สังคมศึกษา

ช่วยย่อเรื่องนี้หน่อยค่ะ

ว ไม่ถูกสําเร็จโทษทั้งหมด "0 26 ง 1 ค เคหนางคแลมองขอพม วงลงพ 7 ๓.๑ พระ: เศกมหาราซช ๓) ประวัติ พระเจ็ ราช เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าพินทส ในพระราชวงศัเมวิย องเมืองปาฏลีบุตร แคว้นมคธ พระเจ้าอโศกมษ พ (พีชายเ ชาย) ทงหมด ๑๓๐๓๓๑ พระองค์ เฉพาะพระ4 ร่วมพระชนนีเดียวกันองค์ ซี6 “ติสสกุมาร" ราชบิตาสวรรคตลง พระเจ้ ” ขณะนนดํารงตําแหน่งเป็น อุปราชครองเมองอุชเชนี แคว้นอวันตี ได้กลับมายังเมืองปาฏลีบุตร. และได้ทรงสําเว็จโทษ พระภาตาต่างพระชนนีถึง ๓๓ ห )ค์ ยกเว้นติสสกุมาร ซึ่งเป็นพระภาตาร่วมพระอุทรเดียวกัน และต่อมาพระองค์ก็ได้ทรงปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ครองเมืองปาฏลีบุตรต่อไป เพราะเหตุนี้ พระเจ้าอโศกจึงมีพระนามเรียกขานอีกอย่างหนึ่งว่า "จัณฑาโศก แปลว่า “อโศกผู้โหดร้าย" ต่อมาเมื่อพระองค์หันมานับถือพระพุทธศาสนาแล้ว และได้ทรง ประกอบกรรมอันเป็นกุศลเป็นอันมาก ทรงทํานุบํารุงพระพุทธศาสนาเป็นการใหญ่ จึงได้ 4ปล พระนามใหม่ว่า “ธรรมาโศก” แปลว่า "อโศกผู้ทรงธรรม” ค สาเหตุทีพระเจ้าอโศกทรง เลือมใสในพระพุทธศาสนา มีกล่าวไว้ในคัมภีร์ สมันตปาสาทิกาอรรถกถาพระวินัยปิฎกว่า "วันหนึ่งพระองค์ทอดพระเนตรผ่านสีหบัญชร , : (หน้าต่าง) พระราชนิเวศ ได้ทอดพระเนตร จ/ ซ่ 1 ร พ เห็นสามเณรน้อยรูปหนึ่งนามว่า “นิโครธ เดินบิณฑบาตด้วยอาการสํารวมผ่านลาน ม ! ย 4 9 พระราชวัง ทรงเกิดความเอ็นดูเยียงบุตรขึ่นมา ไน ด "1 ทันที จึงให้คนไปนิมนต์สามเณรรูปนั่นขึ้นมา สนทนา และทรงขอให้สามเณรแสดงธรรม ให้ฟัง สามเณรจึงได้กล่าวพุทธวจนะบทหนึงว่า “ ในศิลาจารึกของพระเจ้าอโศกแผ่นที ๕ ยังกล่าวถึง 'พระภาตาต่างพระมารตาของพระองค์อยู่ แสดงว่าพระภาตาอาจ
98 | เแประชารนปินทางแห่งคว ามตาย ควา: “ความไม่ประมาทเป็นทางไม่ตาย คนที่ประมาทถึงมีชีวิตอยู่ ต าว พระเจ้าอโศกทรงซาบซึ้งเป็นอย่างยิง จึงกล่าวปฏิ ผมือนคนตายแล้ว” ก็เ เสม' % ฏญาณตนเป็นพุทธศ าสนิกชนตั้ จิแต่ บัดนั้น“ . แล้ว พระองค์กงทิกรุนํารุงพระพุทธศต สิน" มื่อทรงเลื่ ว: นา : . ณีย เมื่อทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาส แล กรรมขินธ์ ตริรจเซดีก็จําน. วน เป็นการใหญ่ ทรงสร้างวิหารจํานวน ๕๕.๐๐๐ หลัง ตามจําน ว่ ญาตให้พระโอรสพระน สนาอีกด้วย : ห ห เหล่าเดียรถีย์หรือนักบวชนอกพระพุทธศาสนา เห เมว่า “มหินทกุมาร” และ เท่ากันเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และได้ทรงอนุเ พระราชธิตาพระนามว่า “สังฆมิตตา” บวชในพระพุทธศา เเ - 0 าภสักการะเกิดขืนมากมาย ส น ย ในพระพุทธศาสนา จึงพากันปลอมตัวบวชเป็นพระเพื่อหวังลาภสักการะ เมือบวชแล้วก็ไม่สนใจ ศึกษาพระธรรมวินัย และยังแสดงลัทธินอกธรรมวินัยอยู่เสมอ ทําให้เกิดความสับสนขึ้นใน พระพุทธศาสนา พระเจ้าอโศกมหาราชทรงโปรดให้พระโมคคัดลีบุตรติสสเถระและคณะสงฆ์ทํา สังคายนาพระธรรมวินัย โดยนําพระสงฆ์ทั้งหมดมาทดสอบความรู้เกียวกับพระพุทธศาสนา รูปใด ตอบไม่ได้ก็ให้ลาสิกขา (สึก) ออกไป โดยนัยนี้เดียรถีย์ที่ปลอมบวชได้ถูกจับสึกเป็นจํานวนมาก หลังการทําสังคายนา พระองค์ได้ส่ง *คณะธรรมทูต” ไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา ยังแคว้นต่างๆ ๕ สายด้วยกัน พระเจ้าอโศกมหาราชเป็นกษัตริย์พระองค์แรกที่ทรงผนวชชั่วคราร ในขณะที่ทรงครองราชย์อยู่ และได้เปลี่ยนวิธีการแผ่กฤษดาภินิหารด้วยการทําสงคราม หันมาใช้ พุทธธรรมเป็นแนวทางปกครองประเทศ จนเกิดระบบ “ธรรมราชา” ขึ้นเป็นแบบอย่างให้กษัตรีย์ ในยุคหลังๆ ได้ดําเนินรอยตามจนกระทั่งบัดนี้ - ๒) คุณธรรมที่ควรถือเป็นแบบอย่าง
แตกความสามัคคีกันขึ้น พร าอามาตยคนห แตมห ถึงแก่มร ชอบต่อกา งกระท ะผู้ใหญ่ทํ าสังคายนาพระพทธศต ง ละ 6 4 จ ! ๒.๓) ทรงมีนําพระทัยกว้างขวางและให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา ก่อนจะมา นับถือพระพุทธศาสนา พระเจ้า บรรพบูรุษ) มาก่อน แม้ภายหลัง ข่ถัมภ์แก่ลัทธิศาสนาอื่นตามสมควร ตังเช่ ฉ/ ส่ ทศของพระองค์ ดังที อบ ' ' = จ ส อินด้วย และพระราชทานเสรีภาพในการนับถือศาสนาแ ทรงจารึกไว้ในศิลาจารึกหลักที่ ๑๒ ว่า “ให้ประชาชนมันคงในศาสนาของตน เพร ามเจริญ งอกงามในธรรมย่อมมีในศาสนาทั้งปวง ไม่พึงยกย่องลัทธิศาสนาของตนและตําหนิลัทธิศาสนา ของคนอืน เพราะว่าลัทธิศาสนาของคนอืนย่อมเป็นสิงควร บูชาของพวกเขา ใครก็ตามยกย่อง ส5 ลัทธิศาสนาของตนตูหมืนสัทธิศาสนาของผู้อื่น มิได้ช่วยให้ลัทธิศาสนาของตนดีขึ้น แต่กลับ ยู ดู เป็นการทําอันตรายแก่ลัทธิศาสนาของตุนหนักลงไปอีก” ๒.๕) ทรงเป็นมหาราชในอุดมคติ พระเจ้าอโศกมหาราชเลิกใช้วิธีรุนแรง แต่ทรงใช้ธรรมะมาเป็นหลักในการปกครอง สถาปนาระบบ "ธรรมราชา” คือ ปกครองประเทศ โดยยืดธรรมะ โดยเฉพาะพระพุทธธรรมเป็นหลัก สร้างคว ามสงบสุขแก่พสกนิกรทัวหน้า นับเป็น : 8 0 0 ) “0 ว มหาราชในอุดมคติที่พระมหากษัตริย์ในยุคต่อม าพึงถือเอาเป็นแบบอย่างเป็นอย่างยิง

คำตอบ

ยังไม่มีคำตอบ