหลจากสร ลูกสูง สรงก E× กระแสน้ำเย็นเปรู Ex กระแสน้ำอุ่น (โรชิเอ มีผลต่อภูมิอากาศและสภาพแวดล้อม → ที่จะติดเดียวกัน ได้รับพลังงานเท่ากัน - ชายฝั่งกระแสน้ำอุ่นไหลผ่าน เป็นมากกว่า • ชายฝั่งกระแสน้ำเย็นไหลผ่าน - ฝนน้อยกว่า เติบโตไม่เหมือนดัน บริเวณกระแสน้ำอุ่น มาพบกับกระแสน้ำเย็น มาะกับการเจริญเติบโตของแพลงตอนพืช/สัตว์ ซึ่งเป็นอาหารสัตว์อื่น - มีสัตว์น้ำจำนวนมาก สภาพลมฟ้าอากาศมีทัศนวิสัยต่ำๆ - หมอกปกคลุม → ผลจากการหมุนเวียนของน้ำผิวหน้ามหาสมุทร มีผลต่อความอุดมสมบูรณ์ในมหาสมุทร แกรนด์แบงส์ (rand, Bank เป็นบริเวณที่ กระแสน้ำอุ่น กัลฟ์สตรีม มาพบกับ กระแสน้ำเย็นแบบราดอร์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ ของเกาะนิวฟันด์แลนด์ ประเทศแคนาดา Asabban Kuril Bank 11 เป็นบริเวณที่กระแสน้ำอุ่น กุโระศิวะ มาพบกับ กระแสน้ำเย็น โอยะชิโระ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศญี่ปุ่น
ページ18:
สาย ↓ ห ง น ปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญา ปกติ ผม - พัดไปทางทิศตะวันตกอยู่เสมอ ทำให้ผิวหน้ามหาสมุทร ซึ่งมี 7 ไหลไป สะสมยังฝั่งตะวันตกของแปซิฟิก - มี (สูง ความชื้นสูง ทำการเพาะปลูกได้ เกิดเมฆ,ฝนฟ้า รนอง 1 Mn เส้นศูนย์สูตร และชายฝั่ง ตะวันออกของแปซิฟิก น้ำ ชั้นล่าง ที่มี 7 และ มีสารอาหารสูง จะยกตัวขึ้นมาแทนที่ หัผิวหน้าที่ กพัดไป มีแพงตอน มีปลาชุกชุม แหล่งประมงสำคัญ เอลนีโญ - 」→ ลมดังอ่อนกำลังลง ทำให้ผิวหน้า มหาสมุทรที่ 45 สูง พัดไปฝั่งตะวันตกได้น้อยลง ตะวันตกจึงเย็นกว่าปกติ เส้นศูนย์สูตร น้ำชั้นล่างมาตัวขึ้น ตะวันออกน้ำชั้นล่างขึ้นมาแทนที่ได้น้อยลง น้ำผิวหน้ามหาสมุทรแปซิฟิกของตะวันตก จึงมี 1 สูงกว่าปกติ - แ พ ง - อุณภูมิสงกราชก Aug ไม่มีแฟนตอน - ฝนตกเยอะ (มีโอกาฟน้ำท่อม) - ความอุดมสมบูรณ์ทางท้องทะเลลดลง —นกมา ลง chpulpes รูป 8.23 ปรากฏการณ์เอลนีโญ ลานีญา - ลมมีกำลังแรงกว่าปกติ → น้ำอุ่นที่ผิวหน้า มหาสมุทร ถูกพัดไปยังชายฝั่งตะวันตกมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้ตะวันออก น้ำชั้นล่างขาวขึ้นมา แทนที่เยอะ ทำให้มันเย็นๆ ปกติ ประเทศไทย calen รูป 8.24 ปรากฏการณ์ลานิญา ไฟป่า แห้งแล้ง (ออก
Recommended
Senior High
แผนการเรียน
ใครมีแอปเกี่ยวกับกาเรรียน การแนะนำการเรียนอะไรบ้างมั้ยงับบTT
Senior High
แผนการเรียน
Dek72 คนไหนอยากเป็นพยาบาลมั้ยคืออยากรู้ว่าอยากเข้ามหาลัยไหนกันนนน
Senior High
แผนการเรียน
หวัดดีค้าบ เค้าเป็นdek71 อยากหาเพื่อนพากันเรียนคับ พี่ๆ70หรือน้องๆรุ่นอื่นก็มาเมคเฟรนได้น้าา อยากมีคนช่วยกันเรียนพากันเติมไฟเรียนคั้บฮือ
Senior High
แผนการเรียน
dek70 ใครจะเข้าแพทย์ แนะนำการเตรียมตัวTT
Senior High
แผนการเรียน
คือเราทำเกรดในม.4ได้ไม่ดีมากและก็ไม่รู้จะเรียนยังไงให้รู้เรื่องไม่รู้ว่าต้องอ่านหนังยังไงจดโน๊ตยังไงเรียนพิเศษก็ไม่เข้าใจทำยังไงดีเราทำคะเเนนเเต่ละวิชาได้น้อยมากในห้องก็พอทำได้เเต่พอสอบก็ไม่เข้าใจอะไรเลยอยากรู้ว่าจะเริ่มยังไงดี
Senior High
แผนการเรียน
อยากหาเพื่อนติวด้วยด้วยค่ะ ㅠㅡㅠ ทางนี้มอหกค่ะ
Senior High
แผนการเรียน
ขอเฉลยทีค่า
Senior High
แผนการเรียน
อยู่ วมว. มอ.สงขลานครรินทร์เสียค่าเทอมเทอมละเท่าไหร่คะ
Senior High
แผนการเรียน
อยู่ วมว. มอ.สงขลานครรินทร์เสียค่าเทอมเทอมละเท่าไหร่คะ
Senior High
แผนการเรียน
Comment
Komentar dinonaktifkan untuk catatan ini.